เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ดรุณีผู้ปราดเปรื่อง เจิ้งลี่หว่าน

บทที่ 45 ดรุณีผู้ปราดเปรื่อง เจิ้งลี่หว่าน

บทที่ 45 ดรุณีผู้ปราดเปรื่อง เจิ้งลี่หว่าน


บทที่ 45 ดรุณีผู้ปราดเปรื่อง เจิ้งลี่หว่าน

เจิ้งเหรินจีมองดูบุตรสาวของตน พลางรับถ้วยน้ำแกงเม็ดบัวมาถือไว้ด้วยความประหลาดใจ "หืม? ทำไมเจ้าถึงพูดเช่นนั้นล่ะ"

ไข่มุกเม็ดงามเม็ดนี้ คือความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของเจิ้งเหรินจี

เจิ้งลี่หว่าน

บุตรสาวของเขาผู้นี้เกิดมาพร้อมกับความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง

แม้จะเริ่มเล่าเรียนตำราเชื่องช้ากว่าผู้เป็นพี่ชายอยู่หลายปี ทว่าหากวัดกันที่สติปัญญา นางกลับล้ำหน้าพี่ชายไปไกลโข น่าเสียดายที่เกิดมาเป็นสตรีเพศ จึงไม่อาจเข้ารับราชการในราชสำนักได้

มิเช่นนั้น ด้วยความสามารถของนาง เพียงไม่กี่ปีก็คงจะโดดเด่นเหนือใครในราชสำนักเป็นแน่

เจิ้งลี่หว่านยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านข้าง ขมวดคิ้วแน่น "ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยผู้นั้น ย่อมมิใช่คนธรรมดาสามัญ... หากเป็นเพียงพ่อค้าวานิช เหตุใดราชสำนักจึงยอมเปิดทางให้มีอ๋องต่างแซ่เกิดขึ้นได้เล่าเจ้าคะ"

คำพูดของเจิ้งลี่หว่านทำให้เจิ้งเหรินจีต้องขมวดคิ้วตาม

เจิ้งลี่หว่านกล่าวต่อ "ท่านพ่อ อ๋องต่างแซ่นั้นเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายได้ง่ายที่สุด ราชวงศ์หลี่เพิ่งจะสถาปนาแผ่นดินได้ไม่นาน ต่อให้ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยจะมีความดีความชอบระดับนักบุญ อย่างมากก็คงประทานบรรดาศักดิ์กั๋วกงให้"

"หรือหากตั้งใจจะให้เป็นอ๋องจริงๆ อย่างมากก็ควรเป็นแค่จวิ้นอ๋อง (อ๋องระดับรอง)"

"ทว่าราชวงศ์หลี่กลับไม่กดดันเขาแม้แต่น้อย เลื่อนขั้นให้เป็นถึงชินอ๋อง แถมยังเป็นฉู่อ๋อง... เป็นรองเพียงอดีตฉินอ๋องซึ่งก็คือโอรสสวรรค์องค์ปัจจุบันเท่านั้น ท่านพ่อไม่เคยฉุกคิดถึงเรื่องนี้เลยหรือเจ้าคะ?"

เจิ้งเหรินจีถอนหายใจ "แต่นี่เป็นคำสั่งจากทางตระกูล..."

เจิ้งลี่หว่านส่ายหน้า "ท่านพ่อเป็นเพียงขุนนางขั้นหก แม้แต่สิทธิ์ในการเข้าร่วมประชุมเช้ายังไม่มี แล้วจะมีปัญญาไปชี้นิ้วสั่งการหรือก้าวก่ายเรื่องของท่านอ๋องได้อย่างไร ไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"

เจิ้งเหรินจีเงยหน้ามองบุตรสาวของตน

ประกายความเจ้าเล่ห์ในดวงตาของนางนั้น สว่างไสวราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า

เขาเข้าใจความหมายของบุตรสาวในทันที

นั่นก็คือ ไม่ต้องทำอะไรเลย

ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ...

หากตระกูลอยากจะเล่นงานฉู่อ๋อง ก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันไปเอง ตัวเขาขอแค่เงียบปาก ตั้งใจทำหน้าที่ขุนนางกรมชลประทาน จัดการงานราชการให้ดีก็พอ

เมื่อไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ย่อมไม่มีทางทำผิดพลาด

เจิ้งเหรินจีถอนหายใจยาว "ลูกรัก พ่อเข้าใจแล้ว"

เจิ้งลี่หว่านไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ ย่อตัวทำความเคารพแล้วถอยออกไปอย่างว่าง่าย

ทว่าตอนที่ก้าวพ้นประตู ในแววตาของนางกลับแฝงความครุ่นคิด

ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นคนเช่นไรกันแน่...

