- หน้าแรก
- พลังวิญญาณฟื้นฟู นี่มันสกิลบ้าอะไรวะเนี่ย!
- บทที่ 24 ล่อซื้อ!
บทที่ 24 ล่อซื้อ!
บทที่ 24 ล่อซื้อ!
หลังจากอิ่มหนำกับเนื้อย่างแล้ว เย่ฟานก็เปิดมิติส่วนตัวออกอีกครั้ง แล้วขนอุปกรณ์สำหรับตั้งแคมป์ออกมาทีละชิ้น
ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์หลังคาใสดูดาว ที่นอนซิมมอนส์ หรือแม้แต่อ่างอาบน้ำไม้หอมไม้จันทน์ เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างจริงๆ
เพียงไม่นาน ริมแอ่งน้ำก็ถูกจัดเตรียมจนสะดวกสบายราวกับอยู่ในโรงแรมระดับห้าดาว
เมื่อฟ้าเริ่มมืด ทั้งห้าคนต่างก็มุดเข้าไปในเต็นท์ของตัวเอง พลางนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันแรกของการทดสอบภาคปฏิบัติ
ฟางเสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป จะมีใครมาทดสอบภาคปฏิบัติแล้วได้รับประสบการณ์เหมือนมาพักร้อนแบบนี้บ้างล่ะ!
หลินตั้นต้ากำลังเปิดดูอัลบั้มรูปในโทรศัพท์ เขาเอาแต่เกาหัวเพราะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้โพสต์ความเคลื่อนไหวลงโซเชียลไม่ได้เสียที
เฉินต้าลี่นอนอยู่บนที่นอนซิมมอนส์ แต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
พวกเราทำตัวแบบนี้จะสอบติดมหาวิทยาลัยวิทยายุทธวิญญาณระดับท็อปได้จริงๆ เหรอ?
เย่ฟานและเซี่ยเหยายังคงนอนอยู่ในเต็นท์หลังเดียวกัน ทั้งคู่แหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า บรรยากาศโรแมนติกถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
ทว่าเย่ฟานกลับมีใจแต่ไร้ความกล้า
เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เขาจึงเริ่มเข้าไปเช็กรายการแต้มความแค้นแทน
แค่เพียงวันเดียว เขาได้รับแต้มความแค้นมามากกว่าห้าแสนแต้ม ช่างเป็นประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น เย่ฟานก็เริ่มมีความคิดเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาอีกครั้ง หากการทดสอบครั้งนี้เขาไม่กอบโกยครั้งใหญ่คงต้องเสียดายไปจนตายแน่
คืนนี้ถือเป็นคืนที่แสนสบายสำหรับทีม "หิวไม่ให้นั่ง"
แต่สำหรับทีมอื่นๆ ในป่าไป๋เจ๋อแล้ว มันคือคืนที่แสนทรมาน
ตอนที่เข้ามา พวกเขาไม่ได้พกแม้แต่ถุงนอนติดตัวมาด้วยซ้ำ
จินตนาการได้เลยว่า คนที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายเหล่านั้น กำลังเริ่มทบทวนตัวเองว่ามันจำเป็นจริงๆ เหรอที่ต้องมาลำบากเพื่อใบปริญญาของมหาวิทยาลัยวิทยายุทธวิญญาณ
คนที่ยุ่งวุ่นวายตลอดทั้งคืนยังมีหลี่เหยียนไจ้และกองทัพเฉียนหลงของเธอด้วย
ก่อนหน้านี้ระบบดวงตาสวรรค์ส่งสัญญาณเตือนว่าพบฝูงสัตว์อสูรวิญญาณที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้เข้าสอบจากมัธยมปลายหนานเจียงหมายเลข 2
ด้วยเหตุนี้ กองทัพเฉียนหลงจึงส่งทีมทหารหลายสิบนายมุ่งตรงไปยังทางทิศเหนือของป่าไป๋เจ๋อทันที
นับว่าโชคดีที่กองทัพเฉียนหลงไปถึงได้ทันท่วงที
สัตว์อสูรที่ระบบดวงตาสวรรค์ตรวจพบคือฝูงหมีคลั่งปฐพีที่มีระดับเฉลี่ยอยู่ที่ทองแดงเจ็ดดาว
ฝูงสัตว์ระดับนี้ถือเป็นภัยพิบัติสำหรับผู้เข้าสอบที่ยังอยู่ระดับทองแดง
แต่สำหรับกองทัพเฉียนหลงแล้ว พวกมันไม่ได้มีความน่าเกรงขามเลยสักนิด
ระดับเงินสู้กับระดับทองแดงย่อมโชว์เหนือได้สบายอยู่แล้ว
ติดเพียงแค่หมีคลั่งปฐพีมีจำนวนมากเกินไป จึงมีบางตัวที่หลุดรอดหนีไปได้บ้าง
แต่นั่นก็ถือว่าพอดีแล้ว เพราะถ้าสัตว์อสูรถูกกองทัพเฉียนหลงจัดการไปหมด แล้วพวกผู้เข้าสอบจะทำยังไงล่ะ
............
