- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1589 (711) ให้ฉินซูเจี๋ยมาที่บ้านด้วยเลยไหม? (ตอนฟรี)
บทที่ 1589 (711) ให้ฉินซูเจี๋ยมาที่บ้านด้วยเลยไหม? (ตอนฟรี)
บทที่ 1589 (711) ให้ฉินซูเจี๋ยมาที่บ้านด้วยเลยไหม? (ตอนฟรี)
บทที่ 1589 (711) ให้ฉินซูเจี๋ยมาที่บ้านด้วยเลยไหม?
“คุณมีความแค้นกับพวกไอ้ยุ่นนั่นเหรอ?” จี้เฟิงถาม
“ถามอะไรแบบนั้น...”
เหอหงเหว่ยส่ายหน้า “เสียระดับหมด!”
“ทำไมล่ะ?” จี้เฟิงถามต่อ
“นายลองออกไปสุ่มถามใครสักคนดูสิ ว่าพวกเขามีความแค้นกับพวกไอ้ยุ่นนั่นไหม?” เหอหงเหว่ยกล่าว “การที่พวกเขาไม่มีความแค้นกับพวกมัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกลียดไม่ได้สักหน่อย?”
“นั่นสินะ!” จี้เฟิงเห็นพ้องอย่างยิ่ง
“เทียนเหยากรุ๊ปเกี่ยวข้องกับหลายอุตสาหกรรมที่มีการติดต่อธุรกิจกับบริษัทญี่ปุ่น สันดานของพวกมันเป็นยังไงฉันรู้ซึ้งดีเลยล่ะ” เหอหงเหว่ยกล่าว “ในฐานะนักธุรกิจฉันร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นได้ เพราะผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นราคาถูก แต่ในฐานะคนจีน ฉันหวังว่าบริษัทจากประเทศอื่นจะพากันยื้อแย่งอยากมาร่วมมือกับพวกเรามากกว่า!”
จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มๆ
“จี้เฟิงนายอยู่ที่เจียงโจว นายอาจจะเห็นภาพชัดกว่าฉัน” เหอหงเหว่ยกล่าว “นายลองไปดูที่ท่าเรือเจียงโจวดูสิ เรือสินค้าของพวกเราขนสินค้าออกไปลำแล้วลำเล่าแบบเต็มพิกัด แต่ทุกครั้งที่ขากลับมา กลับได้สินค้าต่างชาติกลับมาเพียงแค่ไม่กี่ตู้คอนเทนเนอร์ ความรู้สึกแบบนั้นมันไม่ดีเลยจริงๆ!”
“เราทำอะไรไม่ได้ คนต่างชาติกุมเทคโนโลยีหลักเอาไว้ พวกเขาใช้สิทธิบัตรและเทคโนโลยีมาแลกกับ 'สินค้าที่ผลิตในจีน' ของพวกเรา” จี้เฟิงกล่าวเสียงเรียบ
“ดังนั้นเพื่อจะเปลี่ยนสถานการณ์นี้ ขั้นแรกเราต้องเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามอีกฝ่ายให้ได้!” เหอหงเหว่ยกล่าว “ถ้าวันหนึ่งนายต้องเผชิญหน้ากับบริษัทญี่ปุ่น ขอแค่ต้องการความช่วยเหลือก็บอกมาได้เลย ฉันจะช่วยอย่างสุดความสามารถ!”
“ไม่มีปัญหา!” จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะถามขึ้นกะทันหัน “แล้วถ้าไม่ใช่บริษัทญี่ปุ่นล่ะ แต่เป็นเกาหลี อเมริกา หรืออังกฤษ?”
“ถ้าเป็นบริษัทชาติอื่นก็เหมือนกัน!” เหอหงเหว่ยตอบ “สรุปสั้นๆคำเดียว อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ นายแจ้งฉันมาได้เลย ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลืออย่างแน่นอน!”
“งั้นผมจะจำคำนี้ของคุณไว้นะ คุณชายเหอ!” จี้เฟิงหัวเราะ
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เหอหงเหว่ยก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที เหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างออก
แต่เขายังไม่พูดออกมาในทันที กลับนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “จี้เฟิงมีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะเตือนนายหน่อย”
“ว่ามาเลยครับ” จี้เฟิงพยักหน้าทันที
“ทีวี 3D ที่เถิงเฟยกรุ๊ปเปิดตัวออกมาน่ะ ฉันรู้สึกว่ามันดึงดูดสายตาเกินไปหน่อย งานด้านความปลอดภัยและการรักษาความลับต้องทำให้รัดกุมที่สุด เท่าที่ฉันได้ยินมาไม่ใช่แค่ฝ่ายเดียวหรอกนะที่กำลังสนใจทีวี 3D ตัวนี้!” เหอหงเหว่ยกล่าว
“ฝ่ายไหนบ้างเหรอครับ?” จี้เฟิงถามกลับทันควัน
“มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ!” เหอหงเหว่ยบอก “และที่พวกเขาสนใจน่ะ ไม่ใช่การร่วมมือกับเถิงเฟยกรุ๊ปหรอกนะ แต่เป็น...”
