- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 156: เถ้าแก่ชิงจอมเพี้ยน
บทที่ 156: เถ้าแก่ชิงจอมเพี้ยน
บทที่ 156: เถ้าแก่ชิงจอมเพี้ยน
บทที่ 156: เถ้าแก่ชิงจอมเพี้ยน
ฝูหมิงจูกรีดร้องออกมาคำหนึ่ง แล้วก็ล้มคะมำไป โซเซลงไปกองกับพื้น ครึ่งหน้าชาหนึบจนไร้ความรู้สึก
“หมิงจู !” ซุนจินหรงร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้าไปพยุงฝูหมิงจูขึ้นมา ถามด้วยความร้อนรนว่า “หมิงจู หนูเป็นยังไงบ้าง ? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ต้องไปโรงพยาบาลไหม ?”
ฝูหมิงจู: ... น้าพูดว่าอะไรนะ ? หนูหูดับ หนูไม่ได้ยินอะไรเลย !
กลุ่มไทยมุงที่เฝ้าดูอยู่: ... ฮ่าฮ่าฮ่า ! ละครฉากใหญ่ย่อมมีเรื่องเมาท์มอยชิ้นโต ! รีบถ่ายเร็ว !
“เป็นไง ? พอได้ไหม ?” ชิงจวินชักเท้าข้างใหญ่ ๆ กลับมาอย่างใจเย็น แล้วหันไปถามซูเสี่ยวเนี่ยน... แววตาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งที่ต้องการคำชมเชย: รีบชมฉันสิ รีบชมฉันเร็วเข้า
ซูเสี่ยวเนี่ยน: ... เชี่ย ! ไหนล่ะเถ้าแก่ชิงมาดนิ่งปากร้ายที่ตกลงกันไว้ ? จู่ ๆ คุณก็ทำตัวเพี้ยน ๆ แบบนี้... รู้สึกทะแม่ง ๆ ชอบกล !
“ก็ใช้ได้” กับเถ้าแก่ชิงจอมเพี้ยนคนนี้ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็ยังไว้หน้าเขาอยู่มากทีเดียว... ยิ้มเหมือนกำลังลูบหัวสุนัข เว้นจังหวะครู่หนึ่ง แล้วมองไปที่ “สภาพอันน่าสังเวช” ในที่เกิดเหตุ รู้สึกว่าเรื่องราวลุกลามมาขนาดนี้ก็น่าจะพอแล้ว คนบางคนน่ะนะ ให้หน้าแล้วไม่เอาหน้า ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตไป
“เถ้าแก่ชิง ดึกมากแล้ว ตอนนี้ฉันขึ้นไปกินข้าวข้างบนได้หรือยังคะ ?” ท้องหิวแล้ว ยังไงก็ต้องเติมให้เต็ม อีกอย่าง จู่ ๆ ก็โดนเลขาฝูปั่นป่วนจนวุ่นวาย เธอก็พลันรู้สึกว่า... เงินก้อนนั้นที่จ่ายไป มันช่างไม่คุ้มค่าเอาซะเลย ! ไว้ค่อยไปเบิกกับท่านประธานเหยียนทีหลัง !
เมื่อความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว ซูเสี่ยวเนี่ยนก็หันหลังเดินเข้าตี้กงไป ประตูกระจกคริสตัลหมุนวน ตัดขาดความวุ่นวายภายนอกออกไปจนหมดสิ้นในพริบตา
ชิงจวินปรายตามองออกไปนอกประตู สั่งลูกน้องให้จัดการเก็บกวาด แล้วรีบเดินตามเข้าไปทันที: “เหนียนเนี่ยน”
ซูเสี่ยวเนี่ยน: ... เชี่ย ! รู้อยู่แล้วเชียวว่ามีอะไรแปลก ๆ ! นั่นไงล่ะ
“เถ้าแก่ชิง ขอถามหน่อยค่ะว่ามีธุระอะไรอีกเหรอคะ ?” น้ำเสียงสุภาพที่เย็นชาและห่างเหิน ฟังดูแล้วน่าจะเข้าใจอะไรบ้างนะ ?
