- หน้าแรก
- แพทย์เซียนโบราณแห่งยุคปัจจุบัน
- บทที่ 4: สวมรอย
บทที่ 4: สวมรอย
บทที่ 4: สวมรอย
บทที่ 4: สวมรอย
โจวหย่งเลี่ยงถามย้ำอีกครั้ง "นี่แค่อาการทุเลาลงชั่วคราว หรือว่ารักษาจนหายขาดเลยล่ะ?"
หมอเซี่ยตอบ "หายขาดครับ หายขาดแน่นอน ตอนนี้เด็กไม่มีอาการอะไรแล้ว ทางครอบครัวเขาก็พอใจกับผลการรักษามากครับ"
"หมอเซี่ย ไม่คิดเลยนะว่าวิชาแพทย์ของคุณจะยอดเยี่ยมขนาดนี้"
โจวหย่งเลี่ยงที่ไม่รู้ความจริงเบื้องหลัง หันไปยิ้มแย้มกับหม่าไห่ตง "ผู้อำนวยการหม่า โรงพยาบาลของคุณมียอดฝีมือซ่อนอยู่จริงๆ"
เซี่ยไห่เทายิ้มหน้าบาน "ผู้อำนวยการโจวชมเกินไปแล้วครับ ในฐานะหมอ นี่เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว"
แม้ปากจะพูดถ่อมตัว แต่ในใจเขากลับลิงโลด การได้รับความชื่นชมจากผู้อำนวยการกรมอนามัย หมายความว่าอนาคตการงานของเขาจะรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัด
ตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ยังว่างอยู่นั้น อาจจะตกเป็นของเขาในไม่ช้า
โจวหย่งเลี่ยงไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสาย "ประธานตง ผมมีข่าวดีมาบอกครับ หมอเซี่ยแห่งโรงพยาบาลเจียงหนานสามารถรักษาโรคนี้ได้แล้ว คุณรีบพาลูกชายมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย"
จากนั้นเขาก็โทรไปอีกสายหนึ่ง "รองผู้อำนวยการจ้าว รีบแจ้งโรงพยาบาลอื่นๆ ให้ย้ายตัวเด็กที่ป่วยด้วยโรคประหลาดนี้มาที่โรงพยาบาลเจียงหนานให้หมด หมอเซี่ยไห่เทาที่นี่ค้นพบวิธีรักษาที่ได้ผลแล้ว"
เซี่ยไห่เทาถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก เดิมทีเขาคิดว่าเคสประหลาดแบบนี้คงมีแค่รายเดียว กะจะสวมรอยเอาความดีความชอบแล้วจบเรื่อง ไม่คิดเลยว่าจะมีคนไข้อื่นตามมาเป็นพรวนขนาดนี้
หม่าไห่ตงเองก็ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จึงเอ่ยถาม "ผู้อำนวยการโจว เกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมถึงมีเคสคล้ายๆ กันเยอะแยะขนาดนี้?"
โจวหย่งเลี่ยงอธิบาย "เด็กที่ป่วยพวกนี้ล้วนเป็นนักเรียนจากโรงเรียนประถมกลางเมืองเจียงหนาน เมื่อช่วงบ่ายมีเด็กคนหนึ่งเก็บค้างคาวมาเล่น แล้วเด็กอีก 12 คนที่ไปสัมผัสค้างคาวตัวนั้นก็เกิดอาการไข้สูงและหมดสติไปตามๆ กัน
เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งยังไม่มีบันทึกในฐานข้อมูลไวรัสแห่งชาติ และยังไม่มียารักษาที่ได้ผล
ผมเลยกระจายตัวเด็กที่ป่วยไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ในเมืองเจียงหนาน เผื่อจะมีใครหาวิธีรักษาได้
โรงพยาบาลอื่นยังหาวิธีที่ได้ผลไม่พบ แต่หมอเซี่ยกลับรักษาเคสนั้นจนหายขาด แถมผลการรักษายังออกมาดีเยี่ยม โรงพยาบาลเจียงหนานสร้างผลงานชิ้นโบแดงเข้าให้แล้วล่ะคราวนี้"
แล้วเขาก็หันไปพูดกับเซี่ยไห่เทา "หมอเซี่ย ขอเพียงคุณรักษาเด็กพวกนี้ให้หายได้ทั้งหมด ผมจะทำเรื่องมอบรางวัลชมเชยระดับสูงให้คุณเลย"
"เอ่อ..."
เหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมเต็มหน้าผากเซี่ยไห่เทา เขาเพิ่งจะขโมยผลงานของเย่ปู้ฝานมาหมาดๆ จะไปรู้วิธีรักษาโรคนี้ได้อย่างไร?