ได้ยินว่าเป็นเพียงพ่อค้า ทว่ากลับผงาดขึ้นเป็นฉู่อ๋องแห่งต้าถังได้ ถึงขนาดทำให้ตระกูลของนางอยากจะลงมือจัดการ ช่างเป็นบุคคลที่เหลือเชื่อจริงๆ...

น่าเสียดายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนั้นคนแน่นขนัดเกินไป

นางไม่ชอบออกไปปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน ยิ่งไม่อยากไปยืนต่อแถวรอนานๆ แบบนั้น

การที่ไม่ได้เห็นหน้าฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยด้วยตาตนเองสักครั้ง ช่างน่าเสียดายนัก...


หลินเซินไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองได้เข้าไปอยู่ในความคิดของหญิงสาวผู้หนึ่งเข้าให้แล้ว

ยามนี้เขากำลังนอนคว่ำหน้าหาวหวอดๆ อยู่บนเตียงในห้องพักด้านหลัง

ส่วนองค์หญิงฉางเล่อและองค์หญิงเฉิงหยาง สองปีศาจน้อย ก็ถูกเขาใช้ไม้ตาย "เต้าหู้ปลาบวกข้าวสวยร้อนเองได้" กล่อมให้ยอมกลับวังไปแล้ว

วันนี้นับเป็นวันโชคดีของเขา

ร้านค้าใหญ่โตถึงสี่คูหา เขาใช้เงินแค่แปดร้อยตำลึงก็คว้ามาครองได้สำเร็จ ถูกกว่างบประมาณที่คาดไว้หลายเท่าตัว!

เงินที่เหลือมากพอให้เขาสุ่มรางวัลระดับสูงได้อีกหลายรอบ

หลินเซินหรี่ตา เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา

ตอนนี้เขามีเงินเหลือไม่มากนัก ไม่ถึงสองแสนตำลึง

การสุ่มรางวัลระดับสูงหกครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ของส่วนใหญ่ล้วนเอาไปขายไม่ได้ ทำให้เขารู้สึกปวดใจเจ็บจี๊ดๆ...

ดังนั้น หากรายได้เขายังไม่แตะระดับเดือนละล้านตำลึง เขาคงไม่กล้าแตะหมวด "อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม" อีกแล้ว

ต้องเป็นหมวดสินค้าเบ็ดเตล็ด!

หลินเซินถูมือไปมา เพ่งเล็งไปที่หมวดนี้

ทุ่มเงินหนึ่งหมื่นตำลึง

แน่นอนว่าต้องเป็นการสุ่มระดับสูง!

นี่คือวิธีสุ่มรางวัลที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้ปลดล็อกสินค้าทั่วไป: สมุดตารางกริด, ลูกปิงปอง, น้ำมันไฟแช็ก, หัวบีบซอสหอยนางรม ปลดล็อกสินค้าระดับสูง: มันฝรั่งทอดกรอบ (เลือกรสชาติได้)"

เมื่อเห็นผลการสุ่มครั้งนี้

หลินเซินถึงกับเงียบกริบ

หรือว่าความโชคดีของวันนี้ ถูกใช้ไปกับการได้ร้านค้าสี่คูหานั่นมาฟรีๆ หมดแล้ว?

นี่มันสุ่มได้ของบ้าอะไรมาเนี่ย

น้ำมันไฟแช็กเอาไปขายไม่ได้แน่ๆ ตอนนี้ในซูเปอร์มาร์เก็ตขายไม้ขีดไฟ น้ำมันไฟแช็กจึงไม่มีพื้นที่ให้แสดงประสิทธิภาพ ทว่ามันก็เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

เก็บไว้ก่อนแล้วกัน เผื่อวันหน้าจะมีประโยชน์

ลูกปิงปอง...

เป็นของดีทีเดียว เอาไว้ใช้ขยายกิจกรรมนันทนาการในอนาคตได้

แต่ตอนนี้เขายังไม่มีเรี่ยวแรงไปโปรโมทกีฬาชนิดนี้หรอก ก็ต้องดองไว้ในระบบก่อน

สมุดตารางกริดนับว่าเป็นของดี

ไว้เอาออกมาขายวันหลังได้

ส่วนหัวบีบซอสหอยนางรม...

หลินเซินหมดคำจะด่า

เขาจะเอาของพรรค์นี้มาทำมะเขืออะไร!

