เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: หมูป่าบุกอาละวาดลงจากเขา?

บทที่ 22: หมูป่าบุกอาละวาดลงจากเขา?

บทที่ 22: หมูป่าบุกอาละวาดลงจากเขา?


โชคดีที่เจียงอวี่ม่านประสาทสัมผัสฉับไว เธอจึงเบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงที ไม่ทำให้อาหารหกรดใส่อีกฝ่าย

ขณะที่เธอก้าวหลบและตั้งหลักได้ สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับผมเปียสองข้างที่ผูกโบว์สีแดงสดของแขกผู้มาเยือน

ในนิยาย โบว์ผูกผมสีแดงคือเอกลักษณ์ประจำตัวของเหยาสือเมิ่ง

เมื่อช้อนตาขึ้นมอง หญิงสาวตรงหน้าสวมชุดสีเขียวทหาร ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วนตามมาตรฐาน

ไม่ใช่ใครที่ไหน หล่อนคือเหยาสือเมิ่ง ตัวเอกของนิยายเรื่องนี้นั่นเอง

เหยาสือเมิ่งเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กันที่ได้เจอเจียงอวี่ม่าน เมื่อวานหล่อนตามพ่อไปไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จึงรู้ว่าเจียงอวี่ม่านคือภรรยาของฟู่จิ่งเฉิน

เมื่อได้เห็นใบหน้าที่สวยงามหมดจดของเธอใกล้ๆ แววตาของหล่อนก็ฉายความรู้สึกซับซ้อนยากจะคาดเดา

เหยาสือเมิ่งคือคนที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ในชาติก่อน ครอบครัวฟู่ก็ถูกส่งตัวมาดัดนิสัยที่ชนบทเช่นกัน แต่เพียงสองปีให้หลัง พวกเขาก็ได้รับการล้างมลทินและกลับคืนสู่เมืองหลวง นับแต่นั้นมา หน้าที่การงานของพวกเขาก็ก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง กลายเป็นบุคคลระดับชนชั้นนำที่ชาวบ้านตาดำๆ อย่างพวกหล่อนไม่อาจเอื้อมถึง

ทว่าตลอดช่วงเวลาเหล่านั้น กลับไม่มีผู้หญิงที่ชื่อเจียงอวี่ม่านปรากฏตัวขึ้นเลย

มีเพียงฟู่จิ่งเฉิน ฟู่ไห่ถัง และฟู่วั่งซาน ส่วนมารดาฟู่นั้นตรอมใจตายหลังจากเดินทางมาถึงได้ไม่นาน

แต่ในชาตินี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวฟู่ถึงได้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนเดินทางมาที่ชนบทด้วย

แถมมารดาฟู่ก็ดูแข็งแรงดี ไม่ได้มีท่าทีเจ็บออดๆ แอดๆ เหมือนคนใกล้ตายเลยสักนิด

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้หล่อนรู้สึกสับสนวุ่นวายใจอย่างหนัก ในชาติก่อนหล่อนถูกยุวชนชนบทสารเลวหลอกใช้จนชีวิตพังทลาย หล่อนจึงหวาดหวั่นว่าในชาตินี้ เหตุการณ์ต่างๆ ที่ควรจะเกิดขึ้นตามครรลองจะผิดเพี้ยนไปจากความทรงจำของหล่อน

ถ้าเป็นแบบนั้น หล่อนจะยังสามารถพลิกชะตาชีวิตของตัวเองได้อีกหรือ?

"คุณคือลูกสาวคนเล็กของหัวหน้ากองพลน้อยใช่ไหมคะ" ในที่สุด เจียงอวี่ม่านก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน

หากไม่จำเป็นจริงๆ เธอไม่อยากจะมีเรื่องขัดแย้งหรือกระทบกระทั่งกับเหยาสือเมิ่งเลย

ในฐานะตัวเอกของเรื่อง หล่อนมีโชคชะตาที่เหนือกว่าคนทั่วไป แถมยังมี 'สูตรโกง' เป็นความทรงจำจากชาติก่อนอีกด้วย

ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีผลประโยชน์ใดๆ มาขัดแย้งกัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดศึกสร้างศัตรูกับเหยาสือเมิ่งตั้งแต่เนิ่นๆ

