เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: ข้อแลกเปลี่ยนของเซียวเซวียน

บทที่ 26: ข้อแลกเปลี่ยนของเซียวเซวียน

บทที่ 26: ข้อแลกเปลี่ยนของเซียวเซวียน


หลังจากตกลงร่วมมือกันได้สำเร็จ เซียวเซวียนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะแนะนำหลินหยวนให้รู้จักกับบรรดาลูกน้องผู้ตื่นรู้ของเธอทีละคน

หลินหยวนจดจำชื่อของพวกเขาเอาไว้จนครบ ในที่สุดสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่แม่หนูน้อยโลลิคนหนึ่ง ซึ่งกำลังซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยโตอย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อเห็นว่าหลินหยวนเอาแต่จ้องมองแม่หนูน้อย เซียวเซวียนจึงเอ่ยขึ้น "เธอชื่อเฉินหลิงหลิงค่ะ พวกเราเรียกเธอว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์

เดิมทีหลิงเอ๋อร์เรียนอยู่ที่เมืองถง ส่วนพ่อแม่ของเธอทำงานอยู่ในเมืองหลวง นานๆ ทีถึงจะมีเวลามาเยี่ยมสักครั้ง

แม้ภายนอกจะดูร่าเริงสดใสเหมือนไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร แต่พวกเราทุกคนรู้ดีว่าเธออยากเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อตามหาพ่อกับแม่มากแค่ไหน บ่อยครั้งที่พวกเรามักจะเห็นเธอแอบไปนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงมุมตึกเพียงลำพัง!"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ แววตาของเซียวเซวียนก็ฉายแววรันทดออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ใจจริงฉันก็อยากจะพาเธอไปตามหาพ่อแม่ที่เมืองหลวงนะคะ แต่ในเมื่อฉันเลือกที่จะเป็นผู้นำของค่ายหลบภัยแห่งนี้แล้ว ฉันก็ไม่สามารถทิ้งทุกคนไปตามอำเภอใจได้ มันเป็นการปัดความรับผิดชอบต่อชีวิตของพวกเขา ในเมื่อพวกเขายอมเชื่อใจฉันอย่างหมดใจ ฉันก็ไม่อาจทำให้พวกเขาผิดหวังได้ค่ะ!"

หลินหยวนพยักหน้ารับฟังอย่างเข้าใจ จริงอย่างที่เธอว่า ในเมื่อตัดสินใจรับบทบาทนี้แล้วก็ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้คนให้ถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครหน้าไหนกล้าฝากความหวังไว้ที่เธออีก

และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่หลินหยวนไม่คิดจะสร้างค่ายหลบภัยของตัวเองในเมืองจินตั้งแต่แรก

หากเป็นคนอื่น เมื่อต้องเผชิญกับวันสิ้นโลก การตัดสินใจของพวกเขาก็คงไม่ต่างอะไรจากเซียวเซวียนและพรรคพวกนักหรอก นั่นคือการสร้างฐานที่มั่นอันปลอดภัยในเมืองของตนเอง จากนั้นค่อยออกตระเวนหาเสบียง สมบัติล้ำค่า รวมถึงรวบรวมพรรคพวกและลูกน้อง เรียกว่ารุกก็ถอยรับก็สะดวก!

แต่นั่นก็แลกมาด้วยข้อจำกัดที่ว่า คุณจะไม่สามารถเดินทางไปไหนไกลๆ หรือทิ้งฐานไปเป็นเวลานานได้เลย เพราะยังมีคนอีกกลุ่มใหญ่ที่คอยพึ่งพาและรอคอยการปกป้องจากคุณอยู่เบื้องหลัง!

เซียวเซวียนสบตาหลินหยวนอย่างจริงจัง "ที่ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้ฟัง ก็เพราะหวังว่าคุณจะยอมพาเสี่ยวหลิงเอ๋อร์เดินทางไปด้วย แม้ฉันจะไม่รู้จุดหมายปลายทางที่แน่ชัดของคุณ แต่คุณเองก็กำลังมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงใช่ไหมคะ? มีเพียงการมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเท่านั้นถึงจะสามารถกอบโกยทรัพยากรได้มากกว่า ซึ่งมันย่อมก้าวหน้าไวกว่าการนั่งเฝ้าเมืองและค่อยๆ ขยายอาณาเขตออกไปอย่างแน่นอน

ถ้าเป็นไปได้ ฉันขอร้องให้คุณพาเธอเดินทางไปด้วย และช่วยส่งเธอให้ถึงมือพ่อแม่ทีนะคะ"

พูดจบ เซียวเซวียนก็ลุกขึ้นยืนแล้วค้อมศีรษะให้หลินหยวนอย่างนอบน้อมเพื่อเป็นการอ้อนวอน

จังหวะที่เซียวเซวียนค้อมตัวลง ร่องอกอวบอิ่มก็ประจักษ์แก่สายตาของหลินหยวนเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มกระแอมไอแก้เก้อ ก่อนจะใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วปรายตามองไปทางแม่หนูน้อย

"การจะพาเธอร่วมเดินทางไปด้วยก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะ แต่นี่คือธุรกิจ คุณมีอะไรมาเสนอเป็นข้อแลกเปลี่ยนล่ะ?"

ไม่มีทางที่เขาจะยอมแบกรับภาระร่วมทางไปด้วยเฉยๆ หรอก ต่อให้ยัยหนูนี่จะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแค่ไหนก็เถอะ!

เซียวเซวียนขบริมฝีปากล่างด้วยความลังเล หากปล่อยให้โอกาสที่จะพึ่งพาหลินหยวนหลุดลอยไป คงเป็นการยากที่จะหาใครหน้าไหนพาเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ไปส่งถึงเมืองหลวงได้อีก เพราะต่อให้มีคนอาสาพาไป แต่ถ้าฝีมือไม่แข็งแกร่งพอ ก็อาจเกิดอันตรายขึ้นระหว่างทางได้ทุกเมื่อ

แถมตัวเธอเองก็ต้องคอยปกป้องที่นี่จนปลีกตัวไปไหนไม่ได้ เมื่อตริตรองดูแล้ว เธอก็จ้องมองไปที่หลินหยวน แม้ชายหนุ่มตรงหน้าจะไม่ได้หล่อเหลาเอาการ ทว่าใบหน้านั้นกลับดูเด็ดเดี่ยว การกระทำก็เฉียบขาด แถมยังมีพลังฝีมือสูงส่ง เขาจัดว่าเป็นผู้ชายที่พึ่งพาได้คนหนึ่งเลยทีเดียว

หญิงสาวก้าวเข้าไปคว้ามือของหลินหยวนเอาไว้พลางเอ่ย

"ตามฉันมาสิคะ ฉันจะพาคุณไปที่แห่งหนึ่ง แล้วจะมอบสิ่งของแลกเปลี่ยนให้กับคุณ"

หลินหยวนหันไปกำชับให้สองสาวรออยู่ที่นี่ ก่อนจะถูกเซียวเซวียนจูงมือพาเดินลึกเข้าไปในลานจอดรถใต้ดิน หลังจากเดินลัดเลาะมาได้สักพัก เขาก็พบว่ามีห้องหับเล็กๆ หลายห้องที่ถูกประกอบขึ้นจากแผ่นเหล็กและวัสดุต่างๆ สร้างปลูกทิ้งไว้ในบริเวณด้านในสุดของลานจอดรถ

เซียวเซวียนพาหลินหยวนมาหยุดอยู่หน้าห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าสะสวยนั้นซับสีเลือดฝาดขึ้นมาจางๆ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจผลักประตูและก้าวเข้าไปเป็นคนแรก พร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟบนกำแพง

หลินหยวนไม่ได้แปลกใจเลยที่กลุ่มของเซียวเซวียนมีไฟฟ้าใช้ เมืองนี้ออกจะกว้างใหญ่ การหาเครื่องปั่นไฟสักเครื่องไม่ใช่เรื่องยาก และการจะหาช่างไฟมาเดินสายต่อหลอดไฟก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเช่นกัน

ภายในห้องนั้นดูเรียบง่ายมาก มีเพียงโต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้สองสามตัว และเตียงนอนหนึ่งหลัง นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีก

หลินหยวนจ้องมองเซียวเซวียนเพื่อรอดูว่าเธอจะหยิบเอาอะไรมาเป็นของแลกเปลี่ยน ในใจเขากำลังนึกเดาว่ามันคงจะเป็นสมบัติล้ำค่าอะไรสักอย่างที่เธอไม่อยากนำออกมาโชว์ต่อหน้าผู้คนมากมาย จึงได้พาเขามาถึงที่นี่

จบบทที่ บทที่ 26: ข้อแลกเปลี่ยนของเซียวเซวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว