- หน้าแรก
- บันทึกตำนานขององค์ชายหกผู้ตกอับ
- บทที่ 8 - องค์ชาย ท่านไม่ดูตำราพิชัยสงคราม แต่มาดูตำราอาหารหรือ
บทที่ 8 - องค์ชาย ท่านไม่ดูตำราพิชัยสงคราม แต่มาดูตำราอาหารหรือ
บทที่ 8 - องค์ชาย ท่านไม่ดูตำราพิชัยสงคราม แต่มาดูตำราอาหารหรือ
บทที่ 8 - องค์ชาย ท่านไม่ดูตำราพิชัยสงคราม แต่มาดูตำราอาหารหรือ
หลี่ต้าจุ่ยตัวสั่นเทา
"ข้าน้อยไม่ควรทำข้าวสวยมากขนาดนั้นในคราวเดียว คลังเสบียงในจวนอ๋องของพวกเรา ไม่มีข้าวสารแล้วพ่ะย่ะค่ะ ของที่นำติดตัวมาจากฉางอัน ถูกกินจนหมดเกลี้ยงแล้ว"
หลี่อินชะงักไป ยกมือขึ้นกุมขมับ
"หยุดเลยๆ แค่เรื่องนี้หรือ"
"แค่เรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้ ข้าจะทำอะไรเจ้า ข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ"
หลี่ต้าจุ่ยจ้องมองหลี่อินอย่างเหม่อลอย จากนั้นก็รีบก้มหน้าลงทันที
ไม่ใช่นะองค์ชาย ตอนที่ท่านถือแส้เฆี่ยนตีข้ามาตลอดทาง ท่านไม่ได้พูดเช่นนี้นี่นา
หลี่อินก็ปวดหัวเช่นกัน พ่อครัวที่หลี่ซื่อหมินส่งมาผู้นี้ ฝีมือทำอาหารพอใช้ได้ ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือความขี้ขลาด
"ต้าจุ่ย ที่วันนี้ข้าเรียกเจ้ามา ก็เพราะข้ามีเรื่องสำคัญประการหนึ่ง จะมอบหมายให้เจ้าทำ"
"นี่คือตำราอาหารที่ข้าอดหลับอดนอนเตรียมไว้เมื่อคืน ภายในบันทึกเมนูอาหารรสเลิศมากมายเอาไว้ เจ้ากลับไปต้องท่องจำให้ขึ้นใจ ต่อจากนี้ ข้าจะกินแต่อาหารเหล่านี้เท่านั้น"
หลี่ต้าจุ่ยแอบชำเลืองมองหลี่อินด้วยความกังขา ภายในใจยิ่งสั่นเทาจนทนไม่ไหว ถึงขั้นรู้สึกเลือนลางว่ากางเกงเริ่มเปียกชื้นแล้ว
แนวทางการทำเรื่องราวขององค์ชายหกผู้นี้ เขาเคยได้ยินมาบ้างตอนอยู่ในพระราชวัง
ตำราอาหารเล่มนี้ จะเป็นการวางกับดักให้ตนเองหรือไม่นะ
เมื่อเปิดตำราอาหาร หลี่ต้าจุ่ยก็ชะงักงัน
"องค์ชาย ของที่อยู่ในตำราอาหารเล่มนี้ นี่ นี่มัน ข้าน้อยไม่เคยเห็นเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่เป็นไร อีกไม่นานเจ้าก็จะได้เห็นแล้ว ตั้งใจเรียนรู้ให้ดี ลืมฝีมือเก่าๆ ของเจ้าไปให้หมด หากเจ้าเรียนรู้ตำราอาหารเล่มนี้ได้ อย่าว่าแต่เมืองเจียวโจวเลย ต่อให้เป็นทั่วทั้งต้าถัง เจ้าก็สามารถเดินอาดๆ ได้อย่างผ่าเผย"
หลี่ต้าจุ่ยปั้นหน้าบูดบึ้ง เขาจะเชื่อหรือ
เขาต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอน
หากมีตำราอาหารเช่นนี้จริง ตอนที่หั่นผักอยู่ในห้องเครื่องในวังหลวง บรรดาพ่อครัวหลวงจะไม่ชิงเรียนรู้ไปก่อนหรอกหรือ
หลี่อินหันหน้าไป เปิดหีบออก ภายในใจขยับความคิด หีบเครื่องปรุงรสชุดนั้นของระบบก็ปรากฏขึ้น
"ภายในหีบใบนี้ล้วนเป็นเครื่องปรุงรส ด้านบนมีป้ายระบุเอาไว้ เจ้าไปศึกษาดูเอาเอง ใช้หมดแล้วก็ไปแจ้งที่เหล่าหวง ข้าย่อมมีมาเติมให้เจ้าอย่างแน่นอน"
"ตอนนี้เจ้ามีคำถามอะไร ก็ถามมาได้เลย พ้นจากวันนี้ไป ข้าก็ไม่มีเวลามาสนใจเจ้าแล้ว ถึงเวลาหากเจ้าทำไม่ได้ ระวังข้าจะจับเจ้าตอนแล้วส่งไปเป็นลูกบุญธรรมของเหล่าหวงเสีย"
ฝีมือการข่มขู่คนของหลี่อินนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว อย่างไรเสียฐานะก็วางไว้อยู่ตรงนี้
พริบตาเดียว หลี่ต้าจุ่ยก็เริ่มสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้ง
"องค์ชาย น้ำมัน ทอด ผัด คือสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"นี่เป็นวิธีการทำอาหารรูปแบบหนึ่ง รายละเอียดข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ข้าเคยกิน หากเจ้าทำออกมาไม่ค่อยถูกต้อง ข้าก็สามารถลิ้มรสออกมาได้"
"แล้วน้ำมันนี้มาจากไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ" ตอนนี้หลี่ต้าจุ่ยถูกดึงดูดด้วยสิ่งของบนตำราอาหารไปเสียแล้ว
"ข้าจำได้ว่าดินแดนเจียวโจวแห่งนี้มีของชนิดหนึ่ง เรียกว่าเมล็ดผักกาด เจ้าลองไปหาดู น้ำมันนั่นก็คั้นออกมาจากของสิ่งนี้แหละ"
ตอนนี้ในใจของหลี่ต้าจุ่ยไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว พอคนเราได้มาอยู่ในสายงานที่ตนเองคุ้นเคย ก็จะเกิดความมั่นใจขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
แต่ในขณะเดียวกัน ภายในใจของเขาก็เกิดข้อสงสัยอันยิ่งใหญ่ขึ้นมา
หรือว่า องค์ชายจะมีความรู้เรื่องการทำอาหาร
ใช่ ต้องเป็นเช่นนั้นแน่
ฝ่าบาททรงเป็นถึงโอรสสวรรค์ พระโอรสของฝ่าบาทจะสามารถทำอะไรได้มากหน่อย ก็ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ
เวลานี้ ภายในใจของหลี่ต้าจุ่ยก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างฉับพลัน
หรือจะบอกว่า ตลอดการเดินทางมายังเจียวโจว สาเหตุที่องค์ชายต้องคอยเฆี่ยนตีเขาในทุกๆ วันที่ไม่มีอะไรทำ ที่แท้ก็เพื่อต้องการให้เขาหลี่ต้าจุ่ยมีฝีมือทำอาหารที่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น
ซี้ด
ความคิดของท่านผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ธรรมดาเลย
ที่แท้ องค์ชายก็เห็นคุณค่าในตัวเขามาโดยตลอด คิดมาตลอดว่าเขาสามารถเป็นพ่อครัวที่เก่งกาจขึ้นได้
วินาทีนี้ จู่ๆ หลี่ต้าจุ่ยก็คิดตก เขารู้สึกว่าตนเองมีความสุขอย่างหาเปรียบไม่ได้
องค์ชาย ทรงมีความตั้งใจอันลึกซึ้ง เจ็บแค้นเพียงที่ตนเองเพิ่งจะมาเข้าใจเอาป่านนี้