“แต่เป็นเทคโนโลยีของทีวี 3D ใช่ไหม?” จี้เฟิงถาม
“ถูกต้อง!”
เหอหงเหว่ยกล่าว “ถ้าพวกเขาไม่ได้มาด้วยวิธีปกติ พวกเขาก็จะส่งคนมาขโมย ถ้าขโมยไม่ได้ พวกเขาก็อาจจะใช้วิธีการที่รุนแรงกว่านั้น”
พูดมาถึงตรงนี้สีหน้าของเหอหงเหว่ยก็เคร่งเครียดลงไปมาก เขาหรี่เสียงต่ำลงและเอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “จี้เฟิงนายอย่าดูแคลนความดุเดือดของการแข่งขันทางธุรกิจเชียวนะ การปรากฏของผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชนิดล้วนถูกจ้องตาเป็นมันจากคนนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะทีวี 3D ของเถิงเฟยกรุ๊ปที่เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์พลิกยุคสมัย มันจะทำให้วงการทีวีเกิดการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และแน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบริษัทผลิตทีวีเจ้าอื่น!”
“นายนึกภาพตามนะ ทันทีที่ทีวี 3D ของนายออกมา มันแทบจะเท่ากับการบีบให้ทีวีรุ่นเก่าต้องตกรุ่นไปเลย”
เหอหงเหว่ยกล่าวต่อ “เมื่อเป็นแบบนั้น บริษัทผลิตทีวีพวกนั้น สินค้าที่ค้างอยู่ในโกดังเอย สินค้าที่วางโชว์อยู่ตามห้างเครื่องไฟฟ้าเอย หรือแม้แต่สต๊อกในร้านตัวแทนจำหน่ายของพวกเขา ส่วนใหญ่จะกลายเป็นของค้างสต๊อกที่ขายไม่ออกทันที!”
“คิดดูสิ พวกเขาจะยอมอยู่เฉยๆได้ยังไง?” เหอหงเหว่ยเอ่ยเสียงเข้ม
“คงไม่รุนแรงขนาดนั้นมั้งครับ”
จี้เฟิงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้กำลังการผลิตทีวี 3D ของเถิงเฟยกรุ๊ปยังไม่สูง ทีวีธรรมดายังมีพื้นที่ให้ยืนอยู่แน่ๆ อย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง ทีวีธรรมดาก็ยังจะเป็นกระแสหลัก จนกว่าปริมาณการผลิตทีวี 3D จะเพิ่มขึ้น ทั้งสองแบบถึงจะอยู่ร่วมกันได้ และสุดท้ายทีวี 3D ถึงจะเข้ามาแทนที่ทีวีธรรมดาอย่างสมบูรณ์!”
เรื่องนี้มันต้องมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน
ทีวี 3D ไม่มีทางยึดครองตลาดได้ทั้งหมดในพริบตา ไม่ใช่แค่เพราะเถิงเฟยไม่มีกำลังการผลิตมหาศาลขนาดนั้น แต่รสนิยมของผู้บริโภคก็ไม่ได้เปลี่ยนกันได้ง่ายๆ
คนที่ชอบทีวี 3D ก็มี แต่คนที่ยังชอบทีวีแบบเดิมก็ย่อมต้องมี ต่อให้ทีวี 3D จะล้ำสมัยแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำให้ทุกคนชอบได้ทั้งหมด!
นี่คือกลไกตลาด!
“แต่สำหรับบริษัทผลิตทีวีเจ้าอื่นล่ะ?” เหอหงเหว่ยถาม
“น้องชาย นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่า การที่ผลิตภัณฑ์ตกรุ่นมันหมายถึงอะไรสำหรับองค์กรหนึ่ง?” เหอหงเหว่ยกล่าว “นั่นหมายความว่าบริษัทนั้นจะถูกตลาดคัดออก ของที่ผลิตออกมาหลังจากนี้จะขายไม่ได้เลยสักชิ้น แล้วนายคิดว่าคนพวกนั้นจะไม่ร้อนรนเหรอ?”
