- หน้าแรก
- สำนักงานปราบมาร รับจบทุกงานเพราะเป็นหนี้มังกร
- บทที่ 37 ฐานปฏิบัติการเขตทุรกันดาร
บทที่ 37 ฐานปฏิบัติการเขตทุรกันดาร
บทที่ 37 ฐานปฏิบัติการเขตทุรกันดาร
วันรุ่งขึ้น รถบ้านของบริษัทสื่อสารมวลชนวั่งโหยวมาจอดเทียบท่าหน้าประตูสำนักงานตั้งแต่เช้าตรู่
"โห" เยว่เหวินเดินออกมา มองดูพาหนะสุดหรูคันนี้ ราวกับเห็นกิ่งหยกม่วงกำลังกวักมือเรียกเขาอยู่รำไร
ภายในรถมีเบาะหนังแท้จัดเรียงเป็นสองแถวหน้ากระดาน ดูเหมือนโซฟาตัวใหญ่ เหอไฉ่ฮวาสวมชุดฝึกยุทธ์สีดำรัดรูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจ ขับเน้นผิวพรรณให้ดูขาวผ่องยิ่งขึ้น
ประตูรถเปิดออก เธอพยักหน้าทักทายพวกเขาทั้งสอง
"แหม ได้เห็นหนุ่มหล่อสาวสวยตั้งแต่เช้าตรู่ ทำเอาอารมณ์ดีไปทั้งวันเลยนะเนี่ย" อาเม่ยที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยทักทาย เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายดอก ผมสีทอง ดูจากหน้าตาเหมือนนักเลงหัวไม้ แต่พออ้าปากพูดกลับเต็มไปด้วยจริตแบบผู้หญิง
เยว่เหวินสวมเสื้อยืดสีดำคู่กับกางเกงยีนส์ ดูหล่อเหลาสดใส ส่วนจ้าวซิงเอ๋อร์สวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมตัวหลวมคู่กับกระโปรงยาวสีขาว เผยให้เห็นแนวไหล่บอบบางและไหปลาร้าสุดเซ็กซี่
ดูผิวเผินเหมือนพระเอกนางเอกในซีรีส์วัยรุ่นไม่มีผิด
ทั้งสองคนไม่ได้พิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวอะไรมากมาย อาศัยหน้าตาเป็นตัวยกระดับแฟชั่นให้ดูดีไร้ที่ติ
"เรื่องที่คุณบอกฉันเมื่อวาน ทางบริษัทยอมรับเงื่อนไขได้นะ" พอขึ้นรถ เหอไฉ่ฮวาก็หันไปพูดกับจ้าวซิงเอ๋อร์ "ฉันแอบเสียดายนิดหน่อย ปกติในวงการไลฟ์สด พวกที่ไม่กล้าโชว์หน้าคือพวกที่หน้าตาขี้เหร่เท่านั้นแหละ คุณสวยขนาดนี้ ไม่เห็นต้องใช้วิธีปิดบังใบหน้าเพื่อสร้างความลึกลับเลย"
เมื่อคืนภายหลังจ้าวซิงเอ๋อร์นำแผนการใส่หน้ากากไปคุยกับบริษัทวั่งโหยว ทางนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่เพิ่มเงื่อนไขในสัญญาว่า หากในอนาคตมีการเปิดเผยใบหน้าครั้งแรกเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ จะต้องเซ็นสัญญากับบริษัทวั่งโหยวเท่านั้น
เพราะถึงอย่างไรพวกเขาสองคนก็เป็นแค่ตัวประกอบ ตัวเอกของงานไลฟ์สดครั้งนี้คือเหอไฉ่ฮวา อย่างมากเพิ่มหลิวหยวนจวินกับหลี่เฟยเสียเข้าไปด้วย ส่วนสี่คนที่เหลือถ้ามีใครดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาได้ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ดังก็ช่างมันเถอะ ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก
"ฉันมีเรื่องให้ต้องกังวลเยอะน่ะค่ะ..." จ้าวซิงเอ๋อร์ถอนหายใจยาว
"เรื่องพวกนั้นอย่าไปเล่าให้พี่ฮวาฟังเลยนะ" เยว่เหวินรีบเตือน
เขากลัวว่าพอคนของบริษัทสื่อสารมวลชนได้ฟังจบ นอกจากจะล้มเลิกความคิดที่จะเซ็นสัญญากับจ้าวซิงเอ๋อร์แล้ว ยังอาจจะถึงขั้นโทรแจ้งสำนักงานปราบปรามความผิดปกติให้มาจับตัวเธอไปเลยด้วยซ้ำ
ข้อหาหนักพอจะโดนจับติดคุกหัวโตได้สบาย
"แน่นอนค่ะ บริษัทต้องเคารพการตัดสินใจของคุณอยู่แล้ว ไม่บังคับหรอก" เหอไฉ่ฮวาส่งยิ้มบาง "เดี๋ยวฉันช่วยเลือกหน้ากากสวยๆ ให้เอาไหมคะ"
จ้าวซิงเอ๋อร์ยิ้มหวานตอบ "ขอบคุณค่ะพี่ฮวา"
ฐานปฏิบัติการเขตทุรกันดารที่บริษัทสร้างขึ้นตั้งอยู่ในเมืองหมายเลขเจ็ด ถือว่าสะดวกสบายมาก เหอไฉ่ฮวาเลยแวะรับพวกเขาไปพร้อมกันได้เลย ส่วนคนหนุ่มสาวคนอื่นต้องนั่งรถไฟความเร็วสูงหรือขับรถมาเอง
แม้ผู้ฝึกตนขอบเขตที่สามจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แต่ในเมืองมี "กฎหมายควบคุมการบิน" บังคับใช้อยู่ ห้ามผู้ฝึกตนบินสะเปะสะปะเด็ดขาด
ต่อให้เป็นเขตชานเมืองที่กฎหมายไม่เข้มงวดนัก แต่ไม่มีใครอุตริบินระยะทางไกล เพราะมันเหนื่อยสายตัวแทบขาด เหมือนคนธรรมดาในยุคปัจจุบัน ที่ไม่มีใครนึกครึ้มวิ่งมาราธอนสองชั่วโมงเพื่อเดินทาง
ยกเว้นพวกยอดฝีมือตบะสูงส่ง ที่บินได้เร็วกว่ายานพาหนะหลายเท่าตัว อาจจะเลือกบินเพื่อทำเวลา
ความเร็วในการบินของผู้ฝึกตนในสามขอบเขตล่างเผลอๆ ก็ไม่เร็วไปกว่ารถยนต์บนทางด่วนเสียด้วยซ้ำ
รถบ้านแล่นฉิวมาจนถึงชานเมือง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในสวนส่วนตัวที่สร้างอิงแอบแนบชิดกับภูเขา พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มองจากที่ไกลเห็นต้นไม้เขียวชอุ่ม กำแพงสูงตระหง่าน ด้านนอกยังมีเต็นท์ผ้าใบกางไว้จำนวนมาก บดบังสายตาจากคนภายนอกไม่ให้มองลอดเข้าไปได้
ที่นี่คือฐานปฏิบัติการไลฟ์สดเขตทุรกันดารที่บริษัทวั่งโหยวเนรมิตขึ้นมา
มิน่าล่ะถึงเลือกเมืองเจียงเฉิงเป็นที่ทดลองโครงการ ถ้าขืนไปจัดที่เมืองหลวงอย่างหลงตูหรือเมืองใหญ่ระดับมหานครอย่างเทียนไห่ที่ค่าที่ดินแพงหูฉี่ การกว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้คงทำบริษัทวั่งโหยวล้มละลายได้ไม่ยาก
ทว่าไม่มีใครบนรถทันสังเกตเห็นเลยว่า ภายหลังรถบ้านค่อยๆ แล่นเข้าสู่สวนส่วนตัวแล้ว บนยอดไม้ไกลออกไป มีนกสีดำสนิทตัวหนึ่ง นัยน์ตาของมันทอประกายวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
แชะ
...
