- หน้าแรก
- พลังวิญญาณฟื้นฟู นี่มันสกิลบ้าอะไรวะเนี่ย!
- บทที่ 14 มีผู้กล้าอยู่จริงๆ ด้วย!
บทที่ 14 มีผู้กล้าอยู่จริงๆ ด้วย!
บทที่ 14 มีผู้กล้าอยู่จริงๆ ด้วย!
วันต่อมาเมื่อเย่ฟานตื่นขึ้นมา เขาพบว่าแต้มความแค้นในรายการสะสมไปถึงแปดแสนกว่าแต้มแล้ว
ก่อนหน้านี้พวกคุณตาในคืนพุ่งปรี๊ดเพิ่งจะปั่นแต้มความแค้นให้เย่ฟานได้เพียงสามแสนแต้มเท่านั้น
ไม่คิดเลยว่าพวกคุณป้าจะอารมณ์ร้ายยิ่งกว่าพวกคุณตาเสียอีก นี่จะเจ้าคิดเจ้าแค้นกันเกินไปหรือเปล่า?
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดของพวกคุณป้าก็นำมาซึ่งความสุขของเย่ฟาน
แต้มความแค้นแปดแสนกว่าแต้ม เพียงพอให้เขาหมุนรางวัลได้อย่างบ้าคลั่งอีกรอบ
【ยืนยันการหมุนรางวัล เปิดใช้งานกงล้อเสี่ยงโชค!】
【รางวัลปลอบใจ: กุยช่ายยักษ์พลังฉีดเต็มพิกัด จำนวน 56 ชุด】
【รางวัลที่สาม: ถั่วแระหยั่งรากฝังลึก จำนวน 25 ชุด】
【รางวัลที่สอง: ไข่ข้าวอัจฉริยะเหนือหัว จำนวน 2 ชุด】
ของรางวัลมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเย่ฟาน และเขาก็สุ่มได้ของรางวัลชิ้นใหม่จริงๆ ด้วย
เย่ฟานรีบเข้าไปตรวจสอบคำอธิบายของรางวัลที่สองทันที
【ไข่ข้าวอัจฉริยะเหนือหัว: ความสามารถสูงเมตรห้า วิชาความรู้เต็มพุง สว่างไสวที่จุดสูงสุด ความรู้ท่วมท้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน】
เมื่อมองดูคำอธิบายที่ดูไม่ค่อยเข้ากันแต่กลับมีสัมผัสคล้องจองนี้ เย่ฟานก็ถึงกับหางตากระตุก
ระบบนี้น่าจะเข้าใจบทกวีของมนุษย์ลึกซึ้งเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าคนโบราณมารู้เข้าจะมุดรูหนีออกจากหลุมศพมาด่าหรือเปล่า?
โดยรวมแล้ว คำอธิบายครั้งนี้เข้าใจง่ายกว่าครั้งก่อนมาก
แปลความได้ว่า ถ้าอยากจะเตี้ยลง อ้วนขึ้น และหัวล้าน ก็จะฉลาดขึ้นนั่นเอง
แต่จะฉลาดขึ้นถึงระดับไหนนั้น ยังจำเป็นต้องมีการพิสูจน์
ประจวบเหมาะกับที่วันนี้มีการสอบวัดความรู้วิชาการพอดี ไข่ข้าวที่สุ่มได้มานี้จึงน่าจะได้ใช้งานพอดี
ตอนที่เซี่ยเหยาตื่นขึ้นมา เธอเห็นเย่ฟานกำลังใช้พลังพิเศษอยู่ในครัว
เธอจึงขยี้ตาพลางเดินสวมชุดนอนผ้าไหมเข้ามาใกล้
"เช้าตรู่นายจะใช้พลังพิเศษทำอะไรเหรอ?"
ในมือเย่ฟานถือแปรงอันเล็ก กำลังทาซอสพริกลงบนไข่ข้าวที่กำลังย่างอยู่
พอได้ยินเสียงเซี่ยเหยาเขาก็หันกลับไปมอง และได้เห็นภาพอันน่าหลงใหลเข้าเต็มตา
"แม่คุณทูนหัวของฉัน เธอจะเลิกยั่วกันได้หรือยัง?"