"ใช่ค่ะ พี่สะใภ้ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฟืนที่บ้านหมด ฉันก็เลยจะมาเอาฟืนน่ะค่ะ เกือบชนพี่เข้าให้แล้ว" เหยาสือเมิ่งตอบกลับอย่างสุภาพตามมารยาท

หล่อนไม่รู้ว่าเจียงอวี่ม่านมาทำอะไรที่นี่ แต่โดยสัญชาตญาณแล้ว หล่อนไม่ได้รู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด

ราวกับมีลางสังหรณ์บางอย่างบอกหล่อนว่า ผู้หญิงคนนี้ได้แย่งชิงสิ่งสำคัญบางอย่างในชีวิตหล่อนไป

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" เจียงอวี่ม่านโบกมือปัด "คุณไปทำธุระเถอะค่ะ ฉันขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ"

พูดจบ เธอก็ประคองถาดอาหารกลับเข้าห้องไป

เหยาสือเมิ่งมองตามแผ่นหลังของเจียงอวี่ม่านด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

นอกจากเรื่องของเจียงอวี่ม่านแล้ว ตลอดหลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่หล่อนได้กลับชาติมาเกิด เหตุการณ์ต่างๆ ก็ดำเนินไปตามความทรงจำของหล่อนแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว

ขอเพียงแค่เหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้เกิดขึ้นจริง ก็เป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่าความทรงจำของหล่อนนั้นถูกต้องแม่นยำ...

เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง ครอบครัวฟู่ก็ได้อิ่มหนำสำราญกับอาหารมื้อใหญ่จนปากมันแผล็บกันอีกครั้ง

ระหว่างที่กำลังล้อมวงกินข้าว ฟู่ไห่ถังก็เล่าเรื่องที่เธอได้ยินมาระหว่างทำงานให้ทุกคนฟัง

"พ่อคะ พี่คะ ทำไมฉันถึงได้ยินชาวบ้านเขาคุยกันว่า ช่วงนี้มีหมูป่าลงมาจากเขา แล้วทางกองพลน้อยก็กำลังวางแผนจะไปล่ามันด้วยล่ะคะ"

ฟู่วั่งซานขมวดคิ้วถามเสียงขรึม "ลูกไปได้ยินมาจากใคร"

หมูป่าถือเป็นสัตว์ร้ายที่ดุร้ายและอันตรายมากที่สุดชนิดหนึ่งบนภูเขา พวกมันชอบนอนคลุกโคลนคลุกหินอยู่เป็นประจำ ทำให้ผิวหนังของมันหนาเตอะและแข็งแกร่งประดุจสวมเกราะ หอกดาบธรรมดาแทบจะระคายเคืองผิวมันไม่ได้เลย การจะจัดการกับพวกมันจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนสาหัส

โดยเฉพาะเขี้ยวอันแหลมคมของมัน หากใครโชคร้ายโดนขวิดเข้าล่ะก็ ต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสปางตาย

แล้วทำไมจู่ๆ ทางกองพลน้อยถึงคิดจะไปล่าหมูป่ากันล่ะ?

"ฉันได้ยินหัวหน้ากองพลน้อยยืนคุยกับผู้ชายอีกสองสามคนอยู่ตรงคันนาน่ะค่ะ"

วันนี้แปลงนาที่ฟู่ไห่ถังทำอยู่ติดกับแปลงนาของเหยาอันกั๋วพอดี และพวกเขาก็ไม่ได้คุยกันแบบปิดบังซ่อนเร้นอะไร

"หัวหน้าบอกว่ามีหมูป่าจากทางฝั่งกองพลน้อยโฮ่วซานลงมาจากเขา แล้วเข้าไปบุกรุกทำลายพืชผลในนา ชาวบ้านบางคนบังเอิญไปเจอตอนพยายามจะไล่พวกมัน ก็เลยโดนขวิดตายไปตั้งสองคนแน่ะค่ะ"

กองพลน้อยโฮ่วซานกับกองพลน้อยสือเหนียนจื่อตั้งอยู่ติดกัน หลังจากเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น ทางกองพลน้อยจึงรีบเกณฑ์ชายฉกรรจ์ขึ้นเขาไปสำรวจดูลาดเลา

ผลการสำรวจพบว่ามีหมูป่าอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ทั้งตัวผู้ ตัวเมีย และลูกหมู รวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัว!

แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าจำนวนของมันก็คือ พวกมันกำลังเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน และทิศทางที่พวกมันมุ่งหน้าไปก็คือกองพลน้อยสือเหนียนจื่อ

ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเร่งเก็บเกี่ยว พืชผลที่ได้ไม่เพียงแต่ต้องนำมาจัดสรรเป็นเสบียงให้ชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังต้องส่งมอบให้ทางคอมมูนอีกด้วย!

หากผลผลิตในนาต้องพังพินาศเพราะฝูงหมูป่าพวกนี้ ฤดูหนาวปีนี้คงได้อดอยากปากแห้งกันทั้งหมู่บ้านแน่!

และเมื่อถึงช่วงรอยต่อก่อนฤดูเก็บเกี่ยวรอบถัดไปในปีหน้า ทุกคนก็คงต้องทนหิวโซกันถ้วนหน้า

ด้วยเหตุนี้ หัวหน้ากองพลน้อยโฮ่วซานจึงรีบตาลีตาเหลือกมาแจ้งข่าวให้เหยาอันกั๋วทราบ

เหยาอันกั๋วเห็นว่าขืนนั่งรอความตายอยู่เฉยๆ คงไม่แคล้วต้องพินาศกันหมด เขาจึงกำลังปรึกษาหารือเรื่องการเกณฑ์ชายหนุ่มในหมู่บ้านขึ้นเขาไปขับไล่ฝูงหมูป่า

เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เจียงอวี่ม่านที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็เผลอกำตะเกียบในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เธอจำเหตุการณ์นี้ได้แม่นยำ!

ในนิยาย ฝูงหมูป่าพวกนี้จะบุกเข้ามาอาละวาดทำลายพืชผลในกองพลน้อยสือเหนียนจื่อในคืนพรุ่งนี้!

ด้วยความโกรธแค้น เหยาอันกั๋วจึงบากหน้าไปขอยืมปืนลูกซองจากสถานีตำรวจ และเกณฑ์ชาวบ้านออกไปล่าหมูป่า ทว่าด้วยความที่ต่างคนต่างทำ ไม่มีการประสานงานที่ดี ใครบางคนดันตีฆ้องร้องป่าวขึ้นมาก่อนที่กับดักจะเสร็จสมบูรณ์

เสียงเอะอะโวยวายทำให้ฝูงหมูป่าตื่นตระหนกและวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง แต่กลับไม่ยอมตกลงไปในกับดักที่เตรียมไว้

เมื่อพวกมันเห็นชาวบ้านแห่กันออกมาเป็นฝูง ก็ราวกับเจอเป้าหมายให้ระบายความเกรี้ยวกราด พวกมันจึงพุ่งเข้าจู่โจมชาวบ้านอย่างบ้าคลั่ง

ชาวบ้านใช้ปืนลูกซองไม่เป็น จะวิ่งหนีก็ไม่ทัน จะปีนต้นไม้ก็ไม่ทันการ

ผู้ชายหลายคนถูกหมูป่าตัวผู้ขวิดอัดก๊อบปี้ติดกับต้นไม้ จนแขนหัก ขาหัก บางคนถึงกับตาบอด ความสูญเสียในครั้งนั้นช่างหนักหนาสาหัสนัก

หลังจากเหตุการณ์นั้น เหยาอันกั๋วก็ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งหัวหน้ากองพลน้อย โทษฐานตัดสินใจผิดพลาดอย่างร้ายแรงจนทำให้ชาวบ้านต้องรับเคราะห์

ส่วนเหยาสือเมิ่งที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่นั้น แม้หล่อนจะพยายามห้ามปรามผู้เป็นพ่อแต่ก็ไม่เป็นผล หล่อนจึงทำได้เพียงสวมรอยเป็นคนตีฆ้องเสียเอง

ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะขับไล่ฝูงหมูป่าไปได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยชาวบ้านหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