ชิงจวิน: ... คงจะฟังไม่ออกจริง ๆ นั่นแหละ สลัดคราบความเย็นชาทิ้งไปในพริบตา ดวงตาเป็นประกายมองซูเสี่ยวเนี่ยน ราวกับจู่ ๆ ก็มองเห็นความหวังในชีวิตของตัวเอง
“เหนียนเนี่ยน” พูดชื่อเธอออกมาสองพยางค์ แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ยกมือเกาหัวด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู อั้นอยู่นานกว่าจะพูดออกมาว่า: “เอ่อ ก็ไม่มีอะไรหรอก คือว่าร้านเรากำลังจัดกิจกรรมโปรโมชั่นพอดี... เหนียนเนี่ยน คุณโชคดี จับได้สิทธิ์ลดราคาเหลือ 10% (ลด 90%) จำนวน 33 ท่าน เพราะงั้น ก็เลยอยากถามเหนียนเนี่ยนว่าต้องการส่วนลดนี้ไหม ?”
ฟังดูแล้ว เหมือนมีความหมายแฝงที่พยายามจะเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ
ผู้จัดการตี้กง: ... ยืนนิ่ง... แล้วเอามือปิดหน้า !
เชี่ยเอ๊ย ! ไหนเมื่อกี้บอกว่าหงุดหงิดไม่อยากลดราคาให้ไง ? ผลสุดท้ายกลับวิ่งแจ้นเอาไปประเคนให้เขาถึงที่ ! ไม่เคยเจอเถ้าแก่แบบนี้เลยจริง ๆ พับผ่าสิ !
ซูเสี่ยวเนี่ยนกระตุกมุมปาก “เอา !” จ่ายแค่ 10%... ถูกจะตาย !
“แต่ว่า...” ชิงจวินมองสีหน้าเรียบเฉยของซูเสี่ยวเนี่ยน คิดในใจว่าสมกับเป็นผู้หญิงที่ไอ้แซ่เหยียนถูกใจ นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวได้จริง ๆ เปลี่ยนเรื่องพูดทันทีว่า: “แต่ว่า... ผมคิดว่าเหนียนเนี่ยนอาจจะไม่ค่อยต้องการโปรโมชั่นนี้เท่าไหร่”
พอเดินผ่านประตูตี้กงเข้ามา สิ่งที่เห็นเต็มสองตา นอกจากสีทอง ก็คือสีทอง
ในฐานะเจ้าของใหญ่ของแพลทินัม อิมพีเรียล พาเลซ
ชิงจวินตีความคำว่า “วิจิตรตระการตา” ได้อย่างถึงพริกถึงขิงจริง ๆ !
มันช่าง “รวยระยับแบบไร้มนุษยธรรม” จริง ๆ !
ตาแทบจะบอดเพราะแสงสีทอง !
ซูเสี่ยวเนี่ยนแบ่งประสาทสัมผัสฟัง พอได้ยินชิงจวินบอกว่าจะไม่ให้ส่วนลดแล้ว ? หึ ๆ ๆ !
“เถ้าแก่ชิงทำแบบนี้ไม่ดีมั้งคะ คำพูดที่พูดออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป จะมากลืนน้ำลายตัวเองกลับคืนได้ยังไง ?” ซูเสี่ยวเนี่ยนทำหน้าไม่พอใจ “สรุปว่า ต่อให้เถ้าแก่ชิงจะเป็นเจ้าของตี้กง ก็ตัดสินใจแทนลูกค้าไม่ได้หรอกค่ะ... ฉันตัดสินใจแล้ว ส่วนลด 90% นี้ ฉันจะเอา !”
“รบกวนคิดเงินด้วยค่ะ !” ควักบัตรธนาคารออกมาอย่างรวดเร็ว ซูเสี่ยวเนี่ยนเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ปากก็คำนวณตัวเลขรัว ๆ : “มาทานข้าวกัน 33 คน หัวละ 8,888 ลดเหลือ 10% ทั้งหมดเท่าไหร่คะ ?”