"หึ ย่างอะไรน่ะ หอมจัง ขอฉันชิมหน่อยสิ"
เย่ฟานรีบพูดด้วยความลนลาน "อันนี้ชิมไม่ได้เด็ดขาด!"
พูดพลางเย่ฟานก็รีบทาซอสพริกอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้เซี่ยเหยาล้มเลิกความคิดนั้น
เส้นผมของแฟนสาวก็เปรียบเสมือนเส้นผมของเขา จะปล่อยให้เธอกลายเป็นคนหัวล้านไม่ได้เด็ดขาด!
แม้เซี่ยเหยาจะดูเหมือนต้องการการบำรุงสมองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ควรแลกด้วยผมยาวสีม่วงโดดเด่นของเธอ
เซี่ยเหยาทำปากจู๋ "คราวนี้ตั้งใจจะแกล้งใครอีกล่ะ?"
เย่ฟานหัวเราะหึๆ "ก็แกล้งผู้มีวาสนาสักคนนั่นแหละ"
หลังจากทั้งคู่เตรียมตัวเสร็จก็พากันมาที่โรงเรียน
วันนี้ต่างจากวันก่อนๆ ตอนที่ทั้งสองมาถึงโรงเรียนก็มีคนมาถึงค่อนข้างเยอะแล้ว
เนื่องจากมีการสอบวัดความรู้วิชาการ หลายคนจึงรีบมาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าในการทบทวนบทเรียนครั้งสุดท้าย
วันนี้เย่ฟานไม่ต้องไปติวเข้ม เขาจึงเดินตรงไปที่ห้องเรียนทันที
ภายในห้องเรียนวุ่นวายอย่างมาก มีทั้งคนกำลังท่องบทกวีโบราณและคนกำลังจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างบ้าคลั่ง
และคนที่ส่งเสียงดังที่สุดคงหนีไม่พ้นตู้จื่อเถิง
เย่ฟานส่ายหน้า ไม่รู้ว่าคนพวกนี้คิดอะไรอยู่ หรือว่าความจำกับความดังของเสียงมันมีความลับบางอย่างเกี่ยวข้องกัน?
แต่เมื่อเห็นตู้จื่อเถิงมีท่าทางกระวนกระวายกับการสอบ เย่ฟานก็รู้สึกสงสารขึ้นมาบ้าง
ช่วงที่ผ่านมาเขาก็ลำบากมามากแล้ว ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ขอเลี้ยงไข่ข้าวสักฟองเพื่อเป็นการขอโทษแล้วกัน
ในฐานะที่เป็นเครื่องมือเก่าและเครื่องจักรผลิตแต้มความแค้นขาประจำ งานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างการทดสอบรางวัลใหม่นี้ คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าตู้จื่อเถิงอีกแล้ว
เพราะเขาก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วไม่ใช่หรือไง?
ตู้จื่อเถิงที่กำลังท่องหนังสือเสียงดังลั่น เห็นเย่ฟานเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหาก็ถึงกับตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว
"เย่... เย่ฟาน! นายจะทำอะไร?"
หลังจากที่ต้องอับอายขายหน้าเพราะเย่ฟานไปถึงสองครั้ง เขาก็ไม่กล้าเรียกเย่ฟานว่าราชาเย่อีกเลย นับว่าเข็ดหลาบไปไม่น้อย
"อ้าว ตู้จื่อเถิง นายจะหลบทำไม? คนไม่รู้จะนึกว่าฉันเป็นคนเลวนะเนี่ย"
ตู้จื่อเถิงสบถในใจ นายอาจจะไม่ใช่คนเลว แต่คนเลวยังไม่ทำแสบเท่านายเลยโว้ย
"นายมีอะไรจะพูดก็ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าเข้ามาใกล้เชียวนะ"
อาจเป็นเพราะปฏิกิริยาตอบสนองหลังจากความอับอายครั้งก่อน เสียงของตู้จื่อเถิงจึงดังยิ่งกว่าตอนท่องหนังสือเสียอีก
จนทำให้ทุกคนในห้องเรียนต่างตกใจและพากันหันมามองเป็นตาเดียว
เรื่องนี้ทำให้เย่ฟานรู้สึกเขินอยู่บ้าง มือข้างหนึ่งเกาหัว ส่วนมืออีกข้างก็ชูไข่ข้าวย่างที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งออกมาจากกล่องอาหาร
"เอ่อ... คือฉันแค่อยากให้ตู้จื่อเถิงลองชิมไข่ข้าวย่างที่ฉันทำมาน่ะ พวกนายทบทวนหนังสือกันต่อเถอะ"
เพื่อนนักเรียนที่ตอนแรกนึกว่าจะมีเรื่องสนุกให้ดู ต่างก็แสดงสีหน้าผิดหวังแล้วหันกลับไปอ่านหนังสือต่อ อีกยี่สิบนาทีจะเริ่มสอบแล้ว ถ้าไม่ใช่เรื่องดาราเตียงหักก็อย่าส่งเสียงดังรบกวนกันเลยได้ไหม!
ตู้จื่อเถิงมองดูกล่องอาหารที่เย่ฟานยื่นให้ พลางใช้มือทั้งสองข้างอุดปากไว้แน่น เขาเคยหลงกลมาครั้งหนึ่งแล้ว จะยอมให้มีครั้งที่สองได้ยังไง?
ของกินที่ออกมาจากมือเย่ฟาน มันต้องไม่ใช่ของดีแน่นอน!
ปฏิกิริยาที่ดูเกินเบอร์ของตู้จื่อเถิงทำให้เย่ฟานรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย ถ้าไม่มีคนยอมชิม แล้วที่เขาอุตส่าห์ทำมาแต่เช้าจะไม่เสียเที่ยวเหรอ
ในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มเพียงคนเดียวในห้องที่ไม่ยอมทบทวนหนังสือแต่กลับนอนฟุบอยู่บนโต๊ะมาตลอดทั้งเช้า ก็ยื่นจมูกเข้ามาดมกลิ่นไข่ข้าวใกล้ๆ
เขากินเข้าไปคำใหญ่โดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่นิดเดียว ไข่สองฟองหายวับลงไปในท้องของเขาในพริบตา
เย่ฟาน เซี่ยเหยา และตู้จื่อเถิงที่มองดูผู้กล้าที่อาสาชิมด้วยตัวเองคนนี้ ต่างก็พากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นี่จะโหดเกินไปไหมเนี่ย?
และคนที่กินไข่ข้าวเข้าไปไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่สอบได้อันดับสุดท้ายของห้องหัวกะทิ หลินตั้นต้า นั่นเอง
ตู้จื่อเถิงเบิกตากว้างพลางถามว่า "หลินตั้นต้า นายกินเข้าไปจริงๆ เหรอ? นั่นมันของกินที่เย่ฟานหยิบออกมานะ นายกล้ากินเข้าไปได้ยังไง?"
ในเวลานั้นหลินตั้นต้ายังไม่รู้ซึ้งถึงความรุนแรงของปัญหา เขาทำท่าทางหวงของกินแล้วตอบกลับไปว่า
"ให้กินก็ไม่ยอมกิน พอชนกำแพงเข้าให้ถึงเพิ่งจะรู้จักหักเลี้ยว น้ำมูกไหลเข้าปากแล้วถึงเพิ่งรู้จักสั่งทิ้ง ฉันกินแทนให้นายแล้วนะ นายจะมาเสียใจทีหลังไม่ได้ล่ะ ฉันไม่คายคืนให้นายหรอก"
ตู้จื่อเถิงรีบส่ายหน้ารัวๆ แบบนี้แหละดีแล้ว ดีมากจริงๆ
พี่ชาย นายนี่มันสุดยอดจริงๆ ไม่ใช่สิ นายมันเหนือมนุษย์ เหนือกว่าคนโหดไปอีกขั้นเลย!