รถแล่นเข้ามาในสวน ก่อนจะจอดสนิทบนลานกว้าง
เยว่เหวินกับจ้าวซิงเอ๋อร์เดินตามกลุ่มของเหอไฉ่ฮวาลงจากรถ ภาพแรกที่เห็นคือเต็นท์ผ้าใบกางเรียงรายติดกันเป็นพืด ภายในมีทีมงานจากแผนกหลากหลายเดินขวักไขว่ ทั้งตากล้อง ตัดต่อ ผู้กำกับ พิธีกร พวกชอบขโมยของเดลิเวอรี ฝ่ายสวัสดิการ รปภ. และแผนกอื่นอีกเพียบ
ถึงจะเป็นแค่การไลฟ์สด แต่ดูจากการเตรียมงานแล้ว สเกลใหญ่โตน้องๆ กองถ่ายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เลยทีเดียว
ทีมงานต้องปักหลักอยู่ที่นี่ถึงสามวันเต็ม เต็นท์ที่กางเรียงรายเป็นทั้งสถานที่ทำงานและที่พักอาศัย บรรยากาศดูวุ่นวายชุลมุนไปหมด แม้จะมีคนคอยประสานงานอยู่ทุกจุด แต่โปรเจกต์ที่มีคนเยอะขนาดนี้ จะให้เป็นระเบียบเรียบร้อยร้อยเปอร์เซ็นต์คงเป็นไปไม่ได้
เยว่เหวินกับจ้าวซิงเอ๋อร์ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เดินผ่านไปก็ชะเง้อมองซ้ายขวาด้วยความตื่นตาตื่นใจ
เมื่อมองทะลุรั้วลวดหนามสูงลิบลิ่วออกไป จะเห็นป่าไม้ร่มรื่นอีกฝั่ง เงาไม้ทาบทับสลับซับซ้อน หุบเขาลึกดูลึกลับน่ากลัว แถมยังมีเสียงสัตว์ร้ายคำรามแว่วมาเป็นระยะ แผ่กลิ่นอายความเป็นป่าเถื่อนดึกดำบรรพ์ออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
การได้มาผจญภัยที่นี่ อาจจะช่วยสะสมประสบการณ์ไว้ใช้ในยามที่ต้องก้าวเท้าเข้าสู่เขตทุรกันดารของจริงในอนาคตได้เช่นกัน
กลุ่มคนเดินมาถึงเต็นท์ที่อยู่ตรงกลาง ผู้ร่วมรายการอีกสองทีมมาถึงก่อนแล้ว หลิวหยวนจวินกับหลี่เฟยเสีย สองศิษย์พี่ศิษย์น้องยังคงสวมชุดนักพรต ศิษย์พี่หลับตาทำสมาธิกำหนดลมหายใจอย่างเงียบสงบ ส่วนศิษย์น้องนั่งยิ้มแฉ่งเล่นมือถืออยู่ด้านข้าง
ซูเหรินเสวี่ยจากบึงมังกรเร้นลับ วันนี้สวมชุดวอร์มสีเขียว สะพายดาบยาวไว้กลางหลัง ดูเหมือนนักเรียนมัธยมปลายเกเร ส่วนจีหยางมาในลุคหนุ่มผมแดงสวมแจ็กเกตหนังสีดำ ยืนวางมาดกร่างหันซ้ายหันขวาไปมา
"มากันครบแล้วนะ งั้นเรามาคุยเรื่องขั้นตอนการไลฟ์สดกันเลยดีกว่า ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามเลยนะ พอเริ่มไลฟ์สดแล้ว พยายามอย่าให้เสียเวลาเด็ดขาด" ผู้กำกับหญิงสวมหน้ากากอนามัยเดินเข้ามาอธิบายให้ทุกคนฟัง
"แผนการไลฟ์สดของเราในครั้งนี้ คือการนำหีบสมบัติสามใบไปซ่อนไว้ในพื้นที่นี้ ภายในหีบแต่ละใบจะมีของวิเศษซ่อนอยู่หนึ่งชิ้น พวกคุณจะต้องรับภารกิจตามหาหีบสมบัติพวกนี้ นอกจากหีบสมบัติของจริงสามใบแล้ว เรายังซ่อนหีบปลอมไว้อีกหลายสิบใบด้วย บางใบอาจจะว่างเปล่า บางใบอาจจะมีเสบียงอาหารเล็กน้อย หรือบางใบอาจจะมีสัตว์ปีศาจซ่อนอยู่..."