จี้เฟิงเริ่มขมวดคิ้วเครียด
“แล้วยังมีพวกยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับสากลอีก สำหรับพวกเขาแล้ว ตอนนี้เถิงเฟยกรุ๊ปก็เหมือนลูกแกะตัวน้อยที่พร้อมจะถูกเชือดได้ทุกเมื่อ!” เหอหงเหว่ยเอ่ยเสียงหนัก “จี้เฟิง ถ้าพวกเขาพัฒนาเทคโนโลยีทีวี 3D เองไม่ได้ เป้าหมายต่อไปของพวกเขาต้องพุ่งมาที่เถิงเฟยกรุ๊ปแน่ เรื่องนี้นายต้องเตรียมใจไว้ให้ดี”
จี้เฟิงพยักหน้า เรื่องนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
สิ่งที่เรียกว่าคุณธรรมหรือความเป็นสุภาพบุรุษ ในโลกของธุรกิจมันเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น
ในสมรภูมิการค้ามีเพียงสิ่งเดียวที่สำคัญ คือผลประโยชน์!
ขอเพียงเถิงเฟยกรุ๊ปขัดผลประโยชน์ของพวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะทำได้ทุกอย่าง
“เอาเถอะไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว พวกเราดื่มกันต่อดีกว่า!” จี้เฟิงยิ้มบอก
เหอหงเหว่ยพยักหน้ายิ้มๆ และไม่พูดอะไรต่อ เขาเชื่อว่าเรื่องพวกนี้พูดเพียงนิดเดียว จี้เฟิงย่อมเข้าใจทะลุปรุโปร่ง พูดมากไปจะกลายเป็นน่ารำคาญเปล่าๆ
“ดื่ม!”
……….
กว่าจี้เฟิงและไป๋จูจะกลับมาถึงบ้าน ก็เกือบจะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
เซียวหยูซวนและถงเล่ยต่างก็เข้านอนไปแล้ว จี้เฟิงจึงไม่ได้เข้าไปรบกวน หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จเขาก็กลับห้องไปนอน เพียงแต่ไม่รู้ว่าคืนนี้เหยาเหยาตัวน้อยไปนอนกับใคร
พอนึกถึงเด็กน้อยเหยาเหยา จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้า
เช้าวันรุ่งขึ้นจี้เฟิงโทรศัพท์ไปหาเจิ้งหยวนซาน ฝากฝังให้เขาส่งคนไปสอบสวนเถียนเสี่ยวตงและพวกอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ
ในเมื่อหูหยูจินดั้นด้นมาถึงเจียงโจวขนาดนี้ จี้เฟิงย่อมต้องให้ความสำคัญ
ตราบใดที่เถียนเสี่ยวตงและพรรคพวกกุมข้อมูลสำคัญไว้จริงๆ จี้เฟิงจะไม่มีวันปล่อยให้หูหยูจินอยู่อย่างสงบแน่!
สำหรับเจิ้งหยวนซาน นี่ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย เขาจึงรับปากอย่างรวดเร็ว
จี้เฟิงจึงทำได้เพียงรอข่าวจากเขา
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
หลังจากที่เจอกันในคืนนั้น โจวเฟยเฟยโทรมาครั้งหนึ่งเพื่อจะชวนจี้เฟิงออกไปข้างนอก แต่ถูกจี้เฟิงปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่ได้โทรมาอีกเลย
เหอหงเหว่ยก็โทรมาบอกในวันถัดมาว่า เขาได้เดินทางกลับไปที่หยานจิงแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้จี้เฟิงจึงได้มีเวลาว่างบ้าง ในตอนกลางวันเขาไม่ได้ไปที่มหาวิทยาลัย แต่เลือกที่จะอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน เวลาพักผ่อนก็เล่นกับเหยาเหยา เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายอย่างหาได้ยาก
เวลาผ่านไปอีกไม่กี่วัน ในช่วงเย็นของวันหนึ่ง จี้เฟิงก็ได้รับสายจากฉินซูเจี๋ย
“ซูเจี๋ยคุณกลับมาเจียงโจวแล้วเหรอ?” จี้เฟิงถาม
“อื้ม!” ฉินซูเจี๋ยพยักหน้า “จี้เฟิงฉันกลับมาแล้วค่ะ”
“ช่วงสองสามวันที่หยานจิงทุกอย่างราบรื่นดีไหมครับ?” จี้เฟิงยิ้มถาม
“ก็พอได้ค่ะ...”
ทั้งคู่คุยกันสองสามคำ หลังจากนั้นฉินซูเจี๋ยก็ถามขึ้นว่า “จี้เฟิงฉันคิดถึงเหยาเหยาค่ะ อยากจะรับแกกลับมา”
“ได้สิ คุณมาที่บ้านผมเลย ที่อยู่คือ...”
