- หน้าแรก
- แพทย์เซียนโบราณแห่งยุคปัจจุบัน
- บทที่ 5: ความจริงปรากฏ
บทที่ 5: ความจริงปรากฏ
บทที่ 5: ความจริงปรากฏ
บทที่ 5: ความจริงปรากฏ
ทว่า สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ หลังจากฝังเข็มเล่มที่สามลงไป เด็กชายก็มีอาการน้ำลายฟูมปาก แขนขาชักกระตุกอย่างรุนแรง และใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตายทันที
ในขณะเดียวกัน เครื่องวัดสัญญาณชีพที่หัวเตียงก็ส่งเสียงร้องเตือนแหลมปรี๊ด ความดันโลหิตลดฮวบ อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงอย่างรวดเร็ว อาการร่อแร่ใกล้เสียชีวิตเต็มที
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เซี่ยไห่เทาก็ถึงกับยืนอึ้ง มือที่ถือเข็มเงินเล่มที่สี่สั่นเทาจนไม่กล้าฝังลงไป
ตงเทียนต๋าตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด "นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น! แกรักษาคนเป็นหรือเปล่า! ทำไมลูกฉันถึงมีสภาพแบบนี้!"
โจวหย่งเลี่ยงเองก็ถามด้วยความร้อนรน "หมอเซี่ย ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ตอนที่คุณรักษาเคสเมื่อกี้มีอาการแบบนี้หรือเปล่า?"
"ผู้อำนวยการโจว ผม... ผม..."
เหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่กเต็มแผ่นหลังเซี่ยไห่เทา เขาตื่นตระหนกจนพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เขาจำได้แม่นยำว่าเย่ปู้ฝานก็รักษาเด็กคนนั้นด้วยวิธีนี้ แล้วทำไมพอเขาลงมือทำเอง นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว อาการกลับทรุดหนักลงกว่าเดิมเสียอีก?
เมื่อเห็นลูกชายอาการวิกฤตลงเรื่อยๆ ตงเทียนต๋าก็คำรามลั่น "เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว รีบรักษาลูกฉันเดี๋ยวนี้!"
"นั่นสิ! มัวยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบหาทางช่วยชีวิตเด็กเร็วเข้า!"
หม่าไห่ตงเองก็ร้อนใจสุดขีด หากเซี่ยไห่เทาทำให้ลูกชายของตงเทียนต๋าตายจริงๆ เขาเกรงว่าตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลของเขาคงจบเห่แน่
ด้วยความลนลาน เซี่ยไห่เทารีบถอนเข็มเงินทั้งสามเล่มที่ฝังอยู่ออก แต่อาการของเด็กชายก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ตงเทียนต๋าร้อนรนจนแทบเต้น "ไอ้หมอเซี่ย! ฉันมีลูกชายแค่คนเดียวนะเว้ย! ถ้าเขาเป็นอะไรไป ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ!"
โจวหย่งเลี่ยงตวาดด้วยความโมโห "เซี่ยไห่เทา! เมื่อกี้คุณเพิ่งรักษาคนไข้หายไปไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงทำไม่ได้ฮะ!"
"ผม... ผม..."
เซี่ยไห่เทาเหงื่อแตกพลั่ก ยืนอึกอักอยู่นานสองนาน แต่กลับพูดออกมาไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว
หม่าไห่ตงรู้สึกทะแม่งๆ จึงหันไปถามจางเสี่ยวหม่านที่ยืนอยู่ข้างๆ "บอกมาซิ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
จางเสี่ยวหม่านอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดความจริง "คนที่รักษาเด็กคนนั้นจนหาย ไม่ใช่หมอเซี่ยเลยค่ะ แต่เป็นญาติคนไข้ที่รออยู่ข้างนอก ชื่อเย่ปู้ฝานค่ะ"
เมื่อเห็นว่าความจริงถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก เซี่ยไห่เทาก็แข้งขาอ่อนแรง ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที
หลังจากรู้ความจริง ตงเทียนต๋าก็รีบพุ่งพรวดออกจากห้องฉุกเฉินไปทันที ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ตาม ขอเพียงช่วยชีวิตลูกชายเขาได้ก็พอแล้ว
เขาปรี่เข้าไปหาเย่ปู้ฝาน แล้วอ้อนวอนอย่างร้อนรน "พ่อหนุ่ม ได้โปรดช่วยลูกชายผมด้วยเถอะ คุณจะเรียกค่ารักษายังไงก็ว่ามาเลย"
"ตกลงครับ"
เย่ปู้ฝานไม่ได้แปลกใจกับผลลัพธ์ที่ออกมานี้ อาการของเด็กชายกำลังวิกฤต ไม่มีเวลาให้มัวโอ้เอ้แล้ว
เขาบอกให้โอวหยางหลานกลับไปพักผ่อนก่อน จากนั้นก็เดินตามตงเทียนต๋าเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
เมื่อเข้าไปด้านใน เขาก็ปรายตามองเซี่ยไห่เทาที่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้น ก่อนจะเดินตรงไปที่เตียงของเด็กชาย หยิบเข็มเงินออกมาแล้วเริ่มทำการรักษา
เดิมทีเครื่องวัดสัญญาณชีพที่หัวเตียงส่งเสียงเตือนดังก้องไม่หยุด แต่เมื่อเข็มเงินถูกฝังลงไปทีละเล่ม เสียงเตือนก็เงียบลง
ในขณะเดียวกัน เด็กชายก็หยุดชักกระตุกและไม่มีน้ำลายฟูมปากอีก ใบหน้าที่เคยซีดเซียวก็ค่อยๆ กลับมามีเลือดฝาด การหายใจก็เริ่มคงที่
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขารักษาเคสแบบนี้ เย่ปู้ฝานจึงชำนาญขึ้นมาก เขาเจาะปลายนิ้วของเด็กชายอย่างรวดเร็ว แล้วบีบเลือดพิษออกมาสองหยด
เมื่อเขาถอนเข็มเงินออก ข้อมูลบนเครื่องวัดสัญญาณชีพทั้งหมดก็กลับมาเป็นปกติ เด็กชายลืมตาขึ้นและลุกขึ้นนั่งบนเตียง
"หมอเทวดา! ท่านคือหมอเทวดาจริงๆ!" ตงเทียนต๋ากุมมือเย่ปู้ฝานแน่น "ท่านหมอเทวดาน้อย ตระกูลตงของเรามีทายาทสืบสกุลเพียงคนเดียวมาสามรุ่นแล้ว การที่คุณช่วยชีวิตลูกผม ก็เท่ากับช่วยชีวิตคนทั้งตระกูลตงไว้
ตระกูลตงไม่เคยขาดแคลนร้านอาหาร พี่ชายผมเพิ่งสร้างภัตตาคารขนาดใหญ่แห่งใหม่เสร็จ ผมขอยกให้คุณเป็นค่ารักษาก็แล้วกันนะน้องชาย พอกลับไปแล้วผมจะจัดการเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยเลย"
แม้ก่อนหน้านี้เย่ปู้ฝานจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มยากจน แต่การที่เขาได้รับการสืบทอดมรดกจากสำนักแพทย์บรรพกาล ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับข้อเสนอของตงเทียนต๋ามากนัก ท้ายที่สุดแล้ว เงินทองมากมายแค่ไหนก็เทียบไม่ได้กับชีวิตคน
ในอดีตตอนที่ปรมาจารย์แห่งสำนักแพทย์บรรพกาลออกรักษาผู้คน เคยมีคนเสนอเมืองทั้งเมืองให้เป็นค่ารักษามาแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าเพียงแค่ลงมือรักษาครั้งเดียวก็ได้ภัตตาคารมาครอบครอง โจวหย่งเลี่ยงและหม่าไห่ตงต่างก็มองด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน
ตงเทียนต๋าเป็นนักธุรกิจที่ฉลาดหลักแหลม สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น
การได้ผูกมิตรกับหมอเทวดา ก็เหมือนมีชีวิตสำรองไว้ในยามคับขัน เพราะต่อให้มีเงินทองล้นฟ้าแค่ไหน ก็ต้องมีชีวิตอยู่ถึงจะได้ใช้
ในสายตาของเขา การมอบเงินทองเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอที่จะผูกมิตรกับยอดฝีมืออย่างเย่ปู้ฝาน เขาจึงตัดสินใจทุ่มสุดตัวเช่นนี้
เมื่อเห็นสีหน้าที่เรียบเฉยของเย่ปู้ฝาน เขาก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นไปอีก
เขาขอเบอร์โทรศัพท์ของเย่ปู้ฝานไว้ จากนั้นก็ยื่นนามบัตรให้แล้วพูดว่า "น้องชาย ถ้าวันข้างหน้ามีเรื่องอะไรให้พี่ช่วย ก็มาหาพี่ได้เลยนะ"
หลังจากกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตงเทียนต๋าก็พาลูกชายกลับไป จากนั้นไม่นาน พ่อแม่คนอื่นๆ ก็ทยอยพาลูกที่ป่วยมาที่โรงพยาบาลเจียงหนาน และทุกคนก็ได้รับการรักษาจากเย่ปู้ฝานจนหายดี
เมื่อเห็นว่าเด็กลายสุดท้ายได้รับการรักษาจนปลอดภัย โจวหย่งเลี่ยงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วเมืองเจียงหนาน แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของเมืองก็ยังให้ความสนใจ
การที่โรงพยาบาลเจียงหนานสามารถรักษาเด็กที่ติดเชื้อทุกคนจนหายดี ถือเป็นการกู้หน้าให้เขาได้อย่างงดงาม
"เสี่ยวเย่ คราวนี้คุณช่วยผมไว้มากเลยนะ ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"
เย่ปู้ฝานเก็บเข็มเงินเข้ากระเป๋า ปรายตามองเซี่ยไห่เทาที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า "ผู้อำนวยการโจว ผมมีเรื่องรบกวนให้คุณช่วยจริงๆ ครับ"
โจวหย่งเลี่ยงตอบ "ว่ามาได้เลย"
ราวกับรู้ชะตากรรมว่าเย่ปู้ฝานกำลังจะพูดอะไร เซี่ยไห่เทาก็มองเขาด้วยสายตาวิงวอน
แต่เย่ปู้ฝานไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาดึงใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลออกมาแล้วพูดว่า "ผู้อำนวยการโจว ผู้อำนวยการหม่า นี่คือใบแจ้งหนี้ที่หมอเซี่ยเพิ่งเอาให้แม่ผมครับ
แม่ผมเข้าโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้ ยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่ค่ารักษาปาเข้าไปสามหมื่นเก้าพันแปดร้อยหยวนแล้ว
แม่ผมป่วยเป็นโรคเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง แต่ในใบสั่งยากลับมียาต้านลิ่มเลือด ยารักษาโรคหัวใจ และยาอื่นๆ อีกสารพัด ขาดก็แต่ยาปลุกเซ็กซ์เท่านั้นแหละครับ
แถมยังมีน้ำเกลืออีก ขวดพวกนี้รวมกันน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 25 กิโลกรัมแน่ๆ ต่อให้ฉีดเข้าเส้นเลือดวัว วัวก็คงรับไม่ไหวหรอกมั้งครับ?
จนถึงตอนนี้ ผมยังติดหนี้ค่ารักษาโรงพยาบาลอยู่อีกสามหมื่นกว่าหยวน พวกคุณสองคนคิดว่าควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดีครับ?"
โจวหย่งเลี่ยงและหม่าไห่ตงซึ่งทำงานในวงการแพทย์มานาน มองปราดเดียวก็รู้ถึงความผิดปกติในใบแจ้งหนี้ทันที
"ไอ้สารเลว แกก่อเรื่องบ้าอะไรลงไปห๊ะ!" หม่าไห่ตงคว้าใบเสร็จมาฟาดหน้าเซี่ยไห่เทาอย่างแรง "ทีแรกแกก็ปลอมแปลงข้อมูลแย่งความดีความชอบของน้องเย่ไป แถมตอนนี้ยังมาก่อเรื่องฉาวโฉ่แบบนี้อีก
คนอย่างแกไม่สมควรเป็นหมอ ตั้งแต่นี้ต่อไป แกถูกไล่ออก!"
เซี่ยไห่เทาถึงกับยืนอึ้ง รีบอ้อนวอนเสียงหลง "ผู้อำนวยการหม่า ได้โปรดเถอะครับ ให้โอกาสผมอีกสักครั้ง ผมจะไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้วครับ"
เย่ปู้ฝานพูดขึ้น "ผู้อำนวยการหม่า การยัดเยียดยาและเรียกเก็บเงินเกินจริงแบบนี้ น่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายแล้วใช่ไหมครับ? ผมว่าส่งเรื่องให้ตำรวจจัดการน่าจะเหมาะสมกว่านะ
แล้วผมก็เดาว่าเขาคงไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรกแน่ๆ ก่อนหน้านี้คงทำมานับไม่ถ้วน คงต้องตรวจสอบให้ละเอียดแล้วล่ะครับ"
โจวหย่งเลี่ยงเห็นด้วย "น้องเย่พูดถูก คนพวกนี้เป็นเหลือบไรในวงการแพทย์ ทำให้ชื่อเสียงของหมอต้องมัวหมอง ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุดแล้วส่งตัวให้ตำรวจจัดการ"