- หน้าแรก
- เมื่อผมขอศิษย์พี่หญิงบำเพ็ญคู่สองชั่วโมง ด้วยหินวิญญาณเพียงห้าสิบก้อน
- บทที่ 21 อยากจะได้นางเป็นคู่บำเพ็ญอีก
บทที่ 21 อยากจะได้นางเป็นคู่บำเพ็ญอีก
บทที่ 21 อยากจะได้นางเป็นคู่บำเพ็ญอีก
บทที่ 21 อยากจะได้นางเป็นคู่บำเพ็ญอีก
จ้าวปิ่งเชียนกล่าวว่า "ตอนนี้ศิษย์พี่ก็พอจะมองเห็นหนทางในการสร้างรากฐานบ้างแล้ว รู้สึกเหมือนขาดแต่สิ่งสำคัญไปเพียงสิ่งเดียว"
เขาพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไป คงกะจะให้หลี่ชวนเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน
แต่หลี่ชวนยอมเอาแรงไปคิดถึงฉู่เมิ่งโยวดีกว่า ขี้เกียจจะไปต่อความยาวสาวความยืดกับหมอนี่
เมื่อเห็นหลี่ชวนนั่งจิบชาหน้าตาเฉย ไม่ยอมพูดอะไร จ้าวปิ่งเชียนก็หมดหนทาง จำต้องพูดต่อไปเองแห้งๆ "ศิษย์พี่รู้สึกว่าตอนนี้ขาดปราณวิญญาณ ถ้าได้สถานที่ที่มีปราณวิญญาณอุดมสมบูรณ์ให้ฝึกตน ศิษย์พี่คงสามารถสัมผัสถึงประตูของขั้นสร้างรากฐานได้เร็วกว่านี้แน่"
หลี่ชวนเหลือบมองจ้าวปิ่งเชียนแวบหนึ่ง ก่อนจะวางถ้วยชาลง นั่งรอฟังจ้าวปิ่งเชียนพูดต่ออย่างสงบ
"ศิษย์น้องหลี่ชวน" จู่ๆ จ้าวปิ่งเชียนก็หยิบหินวิญญาณ 30 ก้อนมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วพูดกับหลี่ชวนว่า
"ข้าได้ยินมาว่า ยอดเขาผู้อาวุโสแต่ละยอด จะมีสถานที่เฉพาะสำหรับฝึกตน ปราณวิญญาณที่นั่นเข้มข้นกว่าฝ่ายนอกของพวกเราตั้งหลายเท่า"
"ศิษย์น้องก็รู้จักกับศิษย์พี่ฉู่เซวียนจากยอดเขาผู้อาวุโสเจ็ดนี่นา พอจะช่วยพูดจาดีๆ กับศิษย์พี่ฉู่เซวียนให้ข้าหน่อยได้ไหม เผื่อว่าตอนที่ยอดเขาผู้อาวุโสเจ็ดเปิดรับศิษย์จากภายนอก ศิษย์พี่จะได้ลองพิจารณาศิษย์พี่คนนี้ดูบ้าง"
"ต่อให้ต้องไปเป็นศิษย์รับใช้ชั่วคราวก็ยอม ขอแค่ได้ฝึกตนบนยอดเขาผู้อาวุโสเจ็ด ศิษย์พี่ก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว"
"ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ ถึงตอนนั้นศิษย์พี่จะต้องตบรางวัลให้ศิษย์น้องอย่างงามแน่นอน"
เขาดันหินวิญญาณไปตรงหน้าหลี่ชวน
เมื่อมองดูหินวิญญาณตรงหน้า หลี่ชวนแทบอยากจะหลุดขำออกมา ตอนนี้ในถุงจักรวาลของเขามีหินวิญญาณตั้ง 5,000 กว่าก้อน แค่หินวิญญาณ 30 ก้อน ก็คิดจะให้เขาช่วยเนี่ยนะ ล้อเล่นหรือเปล่า
แต่เขาก็ยังคงเก็บหินวิญญาณเข้าถุงจักรวาล พร้อมกับพูดกับจ้าวปิ่งเชียนว่า "ศิษย์พี่จ้าววางใจเถอะ เห็นแก่หน้าของศิษย์พี่เมิ่งโยว ยังไงศิษย์น้องก็ต้องช่วยอยู่แล้ว แต่ทางด้านศิษย์พี่ฉู่เซวียน ศิษย์น้องไม่กล้ารับประกันนะ ว่านางจะยอมให้โอกาสศิษย์พี่หรือเปล่า"
เอาหินวิญญาณ 30 ก้อนจากจ้าวปิ่งเชียน แล้วเอาไปใช้กับฉู่เมิ่งโยว หลี่ชวนรู้สึกว่านี่แหละคือระบบหมุนเวียนภายในที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
จ้าวปิ่งเชียนจะไปรู้ความในใจของหลี่ชวนได้ยังไง พอได้ยินหลี่ชวนพูดแบบนั้น ในใจก็มีแต่ความยินดี รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลง พร่ำกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนศิษย์น้องแล้วล่ะ"
ก่อนหน้านี้เขาแค่จนปัญญาที่ไม่มีเส้นสายเบื้องบน เขาเชื่อว่าแค่หาจังหวะดีๆ แล้วค่อยเอาหินวิญญาณไปมอบให้อีกสักหน่อย การจะเข้าไปเป็นศิษย์รับใช้ในยอดเขาผู้อาวุโสเจ็ดย่อมไม่มีปัญหา
รอจนกว่าเขาจะบรรลุขั้นสร้างรากฐาน ก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์ธรรมดาของยอดเขาผู้อาวุโสเจ็ดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การวางแผนอาชีพของเขานั้น ช่างชัดเจนเสียจริงๆ
"จริงสิ ศิษย์น้อง เจ้ามาหาศิษย์พี่เมิ่งโยว มีธุระอะไรหรือเปล่า"
"อ้อ ข้ามีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับการฝึกตนน่ะ เลยอยากมาถามศิษย์พี่เมิ่งโยวดู"
"เรื่องการฝึกตนหรือ ถ้างั้นศิษย์น้องก็มาถูกคนแล้ว ศิษย์พี่อย่างข้าไม่กล้าคุยโวเรื่องอื่นหรอก แต่เรื่องการฝึกตนในขั้นรวบรวมลมปราณ ข้ามีเคล็ดลับเยอะแยะเลย ตอนนี้ศิษย์น้องเมิ่งโยวไม่อยู่ เจ้ามีปัญหาอะไร ก็ถามข้าโดยตรงได้เลย"
หลี่ชวนมองจ้าวปิ่งเชียนด้วยรอยยิ้มตาหยี ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่าย
ถึงอย่างไรจ้าวปิ่งเชียนก็อยู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบ แถมยังมีชื่อเสียงในฝ่ายนอกพอสมควร ถือว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งของฝ่ายนอกเลยทีเดียว
เคล็ดลับการฝึกตนของเขา ย่อมไม่เลวร้ายแน่นอน
ประจวบเหมาะพอดี เขาจะได้เรียนรู้เคล็ดลับบางอย่างจากจ้าวปิ่งเชียน แล้วค่อยเอาไปพิสูจน์กับฉู่เมิ่งโยวในภายหลัง
"ศิษย์พี่ ตอนนี้เคล็ดวิชาเบิกหยินหยางของข้าอยู่ขั้นที่สองแล้ว ไม่รู้ว่าต่อไปควรฝึกตนอย่างไรถึงจะเร็วขึ้น" หลี่ชวนเอ่ยถามอย่างถ่อมตัว
จ้าวปิ่งเชียน "ศิษย์น้องเข้าสำนักมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมถึงเพิ่งอยู่ขั้นที่สองเองล่ะ ข้าดูจากรากฐานที่แน่นหนาและปราณวิญญาณที่ควบแน่นในตัวศิษย์น้อง การฝึกเคล็ดวิชาเบิกหยินหยางน่าจะรวดเร็วมากสิ ศิษย์น้องยังหาคู่บำเพ็ญไม่ได้ใช่ไหม ถ้างั้นศิษย์น้องต้องรีบหาคู่บำเพ็ญสักคนแล้วล่ะ ถ้าหาคู่บำเพ็ญที่เก่งกว่าศิษย์น้องได้ ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่..."
จ้าวปิ่งเชียนไม่ได้ปิดบังอะไร อธิบายให้หลี่ชวนฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้แต่เรื่องการบำเพ็ญคู่ระหว่างชายหญิง เขาก็ไม่ได้ปิดบัง ทำให้หลี่ชวนได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
ทั้งสองคุยกันอยู่นานกว่าชั่วยาม ตอนที่หลี่ชวนขอตัวกลับ เขาพูดกับจ้าวปิ่งเชียนว่า "ศิษย์พี่จ้าว รอศิษย์พี่เมิ่งโยวกลับมา รบกวนบอกให้นางไปหาข้าที่ห้องพักหน่อยนะ ข้าอยากฟังเคล็ดลับการฝึกตนของนางบ้าง การได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน จะทำให้พัฒนาได้เร็วยิ่งขึ้น"
"ได้เลย รอศิษย์น้องเมิ่งโยวกลับมา ข้าจะให้นางไปหาเจ้าแน่นอน" ปากก็รับคำไปอย่างนั้น แต่ในใจจ้าวปิ่งเชียนกลับก่นด่าไม่หยุด
เขารู้สึกว่าหลี่ชวนทำตัวเป็นใหญ่เกินไป มาขอเคล็ดลับการฝึกตนจากคนอื่นแท้ๆ แต่กลับให้คนอื่นไปหาถึงที่ คิดว่าตัวเองเป็นคนใหญ่คนโตหรือไง
แต่พอคิดว่าตอนนี้หลี่ชวนมีศิษย์ของผู้อาวุโสเจ็ดหนุนหลังอยู่ เขาก็ทำได้แค่เก็บความไม่พอใจนี้ไว้ในใจ
