- หน้าแรก
- ไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในต่างโลกที่สตรีเป็นใหญ่บุรุษเป็นรอง
- บทที่ 36 พลังเวทคลุ้มคลั่ง
บทที่ 36 พลังเวทคลุ้มคลั่ง
บทที่ 36 พลังเวทคลุ้มคลั่ง
บทที่ 36 พลังเวทคลุ้มคลั่ง
------------------------------------------
“เลือกเสร็จแล้วเหมียว”
โคโค่ยกม้วนตำราขึ้นอย่างตื่นเต้น เธอเลือกทักษะที่เกี่ยวกับอาชีพนักฆ่า
เซซีเลียก็เลือกเสร็จแล้วเช่นกัน เธอเลือกทักษะที่เกี่ยวกับอาชีพผู้พิทักษ์โล่
ซึ่งทักษะที่เลือกมานั้นล้วนเหมาะสมกับพวกเธอทั้งสองคนเป็นอย่างยิ่ง
“ดี” วิลเลินพยักหน้า
“วันนี้ดูผ่านๆ ไปก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ข้าจะให้ฟิโอน่าหาคนที่เชี่ยวชาญทักษะนี้มาสอนพื้นฐานให้พวกเจ้า”
เขาจัดการทุกอย่างให้หญิงสาวทั้งสองเป็นอย่างดี
วิลเลินเห็นว่าดึกมากแล้ว จึงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ตั้งใจว่าจะพักผ่อน วันนี้ทีน่าเพิ่งกลับมา จิตใจของเขาจึงไม่ได้จดจ่ออยู่กับการรับรู้พลังเวทเลย
“ท่านทีน่า ข้าฝึกสมาธิจนปวดเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว ท่านช่วยนวดให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ เหมือนที่ข้าเคยนวดให้ท่านอย่างไรเล่า”
ใบหน้าของทีน่าแดงก่ำ ถ่มน้ำลายเบาๆ
“ชิ...ข้าเห็นเจ้าหลับสบายดีนี่ ไม่เห็นจะต้องนวดเลย”
เธอทำท่าจะลุกขึ้นหนี
วิลเลินจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร เพียงพริบตาเดียวเขาก็ยื่นแขนออกไปรวบทีน่าเข้ามาในอ้อมแขน แล้วก้าวเดินไปยังที่พัก
“ครั้งที่แล้วข้าตั้งใจนวดให้ท่านอย่างดี ท่านก็ควรจะตอบแทนน้ำใจข้า ช่วยนวดให้ข้าบ้างสิ”
ทีน่าดิ้นขลุกขลักพอเป็นพิธี ปากก็พูดว่า “ปล่อยข้านะ เจ้าคนนิสัยไม่ดี”
แม้จะขัดขืน แต่ก็ไม่ได้ดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของวิลเลิน
เซซีเลียเห็นดังนั้นก็รีบขอตัวลาอย่างมีไหวพริบ พร้อมกับพาน้องแมวที่กำลังตื่นเต้นอยากลองวิชาและคลาร่าที่มองตามตาละห้อยออกไปด้วย
โคโค่เดินอ้อมเซซีเลีย แล้วถามวิลเลินด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“โคโค่ขอร่วมทีมเล่นเกมด้วยได้หรือไม่ เหมียว”
วิลเลินรู้ว่าทีน่าเป็นคนขี้อาย ตอนนี้คงไม่ยอมแน่ เขาจึงรีบขยิบตาเป็นสัญญาณให้เจ้าแมว แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ไม่ได้ เจ้าไปพักผ่อนกับพวกเธอก่อนเถอะ”
“โคโค่รับทราบเหมียว”
เจ้าแมวฉลาดหลักแหลมในเรื่องพวกนี้ยิ่งนัก พอเห็นสัญญาณของวิลเลินก็เข้าใจในทันที จึงพยักหน้ารับคำ
ในใจของเธอกำลังคิดว่า... กลับไปหาของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่สะสมไว้ในห้องก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยหาโอกาสนำมามอบให้นายท่าน เขาต้องดีใจมากแน่ๆ
...
“เอ๊ะ? โคโค่เจ้ามาได้อย่างไร ในมือถือนั่นมันของแปลกๆ อะไรน่ะ?”
