เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ราชาแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ขอเลือดให้ข้าสักหลอดได้หรือไม่

บทที่ 4 ราชาแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ขอเลือดให้ข้าสักหลอดได้หรือไม่

บทที่ 4 ราชาแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ขอเลือดให้ข้าสักหลอดได้หรือไม่


บทที่ 4 ราชาแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ขอเลือดให้ข้าสักหลอดได้หรือไม่

หลังจากได้รับร่างอมตะมาครอบครอง อวี่เยี่ยนก็มีความกล้าที่จะออกไปพเนจรภายนอก เขาเดินผ่านประตูเมืองและละทิ้งพระราชวังหลวงไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น เขาต้องไปเป็นประจักษ์พยานในการถือกำเนิดของอัคโนโลเกียด้วยตาตนเอง และหลังจากนั้นจะขอดึงเลือดของมันออกมาสักหน่อย

ระว่างที่เดินไปตามท้องถนนอันรกร้างของเมืองหลวง อวี่เยี่ยนยังคงหยิบเข็มฉีดยาออกมาทิ่มแทงสัตว์หรือพืชพรรณใดๆ ก็ตามที่เขาเห็นว่าน่าสนใจ เมื่อเลี้ยวตรงหัวมุมถนน เขาก็บังเอิญพบกับชายผู้หนึ่งที่มีเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและมีบาดแผลตามตัว

"ท่านอวี่เยี่ยน ได้โปรดช่วยข้าด้วย"

ชายผู้นั้นร้องเรียกชื่อเขามาแต่ไกล เมื่อเขารีบวิ่งเข้าไปใกล้ อวี่เยี่ยนจึงได้เห็นชัดว่าคนผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนายพลลางูจอมโฉดนั่นเอง

"ท่านนายพลลางู เกิดอะไรขึ้นกับท่านหรือ"

เมื่อเห็นสภาพอันซูบโซ่ลนลานของอีกฝ่าย อวี่เยี่ยนก็แสร้งทำเป็นสับสนและเข้าไปช่วยพยุงแขนไว้

"อย่าให้ต้องพูดถึงมันเลย ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ดีๆ พวกสัตว์ตามข้างทางกลับแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับข้านัก พวกมันรุมโจมตีข้าไม่หยุดหย่อน"

"เบลเซเรียนบอกว่าตัวข้ามีกลิ่นหอมหวลเป็นพิเศษและอยากจะจับข้ากินเสียให้ได้!"

นายพลลางูหอบหายใจอย่างหนัก การเดินทางกลับของเขาเต็มไปด้วยอันตรายและเขายังรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติ พวกหมาป่า สุนัขจิ้งจอก หรือเสือก็เรื่องหนึ่ง แต่แม้กระทั่งหนูตัวเท่าฝ่ามือยังกล้าจู่โจมเขา หากเขาไม่มัวแต่หวาดเกรงสัตว์ใหญ่ เขาคงจะหยุดและสู้ตายกับพวกหนูพวกนั้นไปแล้ว

"ไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อมีข้าอยู่ที่นี่ ในฐานะนักปรุงยา การรักษาอาการป่วยของท่านนั้นง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ แต่ข้าจำเป็นต้องตรวจสอบต้นเหตุด้วยตาตนเองเสียก่อน"

อวี่เยี่ยนปลอบประโลมเขาจากภายนอก แต่ภายในใจกลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก เขาไม่คาดคิดว่าเบลเซเรียนจะอดกลั้นไม่กินนายพลลางู แต่กลับเลือกที่จะอธิบายเหตุผลแทน ดูเหมือนว่ายาที่ผลิตจากระบบปรุงยานั้นจะไม่ได้มีผลสัมบูรณ์ไปเสียทั้งหมด

"เอาอย่างนี้ดีไหมท่านนายพลลางู ตามข้าไปยังป่านอกเมืองเถิด มีเพียงการหาต้นเหตุให้พบเท่านั้นเราจึงจะแก้ไขมันได้" อวี่เยี่ยนกล่าว

ในเมื่อนายพลผู้นี้มาพบเขาเพียงลำพัง เขาก็จะช่วยสงเคราะห์ส่งอีกฝ่ายให้ไปสบายเสียเลย อย่างไรเสีย อีกไม่นานไอรีนก็จะกลายร่างเป็นมังกรและทำลายอาณาจักรของตนเองลงอยู่ดี จึงไม่มีอะไรต้องหวาดเกรงเรื่องการรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป

"เรื่องนี้..." นายพลลางูลังเล เขาเหลือบมองสหายสนิทที่เขามักจะแวะเวียนมาหาด้วยความสำราญตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา แล้วจึงมอบความไว้วางใจให้ "ตกลง ตามนั้นเถิด"

อวี่เยี่ยนเผยรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เขาพานายพลลางูมุ่งหน้าไปยังป่านอกเมือง พร้อมกับกล่าวถ้อยคำปลอบโยนไปตลอดทาง ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงป่าด้านนอก ในระยะที่ไม่ไกลนัก มีสัตว์รูปร่างประหลาดหลายตัวกำลังขยับเขยื้อน เตรียมพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ทุกเมื่อ

"ท่านนายพลลางู ถอดชุดเกราะของท่านออกแล้วโยนไปทางนั้นเพื่อทดสอบดูเถิด"

นายพลลางูปฏิบัติตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เขาส่งดาบยาวให้แก่อวี่เยี่ยนก่อน จากนั้นจึงถอดชุดเกราะและโยนมันไปยังกลุ่มสัตว์เหล่านั้น

"ท่านอวี่เยี่ยน พวกสัตว์ไม่มีปฏิกิริยาต่อชุดเกราะเลย"

หลังจากชุดเกราะถูกโยนออกไป พวกสัตว์เพียงแค่ดมกลิ่นมันเล็กน้อย จากนั้นสายตาของพวกมันก็กลับมาจดจ้องที่ตัวนายพลลางูอีกครั้ง นายพลลางูเกร็งร่างกายด้วยความเครียด ในเวลานี้เขาไม่มีชุดเกราะไว้ป้องกันตัว หากพวกสัตว์กระโจนเข้าใส่ พวกมันต้องฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ แน่ เขาจึงรีบหันไปถามว่าจะทำอย่างไรต่อดี

แต่สิ่งที่เขาเห็นคือ อวี่เยี่ยนกำลังกุมด้ามดาบด้วยมือข้างหนึ่งในท่าเตรียมแทง พร้อมกับรอยยิ้มประหลาดที่ปรากฏบนใบหน้า

"ท่านอวี่เยี่ยน..."

ฉึก...

ก่อนที่นายพลลางูจะทันได้พูดจบ ดาบยาวก็พุ่งทะลวงผ่านร่างกายของเขาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนขณะจ้องมองอวี่เยี่ยน

"ท่านนายพลลางู... ข้าก็แค่กำลังแก้แค้นแทนราชินีไอรีน อย่างไรเสีย คนอย่างท่านก็ไม่คู่ควรจะเป็นสวามีของนาง!"

เขาชักดาบออก! เลือดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของอวี่เยี่ยน ยิ่งช่วยเสริมให้รอยยิ้มของเขาดูน่าขนลุกยิ่งขึ้น

ตุบ!

อวี่เยี่ยนเตะร่างของนายพลลางูออกไป พวกสัตว์ต่างกระโจนเข้าใส่ทันทีโดยไม่รีรอ พวกมันอ้าปากที่เต็มไปด้วยเลือดและรุมฉีกทึ้งร่างของนายพลลางู

"เด็กดีทั้งหลาย ได้เวลาฉีดยาแล้วนะ"

เมื่อเห็นว่าพวกสัตว์จัดการกับร่างของนายพลลางูเรียบร้อยแล้ว อวี่เยี่ยนก็หยิบเข็มฉีดยาออกมาพร้อมเอ่ยเตือนด้วยความกรุณา เขาเดินเข้าไปหาพวกมันด้วยรอยยิ้ม

โฮก!

เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นหลายครั้ง พวกมันกระโจนเข้าหาอวี่เยี่ยน กดเขาลงกับพื้น และรุมกัดเขาด้วยปากที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แต่ไม่ว่าพวกมันจะกัดแรงเพียงใด ก็ไม่สามารถฉีกเนื้อของเขาออกมาได้เลย

"สัตว์ที่นิสัยไม่ดีจะไม่มีใครรักนะ"

ด้วยร่างกายที่เป็นอมตะ ต่อให้เขาได้รับบาดเจ็บเขาก็ไม่ตาย การจะฉีกเนื้อของเขานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ เขาปล่อยให้พวกสัตว์กัดกินไปตามใจชอบ ส่วนตนเองก็วุ่นอยู่กับการปักเข็มฉีดยาเข้าไปในตัวพวกมันและดึงเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนัก พวกสัตว์เหล่านั้นก็นอนตายอยู่รอบตัวเขา ส่วนอวี่เยี่ยนนอกจากเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดแล้ว เขาก็ไม่มีวี่แววของอาการบาดเจ็บใดๆ เลย

"เริ่มขึ้นแล้วหรือ"

อวี่เยี่ยนลุกขึ้นจากพื้นและมองเห็นการระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหุบเขาอันไกลโพ้น เขาตระหนักได้ว่าการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เขาเดินมุ่งหน้าไปที่นั่น ยิ่งเข้าใกล้เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังของเหล่ามังกร

ครืน...

มังกรตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตกว่าตัวอื่นร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ อวี่เยี่ยนเดินเข้าไปใกล้และเห็นว่ามังกรตัวนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเบลเซเรียนที่อยู่ในลมหายใจสุดท้ายและใกล้จะสิ้นใจ ไอรีนคุกเข่าอยู่ข้างศีรษะมังกรพลางร่ำไห้สะอึกสะอื้น

"ไอรีน... ข้าขอโทษที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้อีกต่อไป..."

เสียงของเบลเซเรียนแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เขาเอ่ยลาไอรีนก่อนจะจากไป โดยมีอวี่เยี่ยนยืนมองดูอยู่ห่างๆ อย่างเงียบเชียบ หลังจากรอคอยอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดอวี่เยี่ยนก็เดินไปข้างหน้า เขามองดูซากศพของเบลเซเรียนพลางสงสัยว่าตนควรจะดึงเลือดออกมาเพิ่มอีกสักหน่อยดีหรือไม่

ฮือ...

ไอรีนโถมตัวเข้าสู่อ้อมแขนของอวี่เยี่ยนและร้องไห้อย่างหนัก การกระทำนี้ทำให้อวี่เยี่ยนชะงักไป เข็มฉีดยาปรากฏขึ้นในมือของเขา เขาอยากจะใช้โอกาสนี้ทิ่มนางเพื่อเอาเลือดออกมาเสียจริง แต่หลังจากใคร่ครวญอย่างหนัก อวี่เยี่ยนก็ล้มเลิกความคิดนั้น เขาแค่รู้สึกว่าในเวลาเช่นนี้ การไปดึงเลือดคนอื่นอาจจะทำให้นางโกรธเอาได้กระมัง

เมื่อไอรีนร้องไห้จนพึงพอใจแล้ว นางก็ลงมือขุดหลุมขนาดใหญ่ด้วยตนเอง และด้วยความช่วยเหลือจากอวี่เยี่ยน ทั้งสองก็ได้ฝังร่างของเบลเซเรียนลงไป อวี่เยี่ยนยังอาศัยจังหวะนี้แอบดึงเลือดมังกรออกมาได้หลายหลอด

"สงครามยังไม่จบ อัคโนโลเกียได้กลายร่างเป็นมังกรไปแล้ว และเขากำลังต่อสู้กับทั้งมนุษย์และมังกรเพียงลำพัง!"

สงครามเริ่มควบคุมไม่ได้แล้ว ในขณะที่ชัยชนะดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อมด้วยความพยายามของเหล่าดราก้อนสเลเยอร์ แต่ทว่าเหล่าดราก้อนสเลเยอร์กลับเริ่มคุ้มคลั่ง พวกเขาเข่นฆ่าผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงอย่างบ้าคลั่ง และสุดท้ายก็เริ่มห้ำหั่นกันเอง แต่ในไม่ช้า อัคโนโลเกียก็กลายร่างเป็นมังกรในระหว่างที่กำลังคลุ้มคลั่งนั้นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น พลังของเขายังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เขาสังหารมังกรหลายตัวได้ในพริบตา หลังจากนั้น อัคโนโลเกียก็เริ่มการนองเลือด!

"มังกรปีศาจ"

อวี่เยี่ยนสดับฟังคำพูดของไอรีน เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะตามหาอัคโนโลเกียและเอาเลือดมาให้ได้ หากมีการผสมผสานที่ลงตัว เมื่อนั้นเขาก็จะกลายเป็นมังกรปีศาจอีกตัวหนึ่ง!

"ไปกันเถิด"

ไอรีนออกคำสั่ง นางพาอวี่เยี่ยนมุ่งหน้าสู่สนามรบ ตลอดทางได้พบกับซากศพของมนุษย์และมังกรมากมาย แต่อวี่เยี่ยนกลับแสดงความจำนงว่าเขาต้องการจะฝังศพพวกมังกรเหล่านั้น เขาใช้โอกาสในการฝังศพดึงเลือดและแก่นแท้ของมังกรออกมาเป็นจำนวนมาก

จนกระทั่งถึงสนามรบ! ซากกระดูกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นดิน และเลือดที่ไหลนองได้ย้อมผืนปฐพีจนกลายเป็นสีแดงคล้ำ บนกองซากกระดูกพูนพะเนินนั้น มีชายผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ เขามองลงมาที่ไอรีนและอวี่เยี่ยนจากเบื้องบน

"อัคโนโลเกีย!"

