- หน้าแรก
- เศรษฐีใหม่พลิกประวัติศาสตร์การค้า
- บทที่ 15 - ที่มาที่ไป
บทที่ 15 - ที่มาที่ไป
บทที่ 15 - ที่มาที่ไป
บทที่ 15 - ที่มาที่ไป
หวงเทารู้สึกไม่ค่อยชินนัก เขารู้สึกว่าการต้อนรับของอีกฝ่ายดูจะเกินขอบเขตไปเสียหน่อย
แต่สินค้าเที่ยวนี้เขาจำเป็นต้องมาคุมด้วยตัวเอง!
ในเมื่อกระบวนการไม่ค่อยถูกต้องตามระเบียบนัก เขาจึงยิ่งต้องระวังไม่ให้สินค้าเหล่านี้หลุดไปอยู่ในมือของเอกชนคนใด ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาว่าที่นี่คือวิสาหกิจคอมมูนจริงๆ เขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาบ้าง
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาแทบจะไม่เคยทำเรื่องที่ขัดต่อความรู้สึกเลย ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้ง
แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่ออีกฝ่ายยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธได้จริงๆ...
ทำเรื่องผิดต่อมโนธรรมเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวก็พอ ต่อไปเขาจะไม่ยอมลดตัวไปพินอบพิเทาใครอีกเป็นอันขาด
"คุณอาครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก"
หลี่เจี้ยนคุนขยับเข้าไปใกล้หูของเถ้าแก่หวัง แล้วกระซิบเบาๆ ว่า "นี่คือหัวหน้าหวง แห่งสถานีรีไซเคิลของเก่าประจำอำเภอครับ"
"หือ? หัวหน้าหวง?"
เถ้าแก่หวังเบิกตาโพลง จะบอกว่าไม่รู้จักได้ยังไงกัน?
พอมองดูให้ชัดๆ อีกที... ไอหยา! นี่มันหัวหน้าหวงตัวจริงเสียงจริงนี่นา!
โทษทีเถอะ พอดีเมื่อครู่มันมืดไปหน่อย
เดี๋ยวก่อนนะ ไหนว่าจะเป็นผู้นำจากโรงกลั่นน้ำมันอ่าวเหนือไง ไหงกลายเป็นหัวหน้าหวงไปได้ล่ะ?
เถ้าแก่หวังรู้สึกว่าสมองของเขาเริ่มประมวลผลตามไม่ทัน
ช่างเถอะ อย่าเพิ่งไปสงสัยตอนนี้เลย มีบางเรื่องที่ยังไม่ควรปากสว่างถามออกไป
สำหรับเขาแล้ว ชายคนนี้เปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์องค์ใหญ่เชียวนา จะว่าไปแล้ว การที่หัวหน้าหวงมาปรากฏตัวที่นี่จริงๆ มันทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าการได้เจอผู้นำโรงกลั่นน้ำมันเสียอีก
มันคือความตื่นเต้นล้วนๆ ไม่มีอาการขวัญผวาเลยแม้แต่น้อย
"หัวหน้าหวง ยังจำผมได้ไหมครับ เมื่อปีก่อน... อ้อ ไม่สิ เมื่อปลายปีก่อนนู้น ผมเคยไปเยี่ยมเยียนท่านมาแล้วครั้งหนึ่ง..."
