เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 สักขีพยาน

บทที่ 25 สักขีพยาน

บทที่ 25 สักขีพยาน


บทที่ 25 สักขีพยาน

เวลาผ่านไปอีกสองเดือน

โรบินใช้เวลาทั้งสองเดือนไปกับการสอนการวาดภาพให้ซาร่า และสอนตัวเองไปพร้อมๆ กัน และใช้เวลาว่างไปกับการฝึกฝนและค้นคว้าข้อมูลต่างๆ

สำหรับเพออนแล้ว หลังจากที่ธีโอเข้าสู่การฝึกแบบสันโดษสำหรับกฎสวรรค์หลักแห่งความมืด ความรับผิดชอบของเพออนก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาอาหาร ซื้อเสบียง และนำทรัพยากรออกมาจากคลัง

แต่สิ่งนี้ทำให้เขาเริ่มรู้สึกสบายใจในบ้านใหม่ของเขา... เขาตระหนักได้ว่าเจ้านายของเขาไม่มีเจตนาชั่วร้ายต่อน้องสาวของเขาและปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี เขาจึงตัดสินใจละทิ้งความกังวลเกี่ยวกับการเป็นทางในบ้านหลังนี้และรับใช้เจ้านายของเขาอย่างดี

และวันนี้ เพออนนั้นยุ่งมาก มากกว่าปกติทีเดียว และไม่ใช่แค่เขา... ทั้งสถาบันกำลังยุ่งวุ่นวาย... เพราะนี่คือวันที่ครบกำหนดนัดหมายกันไว้!

เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว รีมัสได้ยั่วยุกลุ่มโรบิน และตอนนั้นเองที่ฝ่ายโรบินเกิดระเบิดและประกาศว่าเลดี้ มิลล่าเป็นผู้ปกครองของเขา และซีซาร์น้องชายของเขาจะท้าทายรีมัสและกลุ่มของเขาทั้งหมดหลังจากผ่านไปหนึ่งปี

เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเลดี้มิลล่าจะลุกลามราวกับไฟป่า และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ข่าวการท้าทายและเรื่องของเลดี้มิลล่าแพร่สะพัดไปทั่วสถาบันภายในไม่กี่วัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โรบินและกลุ่มของเขาไม่ถูกใครคุกคามเลยในระหว่างนี้

ทุกคนต่างรอคอยผลลัพธ์.. พวกเขาอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อซีซาร์ถูกจัดการ

แน่นอนว่าเลดี้มิลล่าเองก็ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ไม่นาน “ฮึ่ม เขาซื้อเวลาด้วยชื่อของฉันงั้นหรอ เขาคิดว่าฉันจะเข้าไปแทรกแซงเพื่อช่วยพวกเขารึเปล่านะ”

โรบินทำให้เธอรำคาญมากเมื่อเจอกันครั้งล่าสุด.. ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอรู้สึกเหมือนเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีความรู้ต่อหน้าเขาและกำลังถูกเขากำลังเอาเปรียบเธอ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้เขาขายหน้า

….

*ก๊อก ก๊อก ก๊อก* โรบินเคาะประตูห้องของซีซาร์ "พร้อมหรือยัง"

..ประตูเปิดออกอย่างช้าๆ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือนที่ซีซาร์ได้ออกมาข้างนอก เขาออกมาพร้อมกับง้าวหนาเป็นมันเงาในมือข้างหนึ่ง และมีง้าวที่หักก่อนหน้านี้ชิ้นหนึ่งในมืออีกข้าง

เขาดูสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเฉียบคมขึ้น และความแข็งแกร่งของเขา... อยู่ในระดับที่ 8! เขากระโดดจากมนุษย์ธรรมดาไปสู่ระดับแปดในเวลาเพียงครึ่งปีเท่านั้น!

ความรู้สึกกดดันที่เขาสร้างขึ้นเพียงแค่ยืนอยู่ทำให้เพออนที่เฝ้าดูจากด้านหลังตัวสั่นและถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนที่เขาคอยส่งอาหารให้เป็นเวลาตลอดหลายเดือน

“พร้อมแล้ว” ซีซาร์กล่าวอย่างใจเย็น

“ฉันเชื่อว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันอับอาย คุณจะไม่ทำให้กฎสวรรค์หลักแห่งไฟที่สมบูรณ์แบบนี้อับอาย และคุณจะไม่อับอายในตัวเองแน่นอน” โรบินพยักหน้าแล้วหันหลังและเดินออกไป

ข้างหลังเขามีซีซาร์และเพออนเดินตามมา… ทิ้งธีโอไว้อย่างสันโดษและมีซาร่าที่ยุ่งอยู่กับการวาดภาพของเธอ..