“จี้เฟิง ฉัน... ฉันไม่ไปจะดีกว่าค่ะ” ฉินซูเจี๋ยเอ่ยอย่างลังเล “พวกเธอ... อยู่ที่บ้านกันหมดใช่ไหม ฉันไปที่นั่นมันดู... ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“งั้นผมจะพาเหยาเหยาไปส่งให้เอง!” จี้เฟิงบอก
“ค่ะ” ฉินซูเจี๋ยพยักหน้า
ในตอนนั้นเองเซียวหยูซวนและถงเล่ยก็กลับมาถึงพอดี เมื่อได้ยินว่าจี้เฟิงจะพาเหยาเหยาไปส่งคืน ทั้งสองสาวต่างก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์
“จี้เฟิงเอาอย่างนี้ไหม ให้คุณแม่ของเหยาเหยามาค้างที่บ้านเราสักคืนสิ พรุ่งนี้ค่อยให้เธอพาแกกลับไป” เซียวหยูซวนบอก
“เอ่อ... งั้นฉันจะลองถามดูนะ!” จี้เฟิงพยักหน้า แต่ในใจกลับยิ้มขื่น เซียวหยูซวนคงไม่อยากจากเหยาเหยาไปจริงๆ แต่การจะให้ฉินซูเจี๋ยมาที่บ้านนั้น เจ้าตัวคงจะไม่กล้ามาน่ะสิ
“พี่หยูซวนฉันว่าพอแค่นี้เถอะค่ะ ให้เหยาเหยากลับไปก่อน ไว้คราวหน้าค่อยรับแกมาอยู่ด้วยสักสองสามวันก็ได้นี่นา” ถงเล่ยเอ่ยช่วยปลอบอยู่ข้างๆ
“ก็ได้จ้ะ!”
เซียวหยูซวนพยักหน้า เธอรู้ดีว่าคำขอของตัวเองอาจจะดูเป็นการบังคับใจคนอื่นเกินไป เพราะแม่ของเหยาเหยาอยากเจอลูกสาวมันก็เป็นเรื่องธรรมดา
ขนาดเธออยู่กับเหยาเหยาแค่ไม่กี่วัน ยังอาลัยอาวรณ์เด็กน้อยที่น่ารักขนาดนี้ แล้วคนเป็นแม่ล่ะ คงจะคิดถึงเหยาเหยามากกว่าหลายเท่าตัวแน่!
“อย่าเพิ่งรีบสิ ให้ฉันโทรไปถามซูเจี๋ยดูก่อนดีกว่า!” เมื่อเห็นสีหน้าของเซียวหยูซวนที่เต็มไปด้วยความอาลัย จี้เฟิงก็ใจอ่อนวูบ เขาไม่สนอะไรแล้ว ตัดสินใจว่าจะต้องโทรหาฉินซูเจี๋ย
หากส่งเหยาเหยาไปคืนวันนี้ คืนนี้เซียวหยูซวนคงนอนไม่หลับแน่ๆ เธอคงจะรู้สึกโหวงเหวงในใจแน่นอน
“พี่สาวคะ ป่ะป๊าไม่ต้องการเหยาเหยาแล้วเหรอ?” นึกไม่ถึงว่าเหยาเหยาที่อยู่ข้างๆ จะฟังเรื่องราวออก ใบหน้าเล็กๆ ของหงอยเหงาลงทันที ปากน้อยๆเบะออก “ป่ะป๊าคะ หนูไม่อยากไป!”
“งั้นก็ไม่ต้องไปครับ!” จี้เฟิงยิ้มพลางลูบหัวเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อย
“แต่เหยาเหยาก็คิดถึงคุณแม่เหมือนกัน...” เหยาเหยาพูดจบ ปากน้อยๆ ก็เริ่มเบะอีกครั้ง น้ำใสๆ เริ่มคลอหน่วยตาแล้ว
เด็กน้อยก็แบบนี้อารมณ์มาเร็วไปเร็ว สองสามวันที่ไม่ได้เจอแม่ แม้เหยาเหยาจะคิดถึง แต่มีพวกเซียวหยูซวนอยู่ด้วยแกก็มีความสุขมาก ตอนนอนยังมีเซียวหยูซวนคอยกอด แกเลยไม่ได้คิดถึงแม่มากจนเกินไป
แต่ตอนนี้พอพูดถึงแม่ขึ้นมา ยัยหนูตัวน้อยก็เกิดความคิดถึงขึ้นมาอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว
“ไม่ร้องนะๆ ป่ะป๊าจะโทรหาแม่เดี๋ยวนี้แหละ ให้แม่มาที่นี่ด้วยเลย!” เมื่อเห็นยัยหนูเตรียมจะหลั่งน้ำตา จี้เฟิงก็รีบพูดขึ้นทันที
แต่ในใจเขากลับยิ้มขื่น... ถ้าฉินซูเจี๋ยมาที่นี่จริงๆ มันจะวุ่นวายขนาดไหนกันนะ...
....จบบทที่ 1589~