- หน้าแรก
- ท่านอ๋องกับระบบอัญเชิญขุมกำลังไร้เทียมทาน
- บทที่ 9 - ลงมือ
บทที่ 9 - ลงมือ
บทที่ 9 - ลงมือ
บทที่ 9 - ลงมือ
เวลานี้ภายในคฤหาสน์สมาคมมีดแดง ศีรษะคนกลิ้งหล่นเกลื่อนกลาด โลหิตไหลทะลักออกจากบาดแผลที่ไร้ศีรษะ
ราวกับแตงโมที่แตกกระจาย สีแดงฉานไหลไปตามร่องหินปูพื้น
"ข้าคือศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักจารึกกระบี่ ไม่ทราบว่าสำนักหกแก่นแท้ทำเช่นนี้มีเหตุผลอันใด"
"หัวหน้าสมาคมมีดแดงคือบิดาของข้า หากมีที่ใดล่วงเกินสำนักหกแก่นแท้ไป รบกวนช่วยไว้หน้าสำนักจารึกกระบี่ของพวกเราสักหน่อยเถิด"
ยังไม่ทันที่จีฉางอันจะเดินออกไป ด้านนอกก็มีเสียงดังกังวานดังขึ้น
และนี่ก็คือผลลัพธ์ที่จีฉางอันต้องการ
เวินเหลียงยืนอยู่หน้าประตู กำกระบี่ประสานมือกล่าวเสียงดัง บิดาส่งจดหมายมาขอความช่วยเหลือ
ตนเองรีบควบม้ามา ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมาทันเวลา โชคดีที่ยังไม่เกิดเรื่อง
ด้วยความแข็งแกร่งของสำนักจารึกกระบี่ การจะขอชีวิตคนผู้หนึ่งจากสำนักหกแก่นแท้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร
อย่างไรเสียสมาคมมีดแดงก็เป็นแค่มดปลวก จะเข้าตาบุคคลสำคัญได้อย่างไร
อย่างมากก็แค่เอาคนอื่นๆ ในสมาคมมีดแดงมาเป็นแพะรับบาป ให้พวกเขาบอกว่าบิดาของตนไม่รู้เรื่อง
เชื่อว่าลูกสมุนเหล่านั้น เพื่อภรรยาและลูกของตนเอง ย่อมยินดีเปิดปากพูดเช่นนั้นแน่
ส่วนชาวบ้านที่มุงดูสมาคมมีดแดงอยู่เดิมทีตั้งใจจะมาดูว่าใต้เท้าจากสำนักหกแก่นแท้จัดการคดีอย่างไร
แต่จู่ๆ ก็ได้ยินคำพูดนี้ จึงรีบพูดขึ้นว่า
"ไม่คิดเลยว่าจะเป็นจอมยุทธ์จากสำนักจารึกกระบี่ หรือว่าสมาคมมีดแดงจะถูกปรักปรำ"
"จอมยุทธ์บ้าบออะไรกัน สำนักหกแก่นแท้สืบมาถึงที่นี่แล้ว ต้องเป็นฝีมือของสมาคมมีดแดงแน่ๆ"
"แต่นี่คือสำนักจารึกกระบี่เลยนะ ใต้เท้าผู้นั้นจะช่วยเหลือพวกเราหรือ เขาจะ..."
เสียงพูดคุยของชาวบ้านไม่ดังนัก แต่ด้วยหูของเวินเหลียง จะไม่ได้ยินได้อย่างไร
หากเป็นเวลาปกติเขาคงสั่งสอนพวกชาวบ้านชั้นต่ำที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเหล่านี้ให้รู้สำนึกไปแล้ว ให้พวกเขารู้ว่าสิ่งใดเรียกว่า ชาวยุทธ์มิอาจหยามหมิ่น
แต่ตอนนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าสำนักหกแก่นแท้ เขาก็ยังคงเก็บงำรังสีอำมหิตของตนเองไว้
เพียงแค่ถลึงตาใส่ชาวบ้านที่พูดคุยกันด้วยสายตาเย็นชา สายตาดุร้ายราวกับหมาป่า ทำให้ชาวบ้านเหล่านั้นไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์อีกต่อไป
ส่วนผู้ปกครองที่สูญเสียลูกไปเหล่านั้น เวลานี้ร้อนใจยิ่งกว่าเดิม
พวกเขากลัวว่าใต้เท้าผู้นั้นจะสมรู้ร่วมคิดกับศิษย์ของสำนักจารึกกระบี่ตรงหน้านี้ พวกเขาไม่มีหนทางใดเลยจริงๆ
นี่คือความมั่นใจของเวินเหลียง ไม่ว่าใต้เท้าผู้นั้นจะเก่งกาจเพียงใด
ผลประโยชน์ที่ได้จากการดึงตัวสำนักจารึกกระบี่ของพวกเขาย่อมสูงกว่าผลประโยชน์จากการช่วยเหลือชาวบ้านธรรมดาเหล่านี้มากนัก
นี่คือความมั่นใจอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา
แต่ไม่นาน ความมั่นใจของเขาก็ถูกทำลายลง
เพราะเงาร่างเปื้อนเลือดสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา จากนั้นก็มีสิ่งของกลมๆ ถูกโยนออกมา
"นั้นมัน!"
เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ชาวบ้านที่มุงดูก็ส่งเสียงอุทานออกมา
"หัวคนนี่! มีคนตายแล้ว!"
"ต้องไปแจ้งทางการไหม"
"แจ้งการอะไรกัน ใต้เท้าจากสำนักหกแก่นแท้ก็อยู่ที่นี่ คนผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าสมาคมมีดแดงนะ..."
ชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างแตกตื่นกันยกใหญ่
"พี่น้องชาวบ้านทุกท่านโปรดอย่าตื่นตระหนก คนผู้นี้คือหัวหน้าสมาคมมีดแดง ผู้ที่เป็นตัวการทำให้เด็กๆ เหล่านั้นหายตัวไป ตอนนี้ถูกจับตายแล้ว เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง"
จีฉางอันกล่าวเสียงเรียบ ก้มมองดูเสื้อผ้าของตนเอง ถอนหายใจยาว รู้สึกหนักใจอยู่บ้าง
เสื้อผ้าเปื้อนเลือดเข้าเสียแล้ว คงจะซักยากน่าดู หรือว่าต้องทิ้งไปเลย
ตัวเขาเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์อย่างยิ่ง... น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ
ชาวบ้านที่มุงดูพอได้ยินดังนั้น แม้จะหวาดกลัว แต่ก็ยังจ้องมองหัวคนที่กลิ้งอยู่พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์... ไม่ได้วิจารณ์อะไรหรอก
คนตายหรือ พวกเขาย่อมไม่กลัว
อย่างไรเสียเวลาที่ลานประหารอู่เหมินประหารชีวิตคน คนก็แน่นขนัดเป็นประจำอยู่แล้ว
แน่นอนว่าผู้ปกครองบางคนที่พาเด็กมาด้วยก็ยังใช้มือปิดตาเด็กเอาไว้
ภาพตรงหน้านี้ ไม่เหมาะสำหรับเด็กจริงๆ
"เจ้า เจ้า" เวินเหลียงยืนตัวสั่นเทาอยู่กับที่
ศีรษะที่กลิ้งไปมาบนพื้น ในที่สุดก็หยุดนิ่ง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยโคลนและคราบเลือด
ใบหน้าที่คุ้นเคย ดวงตาที่สิ้นหวัง จ้องมองเวินเหลียงเขม็ง ราวกับกำลังพูดว่า "ลูกเอ๋ย พ่อตายอนาถนัก ทำไมเจ้าไม่ช่วยพ่อ"
เขานึกถึงบิดาผู้ใจดีและเป็นมิตรของตน ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้
เวินเหลียงรู้สึกว่าลมปราณในร่างปั่นป่วน กระอักเลือดออกมาคำโตทันที
ยิ่งคนเก่งกาจมากเท่าไหร่ การธาตุไฟเข้าแทรกก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อตนเองมากเท่านั้น
คนธรรมดาโมโหยากที่จะทำร้ายร่างกายของตนเอง แต่หากอยู่ระดับปราณก่อเกิด ก็อาจจะทำให้อวัยวะบางส่วนได้รับบาดเจ็บ
ยิ่งอยู่ระดับปราณกำเนิด หากควบคุมลมปราณไม่ได้ ก็มีโอกาสตายเอาดื้อๆ ได้ง่าย
แต่เวินเหลียงก็ไม่ได้ตาย เพียงแต่เช็ดเลือดที่มุมปาก จ้องมองจีฉางอันเขม็ง
ราวกับต้องการประทับใบหน้าของจีฉางอันลงในสมองของตนเอง
"ใต้เท้า ไม่ทราบว่าบิดาของข้าทำความผิดอันใด"
"แล้วหลักฐานมัดตัวแน่นหนาได้อย่างไร ต่อให้หลักฐานแน่นหนา... ท่านก็ไม่ควรเป็นคนฆ่า"