..ในจัตุรัสหลักของสถาบันมีเวทีทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 เมตร และล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ที่สามารถรองรับคนได้ประมาณพันคน ที่นี่เป็นที่ที่อาจารย์เป็นมิตรต่อสู้กันเพื่อสาธิตเทคนิคของตนต่อหน้านักเรียน บางครั้งหัวหน้าสถาบันเองก็มาร่วมบรรยายด้วย

และแน่นอน... มันถูกใช้เพื่อจัดการต่อสู้ระหว่างนักเรียน แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะจัดตั้งขึ้นด้วยแนวคิดที่เป็นมิตรเพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แต่ในบางกรณีที่รุนแรงก็สามารถใช้เพื่อตัดสินความขุ่นเคืองกันได้

แต่ก็ยังมีการห้ามไม่ให้สร้างบาดแผลลึกให้กับคู่ต่อสู้... สถาบันแบรดลีย์แห่งนี้เต็มไปด้วยบุตรของเหล่าขุนนาง และสถาบันไม่ต้องการเผชิญหน้ากับขุนนางที่โกรธแค้นและหัวรุนแรง

เว้นแต่.. จะมีการลงนามในสัญญาระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อรับความสูญเสียใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้น และได้มีการประกาศก่อนการประลอง ในกรณีนี้สถาบันจะสละทุกความรับผิดชอบ และทำแค่เพียงเป็นพยานในการประลองเท่านั้น

หัวหน้าสถาบันรอจดหมายจากเลดี้มิลล่าอย่างอดทนทุกวันเพื่อหวังจะได้รับสารคำสั่งหยุดการต่อสู้ แต่เขาไม่ได้รับอะไรเลย... เขาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปหาเธอเมื่อสองสามวันก่อนเพื่อขอความเห็นจากเธอ และคำตอบของเธอคือ “ถ้าเจ้าสารเลวตัวน้อยนั่นมันไม่ได้มาร้องฉัน ก็ให้รอจนกว่าน้องชายของมันจะเสียแขนขาหรือเกือบตายก่อนแล้วค่อยหยุดการต่อสู้”

และแล้วเวลานี้ก็มาถึง... เหลือเวลาอีกไม่กี่นาที และไม่มีข้อความอื่นใดจากเลดี้มิลล่าอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เธอทำคือส่งลุงบราวน์ของเธอมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นแทนเธอ และหัวหน้าสถาบันก็เชิญเขาให้นั่งในที่นั่งอันทรงเกียรติร่วมกับเขา เพื่อจะได้อยู่ใกล้เวทีและพร้อมสำหรับการเข้าไปแทรกแซงได้ทุกเมื่อ

อาจารย์ นักศึกษา กระทั่งทหารยามและทาสบางส่วนก็เริ่มมาเต็มอัฒจันทร์จนแทบไม่มีที่นั่งว่าง

มีกระทั่งอาจารย์คนหนึ่งที่มาทำหน้าที่กรรมการซึ่งรออยู่กลางเวทีแล้ว โดยมีสัญญาตกลงการต่อสู้พร้อมอยู่ในมือของเขา... ตอนนี้ไม่มีอะไรขาดหายไปนอกจากผู้ประลองทั้งสอง

“ฮ่าฮ่า ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่เหล่าศิษย์และอาจารย์ผู้มีเกียรติทุกคนมาดูการต่อสู้อันต่ำต้อยของฉัน ฉันสัญญาว่าทุกคนจะไม่ผิดหวังแน่นอน!” รีมัสเดินเข้ามาพร้อมตะโกนเสียงดังเรียกความสนใจ แต่เขากลับพบเพียงความเงียบงัน ซึ่งไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เขาคาดหวัง ซึ่งมันกวนใจเขามาก “ฉันรู้ว่าพวกคุณทุกคนอยากรู้ว่าท่านหญิงมิลล่าจะมาหรือไม่ แต่วันนี้เธอก็ไม่มา เธอคงอาจจะไม่สนใจพวกปลายแถวสองคนนี้”

ข้างหลังเขามีชายหนุ่มสี่คนและเด็กผู้หญิงสามคน สมาชิกทั้งหมดของกลุ่มที่โรบินท้าทายในวันนั้น พวกเขาเป็นลูกชายและลูกสาวของขุนนางชั้นสูงทั้งหมด!