“โคโค่มาขอร่วมทีมเหมียว นี่คืออุปกรณ์ประกอบเกม เดี๋ยวโคโค่สอนให้ว่าใช้ยังไง”
“ข้าไม่เอา โอ๊ย...วิลเลิน! ท่านมันเกินไปแล้ว ต่อไปข้าจะไม่สนใจท่านอีกแล้ว!”
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
“หึ!”
ใบหน้าเล็กๆ ของทีน่าบึ้งตึง หันหน้าไปอีกทาง ไม่ยอมพูดคุยกับวิลเลิน
เจ้าคนนิสัยไม่ดีนี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว หากไม่สั่งสอนให้เข็ดหลาบเสียบ้างคงไม่ได้
วิลเลินรู้ตัวว่าผิด จึงยิ้มเจื่อนๆ เข้าไปใกล้ๆ ทีน่า
“ข้าผิดไปแล้วท่านทีน่า ครั้งหน้าข้าจะขออนุญาตท่านก่อนแน่นอน ดีหรือไม่?”
ทีน่าฟังจบก็ยิ่งโมโห ใช้มือน้อยๆ ทุบหน้าอกของวิลเลินอย่างแรงสองที
“ยังจะมีครั้งหน้าอีกรึ ข้าว่าท่านคงยังไม่เข็ดหลาบสินะ”
วิลเลินง้อต่ออีกครู่หนึ่ง จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาไปสถาบัน ทีน่าก็ยังไม่หายโกรธ เขาจึงลูบจมูกตัวเอง พลางคิดว่าคงต้องรอตอนกลางวันกลับมาค่อยง้อต่อ
วิลเลินกลับมาที่ห้อง ให้เซซีเลียช่วยแต่งตัวสวมเครื่องแบบอย่างรวดเร็ว แล้วจึงนั่งรถม้าไปสถาบันพร้อมกับคลาร่า
เพราะต้องไปเข้าเรียนที่สถาบันเวทมนตร์ด้วย การพาเซซีเลียและโคโค่ไปด้วยจึงไม่ค่อยสะดวกนัก เลยให้พวกเธออยู่ที่คฤหาสน์ จะได้ถือโอกาสฝึกฝนทักษะที่เลือกไว้เมื่อวานนี้
เป็นครั้งแรกที่คลาร่าได้ครอบครองที่นั่งข้างวิลเลินบนรถม้าแต่เพียงผู้เดียว เด็กสาวเพียงแค่คิดว่าตลอดทั้งช่วงเช้าจะมีเพียงตนเองที่ได้อยู่กับวิลเลิน ในใจก็มีความสุขอย่างหาที่เปรียบมิได้
เธอเกาะแขนวิลเลิน พลางส่ายหัวไปมา และฮัมเพลงเบาๆ
เมื่อมาถึงหน้าประตูสถาบันประกายศักดิ์สิทธิ์ การปรากฏตัวของวิลเลินยังคงดึงดูดความสนใจของผู้คนที่ผ่านไปมา แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์กลับน้อยลงไปมาก ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเลิกสงสัยในตัวตนของวิลเลินแล้ว
ระหว่างทางเดินในสถาบันเวทมนตร์ อัตราการเหลียวมองวิลเลินสูงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างน่าประหลาด ทุกคนที่เห็นเขาต่างก็มองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
“คนของสถาบันปรุงยามาทำอะไรที่สถาบันของเรา”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร บางทีอาจจะมาเป็นเพื่อนคู่หมั้นคู่หมายเข้าเรียนกระมัง”
“...”
ทันทีที่ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องเรียนวิชาการรับรู้พลังเวท ก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที
“เฮ้ ดูนั่นสิ นั่นใช่นักศึกษาใหม่ที่หน้าตาดีมากจากสถาบันปรุงยามิใช่รึ ทำไมถึงมาอยู่กับคลาร่าได้”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร แต่เขาหล่อจริงๆ นะ บุคลิกก็ดีมากด้วย”
“พวกเจ้านี่ไม่รู้อะไรเลย เขาคือวิลเลิน โดเลนเฟล”
“หา? โดเลนเฟลกับแบรนคลินหมั้นหมายกันแล้วรึ?”
“น่าจะใช่ ข้าต้องกลับไปบอกข่าวนี้กับตระกูล”
“...”
