- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ ค่าสถานะของฉันสูงมาก ฉันสามารถเก็บเลเวลได้ทุกอย่าง
- บทที่ 20 หอพักรวมเรเวนคลอ
บทที่ 20 หอพักรวมเรเวนคลอ
บทที่ 20 หอพักรวมเรเวนคลอ
บทที่ 20 หอพักรวมเรเวนคลอ
ควีเรลล์ผู้โพกศีรษะด้วยผ้าเทอร์บันลุกขึ้นยืนพลางค้อมศีรษะให้คนในห้องโถงเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"สะ...สวัสดีทุกคน ผมควีนัส ควีเรลล์ ผม...จะมาทำหน้าที่สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด"
เหล่านักเรียนปีหนึ่งเริ่มกระซิบกระซาบกันทันที เพราะบุคลิกของเขาช่างห่างไกลจากภาพลักษณ์อาจารย์พ่อมดที่พวกเขาจินตนาการไว้เหลือเกิน ท่าทางประหม่าและอาการพูดติดอ่างนั้นดูไม่เหมือนผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์แม้แต่น้อย
ดัมเบิลดอร์พยักหน้าให้ควีเรลล์อย่างสุภาพก่อนจะหันไปประกาศแจ้งข่าวสารต่าง ๆ
"นักเรียนปีหนึ่งโปรดทราบ ป่าต้องห้ามเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดสำหรับนักเรียนทุกคน ส่วนนักเรียนรุ่นพี่ ฉันขอเน้นย้ำคำเตือนนี้อีกครั้ง"
ขณะพูด สายตาของเขาเหลือบไปทางฝาแฝดวีสลีย์ที่ยังคงสุมหัววางแผนกันอย่างไม่ลดละ
"คุณฟิลช์ ภารโรงของเรา ฝากมาเตือนพวกเธอด้วยว่า ห้ามใช้เวทมนตร์บริเวณโถงทางเดินหรือห้องโถงกลางในช่วงพัก"
"สำหรับนักเรียนปีห้าและปีเจ็ด ปีนี้พวกเธอจะต้องเผชิญกับการสอบที่สำคัญที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยมีมา ฉันขอให้ทุกคนโชคดี"
ดัมเบิลดอร์หยุดเว้นจังหวะ พลางกวาดสายตามองเหล่านักเรียนด้วยน้ำเสียงเชิงเตือนแต่แฝงความเป็นกันเอง
"สุดท้ายนี้ และเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากใครไม่ยากพบกับจุดจบที่เจ็บปวดและสยดสยอง จงอยู่ห่างจากโถงทางเดินฝั่งขวาบนชั้นสี่เสีย"
ทั่วทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงัน ยกเว้นจอร์จและเฟร็ด วีสลีย์ ที่ดวงตาเป็นประกายวาววับขณะสบตาหยั่งเชิงกัน
โร้คซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะเรเวนคลอทันเห็นท่าทีของฝาแฝดคู่นั้นพอดี เขาจึงกระตุกยิ้มที่มุมปาก คำเตือนของดัมเบิลดอร์เปรียบเสมือนการโยนเหยื่อล่อเหล่านักกล้าดีเดือดในห้องนี้ชัด ๆ แถมยังระบุพิกัดให้เสร็จสรรพ ถึงแม้เป้าหมายของดัมเบิลดอร์จะไม่ใช่สองพี่น้องคู่นี้ แต่ดูเหมือนแฝดวีสลีย์จะติดเบ็ดเข้าเต็มเปา
ดัมเบิลดอร์เมินเฉยต่อความเงียบสงัดนั้น เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ "เอาล่ะ ก่อนจะจบการเลี้ยงฉลอง เรามาช่วยกันร้องเพลงประจำโรงเรียนเถอะ"
เขาสะบัดไม้กายสิทธิ์เพียงครั้งเดียว ริบบิ้นแสงสีทองก็พุ่งออกมากลายเป็นถ้อยคำลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ดัมเบิลดอร์คว้าตัวศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่ดูไม่ค่อยเต็มใจนักมาร่วมวง ก่อนที่เสียงเพลงจะดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถง
โร้คพยายามหดตัวลงกับเก้าอี้เพื่อหลบเลี่ยงเพเนโลพีที่กำลังคะยั้นคะยอให้เขาร่วมร้องเพลงด้วยเสียงอันดังกังวาน
"เคราเมอร์ลินเป็นพยาน... นี่เธอไปบีบคอใครมาบ้างเนี่ย"
เมื่อเห็นเพเนโลพีแผดเสียงร้องเพลงอย่างสุดกำลัง โร้คก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย เรเวนคลอนี่มันน่าอึดอัดขนาดนี้เชียวหรือ หรือว่าเนื้อแท้ของเพเนโลพีจะเป็นชาวกริฟฟินดอร์กันแน่
ชาวเรเวนคลอส่วนใหญ่ทำเพียงขยับปากตามเบา ๆ พลางหูแดงระเรื่อด้วยความขัดเขินต่อเสียงอึกทึกรอบข้าง เมื่อบทเพลงสิ้นสุดลง ดัมเบิลดอร์ซับน้ำตาที่หัวตาแล้วประกาศว่า "เอาล่ะ พรีเฟ็คทั้งหลาย ช่วยนำทางนักเรียนปีหนึ่งไปที่หอพักรวมได้เลย"