ทั้งแปดคนขึ้นไปบนเวทีและนั่งรอ *ผู้ท้าชิง* แม้ว่าพวกเขาจะดูผ่อนคลาย แต่พวกเขาก็ประหม่ามากในใจ...

การประจานชื่อของท่านหญิงมิลล่าในการดวลระดับต่ำเช่นนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดี... แต่พวกเขาก็ต้องการยุติเรื่องซีซาร์นี้อย่างรวดเร็ว แล้วกลับไปทำสิ่งที่พวกเขาทำอยู่

“เอาล่ะ ดูเหมือนว่าการต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น..แล้ว..” อาจารย์บนเวทีพูดเมื่อเห็นกลุ่มของโรบินสามคนกำลังเดินมาที่เวที แต่คำพูดของเขากลับติดอยู่ในลำคออย่างรวดเร็ว ลุงบราวน์และหัวหน้าสถาบันเองก็มองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา...

ตอนนี้อาจารย์ทุกคนสังเกตเห็นแล้ว และแม้แต่นักเรียนที่มีพลังมากพอต่างก็ตาเบิกกว้าง.. “เกิดอะไรขึ้น”

คนที่ค่อนข้างอ่อนแอคนหนึ่งบนอัฒจันทร์ไม่เข้าใจปฏิกิริยาแปลกๆ ของผู้คนบางส่วนถึงกับเอ่ยถามผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ เขา "เอ่อ พี่ชาย ทำไมคุณถึงประหลาดใจขนาดนี้ล่ะ"

ผู้อาวุโสคนนั้นยังคงมุ่งความสนใจไปที่ซีซาร์และพูดอย่างช้าๆ "ซีซาร์.. เขาอยู่ที่ระดับ 8 แล้ว!!" คำพูดเหล่านั้นดังก้องอยู่ในความเงียบราวกับว่าเป็นชนวนที่จุดระเบิด

“บ้าน่า เขาจะไปถึงระดับที่แปดได้อย่างไรกัน”

“ทุกคนรู้กันดีว่าเขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเมื่อเข้ามาในสถาบันเมื่อปีที่แล้วไม่ใช่หรอ!!”

“แปดระดับในหนึ่งปีครึ่งเหรอ นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ…”

“พระเจ้าช่วย… นี่ฉันบ่มเพาะผิดวิธีมาตลอดเลยงั้นเหรอ”

“..เดี๋ยวก่อนนะ ระดับแปดเพียงแค่อายุ 13 ปี… นั่นไม่เร็วเท่าท่านเลดี้มิลล่าแล้วเหรอ” ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนพูด แต่มันก็เหมือนกับสายฟ้าที่ฟาดใส่กลางใจทุกคน

"..แต่ท่านมิลล่าฝึกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ขณะที่ซีซาร์.. เป็นเพียงคนธรรมดาเมื่อหนึ่งปีครึ่งที่แล้ว…" มีคนพูดสิ่งที่อยู่ในใจของทุกคนออกมาในที่สุด

เสียงดังกล่าวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่อาจารย์บางคนก็ถึงกับยืนขึ้นเพื่อพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น "แม้แต่โรบินเองก็มาถึงระดับที่ 5 แล้ว นี่ก็ถือว่าเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน"

แต่ทุกคนไม่ได้สนใจที่โรบิน เมื่อเทียบกับซีซาร์ที่กระโดดขึ้นไปถึงระดับ 8 โรบินที่ระดับห้านั้นเทียบไม่ติดเลย

ท่ามกลางเสียงตะโกนและคำถามมากมาย ซีซาร์ก็ยกง้าวขึ้นกระแทกพื้นเพื่อทำให้ผู้ชมเงียบลง... จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับง้าวใหม่ในมือ เขายืนตัวตรงอย่างสง่างามและปล่อยแรงกดดันอันทรงพลังออกมารอบตัว นั่นทำให้ทุกคนตั้งคำถามกับประสาทสัมผัสของตนเอง

“พลังปราณระดับนี้.. มันออกมาจากบุคคลในระดับที่ 8 ได้ยังไงกัน!” อาจารย์อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยเสียงแผ่วเบาขณะส่ายหัว

“พระเจ้า… พวกเรากำลังจะได้เป็นสักขีพยานต่อการกำเนิดของอัจฉริยะคนใหม่งั้นหรือ”

จบบทที่ บทที่ 25 สักขีพยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว