- หน้าแรก
- เนตรเซียนสวรรค์ พลิกฝัน ฟื้นชะตา
- บทที่ 19 สังหารผี
บทที่ 19 สังหารผี
บทที่ 19 สังหารผี
บทที่ 19 สังหารผี
การคำนวณนับพันประการ การเตรียมการนับหมื่นอย่าง ล้วนเพื่อชั่วขณะนี้
เฉินเส้าจวินคงวิชาเนตรวิญญาณไว้ ในขณะเดียวกันก็ใช่วิชาเพ่งจิตออกมา
นี่เป็นเพราะพลังจิตของเขาเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล มิเช่นนั้นการสิ้นเปลืองจากการใช้วิชาอาคมสองบทพร้อมกัน ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทนรับไหว
วิชาเพ่งจิตถูกใช้ออก แสงเทพสายหนึ่งพุ่งออกมาดุจมีตัวตน สาดส่องลงบนหยกหรูอี้
วูบ!
ชั่วพริบตา
ปราณเหนี่ยวนำซึ่งกันและกัน
ปราณหยินที่หนาทึบปกคลุมยอด ราวกับราชาสัตว์ป่าที่ถูกล่วงละเมิด มันพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าใส่เฉินเส้าจวินทันที
ซี่ ซี่ ซี่...
พลังเจตจำนงแห่งจิตวิญญาณของเฉินเส้าจวินปะทะเข้ากับปราณหยินพิฆาต ราวกับโม่สองอันที่วางขนานกัน บดขยี้กันอย่างต่อเนื่อง
สิบสาย ยี่สิบสาย สามสิบสาย...
ปราณหยินพิฆาตถูกทำลายไป
พลังเจตจำนงแห่งจิตวิญญาณที่คมกล้าดุจมีดของเฉินเส้าจวิน ก็เริ่มพร่ามัวจากการถูกปะทะเช่นกัน
ทั้งสองฝ่าย ล้วนอยู่ในสภาวะตรงข้ามกัน
ไม่ใช่ลมตะวันออกสยบลมตะวันตก งั้นก็ต้องเป็นลมตะวันตกไล่พัดลมตะวันออก
หากชนะ ปราณพิฆาตจะถูกบดขยี้ สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หากแพ้ ปราณพิฆาตย่อมแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ผลลัพธ์ยากจะคาดเดา
เฉินเส้าจวินเริ่มรู้สึกว่าตนเองต้านทานไม่ไหวทีละน้อย
โดยพื้นฐานแล้วพลังจิตของเขาไม่ได้แข็งแกร่งนัก ไม่ต่างจากคนทั่วไป แม้ในช่วงนี้จะก้าวหน้าขึ้นบ้าง และโอสถบำรุงจิตยังทำให้พลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นมหาศาล แต่อย่างมากก็แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปเพียงหนึ่งเท่าตัวเท่านั้น
หนึ่งเท่าของคนทั่วไป มันก็ยังคงเป็นคนทั่วไปอยู่ดี
ยามเผชิญหน้ากับปราณพิฆาตสิบสาย หรือหลายสิบสาย อาศัยเทคนิคของวิชาเพ่งจิตขั้นเชี่ยวชาญ ย่อมพอจะรับมือได้
ทว่าปราณหยินท่วมท้น ปริมาณปราณพิฆาตเกินร้อยสาย กลับทำให้เขารู้สึกเกินกำลังไปบ้าง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า นี่เป็นเพียงปราณพิฆาตเท่านั้น
ผีตนนั้นยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลยนะ!
ขณะที่กำลังครุ่นคิด
ทันใดนั้น!
เฉินเส้าจวินรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบลง กลิ่นอายเย็นยะเยือกสายแล้วสายเล่า แผ่ซ่านออกมาจากรอบตัวอย่างต่อเนื่อง
"ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้วสินะ?"
เฉินเส้าจวินคอยสังเกตเงาผีที่วนเวียนอยู่ในปราณหยินตลอดเวลา
อีกฝ่ายหลังจากสัมผัสได้ว่าปราณหยินพิฆาตถูกทำลายไปอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็อยู่นิ่งไม่ได้ พุ่งออกมาจากหยกหรูอี้โดยตรง
นี่คือผีที่สวมชุดยาวของบัณฑิต ดูแล้วอายุประมาณสี่สิบปี ผมเผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ในดวงตาที่ดูว่างเปล่ากลับแฝงไว้ด้วยความดุร้าย
สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุด คือลำคอของมัน
รอยแผลขนาดใหญ่ แทบจะตัดลำคอของมันให้ขาดออกจากกัน
ภายใต้วิชาเนตรวิญญาณ เฉินเส้าจวินถึงกับมองเห็นเนื้อหนังและหลอดลมที่ขยับเปิดปิดอยู่ตรงรอยแผลนั้น...
ทว่า
ในชั่วขณะที่ผีพุ่งออกมา เฉินเส้าจวินพลันพบว่า สภาพแวดล้อมรอบตัวเขาเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ในเวลานี้ เขาตกอยู่ในป่าเขาที่ไร้ผู้คน รอบด้านมีต้นไม้ใบหญ้าหนาทึบ รอบตัวมีหลุมศพกระจายอยู่เลือนราง มีเพียงที่ไกลออกไปเท่านั้นที่ดูเหมือนจะมีแสงเทียนจากบ้านเรือนลอดออกมา
"นี่คือผีบังตาหรือ?"
สีหน้าของเฉินเส้าจวินเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้เขาจะไม่เข้าใจเรื่องภูตผีในโลกนี้มากนัก แต่เขาก็ได้ยินตำนานพื้นบ้านมาไม่น้อย
ไม่นานเขาก็จำได้ว่า นี่คือวิธีการที่ภูตผีมักใช้ ผีบังตา!
วิธีการนี้ พลังทำลายไม่แข็งแกร่งนัก แต่ถนัดในการทำให้คนหลงทิศทาง หากไม่ระวังจะตกลงไปในกับดักที่อีกฝ่ายวางไว้ และต้องเผชิญกับอันตราย
"จงสลายไปเสีย!"
เมื่อเผชิญกับภาพนี้ แม้เฉินเส้าจวินจะลนลาน แต่เขาก็เตรียมตัวมาดี
เขารีบยื่นมือออกไป เปิดกระบอกไม้ไผ่อันหนึ่ง
แม้จะเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่เพื่อการประเมินสมบัติครั้งนี้ เฉินเส้าจวินได้เตรียมการไว้ทันท่วงที
นอกเหนือจากไม้แกะสลักที่จำเป็นสำหรับวิชาสลับต้นเหมยแทนต้นท้อแล้ว เขายังเตรียมกระบอกไม้ไผ่ไว้อีกสองอัน
อันหนึ่งบรรจุน้ำปัสสาวะเด็กบริสุทธิ์ อีกอันหนึ่งคือเลือดสุนัขดำ
ทั้งสองอย่างนี้ ล้วนเป็นของที่มีพลังหยางแรงกล้าซึ่งมีชื่อเสียงในการปราบมารขับไล่ผีตามตำนานพื้นบ้าน
แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันจะได้ผลจริงหรือไม่
แต่หากเป็นไปได้ เขาย่อมไม่ตระหนี่ที่จะเตรียมตัวให้มากเข้าไว้
ในเวลานี้ กระบอกไม้ไผ่ที่เฉินเส้าจวินเปิดออก บรรจุเลือดสุนัขดำไว้
มันคือสิ่งที่เฉินเส้าจวินถอนขนสุนัขดำของหลิวขาเป๋มา แล้วถือโอกาสเอามาจากตัวมันด้วย
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้วิชาสลับต้นเหมยแทนต้นท้อไร้ผล เฉินเส้าจวินจึงไม่กล้าเอาเลือดมามากนัก แต่ก็มีอยู่เกือบครึ่งถ้วยเล็ก
เปิดกระบอกไม้ไผ่ เลือดสุนัขดำที่เข้มข้นส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง
เฉินเส้าจวินไม่เสียเวลาคิด สาดออกไปข้างหน้าโดยตรง
ซี่! ซี่! ซี่!
เสียงกัดกร่อนที่แสบแก้วหูดังขึ้น ป่าเขา หลุมศพ บ้านเรือน ทั้งหมดล้วนหายวับไปจนหมดสิ้น
ในเวลานี้ เขายังคงยืนอยู่ในห้อง แม้แต่ฝีเท้าก็ไม่ได้ขยับไปไหนเลยสักนิด
พลังจิต ก็ยังคงสิ้นเปลืองอยู่ตลอดเวลา ปะทะกับปราณหยินพิฆาตในหยกหรูอี้
ผีบังตา ถูกทำลายแล้ว!
เงาผีบินถอยกรูด ออกไปพ้นระยะของเลือดสุนัขดำ เผยสีหน้าตื่นตระหนกและไม่มั่นใจออกมา
"ได้ผลจริงๆ ด้วย"
เฉินเส้าจวินดีใจยิ่ง รีบตีเหล็กตอนร้อน เปิดกระบอกไม้ไผ่อีกอันทันที
เมื่อเทียบกับเลือดสุนัขดำที่มีเพียงน้อยนิด น้ำปัสสาวะเด็กบริสุทธิ์ย่อมมีมากกว่า
ไม่เพียงแต่ตัวเขาเองจะมีส่วนร่วม ศิษย์ฝึกหัดแต่ละคนล้วนเป็นหนุ่มพรหมจรรย์ที่ไม่เคยแตะต้องกามราคะทั้งสิ้น
เขาสาดออกไปเต็มแรง
"อ๊ากกก..."