สำหรับครอบครัวฟู่นั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว พวกเขากำลังจมอยู่กับความโศกเศร้าเสียใจจากการจากไปของมารดาฟู่ จึงไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้เลยแม้แต่น้อย

และเนื่องจากเหตุการณ์นี้ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเนื้อเรื่องหลักในภายหลัง เจียงอวี่ม่านจึงลืมเลือนมันไปเสียสนิทจนกระทั่งตอนนี้

"หมูป่าลงจากเขามันอันตรายมากเลยนะ ม่านม่าน ต่อไปเวลาพวกเราออกไปทำงาน ลูกก็อยู่แต่ในบ้านนะ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด" มารดาฟู่กำชับด้วยความเป็นห่วง

"แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ บ้านเราไม่มีของกินอะไรล่อตาล่อใจ หมูป่ามันไม่บุกเข้ามาหรอกค่ะ" เจียงอวี่ม่านเอ่ยปลอบใจ

"นั่นน่ะสิ!"

ฟู่ไห่ถังรีบผสมโรง ก่อนจะหันไปทางพ่อและพี่ชาย "พ่อคะ พี่คะ ฉันได้ยินมาว่าคืนนี้พวกเขาจะเริ่มจัดทีมกัน แล้วพรุ่งนี้ก็จะไปขอยืมปืนลูกซองด้วย"

"พี่ชายเคยได้ฉายาว่าเป็นนักแม่นปืนตอนอยู่กองทัพไม่ใช่เหรอคะ พี่อยากจะลองไปโชว์ฝีมือดูไหม"

เธอได้ยินมาว่าถ้าล่าหมูป่าได้ ทางหมู่บ้านจะแบ่งเนื้อให้เยอะมาก เธอจึงรู้สึกตื่นเต้นและอยากได้ส่วนแบ่งนั้น

ด้วยฝีมือความแม่นปืนระดับพี่ชายเธอ เรื่องแค่นี้ก็เหมือนปอกกล้วยเข้าปากไม่ใช่หรือไง?

"ไม่ได้เด็ดขาด!" มารดาฟู่สวนขึ้นมาทันควัน พลางใช้นิ้วจิ้มหน้าผากฟู่ไห่ถังอย่างแรง "ยัยเด็กไม่รู้จักโต แกไม่รู้หรือไงว่าหมูป่ามันน่ากลัวขนาดไหน!"

ถ้าลูกชายหรือสามีของป้าแกเป็นอะไรไป ป้าแกคงขาดใจตายแน่!

หลังจากดุลูกสาวเสร็จ มารดาฟู่ก็หันไปหาฟู่วั่งซาน "ตาเฒ่า คุณก็เห็นด้วยกับฉันใช่ไหม"

ทว่าฟู่วั่งซานกลับไม่พยักหน้าตอบรับ เขากลับหันไปถามฟู่ไห่ถังแทน "ลูกได้ยินมาไม่ผิดแน่ใช่ไหม ว่าพวกเขาจะไปขอยืมปืนลูกซอง"

"ไม่ผิดแน่ค่ะ" ฟู่ไห่ถังลูบหน้าผากป้อยๆ พลางพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น

"เดี๋ยวบ่ายนี้พวกเราลองไปถามไถ่ดู" ฟู่วั่งซานหันไปมองฟู่จิ่งเฉิน

สองพ่อลูกลอบมองเจียงอวี่ม่านพร้อมกัน หากพวกเขาสามารถล่าหมูป่าได้จริงๆ มันจะเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้เธอและลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาได้อย่างดีเยี่ยม

และเหตุผลก็ไม่ได้มีแค่นั้น

แม้ครอบครัวของพวกเขาจะมีเส้นสายหนุนหลัง แต่ในสายตาของชาวบ้าน พวกเขาก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า พวกเขาจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นเกราะคุ้มกันให้ครอบครัว

และการล่าหมูป่าก็คือโอกาสอันเหมาะสมและหาได้ยากยิ่ง

เจียงอวี่ม่านไม่คาดคิดเลยว่าทั้งสองคนจะเห็นดีเห็นงามด้วย เธอเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาด้วยความตื่นตะลึง—

จบบทที่ บทที่ 22: หมูป่าบุกอาละวาดลงจากเขา?

คัดลอกลิงก์แล้ว