ใช่แล้ว และตอนนั้นก็โดนไล่ตะเพิดออกมายังไงล่ะ
"จำได้ๆ"
อย่างที่เขาว่ากันว่ายื่นมือออกไปไม่ตบคนหน้ายิ้ม แต่ในความเป็นจริงแล้วหวงเทาจำไม่ได้หรอก คนประเภทนี้เขาไล่ออกจากห้องทำงานไปเดือนหนึ่งไม่รู้ตั้งกี่สิบคน
"มาครับหัวหน้าหวง เชิญข้างในก่อนครับ อุตส่าห์ดั้นโดนเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง ผมเลยเตรียมอาหารมื้อค่ำแบบเรียบง่ายไว้ต้อนรับสักหน่อย"
"อย่าลำบากเลยครับ"
"ต้องลำบากสิครับ ไม่อย่างนั้นถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป ใครเขาจะหาว่าคนสือโถวจีเราไร้มารยาทกันหมด"
หลุดออกไป... หวงเทาถึงกับลอบกลืนน้ำลาย
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ในใจเขามันรู้สึกเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ แต่เท้าก็ยอมเดินตามเข้าไปเสียอย่างนั้น
หลี่เจี้ยนคุนเดินตามหลังทั้งสองคนไปพลางเอามือกุมขมับ ในอำเภอของเราคงจะมีเจ้าหน้าที่นิสัยเสียเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วล่ะมั้ง แต่มันคงไม่เกี่ยวกับเขาหรอกนะ?
มื้ออาหารดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่พิลึกพิลั่น
เถ้าแก่หวังตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เขาคอยรินเหล้าและชนแก้วไม่หยุด แผนการที่เจี้ยนคุนพาหัวหน้าหวงมาถึงที่นี่ได้นั้นช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
เขารู้ดีว่าชายคนนี้พูดคุยตกลงด้วยยากลำบากเพียงใด
ข้าราชการระดับสูงยังไม่สำคัญเท่ากับคนที่มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง หากในอนาคตโรงงานขาดแคลนวัตถุดิบจนต้องหยุดการผลิตขึ้นมา คนคนนี้นี่แหละที่จะเป็นที่พึ่งพาที่ไว้วางใจได้มากที่สุด
เขาไม่ได้โลภมากอะไรนัก แค่ขอเป็นครั้งคราว... เหมือนอย่างในคืนนี้ เพียงนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้ว
จะว่าไป ต่อให้เรื่องนี้ถูกเปิดโปงขึ้นมา มันก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร หัวหน้าหวงจะรับไหวหรือไม่เขาก็ไม่รู้ แต่ตัวเขานั้นพร้อมจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและยืนกรานกระต่ายขาเดียวได้อยู่แล้ว
มันไม่เหมือนกับตอนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโรงกลั่นน้ำมันอ่าวเหนือ เรื่องนั้นสเกลใหญ่จนน่ากลัวเกินไป
ส่วนเสี่ยวหวังก็มีอาการคึกคะนอง เขามีเรื่องที่อยากจะอวดให้พ่อฟังจนเต็มอก แต่ในเมื่อหัวหน้าหวงและคนขับรถอีก 2 คนยังนั่งอยู่ที่นี่ จึงดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก ได้แต่เก็บกลั้นเอาไว้จนแทบจะระเบิดออกมา
ส่วนหวงเทาน่ะหรือ เขากำลังกระวนกระวายใจอย่างหนักเลยล่ะครับ
นอกจากจะทำเรื่องที่ผิดต่อมโนธรรมแล้ว นี่เขายังมานั่งดื่มเหล้ากับคนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามอีกอย่างนั้นหรือ?
หากเรื่องนี้รั่วไหลไปถึงหูคนอื่นเข้า เขาคงต้องโดนลงโทษทางวินัยอย่างหนักแน่นอน!
คนขับรถทั้งสองคนต่างก้มหน้าก้มตาโซ้ยอาหารกันอย่างเต็มที่ กับข้าวมีครบครันทั้งไก่ เป็ด ปลา และเนื้อ สุรานั้นย่อมไม่มีส่วนแบ่งสำหรับพวกเขา แต่ในเมื่อหัวหน้าสถานีนั่งอยู่ด้วย จะกินมูมมามเกินไปก็ดูไม่งาม กินไปคำหนึ่งจึงต้องวางตะเกียบ รออีกสองนาทีแล้วค่อยคีบต่อ...
เห็นแล้วก็น่านับถือเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ จริง ๆ ที่ยังคงเปิบอาหารเข้าปากอย่างสบายอารมณ์
"ผู้อำนวยการครับ คนจากคอมมูนมาครับ"
ชายคนที่วิ่งมาส่งข่าวเมื่อช่วงบ่ายรีบรุดเข้ามารายงานอย่างรวดเร็ว
เถ้าแก่หวังกำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่าง แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงดัง ปัง! มาจากด้านข้าง
"ไอ้หยา หัวหน้าหวง ท่านเป็นอะไรไหมครับ?"
หวงเทาส่ายหน้าพัลวัน หลังจากมีคนช่วยพยุงลุกขึ้น เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ผมต้องไปแล้ว"
ความคิดของอีกฝ่ายนั้นเถ้าแก่หวังพอจะเดาออก แต่เขายังไม่อยากให้หัวหน้าหวงไปตอนนี้ เพราะธุระสำคัญจริง ๆ ยังไม่ได้คุยกันเลยสักนิด
เมื่อครู่มัวแต่ชนแก้วกันอยู่ ตั้งใจว่าจะมอมเหล้าให้อีกฝ่ายรู้สึกกรึ่ม ๆ สักหน่อย เรื่องจะได้คุยกันง่ายขึ้น
เมื่อเห็นหวงเทาพาคนขับรถสองคนเตรียมจะเดินออกไปข้างนอก เขาก็รีบเข้าไปขวางไว้แล้วกระซิบเบา ๆ ว่า "หัวหน้าหวงครับ ถ้าออกไปตอนนี้ ได้เดินชนกันจัง ๆ แน่ครับ"
หรือว่า... ข้าต้องปีนกำแพงหนี?
หวงเทานึกเสียใจจนแทบกระอักเลือด เมื่อครู่พอสะสางบัญชีเสร็จก็น่าจะรีบจรลีไปตั้งนานแล้ว!
เถ้าแก่หวังได้ทีรีบเอ่ยปลอบ "หัวหน้าหวงครับ ความจริงท่านกังวลเกินไปแล้ว เรื่องแบบนี้คอมมูนที่ไหนเขาจะกล้าเอาไปป่าวประกาศกันล่ะครับ?"
แต่ผมก็ไม่อยากจะปะหน้ากับพวกเขานี่นา!
"เอาแบบนี้ไหมครับหัวหน้าหวง ผมจะหาที่เงียบๆ ให้ท่านพักผ่อนก่อน ท่านทนลำบากสักนิด รอให้พวกเขากลับไปก่อนแล้วท่านค่อยออกมา"
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!
เกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยต้องทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้เลย!
"ก็ได้"
ในลานโรงงาน
หลัวหยางคนหนึ่ง จางเว่ยกั๋วคนหนึ่ง และยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจัดการคอมมูน ซึ่งพ่วงตำแหน่งหัวหน้าคณะกรรมการบริหารคอมมูนอย่างเชาซิงเหว่ยอีกคน
ทั้งสามคนต่างถือไฟฉายคนละกระบอก เดินวนรอบรถไถสองคันนั้นไปมา
"พรึ่บ!"
ผ้าใบถูกเลิกขึ้น
ว้าว!
ทองแดงเต็มไปหมดเลย!
ถึงแต่ละชิ้นจะไม่ใหญ่โตอะไร มีทั้งก๊อกน้ำเก่า มือจับประตู ท่อทองแดง... แต่ปริมาณมันมากพอที่จะเติมเต็มพื้นที่ครึ่งหนึ่งของกระบะรถเลยทีเดียว
ส่วนที่เหลือคือเศษโลหะชิ้นโตๆ ที่ดูไม่ค่อยมีสนิม คาดว่าไม่น่าใช่เหล็กธรรมดา
"พรึ่บ!"
อีกคันหนึ่งก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก
หลัวหยางอุทานด้วยความประหลาดใจ "หวังปิ่งเฉวียนไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกันเนี่ย?"
จางเว่ยกั๋วทำหน้าบึ้ง "ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันไม่ธรรมดาแล้วนะครับ!"
เชาซิงเหว่ยไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเบี่ยงสายตาไปมองตามแสงไฟ และเห็นเจ้าของโรงงานกำลังเดินตรงมาหา
"เหล่าหวัง นี่มันเรื่องอะไรกัน?"