มีเพียงมันฝรั่งทอดกรอบเท่านั้น ที่พอจะเยียวยาจิตใจของหลินเซินได้บ้าง

เขาหยิบมันฝรั่งทอดกรอบรสแตงกวาออกมาจากระบบหนึ่งห่อ แล้วเริ่มการสุ่มครั้งที่สอง

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้ปลดล็อกสินค้าทั่วไป: ช็อกโกแลตนม, กรอบแว่นตา, ยาทาเล็บ ปลดล็อกสินค้าระดับสูง: หลอดไส้ทังสเตน, ค็อกเทลผสมเสร็จ (เลือกรสชาติได้)"

มันฝรั่งทอดชิ้นแรกยังไม่ทันกลืนลงคอ

ของที่สุ่มได้รอบนี้ ทำเอาหลินเซินถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย

ช็อกโกแลตนมกับค็อกเทลผสมเสร็จ ยังพอเข้าใจได้

แต่ไอ้กรอบแว่นตา ยาทาเล็บ แล้วก็หลอดไส้ทังสเตนนี่มันคืออะไรกัน

ให้มาแต่กรอบแว่นตา ไม่มีเลนส์ แล้วมันจะขายออกรึ?

ตอนนี้ยังไม่มีไฟฟ้าเลย จะให้หลอดไส้ทังสเตนมาทำไมเนี่ย!

จะให้เอาไปขายเป็นงานศิลปะแก้วรึไง?

ส่วนเจ้ายาทาเล็บ...

นี่คือสิ่งที่หลินเซินหมดคำจะด่าที่สุด

ในยุคปัจจุบัน ตลาดยาทาเล็บนั้นกว้างใหญ่มาก

แต่ที่นี่คือต้าถัง...

ผมดำตาดำ คือสีสันที่ชาวต้าถังภาคภูมิใจที่สุด

ของพรรค์นี้ที่เอาไว้ทาเล็บให้เป็นสีสันฉูดฉาด ไม่มีทางที่ชาวต้าถังจะยอมรับได้หรอก

ดีไม่ดี วันนี้เขาเอาของพวกนี้ขึ้นชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต

พรุ่งนี้พวกตาแก่หัวโบราณในกรมพิธีการ คงได้ยื่นฎีกาด่าเขากลางท้องพระโรง หาว่าเขาซึ่งเป็นถึงฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ย สติฟั่นเฟือนไปแล้ว! ถึงได้เอาของไร้สาระแบบนี้ออกมาขาย

หลินเซินถอนหายใจเฮือกใหญ่

ปิดหน้าต่างระบบลง

มีสินค้าใหม่ให้เอาขึ้นชั้นวางตั้งสามอย่าง ก็นับว่าไม่เลว อยู่ในความคาดหมายของเขา

เพียงแต่วันนี้ดวงไม่ค่อยดี ไม่เหมาะจะสุ่มรางวัลต่อแล้ว...

เขาต้องตั้งสติก่อน หาฤกษ์งามยามดีแล้วค่อยมาลองสุ่มใหม่

ยังไงเสียตลาดก็ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว

เอาของสามอย่างนี้ออกมาขายก่อน ก็ถือว่ากำลังพอดี

ราคามันฝรั่งทอดกรอบ ให้เท่ากับเต้าหู้ปลา คือห่อละหนึ่งอีแปะ

ส่วนช็อกโกแลตนม...

หลินเซินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจตั้งราคาไว้ที่ห่อละสองอีแปะ

สำหรับค็อกเทลผสมเสร็จ

นี่คือสุราผสมแอลกอฮอล์ต่ำที่มีรสชาติดีเยี่ยม

รสชาตินุ่มละมุนกว่าเหล้าขาวตั้งเยอะ

แม้คอเหล้าตัวยงอาจจะชอบเหล้าขาวมากกว่า แต่สำหรับพวกบัณฑิตและสตรี เครื่องดื่มชนิดนี้ย่อมต้องเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าแน่นอน

คิดได้ดังนั้น หลินเซินจึงไม่ลังเล ตั้งราคาไว้ที่ขวดละสองตำลึงเงิน

สุราน่ะ...

ย่อมต้องตั้งราคาให้สูงเข้าไว้ ถึงจะดูมีระดับ

ถึงจะขายออก

ในขณะเดียวกัน ภายในเขตพระราชฐาน

หลี่ซื่อหมินกำลังฟังองค์หญิงฉางเล่อเล่าถึงสิ่งที่หลินเซินพูดกับนางด้วยสีหน้าครุ่นคิด

จริงสิ!

ฉู่อ๋องผู้นี้เป็นถึงทายาทของสำนักม่อจื่อและกสิกรรม ย่อมต้องมีแนวคิดเกี่ยวกับการปกครองประเทศ พระองค์มัวแต่สนใจของวิเศษที่เขานำออกมา จนลืมภูมิหลังข้อนี้ไปเสียสนิท

จบบทที่ บทที่ 45 ดรุณีผู้ปราดเปรื่อง เจิ้งลี่หว่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว