- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 4 - นายจะต้องเสียใจฮิรุเซ็น!
บทที่ 4 - นายจะต้องเสียใจฮิรุเซ็น!
บทที่ 4 - นายจะต้องเสียใจฮิรุเซ็น!
บทที่ 4 - นายจะต้องเสียใจฮิรุเซ็น!
หลายวันต่อมา ฮาเนะและเหล่านินจาที่ร่วมเดินทางมาด้วยหยุดฝีเท้าลง พวกเขาค่อยๆ เดินก้าวออกจากป่าเขา
เบื้องหน้าปรากฏรูปสลักใบหน้าขนาดยักษ์สามรูปประจักษ์แก่สายตา เมื่อมองต่ำลงมาก็พบกับกลุ่มอาคารสิ่งปลูกสร้างตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
โคโนฮะ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
"ไม่ได้กลับหมู่บ้านมาพักใหญ่ รู้สึกคิดถึงจังเลยนะ"
นินจาหญิงคนหนึ่งผ่อนคลายลง เธอกวาดเนตรสีขาวมองเพื่อนร่วมทีมรอบตัวแล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม "พวกนายคิดว่าตระกูลหลักจะเอายังไงต่อไป"
นินจาฮิวงะรอบข้างสบตากันไปมา ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
"ความลับของอักขระรั่วไหลไปแล้ว พวกเขาน่าจะพิจารณาเรื่องการถอนอักขระแบบถาวรแล้วใช่ไหม" นินจาหญิงยกมือขึ้นแตะหน้าผากบริเวณที่ถูกที่คาดหน้าผากปิดบังเอาไว้ "พูดตามตรงนะ อักขระนี่มันดูน่าเกลียดไปหน่อย..."
"งั้นหรือ เธอเกลียดมันมากงั้นสิ"
โจนินฮิวงะคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขามองเด็กสาวที่ยืนหน้าซีดตัวแข็งทื่อพลางเอ่ยเสียงเย็น "ไปรับโทษกับท่านผู้อาวุโสด้วยตัวเองซะ"
"...รับทราบค่ะ" เด็กสาวก้มหน้าลงต่ำสุดขีด
"พวกแกอย่าคิดนะว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เป็นตระกูลสาขาวันหนึ่ง ก็ต้องเป็นตระกูลสาขาไปตลอดชีวิต!"
โจนินฮิวงะกวาดสายตามองนินจาฮิวงะทุกคน เมื่อเห็นว่าทุกคนก้มหน้าลงหมดแล้วจึงพูดต่อ "ใครที่อยากจะช่วยแก้ไของค์ประกอบอักขระปักษาในกรงก็จงตามฉันมา"
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
เมื่อเห็นดังนั้น โจนินฮิวงะก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"การปรับปรุงวิชาอักขระปักษาในกรงต้องการความช่วยเหลือจากพวกแก งานนี้เป็นไปตามความสมัครใจ ใครอยากไปก็ไป"
พูดจบ ร่างของเขาก็หายวับไปจากตรงนั้นทันที
บรรยากาศของเหล่านินจาฮิวงะที่รั้งอยู่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเดินเข้าสู่หมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านเป็นคนแรก
'เบื้องบนของโคโนฮะเห็นด้วยให้ตระกูลฮิวงะปรับปรุงวิชา แทนที่จะถอนอักขระปักษาในกรงทิ้งอย่างถาวรงั้นหรือ'
'ก็ถูกของพวกเขา ถ้าถอนอักขระให้ตระกูลสาขาตอนนี้ ก็เท่ากับเป็นการปลดปล่อยปัจจัยเสี่ยงที่ไม่มั่นคงออกมา'
'ตระกูลสาขาคือทาสของตระกูลหลัก นินจาโคโนฮะคนอื่นๆ ต่างก็เลือกที่จะเมินเฉยต่อความเจ็บปวดของพวกเขา'
'เพื่อนพ้องงั้นหรือ'
'เพื่อนพ้องที่แท้จริงจะไม่มีวันยืนทนดูเพื่อนถูกสวมปลอกคอทาสหรอก'
'ตระกูลสาขาไม่ได้แค่มีความขัดแย้งกับตระกูลหลัก แต่พวกเขายังไม่เคยได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงจากโคโนฮะเลยด้วยซ้ำ'
ฮาเนะลอบสังเกตกำปั้นที่กำแน่นของนินจาหลายคนพลางพึมพำในใจ
'ทว่าการจะปรับปรุงวิชา ตระกูลฮิวงะก็ต้องส่งมอบวิชาอักขระปักษาในกรงให้คนอื่นตรวจสอบด้วย'
'แล้วคนที่ได้มันไปจะเอาไปทำอะไรล่ะ'
'ในฐานะวิชาที่ใช้ควบคุมผู้อื่น ข้อดีของอักขระปักษาในกรงนั้นคงไม่ต้องพูดถึงให้มากความ'
'แค่คิดจะปรับปรุง รังแต่จะไปปลุกปั่นความทะเยอทะยานของคนบางกลุ่มเสียมากกว่า'
'และคนที่มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล ย่อมต้องหาทางค้นคว้าวิธีทำลายอักขระปักษาในกรงอยู่แล้ว'
...
