- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 126: น้องสามีซาบซึ้งใจ
บทที่ 126: น้องสามีซาบซึ้งใจ
บทที่ 126: น้องสามีซาบซึ้งใจ
เจียงเต๋อเหิงฟังไม่ถนัด จึงถามกลับ "เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ?"
"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร" เจียงชิ่นเบ้ปาก
"เธออย่าคิดว่าพี่รองพูดเวอร์ไปนะ ผลการวิจัยเมล็ดพันธุ์สายพันธุ์ใหม่พวกนี้ต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด เธอไม่รู้หรอกว่าข้างนอกมีพวกสายลับตั้งเท่าไหร่ที่จ้องจะหาทางขโมยเมล็ดพันธุ์พวกนี้ไปให้ได้น่ะ"
"จริงเหรอคะ?" คราวนี้เจียงชิ่นตกใจจริงๆ
หนังที่เธอเพิ่งดูมาเมื่อวานก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างกองทัพปลดแอกประชาชนกับพวกสายลับพอดีเลย เมื่อก่อนเธอไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกสายลับเท่าไหร่ แต่พอได้ดูหนังเรื่องนั้นก็เข้าใจอะไรขึ้นเยอะ
พวกสายลับนี่น่าชังจริงๆ!
เจียงเต๋อเหิงรีบพยักหน้ายืนยัน "จริงสิ พวกสายลับที่แฝงตัวอยู่ในประเทศเรามีไม่น้อยเลยนะ เมล็ดพันธุ์พวกนี้กว่าพวกเราจะเพาะพันธุ์ขึ้นมาได้มันไม่ง่ายเลย จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือศัตรูไม่ได้เด็ดขาด"
"แต่ตอนที่ฉันเข้ามาในสถาบันวิจัยของพวกพี่ ก็ดูเข้ามาง่ายๆ เลยนี่คะ ไม่เห็นจะมีการคุ้มกันอะไรแน่นหนาเลย"
"นั่นก็เพราะเธอเป็นน้องสาวพี่ไง มันจะไปเหมือนกันได้ยังไงล่ะ"
เจียงชิ่นร้องอ้อ แต่จู่ๆ ก็กดเสียงต่ำลงแล้วพูดว่า "แต่ถ้าเกิดไม่ใช่ล่ะคะ ถ้าเกิดมีคนปลอมตัวเป็นฉัน ปลอมแปลงหน้าตาอะไรแบบนั้นล่ะ"
เจียงเต๋อเหิงใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเธอเบาๆ "อ่านนิยายเพ้อเจ้อมากไปแล้วมั้ง อีกอย่าง รอบๆ สถาบันวิจัยน่ะมีการวางกำลังคนคุ้มกันไว้ตั้งเยอะแยะ แค่เธอมองไม่เห็นเท่านั้นแหละ"
พูดจบ เขาก็แหงนหน้ามองเพดานแล้วรำพึงรำพันออกมา "ปากท้องของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุดของชาติ หน่วยงานของเราเป็นหน่วยงานที่สำคัญมาก จะประมาทเลินเล่อไม่ได้เด็ดขาด"
เจียงชิ่น: "..."
ทนดูไม่ได้จริงๆ แฮะ
"ว่ามาเถอะ ตกลงเธอมีเรื่องอะไรจะให้พี่ช่วย?" ในที่สุดเจียงเต๋อเหิงก็ดึงหัวข้อสนทนากลับมาเข้าเรื่องได้เสียที
"คืออย่างนี้ค่ะ ตอนที่ฉันเกี่ยวข้าวสาลีอยู่ที่ฟาร์ม ฉันบังเอิญเจอข้าวสาลีอยู่ต้นนึงที่ดูไม่เหมือนต้นอื่นๆ เลย"
เจียงชิ่นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายผ้าแคนวาสที่พกติดตัวมา ใช้พลังจิตดึงเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีซูเปอร์ในมิติวิเศษออกมา กำออกมาเต็มกำมือ แล้วยื่นส่งให้เจียงเต๋อเหิง
เจียงเต๋อเหิงมองดูเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีกำใหญ่ในมือเจียงชิ่น แล้วก็ถึงกับชะงักงันไปในทันที
"นี่... เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีแบบนี้..."
เขามีสีหน้าเหม่อลอย พูดไม่ทันจบประโยค ก็เอื้อมมือไปหยิบเมล็ดข้าวสาลีขึ้นมาสองสามเมล็ด แล้วส่องดูกับแสงไฟฉุกเฉินบนเพดานโรงเรือน
ยิ่งดูก็ยิ่งมีสีหน้าจริงจังเคร่งเครียด จนถึงตอนท้ายก็เริ่มแฝงไปด้วยความตื่นเต้น
"สวรรค์ เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีแบบนี้ พี่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย! เธอไปเจอมันได้ยังไง?"
เขาหันขวับกลับมามองเจียงชิ่นอย่างตื่นเต้น รอคอยคำตอบจากเธอ
"ก็ตอนที่กำลังเกี่ยวข้าวอยู่นั่นแหละค่ะ ฉันสังเกตเห็นว่ามีข้าวสาลีอยู่สองสามต้นที่ดูไม่ค่อยเหมือนต้นอื่นๆ ก็เลยสนใจ แล้วก็เก็บเกี่ยวแยกต่างหาก ตั้งใจว่าจะเอามาให้พี่ดูค่ะ"
"ทำได้ดีมาก ทำได้ดีมากๆ!" เจียงเต๋อเหิงเดินวนไปวนมาอยู่กับที่สองสามรอบ แล้วจู่ๆ ก็หยุดกึก
"เสี่ยวชิ่น เธอมีเมล็ดพันธุ์พวกนี้อยู่อีกเท่าไหร่?"
เจียงชิ่นใช้พลังจิตสั่งการ ล้วงมือลงไปในกระเป๋าสะพายแล้วกำออกมาให้อีกหลายกำมือ "ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละค่ะ"
เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีกองอยู่บนพื้น เจียงเต๋อเหิงไม่รู้ไปหาที่ตักผงมาจากไหน รีบมากวาดเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดใส่ลงไป
เขากวาดอย่างระมัดระวัง ไม่ยอมให้ร่วงหล่นแม้แต่เมล็ดเดียว
พอกวาดเสร็จ ก็หันมาถามเจียงชิ่นอีก "ลองดูในกระเป๋าเธออีกทีสิ ไม่ได้ใส่ถุงไว้ด้วย จะมีร่วงหลงเหลืออยู่ข้างในหรือเปล่า?"
เจียงชิ่นต้องพลิกกระเป๋าให้เขาดูข้างในเพื่อยืนยันว่าไม่มีเหลือแม้แต่เมล็ดเดียวแล้วจริงๆ เจียงเต๋อเหิงถึงได้ยอมเลิกรา
"พรุ่งนี้พี่จะเอาเมล็ดพันธุ์พวกนี้ลงดินเลย" เจียงเต๋อเหิงถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามต่อ "เธอรู้ว่าข้าวสาลีสองสามต้นนี้ไม่เหมือนต้นอื่น งั้นผลผลิตของมันก็ต้องสูงกว่าด้วยใช่ไหม?"
เจียงชิ่นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ก็น่าจะสูงกว่าอยู่นะคะ เอ๊ะ ไม่สิ เหมือนจะสูงกว่ามากเลยล่ะค่ะ แต่ฉันไม่ได้ชั่งดูละเอียดๆ ก็เลยไม่รู้ว่าสูงกว่าเท่าไหร่"
เมื่อรู้ว่าน้องสาวไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แค่สังเกตเห็นความแตกต่างของข้าวสาลีได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เจียงเต๋อเหิงจึงไม่ได้ซักไซ้ต่อ
พอเห็นพี่รองตื่นเต้นจนเหมือนจะสติหลุด เจียงชิ่นก็รีบเตือนความจำ "ที่ฉันเอาเมล็ดพันธุ์พวกนี้ให้พี่ มันมีข้อแลกเปลี่ยนนะคะ"
"อะไรนะ?" เจียงเต๋อเหิงดึงสติกลับมาจากความตื่นเต้น
"ถ้าเมล็ดพันธุ์พวกนี้ให้ผลผลิตสูงจริงๆ พี่ต้องเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีที่ปลูกได้ทั้งหมดให้ฉันนะคะ ฉันจะเอาไปปลูกที่ฟาร์มตงอัน"
"เรื่องนั้น..." เจียงเต๋อเหิงมีท่าทีลังเล
พอเห็นเขาลังเล เจียงชิ่นก็แกล้งเร่งรัด "ถ้าพี่ไม่ตกลง ฉันจะเอาพวกมันกลับไปให้หมดเลย"
เจียงเต๋อเหิงทำหน้าเหมือนหมดหนทางจะจัดการกับน้องสาวคนนี้ "โอเคๆ ตกลง ถ้าเกิดเมล็ดพันธุ์พวกนี้มันยอดเยี่ยมจริงๆ ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าหมายเลข 0801 ซะอีก ถึงตอนนั้นพี่จะส่งไปให้เธอเองก็แล้วกัน"
"แต่พี่ว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ถึงยังไงมันก็เป็นแค่เมล็ดพันธุ์ที่พวกเธอปลูกกันที่ฟาร์ม ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์หรือเพาะพันธุ์มาอย่างถูกต้อง การจะให้มันดีกว่าหมายเลข 0801 นั้นคงยาก"
เจียงชิ่นแอบคิดในใจ ตอนนี้ก็คุยโวไปเถอะ รอผลออกมาเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าใครจะหน้าแตก
ทั้งสองคนตกลงกันตามนี้