เย่ฟานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "หลินตั้นต้า ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?"
"เป็นยังไงเหรอ? รสชาติใช้ได้เลยนะ แต่เผ็ดไปหน่อย"
"ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะฉลาดขึ้นแบบสุดยอดบ้างเลยเหรอ?"
หลินตั้นต้าไม่เข้าใจว่าทำไมเย่ฟานถึงพูดแบบนั้น เขาจะบรรลุธรรมได้เพียงเพราะกินไข่ข้าวไปฟองเดียวหรือยังไงกัน?
ในขณะที่เย่ฟานกำลังสงสัยว่าทำไมไข่ข้าวยังไม่ออกฤทธิ์ ครูประจำชั้นจางเชียนก็เดินเข้ามาในห้องพอดี
"นักเรียนทุกคน เหลือเวลาอีกสิบนาทีจะเริ่มสอบแล้ว ขอให้เก็บข้าวของให้เรียบร้อย และเดินไปที่ห้องสอบของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ ห้องสอบจะจัดตามลำดับคะแนน ดูรายชื่อได้ที่ด้านหน้าเลย"
"สุดท้ายขอเตือนพวกเธอไว้หน่อยนะ การสอบวัดความรู้ครั้งนี้ห้ามทุจริตเด็ดขาด คนที่อยู่ห้องสอบเดียวกับพวกเธอความรู้ก็พอๆ กันนั่นแหละ ลอกไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก"
"รีบไปที่ห้องสอบได้แล้ว"
พูดจบ ครูจางก็เดินออกจากห้องเพื่อไปคุมสอบที่ห้องอื่น
ภายในห้องเรียนเกิดเสียงลากเก้าอี้ดังระงม นักเรียนทุกคนต่างลุกขึ้นเพื่อไปตามห้องสอบที่กำหนดไว้
ตู้จื่อเถิงรีบชิ่งหนีไปทันทีเพราะกลัวว่าเย่ฟานจะเอาอะไรให้เขากินอีก
หลินตั้นต้าก็ไม่ต่างกัน เขาคว้าปากกาได้ด้ามเดียวก็วิ่งจู๊ดออกไป เพราะกลัวว่าเย่ฟานจะมาเก็บเงินค่าไข่ข้าว
เซี่ยเหยาย้ายมาจากโรงเรียนหมายเลข 1 จากผลการเรียนที่ผ่านมาเธอจึงถูกจัดให้อยู่ห้องสอบที่ 1
ส่วนเย่ฟานที่ดรอปเรียนไปสองปี จึงถูกจัดให้อยู่ห้องสอบที่ 10 ซึ่งเป็นห้องสุดท้าย
ในห้องสอบที่ 10 เย่ฟานรู้จักเพียงหลินตั้นต้าแค่คนเดียว
เนื่องจากหลินตั้นต้าเป็นหลานชายของท่านอาจารย์ใหญ่โหยว เขาจึงได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้นั่งเรียนในห้องหัวกะทิได้ แต่คะแนนจริงๆ ของเขากลับรั้งท้ายชั้นปี
...
ในตอนที่เหลือเวลาอีกสิบนาทีจะหมดเวลาสอบ หลินตั้นต้าที่นอนมาตลอดการสอบก็รู้สึกร้อนวูบวาบในใจ และเริ่มปวดเมื่อยตามร่างกายจนทนไม่ไหว
"ครูครับ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายกะทันหัน..."
ครูคุมสอบสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา จึงรีบเดินเข้ามาดู
เย่ฟานที่อยู่ในห้องสอบเดียวกันก็มองมาที่เขาด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน
ตอนนี้ผ่านไปสองชั่วโมงพอดีหลังจากที่หลินตั้นต้ากินไข่ข้าวเข้าไป หรือว่ามันจะเพิ่งเริ่มออกฤทธิ์?
(จบบท)