- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 157: คุณชอบฉันตรงไหน บอกมาสิ ฉันจะแก้ !
บทที่ 157: คุณชอบฉันตรงไหน บอกมาสิ ฉันจะแก้ !
บทที่ 157: คุณชอบฉันตรงไหน บอกมาสิ ฉันจะแก้ !
บทที่ 157: คุณชอบฉันตรงไหน บอกมาสิ ฉันจะแก้ !
“เถ้าแก่ ?” พนักงานแคชเชียร์งงเป็นไก่ตาแตก ! เธอยังไม่ได้รับแจ้งเรื่องลูกค้า 33 ท่านได้ส่วนลด 90% (จ่าย 10%) เลยนะ ! นี่มันปล้นกันชัด ๆ !
“ตรงนี้ไม่มีธุระเธอ ไปทำงานอื่นเถอะ !” ชิงจวินก้าวเข้ามา พูดกับพนักงานแคชเชียร์ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
พนักงานแคชเชียร์รีบปาดเหงื่อเย็น ๆ แล้วรีบไปดูแลลูกค้าคนอื่นทันที
เฮ้ย ๆ ๆ ! ล้อเล่นอะไรกันเนี่ย ? ลดเหลือ 10% ? ค่าจ้างพนักงานรายชั่วโมงของพวกเธอยังไม่พอจ่ายเลยนะเนี่ย ?
พนักงานแคชเชียร์บ่นอุบในใจ แต่ก็ไม่กล้ามองหน้าเจ้านายตรง ๆ ได้แต่อัดอั้นตันใจด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เถ้าแก่ชิง...” ซูเสี่ยวเนี่ยนพูดไม่ออก “ช่างเถอะ ในเมื่อเถ้าแก่ก็มีความลำบาก งั้นคิดราคาเต็มก็ได้ค่ะ หัวละแปดพันกว่า ทั้งหมดเท่าไหร่คะ ?” ใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจสบถด่าแม่ม !
อ๊ากกกก ! ราคาเต็มกับราคาลดเหลือ10%... มันต่างกันตั้งสองแสนกว่าเลยนะรู้ไหม ? เสียดายเงินจะแย่ !
“อื้ม เหนียนเนี่ยนต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ ความหมายของผมคือ ไม่ต้องลดเหลือ 10% หรอก... วันนี้ให้เหนียนเนี่ยนกินฟรี” ชิงจวินพูด เวลาที่ผู้ชายคนนี้ดุร้าย ก็เกรี้ยวกราดราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดจากกรง แต่พอคิดจะเอาใจคนที่ตัวเองชอบ ก็กลับกลายเป็นคนอ่อนโยนที่พร้อมจะประเคนโลกทั้งใบมาวางไว้ตรงหน้า
ซูเสี่ยวเนี่ยน: ... อยู่ดี ๆ ก็รู้สึก... ความดันขึ้น !
“ทำแบบนี้ไม่ดีมั้งคะ ? เราไม่สนิทกัน คิดราคาเต็มเถอะค่ะ !” ซูเสี่ยวเนี่ยนพูดอย่างเด็ดขาด แล้วรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน...
แต่ทว่า พอสาวน้อยที่เคาน์เตอร์เห็นคนสวยคนนี้เดินกลับมาอีก แล้วหันไปเห็นหน้าบูดบึ้งของเจ้านายที่สื่อความหมายว่า “ถ้าเธอกล้าเก็บเงินก็ไสหัวไปซะ” ก็ตกใจจนแทบจะคุกเข่าลงไปกราบซูเสี่ยวเนี่ยน
“คุณ คุณซูคะ ต้องขอประทานโทษจริง ๆ ค่ะ ค่าอาหารมื้อนี้ต้องเก็บเท่าไหร่ ต้องรอคำสั่งจากเถ้าแก่ค่ะ” พนักงานแคชเชียร์ใช้ไหวพริบโยนเผือกร้อนไปให้เจ้านาย
ซูเสี่ยวเนี่ยนขมวดคิ้ว คิดในใจว่าแค่จะกินข้าวสักมื้อ ทำไมมันถึงได้ซวยซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้เนี่ย เริ่มจากฝูหมิงจู แล้วก็มาเจอชิงจวิน... นี่มันจะเล่นตลกอะไรกันนักหนา ?