ไอรีนมองภาพโศกนาฏกรรมเบื้องหน้า หัวใจของนางเจ็บปวดเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก ไม่มีผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ และสายตาของอัคโนโลเกียก็ดูเหมือนจะเยาะเย้ยพวกนางอยู่

"ราชาแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ท่านพอจะมอบเลือดอันสูงส่งของท่านให้ข้าสักหลอดได้หรือไม่"

สุ้มเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น ทั้งไอรีนและอวี่เยี่ยนต่างหันไปมองตามเสียงนั้น พวกเขาเห็นอวี่เยี่ยนยืนอยู่ด้านหนึ่งพร้อมกับเข็มฉีดยา ดวงตาของเขาฉายแววคลั่งไคล้และใบหน้าเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งขณะจ้องมองไปยังร่างที่อยู่บนกองกระดูก

"หึๆๆ..."

อัคโนโลเกียแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน เขาอ้าปากออกและเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็กลืนกินอวี่เยี่ยนและบริเวณโดยรอบไปในทันที จากนั้นเขาก็กลายร่างเป็นมังกรและทะยานจากไป

ครืน...

"ท่านอวี่เยี่ยน!"

เศษหินดินทรายและซากศพกระจัดกระจายไปทั่ว ปรากฏหลุมลึกขึ้นเบื้องหน้า ในขณะที่ไอรีนคิดว่าอวี่เยี่ยนคงไม่รอดแน่แล้ว ร่างในชุดขาดรุ่งริ่งก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากส่วนที่นูนขึ้นมาตรงกลางหลุมลึกนั้น

"ถุย! มังกรปีศาจเฮงซวย ข้าจะเพิ่มพลังของตัวเองก่อนเถอะ แล้วข้าจะจับแกมัดไว้เพื่อดึงเลือดออกมาให้หมดตัวเลย"

ช่างเป็นมังกรปีศาจที่นำมาซึ่งความสิ้นหวังเสียจริง นิสัยก็แย่แถมยังไม่มีมารยาทแม้แต่นิด ทั้งที่อวี่เยี่ยนอุตส่าห์กล่าวเยินยอเสียดิบดี

"ท่าน... ไม่เป็นไรใช่ไหม"

เมื่อเห็นว่าอวี่เยี่ยนยังมีอารมณ์มานั่งด่ากราดได้เช่นนี้ ไอรีนก็ถึงกับตกตะลึง นางรู้ดีว่าพลังของอัคโนโลเกียในยามนี้ไม่มีใครเทียบได้ เพียงแค่ลมหายใจเดียวก็สังหารมังกรได้อย่างง่ายดาย แต่อวี่เยี่ยนกลับไม่เป็นอะไรเลย แม้แต่แขนขาก็ยังอยู่ครบถ้วน

เป็นไปได้อย่างไรกัน!

"โอ้ องค์ราชินีที่รักของข้า โปรดจงเชื่อมั่นในวิธีการเอาตัวรอดของนักปรุงยาเถิด"

"อย่าว่าแต่แค่ลมหายใจเดียวเลย ต่อให้มังกรปีศาจนั่นโจมตีข้าไปอีกสิบปีก็ฆ่าข้าไม่ได้หรอก!"

อวี่เยี่ยนปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าและตอบโต้ไอรีนด้วยท่าทางที่ดูเกินจริง จากนั้นเขาก็มองตามอัคโนโลเกียที่กำลังบินจากไป ในเมื่อไม่ได้เลือดของมังกรปีมา แผนการจึงต้องเปลี่ยนไป เขาจำเป็นต้องสร้างยาเวทมนตร์เพื่อเพิ่มพลังของตนเองเสียก่อน

จากนั้นก็ค่อยรอไปอีกสักไม่กี่ร้อยปีค่อยมาดึงเลือด ด้วยร่างกายอันเป็นอมตะ เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องเกรงกลัวอัคโนโลเกีย หากเอาชนะไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็สามารถก่อกวนมันจนตายได้ไม่ใช่หรือ หากเขารบกวนมันมากพอ เขาอาจจะได้เลือดมาบ้างแล้วค่อยนำไปทำยา เมื่อถึงเวลานั้น มังกรปีศาจตัวน้อยนั่นก็จะจัดการได้โดยง่าย!

"กลับกันเถิด"

อวี่เยี่ยนร้องเรียกไอรีน สงครามสิ้นสุดลงแล้ว และถึงเวลาที่ไอรีนจะต้องกลายร่างเป็นมังกร ส่วนเขาก็ต้องไปศึกษาวิจัยวิธีปรุงยาที่จะทำให้คนตั้งครรภ์ได้เสียที

จบบทที่ บทที่ 4 ราชาแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ขอเลือดให้ข้าสักหลอดได้หรือไม่

คัดลอกลิงก์แล้ว