เสียงโหยหวนของผีดังสนั่นหวั่นไหว ทั่วทั้งห้องลมหยินพัดกระหน่ำ เงาผีในชั่วขณะนี้ถูกน้ำปัสสาวะเด็กบริสุทธิ์รดใส่ จนร่างวิญญาณถูกกัดกร่อนเป็นรูพรุนไปทั่ว ราวกับถูกน้ำกรดสาดใส่ ทำให้ใบหน้าที่เดิมทีก็น่าเกลียดอยู่แล้ว กลายเป็นพุพองเต็มไปด้วยรูพรุน ดูสยดสยองยิ่งนัก
"แฮ่!"
เงาผีโกรธจัด! มันอ้าปากส่งเสียงโหยหวนที่ไร้สุ้มเสียงออกมา ดวงตาฉายแววดุร้ายและอาฆาตแค้น ราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่ร่วมโลก รอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นปราณผีที่หนาทึบ ราวกับขุมนรกจุติลงมา
จากนั้น เงาผีพลันบินโฉบ พุ่งเข้าใส่เฉินเส้าจวินอย่างรวดเร็ว
ในชั่วขณะนี้ สิ่งที่มันจะใช้ออกมา คือหนึ่งในวิธีการเฉพาะของภูตผี วิชาสิงร่าง
หากมันสิงร่างสำเร็จ เช่นนั้นร่างกายทั้งหมดของเฉินเส้าจวินย่อมต้องถูกอีกฝ่ายควบคุม
ควักลูกตา แยงจมูก บีบคอตัวเองตาย... ร่างกายมิใช่ของตน อยู่มิสู้ตาย!
"ตอนนี้แหละ"
ใบหน้าของเฉินเส้าจวินเคร่งเครียด ย่อมรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญ
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ใช้วิชาสลับต้นเหมยแทนต้นท้อออกมาโดยตรง
วูบ!
บนไม้แกะสลักสุนัขดำ มีแสงสลัววาบขึ้น
ทันใดนั้น เฉินเส้าจวินรู้สึกร่างกายหนาวเยือก เงาผีตนนั้นมุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายของเขา ทว่าในชั่วพริบตา มันกลับไปปรากฏอยู่ในไม้แกะสลักสุนัขดำแทน
อีกทั้งปราณหยินพิฆาตที่โหมกระหน่ำซึ่งกำลังปะทะกับเฉินเส้าจวินอยู่ มันก็ถูกพลังพิเศษบางอย่างชักนำให้ไหลบ่าเข้าไปในไม้แกะสลักสุนัขดำเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน
ไกลออกไปในลานหลังบ้าน สุนัขดำที่จิตใจห่อเหี่ยว พลันรู้สึกไม่สบายใจอย่างกะทันหัน มันรีบลุกขึ้นยืน มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง
ทว่าเพียงพริบตาเดียวดวงตาของมันพลันเบิกกว้าง ท่ามกลางเสียงครางหงิงๆ มันส่งเสียงเห่าหอนอย่างโหยหวนออกมาครั้งหนึ่ง
เสียงนั้นดังและโศกเศร้า ราวกับหิมะตกในเดือนหก เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และคับแค้นใจสุดขีด
เฉินเส้าจวินไม่มีเวลาสนใจเสียงสุนัขเห่าหอนที่ดังแว่วมาแต่ไกล ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ไม้แกะสลักสุนัขดำ เห็นมันส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด มีร่องรอยจวนเจียนจะแตกสลาย ในใจรู้ดีว่าผีตนนั้นดุร้ายกว่าที่เขาจินตนาการไว้ เมื่อมันพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ มันกำลังจะดิ้นรนหนีออกมาจากร่างสุนัขดำ
เขาไม่กล้าลังเล หยิบมีดทำครัวออกมาฟันลงบนไม้แกะสลักสุนัขดำอย่างแรง
ฉับ!
ไม้แกะสลักขาดเป็นสองท่อน
ควันดำพุ่งกระจายออกมาทันที
"จบแล้วหรือ?"
เฉินเส้าจวินในใจเกิดความสงสัย ในภวังค์พลันมองเห็นคันฉ่องแปดเหลี่ยมบานหนึ่ง ปรากฏขึ้นในสมองของเขา