เมื่อเห็นสีหน้าของเขา หม่าไห่ตงก็ถามขึ้น "เป็นอะไรไปหมอเซี่ย? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
"เปล่า... เปล่าครับ... ไม่มีปัญหาอะไร"
มาถึงขั้นนี้แล้ว เซี่ยไห่เทาจะยอมรับว่าตัวเองสวมรอยก็ไม่ได้ จึงได้แต่กัดฟันสู้ตาย
เขาพอจะเคยศึกษาแพทย์แผนจีนมาบ้าง และมีความรู้เรื่องการฝังเข็มอยู่เล็กน้อย อีกอย่าง เมื่อครู่เขาก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่เย่ปู้ฝานรักษาเด็กชายคนนั้น และจดจำจุดฝังเข็มต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ
เขาเชื่อว่าหากฝังเข็มด้วยวิธีเดียวกัน ก็น่าจะรักษาโรคนี้ให้หายได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเปลาะหนึ่ง
จังหวะนั้นเอง หม่าไห่ตงเหลือบไปเห็นเย่ปู้ฝานและโอวหยางหลานยืนอยู่ไม่ไกล จึงถามขึ้นว่า "แล้วสองคนนั้นคือใครกัน?"
เซี่ยไห่เทารีบตอบ "พวกเขาคือคนไข้ที่เพิ่งรักษาหายกับญาติครับ กำลังรอเคลียร์เรื่องค่ารักษากับผมอยู่"
หม่าไห่ตงบอก "ไปคุยกันข้างนอกเถอะ ที่นี่ห้องไอซียู ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าออกตามอำเภอใจ"
"ครับๆๆ ผมจะให้พวกเขาออกไปเดี๋ยวนี้แหละ" เซี่ยไห่เทาหันกลับไปพูดกับสองแม่ลูก "เรื่องค่ารักษาพอคุยกันได้ เดี๋ยวผมจัดการธุระเสร็จแล้วจะออกไปคุยด้วย"
ความหมายแฝงก็คือ ตราบใดที่พวกเขาไม่แฉเรื่องที่เขาสวมรอยตรงนี้ ค่ารักษาก็สามารถนำมาต่อรองกันได้
ริมฝีปากของเย่ปู้ฝานกระตุกยิ้มเย็นชา เดิมทีเขาตั้งใจจะกระชากหน้ากากไอ้หมอนี่ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนี้เขาไม่รีบแล้ว
คิดจะขโมยผลงานของเขา ก็ต้องมีฝีมือเสียก่อน เขาจะรอดูว่าไอ้หมอนี่จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร
เขาพาแม่ออกไปรอที่ม้านั่งยาวด้านนอกห้องไอซียู
โอวหยางหลานพูดขึ้น "ลูก เรามีเงินอยู่สองหมื่นหยวน เดี๋ยวลองคุยกับหมอเซี่ยดูนะ ว่าพอจะใช้เงินก้อนนี้จ่ายค่ารักษาได้หรือเปล่า"
เย่ปู้ฝานตอบ "ไม่ครับ เขาเรียกเก็บเงินเกินจริง เราจะไปยอมให้เขารีดไถแบบนี้ไม่ได้ เราจะไม่จ่ายให้เขาสักแดงเดียว"
ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคุยกัน ก็มีเสียงเบรกดังเอี๊ยดสนั่นขึ้นที่หน้าโรงพยาบาล รถหรูสีดำสองคันแล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตู
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ ตามด้วยบอดี้การ์ดสวมสูทสีดำสี่คนที่กำลังหามเปลคนไข้ ซึ่งบนนั้นมีเด็กชายตัวน้อยนอนหมดสติอยู่
"ประธานตง คุณมาแล้ว"
ทันทีที่เห็นชายวัยกลางคน โจวหย่งเลี่ยงก็รีบเข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
แม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนวยการกรม แต่ฐานะของอีกฝ่ายก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ตงเทียนต๋า ประธานกลุ่มธุรกิจเจียงหนานเทียนต๋า ผู้เป็นดั่งมหาเศรษฐีแห่งวงการอาหารและการบริการ
กลุ่มธุรกิจเทียนต๋ามีอิทธิพลอย่างมากในเมืองเจียงหนาน ตั้งแต่ภัตตาคารหรูระดับตำหนักหลวง ไปจนถึงร้านอาหารริมทางเดินทั่วไป ล้วนเป็นกิจการของตระกูลตงไปแล้วกว่าครึ่ง