ถ้าเขารู้ว่าหลี่ชวนเรียกฉู่เมิ่งโยวไปหา ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องขอคำปรึกษาอย่างเดียวล่ะก็ ไม่รู้ว่าเขาจะทำหน้ายังไง
บังเอิญเสียจริงที่หลี่ชวนเพิ่งกลับไปไม่นาน ฉู่เมิ่งโยวก็กลับมาถึงพอดี
จ้าวปิ่งเชียนพูดกับฉู่เมิ่งโยวว่า "ศิษย์น้องเมิ่งโยว เมื่อกี้ศิษย์น้องหลี่ชวนมาหา บอกให้เจ้ากลับมาแล้วให้ไปหาเขาหน่อย"
เขาไม่ได้บอกเรื่องที่หลี่ชวนอยากให้ฉู่เมิ่งโยวไปแนะนำเคล็ดลับการฝึกตน เพราะกลัวว่าถ้ารู้แล้วนางจะไม่ไป ปกติฉู่เมิ่งโยวไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว คงไม่พยายามไปตีสนิทกับหลี่ชวนเพียงเพราะหลี่ชวนสนิทกับศิษย์ของผู้อาวุโสเจ็ดหรอก
แต่เขาคิดผิดถนัด ฉู่เมิ่งโยวอาจจะไม่สนใจเรื่องที่หลี่ชวนสนิทกับศิษย์ผู้อาวุโสเจ็ด แต่ถ้าเป็นเรื่องที่หลี่ชวนจะให้หินวิญญาณล่ะก็ นางไปแน่นอน
"อ้อ เขาเรียกข้าไปทำไมหรือ" ฉู่เมิ่งโยวแกล้งถาม
นางย่อมรู้ดีว่าหลี่ชวนเรียกนางไปทำไม แต่ก็ต้องทำเป็นถามพอเป็นพิธี
จ้าวปิ่งเชียน "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่ได้บอก แต่ดูท่าทางรีบร้อนน่าดู เจ้าก็รีบไปเถอะ จะได้ไม่เสียงานใหญ่"
แถมเขายังกลัวว่าหลี่ชวนจะรอนาน จนถึงขั้นเร่งเร้านางด้วยซ้ำ
ฉู่เมิ่งโยวมองเขาอย่างแปลกใจ แล้วพูดว่า "ศิษย์พี่ วันนี้ท่านดูแปลกๆ ไปนะ ข้าจำได้ว่า ท่านไม่ค่อยชอบขี้หน้าศิษย์น้องหลี่ชวนคนนี้เท่าไหร่นี่นา"
จ้าวปิ่งเชียนรีบยิ้มกลบเกลื่อน "ที่ศิษย์น้องพูดนั่นมันเรื่องเมื่อก่อน หลังจากที่ศิษย์น้องเตือนสติข้าคราวก่อน ข้าก็ตาสว่างแล้ว ในเมื่อเราเป็นศิษย์ร่วมสำนักกัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกัน ศิษย์ร่วมสำนักควรจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันสิ ถึงจะถูก"
ฉู่เมิ่งโยวไม่ได้ปฏิเสธหรือเห็นด้วย นางเพียงพูดว่า "การที่ศิษย์พี่คิดตกได้ ก็แสดงว่าการฝึกสภาวะจิตใจของศิษย์พี่ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว ขอให้ศิษย์พี่บรรลุวิถีแห่งการสร้างรากฐานโดยเร็วนะ"
จ้าวปิ่งเชียนทำสีหน้าจริงจัง "ศิษย์น้องวางใจเถอะ ศิษย์พี่จะตามรอยเจ้าบรรลุขั้นสร้างรากฐานแน่นอน จะไม่ยอมถูกทิ้งไว้ข้างหลังเด็ดขาด"
"ถ้าอย่างนั้น ศิษย์น้องก็จะรอศิษย์พี่นะ" ฉู่เมิ่งโยวหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมกรุ่น
ส่วนจ้าวปิ่งเชียนก็รีบฉวยโอกาสนั้น เริ่มต้นฝึกตนทันที
ตอนนี้ความปรารถนาในการสร้างรากฐานของเขามันช่างรุนแรงเหลือเกิน ฉู่เมิ่งโยวในฐานะหนึ่งในสิบสาวงามฝ่ายนอก ไม่รู้ว่ามีคนอยากเป็นคู่บำเพ็ญของนางกี่คนต่อกี่คน
จ้าวปิ่งเชียนยังอยากจะเป็นคู่บำเพ็ญของฉู่เมิ่งโยวต่อไป ดังนั้นเขาจึงต้องรีบบรรลุขั้นสร้างรากฐานให้เร็วที่สุด มิฉะนั้น หากฉู่เมิ่งโยวบรรลุขั้นสร้างรากฐานแล้ว คนที่มีระดับพลังแค่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบอย่างเขาก็คงจะดูด้อยค่าเกินไป
หลังจากหลี่ชวนกลับมาถึงที่พัก เขาก็นั่งลงจัดระเบียบเคล็ดลับการฝึกตนที่ได้มาจากจ้าวปิ่งเชียน ผ่านไปไม่นาน ฉู่เมิ่งโยวก็มาถึง
"ศิษย์น้อง เจ้าหาหินวิญญาณได้เร็วเกินไปแล้วนะ ศิษย์พี่ตามเจ้าไม่ทันเลยจริงๆ"