เช้าวันต่อมา เย่ฟานตั้งเตาปิ้งย่างอีกครั้ง และหยิบเนื้อกวางออกมาย่างต่อ
กลิ่นหอมปลุกให้สมาชิกอีกสี่คนตื่นขึ้นมาจากความฝันด้วยความหิว
หลินตั้นต้ามุดหัวออกมาจากเต็นท์ พลางขยี้ตาและหาวหวอด "พี่เย่ครับ พวกเรานี่มีความสุขเกินไปแล้วนะ ผมว่าถ้าอยู่ทดสอบกับพี่ครบเจ็ดวัน น้ำหนักผมต้องขึ้นสักห้ากิโลแน่ๆ"
คนที่ถูกปลุกด้วยความหิวไม่ได้มีแค่พวกเขา แต่ยังมีผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ในป่าด้วย
พวกเขากว่าจจะได้งีบหลับพิงต้นไม้ได้ก็เกือบเช้า
แต่เพิ่งนอนไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมง ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะกลิ่นเนื้อกวางย่างที่หอมฟุ้งไปทั่ว
"อ๊ากกก ใครกันเนี่ย จะไม่ให้คนอื่นใช้ชีวิตเลยหรือไง!"
"กินปิ้งย่างแต่เช้าตรู่แบบนี้ นายมีมารยาทบ้างไหมเนี่ย!"
"เลิกบ่นเถอะ รีบกินแครกเกอร์พลังงานแล้วอาศัยกลิ่นหอมนี่ปลอบใจตัวเองเถอะ เร่งฟื้นฟูพลังวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญกว่านะ"
............
เป็นไปตามที่เย่ฟานคาดไว้ พอตั้งแผงปิ้งย่างปุ๊บ รายการแต้มความแค้นก็เด้งรัวๆ ไม่ยอมหยุด
กวางอัคคีวับวามตัวใหญ่มาก กินไปสองมื้อแล้วยังเหลือส่วนหัวกวางอยู่อีก
ไม่ใช่ว่าอิ่มจนกินไม่ไหวหรอกนะ แต่หัวกวางมันกินยากจริงๆ นั่นแหละ
ทว่าเย่ฟานก็ไม่ได้รังเกียจ เขายังคงย่างหัวกวางต่อไป
เพราะธีมของวันนี้คือ "ล่อซื้อ"
เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีแค่พวกผู้เข้าสอบที่หิวกลิ่นนี้ สัตว์อสูรในป่าไป๋เจ๋อจะไม่มีความคิดอะไรบ้างเลยเชียวเหรอ?
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ตลอดทั้งวันมีสัตว์อสูรวิญญาณที่ทนกลิ่นหอมไม่ไหวทยอยเดินตามกลิ่นมาที่ริมแอ่งน้ำ
เย่ฟานดีดถั่วแระเมล็ดเล็กใส่หลินตั้นต้าไปอีกสองสามเม็ด ทำให้เขาพัฒนาจากบัลบาซอร์กลายเป็นไอวีซอร์โดยตรง
หลินตั้นต้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการสิ้นเปลืองพลังวิญญาณอีกต่อไป เขาเนรมิตปืนกลแกตลิงออกมาทันที
เพียงแค่มีสัตว์อสูรตัวไหนกล้าโผล่หัวออกมา ก็จะถูกรัวกระสุนใส่จนพรุนทันที
สัตว์อสูรระดับสามหรือสี่ดาวบางตัวอาจจะยังไม่ทันเห็นลำแสงสีฟ้าจากปืนแกตลิงด้วยซ้ำก็สิ้นใจไปแล้ว
ส่วนพวกระดับห้าหรือหกดาว ก็ยังมีเฉินต้าลี่และเย่ฟานคอยจัดการ
เย่ฟานเองก็เริ่มค้นพบกลยุทธ์บางอย่าง
สำหรับสัตว์อสูรขนาดเล็ก เขาจะปล่อยให้พวกมันเข้ามาในอาณาเขตของเขา จากนั้นเขาก็จะจัดการได้ตามใจชอบ โดยใช้เวลาเพียงแค่สามวินาทีในการควักมุกวิญญาณหนึ่งลูก
ส่วนสัตว์อสูรที่มีขนาดใหญ่ เย่ฟาน เฉินต้าลี่ และฟางเสี่ยวอวี่จะประสานงานกัน การล้มพวกมันหนึ่งตัวใช้เวลาไม่เกินสามนาที
ฟางเสี่ยวอวี่ใส่บัฟระงับปวดให้เฉินต้าลี่ และใส่บัฟเพิ่มความเจ็บปวดระดับสูงสุดให้สัตว์อสูร
ผลที่ได้คือ สัตว์อสูรโจมตีเฉินต้าลี่แต่เขาไม่รู้สึกอะไรเลย ส่วนเฉินต้าลี่ที่สะสมพลังแล้วชกออกไปกลับทำให้พวกมันเจ็บปวดจนร้องไห้
ขณะที่เย่ฟานจะรอให้เฉินต้าลี่ล้มสัตว์อสูรได้ก่อน จากนั้นเขาก็จะเปิดอาณาเขตมิติแล้วใช้ไม้เสียบเหล็กแทงหาตำแหน่งของมุกวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยกลยุทธ์นี้ เพียงแค่วันเดียวทั้งห้าคนก็สามารถล่าสัตว์อสูรวิญญาณได้ถึง 8 ตัว
ซากสัตว์อสูรกองพะเนินอยู่ที่นั่น มีทั้งกระต่ายโลหิต หนูไม้ไผ่ลายดาว เม่นเขี้ยวเหล็ก...
ดูแล้วช่างเหมาะสมที่จะนำมาทำปิ้งย่างเหลือเกิน
เซี่ยเหยารับหน้าที่เฝ้าซากสัตว์อสูรเหล่านี้ไว้ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะมีสัตว์อสูรที่ฉลาดมาแอบขโมยไป
ปิ้งย่างที่รออยู่ตรงหน้าจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดลง และหัวกวางก็ใกล้จะไหม้เป็นถ่าน
พวกเย่ฟานทั้งห้าคนถึงได้ยืนเท้าสะเอวอย่างภูมิใจ วันนี้พวกเขาเหนื่อยกันมามากจริงๆ
เย่ฟานมองดูเนื้อสัตว์อสูรเหล่านี้ด้วยดวงตาที่เป็นประกายราวกับมองเห็นกองเงินกองทอง
เขารีบถือมีดปังตอเข้าไปชำแหละเนื้ออย่างคล่องแคล่ว
หลินตั้นต้า ฟางเสี่ยวอวี่ และคนอื่นๆ ก็เข้ามาช่วยกันเสียบไม้
ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการ "นายหั่นเนื้อ ฉันเสียบไม้" อย่างสนุกสนาน จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากส่วนลึกของป่า
"หลินจื้อผิง พวกเราตามล่ามันมาทั้งวันแล้วนะ พวกนายอย่ามาแย่งสิ!"
"หัวหน้าห้องครับ ใครจะแย่งไม่แย่งมันพูดกันได้ที่ไหนล่ะครับ พวกนายล่ามาทั้งวันแต่ก็ยังฆ่ามันไม่ได้นี่นา ใครได้มุกวิญญาณไปก่อนก็ถือว่าเป็นของคนนั้นสิ"
พวกเย่ฟานวางมือจากงานตรงหน้า แล้วหันไปมองตามเสียง
หมีคลั่งปฐพีระดับทองแดงแปดดาวตัวหนึ่งที่มีบาดแผลเต็มตัว วิ่งพุ่งชนต้นไม้แล้วทะลุออกมา
หมีคลั่งปฐพีเห็นมีดปังตอในมือเย่ฟานที่ยังมีเลือดหยดติ๋งๆ และพอหันไปมองหัวของสัตว์อสูรที่วางเรียงรายอยู่บนพื้น มันก็ถึงกับมึนงงไปหมด
ตั้งแต่วิ่งหนีมาเมื่อคืน ทำไมหันไปทางไหนก็เจอแต่มนุษย์ผู้ใช้พลังวิญญาณเต็มไปหมดเลยล่ะเนี่ย
เจ้าหมีน้อยช่างลำบากเหลือเกิน มันอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
แม่จ๋า ช่วยลูกด้วย!
หมีคลั่งปฐพีที่ไร้ทางหนีตัดสินใจฮึดสู้กับพวกเย่ฟาน หมีผู้กล้าหาญไม่หวั่นต่ออุปสรรค!
เย่ฟานยกยิ้มที่มุมปาก นึกว่าเขาเป็นพวกที่เคี้ยวง่ายนักหรือไง?
อาณาเขตมิติถูกเปิดใช้งาน พื้นที่สีน้ำเงินอ่อนแผ่ขยายออกไป
หมีคลั่งปฐพีที่อ้าปากค้างจนลิ้นห้อยพุ่งหัวเข้ามาใน 【อาณาเขตปิ้งย่าง】 ของเย่ฟานโดยตรง
เย่ฟานยกมีดขึ้นแล้วฟันลงไปทันที ผ่าหัวของหมีคลั่งปฐพีออกเป็นสองซีก แล้วควักมุกวิญญาณออกมาจากระหว่างคิ้วของมัน
กลุ่มของหลี่เจ๋อห้าวและหลินจื้อผิงที่วิ่งตามมาถึงกับอึ้งกิมกี่ไปกับการกระทำของเย่ฟาน
ฟันทีเดียวจอดเลยเหรอ?
แล้วที่ตามล่ามาทั้งวันล่ะ?
เย่ฟานโยนมุกวิญญาณของหมีคลั่งปฐพีเข้าไปในมิติส่วนตัวหน้าตาเฉย แล้วยิ้มให้ทั้งสิบคนที่มาถึงช้า
"ขอโทษทีนะครับ ผมได้มันมาก่อน แบบนี้ต้องถือว่าเป็นของผมแล้วใช่ไหม?"
(จบบท)