“เถ้าแก่ชิง” เดินกลับมาอย่างจนปัญญา ซูเสี่ยวเนี่ยนข่มความโกรธมองหน้าชิงจวิน ขณะที่กำลังจะพูดต่อ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เป็นเหยียนเหวยหาน เธอมองหน้าจอแล้วกดรับ
เสียงของเหยียนเหวยหานลอดออกมาอย่างกัดฟันกรอด: “เหนียนเนี่ยน ! อยู่ให้ห่างจากไอ้สารเลวนั่นเดี๋ยวนี้ ! ฉันจะบอกให้นะ... นอกจากฉันแล้ว ห้ามเธอสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ได้ยินไหม !”
ซูเสี่ยวเนี่ยนรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูทันที
เชี่ย ! เจอคนบ้าอีกคนแล้ว ! จะคุมฟ้าคุมดิน แล้วยังจะมาคุมว่าเธอจะคบใครอีกเหรอ ? คิ้วขมวดมุ่น รำคาญเว้ย !
ยกมือตบ “ปัง” ลงบนโต๊ะ วางบัตรธนาคารลงบนโต๊ะที่สะอาดสะอ้าน
ซูเสี่ยวเนี่ยนพูดเสียงเย็น: “เลิกเล่นได้หรือยัง ? ถ้าเถ้าแก่ชิงเงินเหลือใช้แล้วว่างมากนัก ก็ไปทำการกุศลซะไป๊ !” ทิ้งบัตรไว้บนโต๊ะ ซูเสี่ยวเนี่ยนตัดสินใจเดินหนีจากคนบ้าโรคจิตวัยทองคนนี้ทันที สนิทกันนักเหรอ ? น่ารำคาญที่สุด !
“เหนียนเนี่ยน ! เธอ เธอโกรธแล้วเหรอ ?” ชิงจวินชะงัก ไม่รู้เลยว่าตัวเองทำผิดตรงไหน... รู้แค่ว่าใจผู้หญิงนี่ยากแท้หยั่งถึงจริง ๆ ! หรือว่าเลี้ยงข้าวก็ไม่ได้เหรอ ? แค่เผลอเหม่อไปแวบเดียว ซูเสี่ยวเนี่ยนก็เดินขึ้นบันไดเวียนไปแล้ว
ชิงจวินชะงัก รีบคว้าบัตรธนาคารบนโต๊ะ แล้วก้าวยาว ๆ ตามไปทันที “เหนียนเนี่ยน อย่าเพิ่งโกรธสิ ผม ผมไม่ได้มีเจตนาอื่นนะ... แค่เห็นในหนังสือบอกว่า ถ้าชอบผู้หญิงคนไหนก็ต้องเลี้ยงข้าวเธอ ผมก็เลย...”
ซูเสี่ยวเนี่ยนขำด้วยความโมโห ! หันขวับกลับมายืนบนบันได มองลงมาที่ชิงจวินแล้วพูดว่า: “งั้นเถ้าแก่ชิงก็เห็นว่าฉันไม่มีเงินเลยสงสารฉัน แกล้งให้ส่วนลด 90% แล้วก็กลับคำไม่ให้ แล้วก็ตบหัวแล้วลูบหลัง เพื่อให้ฉันยอมสยบแทบเท้าคุณงั้นสิ ? ขอร้องล่ะ สมองมีไหมคะ !”
เธอเป็นแม่ของเด็กหกขวบแล้วนะ ! เลยวัยที่จะมาหวั่นไหวกับวัตถุสิ่งของพวกนี้แล้วรู้ไหม ? จะเลี้ยงข้าวก็เลี้ยงสิ เลี้ยงแล้วไม่ให้จ่าย พอไม่ให้จ่ายก็จะให้ฟรี... เล่นบ้าอะไรเนี่ย ? ที่สำคัญที่สุดคือ: “แล้วก็ คุณชอบฉันตรงไหน รบกวนช่วยบอกที ฉันจะแก้ให้หมดเลย ได้ไหม ? !”