"ท่านประธานครับ รับรองว่าปลอดภัยและไร้กังวลแน่นอนครับ!"
ต้องแสดงท่าทีที่มั่นคงเอาไว้ก่อน หวังปิ่งเฉวียนรู้ซึ้งดีว่าพวกเจ้าหน้าที่พวกนี้ขี้ขลาดตาขาวกันจะตาย
จะว่าไป หัวหน้าสถานีรีไซเคิลของเก่ามาคุมสินค้าด้วยตัวเองในยามวิกาลแบบนี้ มันจะไม่ปลอดภัยได้ยังไงล่ะ?
"หือ?"
"ท่านประธานเชิญข้างในก่อนเถอะครับ ข้างนอกลมมันแรง เดี๋ยวผมจะรายงานรายละเอียดให้ฟังครับ"
ทุกคนเดินเข้าไปในห้องทำงานของเถ้าแก่หวัง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ห้องที่ตั้งโต๊ะจัดเลี้ยงอยู่
หลี่เจี้ยนคุนและหวังซานเหอก็อยู่ด้วย
เพราะกระบวนการทั้งหมดน่ะ เถ้าแก่หวังเองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน เขาเลยอยากให้เจ้าหนุ่มสองคนนี้เป็นคนเล่ารายละเอียดให้ฟังพร้อมๆ กันไปเลย
"ซานเหอ ไปรินน้ำชามา"
"เจี้ยนคุน ตรงนี้ไม่มีคนอื่นแล้ว เล่าให้ฟังหน่อยสิ?"
สิ่งที่หวังปิ่งเฉวียนสงสัยที่สุดคือ ตั้งแต่วันวานจนถึงวันนี้ ในจิตใต้สำนึกของเขาคิดมาตลอดว่าต่อให้จะได้เศษทองแดงเศษเหล็กมาจริงๆ มันก็น่าจะมาจากโรงกลั่นน้ำมันอ่าวเหนือ
เขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจู่ๆ จะมีสถานีรีไซเคิลของเก่าประจำอำเภอกับหัวหน้าหวงโผล่ขึ้นมา
หน่วยงานสองแห่ง เรื่องราวสองเรื่อง ผู้นำสองฝ่าย... มันเกี่ยวข้องกันได้ยังไงกันนะ?
คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
หลัวหยางเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาสำรวจหลี่เจี้ยนคุนตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจว่า "ของพวกนี้เขาเป็นคนติดต่อมางั้นเหรอ?"
เถ้าแก่หวังพยักหน้ารับคำ
ปัง!
"งั้นมันก็ต้องมีปัญหาแน่ๆ!"
จางเว่ยกั๋วทุบโต๊ะเสียงดังสนั่นพลางลุกพรวดพราดขึ้นยืนแล้วตะคอกว่า "เหล่าหวังนะเหล่าหวัง ครั้งนี้แกทำผิดมหันต์แล้ว!"
เถ้าแก่หวังยังคงนั่งนิ่งอย่างใจเย็น ด้วยรู้ดีว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ยังไม่ทราบว่าหัวหน้าหวงกำลังแอบซุ่มรออยู่ในสวนหลังบ้านของเขาเท่านั้นเอง
"เจ้าหน้าที่จางอย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ ลองฟังเด็กๆ เขาเล่าดูก่อน"
"เหอะ!"
สายตาทั้งสี่คู่จ้องเขม็งไปที่หลี่เจี้ยนคุน ขณะที่เจ้าตัวกำลังจะอ้าปากพูด เสี่ยวหวังที่รินน้ำชาเสร็จพอดีก็รีบพูดแทรกขึ้นมา "ผมเอง ผมเล่าเอง!"