โร้คลุกขึ้นเดินตามเพเนโลพีไป สายตาคอยลอบมองการตกแต่งที่แปลกประหลาดภายในปราสาท ฮอกวอตส์ช่างเป็นสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างไม่ต้องสงสัย รูปภาพบนผนังโบกมือทักทายพวกเขา แม้แต่เหล่าผีก็ยังช่วยบอกทาง ถึงแม้คำแนะนำนั้นจะใช้งานจริงไม่ค่อยได้ก็เถอะ
พวกเขาก้าวขึ้นบันไดวนจนมาถึงจุดสูงสุดของหอคอยทิศตะวันตก เบื้องหน้าคือประตูทองแดงที่ไร้ที่จับ มีเพียงเคาะประตูรูปนกอินทรีประดับอยู่เท่านั้น
เพเนโลพียกห่วงเคาะขึ้นแล้วเคาะเบา ๆ ทันใดนั้นนกอินทรีดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมา มันสะบัดตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม
"ข้าไร้ลำคอ แต่ต้องถูกป้อนเพื่อให้มีชีวิต ข้าคือสิ่งใด"
เพเนโลพีเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหันไปทางกลุ่มนักเรียนปีหนึ่ง
"แต่ละบ้านมีวิธีเข้าหอพักแตกต่างกัน สำหรับเรเวนคลอ พวกเธอต้องตอบคำถามลับสมองของนกอินทรี หัวข้อจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดังนั้นฉันขอเตือนด้วยความหวังดีว่า จงอ่านหนังสือให้มาก มิฉะนั้นพวกเธอคงต้องยืนรออยู่ข้างนอกจนกว่าจะมีใครสักคนมาเปิดให้"
เธอกวาดสายตามองทุกคนพลางยิ้มละไม "คำถามวันนี้ไม่ยากนัก มีนักเรียนปีหนึ่งคนไหนอยากลองดูไหม"
เหล่านักเรียนใหม่พากันขยับตัวอย่างประหม่า ถึงจะถูกคัดสรรมาอยู่เรเวนคลอ แต่การเผชิญกับบททดสอบแรกก็ยังน่าหวั่นใจอยู่ดี
"ไม่ต้องกังวลไป คำตอบที่ถูกต้องไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว แค่ตอบให้นกอินทรีพอใจก็ได้แล้ว" เพเนโลพีปลอบโยนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
โร้คที่กำลังขบคิดถึงปริศนานั้นอยู่พอดีพลันสบตาเข้ากับเธอ
"โร้ค สนใจลองหน่อยไหม"
"เอ่อ..."
เมื่อถูกเรียก เขาจึงก้าวออกไปข้างหน้า "ไฟ"
"มันต้องการไม้เพื่อให้ลุกโชนอยู่เสมอ"
นกอินทรีสยายปีกทองแดงราวกับพึงพอใจ ประตูเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นรูปสลักนกอินทรีสยายปีกพุ่งทะยาน บันไดสั้น ๆ และเพดานทรงโค้งที่วาดลวดลายดวงดาราพราวไสว
"คำตอบยอดเยี่ยมมาก" เพเนโลพีปรบมือเบา ๆ ความจริงแล้วเธอเพียงต้องการให้เด็กปีหนึ่งสักคนกล้าที่จะก้าวออกมาทำลายความเงียบเท่านั้น ไม่สำคัญว่าเป็นใคร ขอเพียงเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ใหม่พอ ๆ กัน และคำตอบของโร้คก็ทำหน้าที่นั้นได้เป็นอย่างดี
"ยินดีต้อนรับสู่เรเวนคลอ"
เธอยักคิ้วให้โร้คก่อนจะนำทุกคนเข้าไปข้างใน พรมสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายประณีตช่วยดูดซับเสียงฝีเท้าจนเงียบสนิท คงออกแบบมาเพื่อความเงียบสงบในการอ่านหนังสือกระมัง
พวกเขาสวนบันไดวนขึ้นมาจนถึงห้องวงกลมที่สว่างไสวและปลอดโปร่ง หน้าต่างโค้งเปิดรับลมให้พัดผ่านม่านและผ้าปักบนผนัง ตรงกลางห้องมีรูปปั้นหินอ่อนสีขาวตั้งตระหง่าน
"นี่คือ โรเวนา เรเวนคลอ ผู้ก่อตั้งบ้านของเรา"
นักเรียนปีหนึ่งต่างพยักหน้าและซุบซิบกัน โร้คจ้องมองรูปสั้นนั้นด้วยความสนใจ แม้จะสลักจากหิน แต่ดวงตานั้นดูมีชีวิตชีวาจนน่าทึ่ง คงไม่ดีแน่ถ้าต้องเดินมาเจอในตอนกลางคืนระหว่างไปเข้าห้องน้ำ เขาจึงสลัดความคิดนั้นทิ้งไป
รุ่นพี่บางส่วนจับจองเก้าอี้นวมและจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือ เพเนโลพีปรบมือเรียกความสนใจหลังจากพาชมจนทั่ว
"ค่อยสำรวจต่อวันหลังก็แล้วกัน พวกเธอต้องอยู่ที่นี่ไปอีกตั้งเจ็ดปี ตอนนี้ควรไปที่ห้องนอนได้แล้ว"
สายตาของเธอจ้องมองนักเรียนปีหนึ่งบางคนที่เริ่มโงนเงนเพราะความง่วง
"นักเรียนหญิงตามฉันมา ส่วนนักเรียนชายตามพรีเฟ็คชายไป"
เธอโบกมือเรียกเด็กผู้หญิงให้เดินตามไปทางหนึ่ง พรีเฟ็คชายที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังก้าวออกมายืนข้างหน้า "เอาล่ะพวกนาย ตามมาทางนี้"