"ถ้าพวกคุณหาหีบสมบัติเจอ ทางเราจะมอบของวิเศษข้างในให้เป็นรางวัลตอบแทน ถ้าไม่ถูกใจ จะเอามาแลกเป็นเงินสดกับทางเราเลยก็ได้ เมื่อหาหีบสมบัติครบทั้งสามใบ การไลฟ์สดก็จะสิ้นสุดลง แต่เอาเข้าจริง ตอนเริ่มรายการเราจะซ่อนหีบสมบัติของจริงไว้แค่สองใบเท่านั้น พอถึงบ่ายวันที่สาม เราถึงจะเอาใบที่สามเข้าไปซ่อนให้พวกคุณหา เพื่อป้องกันไม่ให้จบไลฟ์สดเร็วเกินไปจนไม่ได้เวลาตามที่กำหนดไว้"
"ตอนที่พวกคุณเดินทางมาถึง น่าจะสังเกตเห็นแล้วว่าเขตทุรกันดารจำลองแห่งนี้กว้างขวางมาก แต่พวกคุณห้ามเดินเร็วเกินไปเด็ดขาด ไม่งั้นกล้องโดรนแมลงของเราอาจจะตามถ่ายไม่ทัน ให้คิดเสียว่าที่นี่คือเขตทุรกันดารของจริง ต้องค่อยสำรวจไปทีละก้าวอย่างระมัดระวัง"
"ใส่หูฟังไว้ตลอดเวลาด้วยนะคะ ถ้ามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง ทีมงานจะคอยแจ้งเตือนผ่านหูฟังทันที"
"และ! เรื่องสำคัญที่สุดคือ..."
สีหน้าของผู้กำกับดูจริงจังขึ้นมา "เราได้ปล่อยสัตว์ปีศาจจำนวนมากลงไปในพื้นที่นี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนดู ความหนาแน่นของสัตว์ปีศาจอาจจะมากกว่าเขตทุรกันดารของจริงนิดหน่อย ส่วนเรื่องความแข็งแกร่ง พวกคุณวางใจได้เลย รับรองว่าเป็นระดับที่พวกคุณรับมือไหวแน่นอน เราไม่มีทางเอาชีวิตพวกคุณมาล้อเล่น แต่ข้อแม้ก็คือ พวกคุณต้องระแวดระวังตัวให้ดี ห้ามประมาทเด็ดขาด"
"สัตว์ปีศาจพวกนี้เป็นพวกที่กระแทกค่ายกลคุ้มครองเมืองจนสลบเหมือดอยู่ภายนอก ถึงตบะจะอ่อนด้อย แต่ความดุร้ายมีเกินร้อย พอพวกมันเห็นมนุษย์ สัญชาตญาณกระหายเลือดจะพุ่งพล่านขึ้นมาทันที"
"ถ้ามั่นใจในฝีมือตัวเอง ก็พยายามโชว์วิชาอาคมเด็ดๆ ให้เยอะหน่อย คนดูจะได้ตื่นตาตื่นใจ" พูดจบเธอก็ยิ้ม "ยังไงเสียทุกคนมีกล้องโดรนแมลงตามถ่ายอยู่แล้ว มีช่องไลฟ์สดของตัวเองแยกต่างหาก ถ้าช่องของพวกคุณมีคนเปย์เยอะ พวกคุณก็จะได้ส่วนแบ่งเยอะตามไปด้วย"
"เอาล่ะ เรื่องที่ต้องชี้แจงก็มีเท่านี้แหละ มีใครมีคำถามอะไรไหมคะ?"
สิ้นเสียงของเธอ เยว่เหวินก็ชูมือขึ้นก่อนใครเพื่อน "แล้วสัตว์ปีศาจที่ปล่อยเอาไว้เนี่ย พวกเราฆ่าทิ้งได้ตามสบายเลยใช่ไหมครับ?"
"แหม แน่นอนสิคะ" ผู้กำกับตอบ "พวกนั้นคือสัตว์ปีศาจจากเขตทุรกันดารของแท้ ทุกอย่างเหมือนอยู่ในเขตทุรกันดารจริง ต่อให้พวกคุณไม่เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตี พวกมันก็จะเป็นฝ่ายล่าพวกคุณอยู่ดี"
"ถ้าไม่มีคำถามอะไรแล้ว งั้นก็แต่งหน้าทำผมเตรียมตัวไลฟ์สดกันได้เลย! สามวันนี้ คงต้องรบกวนทุกคนเหนื่อยหน่อยนะคะ"
เหนื่อยเหรอ?
เยว่เหวินยิ้มกริ่มที่มุมปาก
สถานที่ที่ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งชื่อเสียง แถมยังมีสัตว์ปีศาจให้ฆ่าเล่นตามสบายแบบนี้ อย่าว่าแต่ให้อยู่แค่สามวันเลย ให้ทำงานเดือนนึงหยุดแค่สามวันเขายังยอม!