ตงเทียนต๋าไม่เพียงแต่มีทรัพย์สินหลายพันล้าน แต่ยังมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา เขาบริจาคเงินหลักล้านให้กับวงการสาธารณสุขเป็นประจำทุกปี
แน่นอนว่าโจวหย่งเลี่ยงย่อมต้องให้เกียรติและเกรงใจบุคคลสำคัญระดับนี้เป็นพิเศษ
ทว่าในเวลานี้ตงเทียนต๋าไม่มีอารมณ์จะมาทักทายปราศรัย เขาพูดด้วยความร้อนรนว่า "ผู้อำนวยการโจว รีบหาหมอามารักษาลูกผมเร็วเข้า เขาไข้ขึ้นสูงถึง 40 องศาแล้ว ผมกลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานจะส่งผลกระทบต่อสมองของเด็ก"
"ประธานตงไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว"
โจวหย่งเลี่ยงกล่าว พลางสั่งให้พยาบาลวางเด็กชายลงบนเตียงฉุกเฉิน จากนั้นก็หันไปพูดกับเซี่ยไห่เทา "หมอเซี่ย รีบทำการรักษาคุณชายน้อยตงเร็วเข้า"
"ครับ ท่านผู้อำนวยการ"
เซี่ยไห่เทารับคำแล้วเดินเข้าไปหา
ตงเทียนต๋ากล่าว "หมอเซี่ย ขอแค่คุณรักษาลูกผมให้หาย กลุ่มธุรกิจเทียนต๋าจะตบรางวัลให้อย่างงามแน่นอน!"
"ประธานตงเกรงใจไปแล้วครับ การรักษาคนไข้และช่วยชีวิตคนเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว"
เซี่ยไห่เทาพูดจาดูดีมีหลักการ แต่ในใจกลับลิงโลดจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่
โชคหล่นทับเขาแล้ว ขอเพียงรักษาลูกชายของตงเทียนต๋าได้ เขาก็จะได้รับทั้งความชื่นชมจากเจ้านายและผลประโยชน์มหาศาล นี่มันได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทองในคราวเดียว
ขณะที่กำลังวาดฝันอย่างสวยหรู เขาก็หยิบเข็มเงินที่เตรียมไว้ออกมา แล้วเดินเข้าไปที่เตียงของเด็กชาย
หม่าไห่ตงถามด้วยความประหลาดใจ "หมอเซี่ย คุณกำลังจะทำอะไรน่ะ?"
เซี่ยไห่เทาตอบ "ท่านผู้อำนวยการครับ ปัจจุบันแพทย์แผนปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ผล ต้องรักษาด้วยการฝังเข็มเท่านั้นครับ"
โจวหย่งเลี่ยงถามอย่างทึ่งๆ "หมอเซี่ย คุณเชี่ยวชาญแพทย์แผนจีนด้วยหรือเนี่ย?"
"ไม่ได้เชี่ยวชาญหรอกครับ แต่เผอิญผมเคยเห็นเทคนิคการฝังเข็มที่สามารถรักษาโรคนี้ได้ในตำราแพทย์น่ะครับ"
โจวหย่งเลี่ยงเอ่ยชม "หมอเซี่ยไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เชี่ยวชาญทั้งแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบัน รีบลงมือรักษาเถอะครับ เด็กคนอื่นๆ ก็น่าจะใกล้มาถึงแล้ว"
เซี่ยไห่เทาสูดหายใจเข้าลึกๆ ทบทวนวิธีการฝังเข็มของเย่ปู้ฝานในหัวอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบเข็มเงินขึ้นมาแล้วปักลงไปที่จุดฝังเข็มเสินฉางบนหน้าอกของเด็กน้อย
เมื่อเข็มแรกปักลงไป ร่างของเด็กน้อยก็กระตุกวูบ พอเข็มเงินเล่มที่สองปักตามลงไป สีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
ตงเทียนต๋าถามด้วยความกังวล "หมอเซี่ย คุณแน่ใจนะว่าวิธีนี้ได้ผลน่ะ?"
ลูกธนูง้างออกจากแหล่งแล้วย่อมไม่มีทางหวนกลับ เซี่ยไห่เทากัดฟันตอบ "ได้ผลแน่นอนครับ เคสก่อนหน้านี้ก็รักษาหายด้วยวิธีนี้แหละครับ"
เมื่อเห็นว่าตงเทียนต๋าไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาก็หยิบเข็มเงินเล่มที่สามออกมา แล้วปักลงไปที่จุดฝังเข็มเทียนทูบนหน้าอกของเด็กชาย