"องค์ชาย ข้าน้อยขอรับรองว่าจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ให้จงได้ ข้าน้อยจะไปหาเมล็ดผักกาดมาสกัดเป็นน้ำมันเดี๋ยวนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ"
ยุคสมัยนี้ บนท้องตลาดมีน้ำมันเมล็ดผักกาดวางขายอยู่ เพียงแต่ไม่ได้นำมาใช้ผัดกับข้าว แต่ใช้เพื่อจุดไฟในอาราม หรือใช้สำหรับบูชาทำนองนั้น
"หลี่ต้าจุ่ย ขอเพียงเจ้าเรียนรู้ตำราอาหารเหล่านี้ได้สำเร็จ ข้าจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นพ่อครัวยอดเยี่ยมแห่งเจียวโจว"
คล้อยหลังหลี่ต้าจุ่ยที่เพิ่งเดินจากไป ชุ่ยเอ๋อร์ที่คอยปรนนิบัติอยู่ด้านข้างก็ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ
"องค์ชาย เมื่อวานท่านบอกว่าจะดูตำราพิชัยสงครามไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงมาดูตำราอาหารได้ล่ะ"
หลี่อินเอนตัวไปด้านหลังด้วยท่วงท่าอันเป็นกลยุทธ์ ล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้โยก
"ชุ่ยเอ๋อร์หนอชุ่ยเอ๋อร์ เจ้าจะไปรู้อะไร อยากกินของอร่อย ก็ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจสักหน่อย"
"จริงสิ ข้าขอถามเจ้า วันนี้ยังมีใครมาส่งลิ้นจี่ให้ข้าอีกหรือไม่"
ชุ่ยเอ๋อร์ส่ายหน้า หลี่อินโกรธมาก
ดูท่า ในหมู่ชาวเมืองเจียวโจว จะมีคนเลวอยู่เสียแล้ว
เช่นนั้น ก็ถึงเวลาต้องซ่องสุมกำลังคนแล้ว
การจะพิชิตสถานที่แห่งหนึ่ง การใช้เพียงฝีปากปะทะคารมนั้นไร้ประโยชน์ ต้องใช้กำลังเข้าจัดการ
ได้ยินมาว่าดินแดนหลิ่งหนานแห่งนี้ มีตระกูลใหญ่บางตระกูลที่สะสมความมั่งคั่งไว้ไม่น้อย แม้จะเทียบกับห้าตระกูลใหญ่เจ็ดตระกูลดังเหล่านั้นไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันสักเท่าใดนัก
ข้าสามารถไม่รับได้ แต่พวกเจ้าจะมาไม่ส่งไม่ได้
จางเซี่ยงถือแผนที่ไว้ในมือ ยืนอยู่บนผืนดินที่หลี่อินตีกรอบเอาไว้ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
ถึงเวลาอาหารมื้อเที่ยงแล้ว บรรดาชาวบ้านที่ก่อนหน้านี้ยังมีสีหน้าหวาดหวั่นเพราะกลัวถูกหลอก เวลานี้ต่างพากันส่งเสียงร้องพร้อมกับก้มหน้าก้มตากินข้าว
ทั้งที่อากาศแห้งและร้อนจัด ประกอบกับผู้คนจำนวนมาก กลิ่นเหม็นเหงื่อบนร่างกาย เดิมทีก็ยากจะทนทานอยู่แล้ว
แต่เวลานี้ ในอากาศกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวสวย
เสียงเคี้ยวข้าวและกลืนกินดังกึกก้อง
ท่าทางของผู้คนหลายสิบหลายร้อยคนที่กินข้าวพร้อมกัน ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
จางเซี่ยงสวมชุดทหาร เหน็บดาบไว้ที่เอว เดินผ่านกลุ่มชาวบ้านเหล่านี้ บรรดาชาวบ้านต่างพากันลุกขึ้นจากพื้น และโค้งคำนับจางเซี่ยง