หลังจากนั้น เจียงเต๋อเหิงก็พาเธอไปเดินดูห้องแล็บอื่นๆ ในตึกปฏิบัติการ พอตกเที่ยง เขาก็พาเธอไปกินข้าวที่โรงอาหารของสถาบันวิจัย อาหารที่โรงอาหารก็งั้นๆ
ตอนแรกเจียงชิ่นนึกว่าพวกนักวิจัยจะได้กินอาหารดีๆ ซะอีก ผลปรากฏว่าสิ่งที่พวกเขากินก็คือหมั่นโถวแป้งข้าวโพด กับข้าวก็มีเนื้อหนึ่งอย่างผักหนึ่งอย่าง แถมกับข้าวที่มีเนื้อสัตว์ก็มีเนื้ออยู่น้อยนิด แต่ละคนได้กินเนื้อแค่สองสามชิ้นเท่านั้นเอง
ดูท่าทางในยุคนี้ ประชาชนทั้งประเทศคงจะไม่ได้กินดีอยู่ดีกันสักเท่าไหร่
ถ้าหากวันหนึ่ง ผลผลิตทางการเกษตรของทั้งประเทศเพิ่มสูงขึ้น ต่อให้ไม่มีเงินซื้อเนื้อกิน แต่อย่างน้อยทุกคนก็คงจะได้กินหมั่นโถวแป้งสาลีสีขาวๆ กับข้าวสวยร้อนๆ ล่ะนะ
เจียงชิ่นคิดไปพลางกินข้าวไปพลางจนหมด
ตอนขากลับ เจียงเต๋อเหิงจะเดินไปส่ง แต่เจียงชิ่นปฏิเสธ ขอเดินออกไปเอง
พอออกมาจากสถาบันวิจัย เจียงชิ่นก็นั่งรถเมล์สายที่ผ่านไปทางบ้านของฟู่เส้าตั๋ว
วันนี้เธอตั้งใจจะไปป้วนเปี้ยนให้ติงเมิ่งเฟยเห็นหน้าอีกสักหน่อย
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็ต้องกลับฟาร์มตงอันแล้ว เธอต้องรีบทำภารกิจให้เสร็จๆ ไปซะ
พอเดินเข้าไปในลานบ้านรวม เจียงชิ่นก็ไม่เห็นเงาของติงเมิ่งเฟย
เจียงชิ่นไม่ได้รีบร้อนไปตามหาหล่อน แต่เดินตรงไปที่บ้านตระกูลฟู่ก่อน
พอเคาะประตูเดินเข้าไป เจียงชิ่นก็พบว่าฟู่เส้าตั๋วกับแม่ฟู่ไม่อยู่บ้าน มีแค่ฟู่ซานอยู่คนเดียว
ฟู่ซานแต่งตัวซะสวยเช้ง สะพายกระเป๋าเรียบร้อย ดูท่าทางเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก
"ธะ... เธอมาทำไม?" พอเจียงชิ่นเดินเข้ามา ฟู่ซานก็ตกใจจนสะดุ้ง
"กำลังจะออกไปข้างนอกเหรอ?" เจียงชิ่นถาม
ฟู่ซานตอบเสียงห้วน "ใช่ เธอมาผิดเวลาแล้วล่ะ พี่ชายฉันไม่อยู่ เธอรีบกลับไปเถอะ!"
เจียงชิ่นไม่ได้โกรธกับท่าทีของหล่อน แต่กลับยิ้มบางๆ แล้วถามว่า "มันเทศตากแห้งกับลูกอมข้าวโพดเมื่อวานอร่อยไหมจ๊ะ?"
"..."
ฟู่ซานถึงกับสะอึก พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
พอสะดุดไปแบบนี้ ท่าทีดุดันเกรี้ยวกราดเมื่อกี้ก็หายวับไปในพริบตา
"ก็... ไม่เลว" หล่อนลดเสียงลงต่ำไปแปดระดับ
"ชอบก็ดีแล้ว วันนี้พี่สะใภ้ตั้งใจมาหาเธอนะ อ่ะ นี่ของเธอจ้ะ"
เจียงชิ่นล้วงเอาผ้าพันคอขนแกะสีขาวครีมออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นส่งให้
"พี่เห็นว่าผ้าพันคอผืนนี้น่าจะเหมาะกับเธอ ก็เลยซื้อมา ลองพันดูสิว่าเข้ากันไหม"
ฟู่ซานอึ้งตะลึงไปชั่วขณะ หล่อนจ้องมองผ้าพันคอนิ่งๆ อยู่นาน ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเจียงชิ่น
เจียงชิ่นยิ้มแย้ม เดินเข้าไปเอาผ้าพันคอขนแกะพันรอบคอให้หล่อน
พันเสร็จ ก็จับไหล่ฟู่ซาน ดันตัวหล่อนไปหยุดอยู่หน้ากระจก
"แหม อย่างที่คิดไว้เลย สีนี้เหมาะกับเธอจริงๆ ด้วย"
ฟู่ซานลองเอามือลูบๆ ชายผ้าพันคอดู สัมผัสมันนุ่มนิ่มมาก จับดูก็รู้เลยว่าเป็นขนแกะแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์
"พี่สะใภ้ นี่มัน..."
"ไม่ต้องนี่มันนั่นมันหรอก เธอใส่แล้วสวย พี่ซื้อมาก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ" เจียงชิ่นตบไหล่หล่อนเบาๆ แล้วพูด
แค่หยิบผ้าพันคอออกมาจากมิติวิเศษมั่วๆ ผืนนึง ก็ทำเอาน้องสามีซาบซึ้งใจได้แล้ว คุ้มค่าจริงๆ