"ท่านยังไม่ได้ไต่สวน ยังไม่ได้ไปสำนักหกแก่นแท้ ก็ฆ่าเขาเสียแล้ว"
"ฆ่าก็คือฆ่า ทนดูไม่ได้ ก็เลยฆ่า มีอะไรหรือ เจ้าคิดจะแก้แค้นอย่างนั้นหรือ"
"ส่วนการไต่สวน การที่หัวหน้าสมาคมมีดแดงค้ามนุษย์ ก็เป็นความจริงอยู่แล้ว"
"ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า ท่านทำเช่นนี้ สำนักหกแก่นแท้จะไม่ปล่อยท่านไปแน่"
"สำนักจารึกกระบี่ของพวกเราก็จะไม่ปล่อยท่านไปเช่นกัน"
เวินเหลียงกัดฟันกรอด ในใจคิดหาวิธีลอบสังหารคนตรงหน้านี้ไว้แล้ว
จีฉางอันเช็ดกระบี่ยาวที่เปื้อนเลือด โบกมือ แล้วให้องครักษ์ปล่อยเด็กๆ ที่ถูกลักพาตัวไปออกมา
"ท่านปู่" "ท่านแม่" "เสี่ยวถง"
เวลานี้ในฝูงชน เสียงร้องเรียกด้วยความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งก็ดังขึ้น
คนเหล่านั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบลูกของตนเองอีกครั้ง
เดิมทีเป็นเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร แต่ตอนนี้กลับมีคนช่วยพวกเขางมมันขึ้นมาจากมหาสมุทรแล้ว
พวกเขาพากันพาเด็กๆ มาคุกเข่าขอบคุณ
"ขอบคุณใต้เท้า ขอบคุณใต้เท้า"
"หากไม่ได้ใต้เท้า ครอบครัวของพวกเราคงพินาศไปแล้ว"
"ทุกท่านรีบลุกขึ้นเถิด นี่มีอะไรต้องขอบคุณกัน"
"นี่เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว ต่อให้ต้องล่วงเกินสำนักจารึกกระบี่ ถูกสำนักหกแก่นแท้ลงโทษ และสูญเสียตำแหน่งผู้ตรวจการสำนักหกแก่นแท้ไป"
"ข้าก็ไม่มีความขุ่นเคืองใดๆ"
"ส่วนท่านผู้นี้ ท่านกับหัวหน้าสมาคมมีดแดงมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ทั้งยังมาข่มขู่ขุนนางของราชสำนักเช่นนี้"
"หรือว่าสำนักจารึกกระบี่ของพวกท่านเป็นผู้สั่งการให้สมาคมมีดแดงก่อความผิดใหญ่หลวงเช่นนี้"
คำพูดของจีฉางอันดุดัน ทำให้เวินเหลียงเงียบกริบ แต่ก็เข้าใจดีว่าการจะแก้แค้น ไม่ใช่ในตอนนี้
เขามองจีฉางอันอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง แล้วก็เดินคอตกออกนอกเมืองไป
จีฉางอันย่อมรู้ว่าเขาจะไปทำอะไร ก็แค่กลับไปร้องไห้ฟ้องอาจารย์เท่านั้นแหละ
น่าเสียดาย สำนักจารึกกระบี่ ก็อยู่ในเป้าหมายของเขาเช่นกัน
"ตรวจสอบที่นี่ให้สะอาดหมดจด อย่าทิ้งอะไรไว้ และรวบรวมสมุดบัญชีของสมาคมมีดแดงมาด้วย"
"ดูว่าจะสามารถสืบหาเบาะแสเด็กที่หายตัวไปเหล่านั้นได้หรือไม่"
จีฉางอันกล่าว จากนั้นก็ให้คนโยนรองหัวหน้าสมาคมมีดแดงที่สูญเสียวรยุทธ์ออกมาจากลานบ้าน
"คนผู้นี้คือรองหัวหน้าสมาคมมีดแดง ข้ามีธุระต้องไปจัดการ จึงขอฝากให้เขาอยู่ที่นี่ชั่วคราว"
"รบกวนพี่น้องชาวบ้านช่วยเฝ้าดูไว้ก่อน ข้าได้ให้มือปราบสำนักหกแก่นแท้เดินทางมาแล้ว"