"นายทหาร ข้ามีคำขอที่ไม่สมควรประการหนึ่ง งานเกณฑ์แรงงานนี้ ลูกชายบ้านข้ามาทำด้วยได้หรือไม่"
จางเซี่ยงยกมุมปากขึ้น "ย่อมได้แน่นอน หลังจากพื้นที่ทำงานแห่งนี้สร้างเสร็จแล้ว จะไม่สามารถกลับบ้านได้ตามอำเภอใจอีก แต่ในช่วงไม่กี่วันนี้ พวกเจ้าสามารถไปบอกญาติสนิทมิตรสหายของพวกเจ้าได้เลยว่า การเกณฑ์แรงงานของจวนอ๋อง มีอาหารให้วันละสามมื้อ"
อานุภาพของอาหารสามมือนั้นยิ่งใหญ่มหาศาล เวลานี้จางเซี่ยงเชื่อมั่นอย่างหมดใจ
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ตอนที่เขาออกรบ วันหนึ่งได้กินข้าวกล้องสองมื้อก็นับว่าดีมากแล้ว
"ท่านผู้บัญชาการ องค์ชายมีเรื่องด่วนเรียกพบท่าน" ทหารนายหนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามา
ภายในจวนอ๋อง ตอนที่จางเซี่ยงรายงาน เขาก้มหน้าลง ถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง
หลี่อินสีหน้าดำทะมึน
"รายชื่อคนเหล่านี้ แต่ละคนมีความสามารถอะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง จะพักอาศัยอย่างไร การกินอยู่ขับถ่าย จะจัดการอย่างไร ภายในใจเจ้าไม่มีแผนการเลยหรือ"
จางเซี่ยงเกาหัว "องค์ชาย ข้าน้อยเป็นคนหยาบกระด้าง ทำเป็นแค่ร่ายรำดาบจับทวน นำทหารฝึกซ้อม สิ่งที่ท่านกล่าวมา ข้าน้อยพยายามอย่างหนักแล้วจริงๆ แต่ก็ไม่เข้าใจจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ"
หลี่อินทอดถอนใจ เรื่องนี้ก็จริงของเขา คนที่หลี่ซื่อหมินเลือกมาให้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนไม่รู้หนังสือ หากจะหาคนที่สามารถจัดการดูแลพื้นที่ทำงานได้เป็นอย่างดี เกรงว่าคงหาได้ยาก
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้ามีหน้าที่ไปตามสถานที่ต่างๆ ในหมู่บ้าน เพื่อค้นหาคนที่มีร่างกายกำยำแข็งแรง หากอายุน้อยได้ยิ่งดี จากนั้นก็เริ่มฝึกทหาร"
พอได้ยินคำว่าฝึกทหาร ขาของจางเซี่ยงก็แทบจะอ่อนยวบอีกครั้ง
อุตส่าห์เพิ่งจะตื่นเต้นดีใจไปเมื่อช่วงเช้า เวลานี้กลับรู้สึกราวกับตกลงไปในห้องน้ำแข็งก็ไม่ปาน
ทั้งเกณฑ์แรงงาน ทั้งซ่องสุมกำลังพลและฝึกทหาร
ไม่ใช่นะ องค์ชาย ท่านไม่รู้จริงๆ หรือว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่
"องค์ชาย ทำเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายที่อยู่ในดินแดนศักดินา นอกจากกององครักษ์หนึ่งร้อยนายแล้ว จะมีทหารนายอื่นไม่ได้อีกนะพ่ะย่ะค่ะ"
หลี่อินมองจางเซี่ยงด้วยความประหลาดใจ "ผู้ใดบอกว่าข้าจะให้พวกเขาไปเป็นทหาร ข้าฝึกฝนให้พวกเขาเป็นชาวยุทธ์ที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบและมีระเบียบวินัยต่างหาก เรียกชื่อว่า ค่ายเฮยเฟิง ก็แล้วกัน"