ในที่สุดก็ได้โอกาสโชว์ฝีมือเล่าเรื่องสักที หากไม่ได้เป็นคนเล่าเขาคงอึดอัดจนอกแตกตายแน่ๆ
หลี่เจี้ยนคุนจึงปล่อยให้เพื่อนเป็นฝ่ายเป่าประกาศไปอย่างตามสบาย
หวังซานเหอกระแอมไอครั้งหนึ่ง ท่าทางดูภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเริ่มร่ายยาว:
"เรื่องนี้เจี้ยนคุนไปหาที่แรกคือสถานีรีไซเคิลของเก่าประจำอำเภอครับ แต่คุยไม่รู้เรื่องแถมยังโดนไล่ออกมา แต่แล้วเจี้ยนคุนก็สังเกตเห็นว่าทางสถานีกำลังขาดแคลนรถบรรทุกขนาดใหญ่และต้องการมันมาก"
เขาจึงรีบรุดไปยังบริษัทขนส่งประจำอำเภอทันที เนื่องจากที่นั่นมีรถอยู่เป็นจำนวนมาก แถมยังมีรถที่จอดทิ้งไว้จนสนิมกัดกินอยู่อีกถึงสามคัน!
"แต่ทางนั้นก็คุยยากครับ ไม่ยอมแบ่งให้ลูกเดียว เจี้ยนคุนเลยหาข้อมูลจนรู้ว่าบริษัทขนส่งกำลังขาดแคลนน้ำมัน เขาก็เลยใช้วิธีท้าให้ผู้นำของที่นั่นทำบันทึกข้อตกลงด้วยกัน
"หลังจากนั้นเจี้ยนคุนก็มานั่งคิดว่าจะไปหาน้ำมันมาจากไหน ทางบริษัทน้ำมันคงพึ่งพาไม่ได้เพราะผู้นำบริษัทขนส่งคงไปหามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เขาเลยนึกถึงโรงกลั่นน้ำมันอ่าวเหนือขึ้นมาครับ!
"นั่นคือโรงกลั่นน้ำมันเพียงแห่งเดียวในตัวเมืองเรา
"จะว่าไปแล้วถ้าไม่นับเรื่องสายการบังคับบัญชา บริษัทน้ำมันยังต้องพึ่งพาพวกเขาเลยครับ
"เจี้ยนคุนยอมปั่นจักรยานฝ่าความมืดไปถึงตัวเมือง สภาพที่สะบักสะบอมอยู่นี่ก็เพราะมองไม่เห็นทางจนตกลงไปในคลองนั่นแหละครับ
"ทายสิครับว่าเกิดอะไรขึ้น ทางโรงกลั่นน้ำมันอ่าวเหนือเขากำลังต้องการพัดลมไฟฟ้าอย่างหนักเลยครับ เมื่อวานผมไปมาแล้ว ที่นั่นเหมือนเตาเผาไฟเลยล่ะ!"
เสี่ยวหวังบอกเล่าเรื่องราวพลางแสดงความคิดเห็นส่วนตัวประกอบไปด้วยท่าทางที่ดูสนุกสนาน
"พ่อครับ พวกเราเวลาจะขายของน่ะ มักจะคิดไปเองว่าหน่วยงานใหญ่ๆ พวกนั้นเขาอยู่สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึง คิดว่าไปแล้วเขาจะไม่สนใจเรา ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ
"
หน่วยงานใหญ่ ๆ แบบนั้นคุยง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยครับ เจี้ยนคุนบอกว่านั่นแหละที่เรียกว่าความมีระดับและใจกว้าง!
"พวกเขาก็ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหมือนที่พวกเราจินตนาการไว้หรอกครับ พ่อเชื่อมั้ยว่าคนงานที่นั่นบางคนยังต้องนอนในเพิงหมาแหงนอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือพนักงาน ทุกคนก็ต้องกินต้องใช้ ร้อนมาก็ต้องอยากใช้พัดลมเหมือนกัน
"แต่ขั้นตอนการจัดซื้อของเขามันช้า พลพอรู้ว่าเรามีของพร้อมส่งถึงที่ โห... ผู้นำเขาดีใจกันใหญ่เลยล่ะครับ"
ไอ้ลูกเวรนี่ จู่ ๆ ก็มาโดนเด็กสอนมวยเข้าให้เสียแล้ว...
เถ้าแก่หวังเริ่มครุ่นคิดตาม
(จบแล้ว)