ห้องเรียนมีขนาดใหญ่มาก ภายในไม่มีโต๊ะเก้าอี้ มีเพียงเบาะรองนั่งเรียงเป็นแถวสำหรับนั่งสมาธิ
วิลเลินทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อสายตาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น เขาหาที่นั่งในมุมที่ไม่เป็นที่สังเกตนักแล้วนั่งลงพร้อมกับคลาร่า
ไม่นานนัก อาจารย์ผู้สอนเวทมนตร์ก็เดินเข้ามา
จอมเวทหญิงวัยกลางคนผู้นี้มีสายตาคมกริบ มองปราดเดียวก็สังเกตเห็นวิลเลิน แต่เธอเพียงชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็เริ่มสอนตามปกติ
เธอเริ่มจากการอธิบายวิธีการหายใจเพื่อเข้าสู่สภาวะสมาธิอย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากที่บันทึกไว้ในม้วนหนังแกะของวิลเลินเล็กน้อย ดูเหมือนจะช่วยให้เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมภายนอกได้ง่ายกว่า
จากนั้น เธอก็เริ่มอธิบายถึงความเข้าใจเกี่ยวกับพลังเวท และวิธีรับรู้พลังเวทอย่างถูกต้อง
วิลเลินฟังแล้วก็ได้รับประโยชน์อย่างมาก รีบลองเข้าสู่สภาวะสมาธิทันที ดูท่าแล้วเรื่องแบบนี้คงต้องมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญนำทางเข้าสู่ประตูวิชาเสียก่อน
ไม่นาน นักศึกษาที่มีพื้นฐานหรือพรสวรรค์บางคนก็เข้าสู่สภาวะสมาธิได้สำเร็จ รอบกายเริ่มมีคลื่นพลังเวทปรากฏขึ้น
ส่วนนักศึกษาที่ยังจับทางไม่ได้ อาจารย์ก็จะเดินเข้าไปแนะนำเป็นรายบุคคล
ยังมีนักศึกษาบางส่วนที่ยังไม่ปลุกพรสวรรค์ เพราะพวกเธอไม่สามารถรับรู้ถึงพลังเวทได้ ดังนั้นพวกเธอจึงจดจ่ออยู่กับการทำสมาธิ เพื่อเพิ่มระดับพลังจิตของตนเอง
พลังพื้นฐานของจอมเวทคือพลังเวท และการควบคุมพลังเวทต้องใช้พลังจิต การทำสมาธิก็เป็นวิธีการฝึกฝนพลังจิตอย่างหนึ่ง
ซึ่งก็เหมือนกับหลักการที่นักรบฝึกฝนร่างกายเพื่อเพิ่มพลังกายและเลือดลมของตนเอง
ภายใต้การนำทางของอาจารย์ ไม่นานคลาร่าก็เข้าสู่สภาวะสมาธิได้
วิลเลินก็พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า สัมผัสถึงพลังเวทที่อยู่รอบกาย
“หายใจ...หายใจ...”
ทีละน้อย วิลเลินก็จมดิ่งเข้าสู่สภาวะสมาธิอย่างเต็มตัว เขารู้สึกว่าหน้าผากของตนเริ่มร้อนขึ้น
ทันใดนั้น วิลเลินก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีจุดดำเล็กๆ ล่องลอยอยู่ในสภาพแวดล้อม ไม่นานนัก จุดดำเล็กๆ ก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ รวมตัวกันเข้ามาหาเขา
หัวใจของวิลเลินกระตุกวูบ เขารู้ตัวว่าพลังเทพอาจจะถูกเปิดเผย จึงต้องการจะหยุดสภาวะนี้ทันที แต่กลับพบว่าร่างกายไม่ขยับตามใจนึก
จุดดำเล็กๆ เหล่านี้ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเข้าใกล้วิลเลิน จากนั้นภายใต้การนำทางของพลังเทพแห่งความโอหัง ก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง
เมื่อเวลาผ่านไป กระแสวนของพลังเวทก็ปรากฏขึ้นรอบกายวิลเลินทีละวง
ทุกคนในห้องเรียนต่างก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทที่รุนแรงรอบกายวิลเลิน ต่างพากันหยุดทำสมาธิ แล้วมองมาด้วยสายตาประหลาดใจ
อาจารย์ผู้สอนเวทมนตร์ก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นเช่นกัน เธอเดินตรงไปยังวิลเลิน พลางปล่อยพลังจิตออกไปเพื่อสัมผัสถึงสถานการณ์ตรงหน้า
แต่ทันทีที่พลังจิตของเธอสัมผัสกับวิลเลิน ก็ถูกสัมผัสอันน่าสะพรึงกลัวและเป็นลางร้ายเข้าครอบงำในชั่วพริบตา