"ดันโซ นายเอาวิชาอักขระปักษาในกรงจากพวกนั้นไปทำไม"
ณ อาคารโฮคาเงะ โฮคาเงะรุ่นที่สามจ้องมองชายชราฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"พลังของหน่วยรากมีมากพอแล้ว อย่าได้คิดขยายอำนาจไปมากกว่านี้!"
ดันโซแค่นเสียงเย็น "ฮิรุเซ็น นายตื่นตูมเกินไปแล้ว ฉันก็แค่ต้องการอักขระปักษาในกรงไปเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกน้องก็เท่านั้น"
"สมาชิกส่วนใหญ่ของหน่วยรากล้วนเป็นเครื่องมือชั้นเลิศ ไม่จำเป็นต้องใช้อักขระปักษาในกรงหรอก"
"แต่ลูกน้องบางคนของฉันดันมีความคิดอยากจะกลับไปใช้ชีวิตธรรมดา ฉันจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลมให้เด็ดขาด"
แววตาของซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เปลี่ยนไปเล็กน้อย "นายคิดจะทำอะไรกับโนโนอุและคาบูโตะ"
ดันโซเอ่ยอย่างมีความนัย "พวกเขาคือสมาชิกของหน่วยราก แค่ทำตัวเป็นสายลับที่ไร้ความรู้สึกก็พอแล้ว"
"ไม่ พวกเขาคือสมาชิกของโคโนฮะ เป็นผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งไฟ"
"ข้อมูลที่โนโนอุหามาให้โคโนฮะมันมากพอแล้ว ปล่อยให้เธอได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุขเถอะ!"
ฮิรุเซ็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ส่วนคาบูโตะ เด็กคนนั้นเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อไหร่ก็ส่งตัวมาให้ฉันด้วย"
"ฮิรุเซ็น นายนี่มันใจอ่อนเกินไปแล้ว" ดันโซส่ายหน้า "หากตอนนั้นนายยอมให้พลังสถิตร่างเก้าหางเข้าร่วมกับหน่วยราก ฉันคงเปลี่ยนยัยนั่นให้กลายเป็นสุดยอดเครื่องจักรสงคราม และยุติสงครามโลกนินจาครั้งที่สามไปได้ตั้งนานแล้ว"
"ไม่ใช่มาใช้ความผูกพันจอมปลอมผูกมัดพลังสถิตร่างเอาไว้แบบนี้"
"โนโนอุคือสายลับที่สมบูรณ์แบบ เธอรู้ข้อมูลมากเกินไป และไม่ได้โง่เง่าเหมือนคุชินะ การจะรับมือกับเธอ จะมามัวใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด ชะตากรรมเดียวของเธอคือ..."
"ดันโซ!"
ฮิรุเซ็นส่งสายตาเฉียบขาดพร้อมเอ่ยขัดขึ้นทันที
"ฉันคือโฮคาเงะ มีหน้าที่ต้องทำให้ทุกคนในหมู่บ้านมีชีวิตที่มีความสุข"
"คาบูโตะเป็นเด็กดี ส่วนโนโนอุก็เบื่อหน่ายกับชีวิตสายลับมานานแล้ว"
"ชัยชนะของโคโนฮะไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเสียสละของพวกเขา"
ดันโซจ้องมองฮิรุเซ็น มองดูใบหน้าที่ร่วงโรยไปตามวัยใกล้อายุห้าสิบปีของอีกฝ่าย
"นับวันนายยิ่งไร้เดียงสาขึ้นทุกทีนะ"
"นายจะต้องเสียใจฮิรุเซ็น!"
ดันโซทิ้งท้ายด้วยความโมโห ก่อนจะเดินกระแทกกระทั้นออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
'โฮคาเงะ เอะอะก็อ้างโฮคาเงะ'
'ทุกครั้งที่ฮิรุเซ็นยกตำแหน่งโฮคาเงะขึ้นมาอ้าง ต่อให้เขามีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าแค่ไหนมันก็ไร้ความหมาย'
'ในโคโนฮะ โฮคาเงะคือจุดสูงสุดของอำนาจ'
'ตัวเขาที่เป็นถึงที่ปรึกษาโฮคาเงะและหัวหน้าหน่วยราก จะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคำพูดเพียงคำเดียวของฮิรุเซ็น'
'ดังนั้น หากต้องการให้โคโนฮะขับเคลื่อนไปตามวิถีทางของเขา เขาจะต้องก้าวขึ้นเป็นเงาให้ได้!'
'วิชาอักขระปักษาในกรง คาถาควบคุมผู้อื่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์โลกนินจา หวังว่าจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ'
ฮิรุเซ็นมองตามแผ่นหลังของดันโซที่เดินจากไป เขาถอนหายใจยาวพลางอัดควันจากกล้องยาสูบ "โอทสึ"
"ครับผม!"
หน่วยลับสวมหน้ากากแมวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในพริบตา
'อักขระปักษาในกรงงั้นหรือ ต่อให้ป้องกันแน่นหนาแค่ไหน หลังจากเหตุการณ์นี้ มันก็คงต้องตกไปอยู่ในมือของตระกูลนินจาบางกลุ่มอยู่ดี ดันโซเองก็คงไม่อยู่เฉยแน่ ต้องหาทางทำลายวิชานี้ให้ได้'
ฮิรุเซ็นหรี่ตาลงเล็กน้อย
"ไปตามหาซึนาเดะ บอกให้เธอกลับมาที่โคโนฮะ บอกไปว่า..."
เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ "นี่เป็นคำขอร้องจากอาจารย์"
"รับทราบครับ!"
หน่วยลับรับคำสั่งก่อนจะหายตัวไป
'ถ้ามีซึนาเดะกับฉัน บวกกับความช่วยเหลือจากตระกูลยามานากะ ตระกูลฮิวงะ และอีกหลายตระกูล ก็น่าจะหาวิธีคลายอักขระปักษาในกรงได้'
ฮิรุเซ็นลอบถอนหายใจ
'หวังว่าฉันจะไม่มีวันต้องหงายไพ่ใบนี้ออกมาสู้กับนายนะ ดันโซ'
...
ในฐานะสมาชิกของตระกูลสาขา ชีวิตในโคโนฮะช่างจืดชืดและน่าเบื่อหน่าย
ต้องทำภารกิจตรงตามเวลา ต้องไปรับการตรวจร่างกายที่ทีมวิจัยอักขระปักษาในกรงที่โคโนฮะจัดตั้งขึ้น ใช้ชีวิตวนเวียนราวกับเครื่องจักรไปวันๆ
ฮาเนะเองก็ทำแค่ใช้ร่างแยกเงาไปทำงานแทน ส่วนตัวเขาก็เอาเวลาไปฝึกฝนและค้นคว้าวิจัย
เช่นเดียวกับคนในตระกูลฮิวงะทั่วไป ฮาเนะไม่ค่อยปรากฏตัวนอกเขตตระกูล และยิ่งไม่มีทางทำตัวเหมือนคนตระกูลอุจิวะบางคนที่ชอบไปแสดงความกระตือรือร้นช่วยเหลือชาวบ้าน
พวกเขาคือทาสที่ไร้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนาม ตระกูลสาขาที่ต้องทนรับสายตารังเกียจและสายตาแปลกประหลาดจากเพื่อนพ้อง
ท่ามกลางคนเหล่านี้ จู่ๆ จะมีใครสักคนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและอยากจะสืบทอดเจตจำนงแห่งไฟโผล่ขึ้นมา คนอื่นก็คงคิดว่าหมอนี่ต้องมีแผนการอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ
ดังนั้น ฮาเนะจึงไม่เคยคิดที่จะพยายามไขว่คว้าความไว้วางใจจากโฮคาเงะหรือพวกเบื้องบน เขาแค่สวมบทบาทสมาชิกตระกูลสาขาของฮิวงะไปเงียบๆ ก็พอ
"นี่ไอ้หนู ตระกูลฮิวงะของพวกนายไปมีความสัมพันธ์อะไรกับโอโรจิมารุเข้าล่ะ"
ในห้องทดลองของทีมวิจัยอักขระปักษาในกรง นินจาหญิงที่ฮาเนะรู้สึกทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคยเอ่ยถามขึ้น
"นอกจากตาแก่ที่เป็นอาจารย์แล้ว หมอนั่นยังอุตส่าห์ส่งจดหมายตามให้ฉันกลับมาด้วยตัวเอง แถมยังเป็นเรื่องอักขระปักษาในกรงอีก ไม่สมกับเป็นหมอนั่นเลยสักนิด"
เธอสวมเสื้อคลุมที่มีตัวอักษร พนัน สลักอยู่ด้านหลัง ผมสีทองถูกมัดเป็นแกละสองข้าง ร่างกายแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสง่างาม
เซนจู ซึนาเดะ เจ้าหญิงแห่งตระกูลเซนจู หนึ่งในสามนินจาในตำนาน
[จบแล้ว]