- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกแดนร้าง ขอสร้างดาวฤกษ์ด้วยมือเปล่า
- บทที่ 7: เพลงพลองอัสนีชาร์จพลัง!
บทที่ 7: เพลงพลองอัสนีชาร์จพลัง!
บทที่ 7: เพลงพลองอัสนีชาร์จพลัง!
วิญญาณเร่ร่อนที่เหลือพลังชีวิตเพียงน้อยนิดเคลื่อนที่ช้าลงกว่าเดิมมาก แต่มันยังคงตะเกียกตะกายเข้าหาเฉินหวังผิงอย่างไม่ลดละ
ช่างเป็นจิตวิญญาณที่น่านับถือจริงๆ
เฉินหวังผิงเมินมันเสีย แล้วก้มลงหยิบสายเคเบิลจากกังหันลมที่เขาลากลงมาไว้ก่อนหน้านี้ เขาหายใจเข้าลึกๆ ฉีกเทปพันสายไฟออก พลิกมือแล้วใช้หลังมือขวาแตะลงบนลวดทองแดงข้างในเบาๆ
การใช้หลังมือแตะคือการป้องกันอุบัติเหตุในกรณีที่ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติของกังหันลมเกิดขัดข้อง
หากเขาสัมผัสกับไฟฟ้าแรงสูงเข้าจริงๆ นิ้วมือจะหดเกร็งทำให้ไม่สามารถปล่อยมือได้
การใช้หลังมือจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
นี่คือความรู้ที่เขาเคยได้ยินมาจากช่างไฟเก่าๆ ในไซต์ก่อสร้าง คำพูดเพียงประโยคเดียวสามารถรักษาชีวิตคนได้ในยามคับขัน
เปรี๊ยะ
เมื่อหลังมืออยู่ห่างจากลวดทองแดงเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ประกายไฟเล็กๆ ก็กระโดดข้ามจากผิวลวดมายังขนหลังมือของเขา
โชคดีที่เฉินหวังผิงปฏิกิริยาไว เขารีบกดหลังมือแนบกับลวดทองแดงทันที
ดับประกายไฟด้วยเนื้อหนัง
ทันทีที่สัมผัสลวดทองแดง เฉินหวังผิงรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ซ่านจนชาไหลจากหลังมือผ่านแขน กระดูกไหปลาร้า และซี่โครง ก่อนจะไปรวมกันที่เมล็ดพันธุ์สายฟ้าในอกของเขา
มันได้ผลจริงๆ!
เมื่อเห็นวิญญาณเร่ร่อนเข้ามาใกล้ เฉินหวังผิงไม่รอช้า ยกมือซ้ายขึ้นฟาดด้วยพลองอัสนีทันที
เปรี๊ยะ
เพียงการฟาดครั้งเดียว แถบเลือดของวิญญาณเร่ร่อนก็ลดลงไปอีก 5 เซนติเมตร เหลือเพียงประมาณ 4-5 เซนติเมตรสุดท้าย
"ยังไม่ตายอีกเหรอ?" เฉินหวังผิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขวาที่ถือสายเคเบิลจากกังหันลมฟาดใส่ร่างวิญญาณโดยตรง
ขวับ
หลังจากสายเคเบิลกระทบร่างวิญญาณ มันสร้างเพียงรูโหว่เล็กๆ ขนาดไม่ถึงเซนติเมตร และหักพลังชีวิตไปเพียงประมาณ 1 เซนติเมตรเท่านั้น
เห็นดังนั้น เฉินหวังผิงจึงเลิกล้มความคิดที่จะใช้ไฟฟ้าจากกังหันลมฆ่าผีโดยตรง
"ช่างเถอะ สุดท้ายก็ต้องลงมือเองสินะ"
เฉินหวังผิงถือพลองทองแดงในมือซ้ายและสายเคเบิลในมือขวา เขาเล็งไปที่วิญญาณเร่ร่อนแล้วฟาดพลองทองแดงออกไปอีกครั้ง
คราวนี้แถบเลือดของวิญญาณเร่ร่อนหมดเกลี้ยง ร่างของมันแตกสลายกลายเป็นแสงเรืองรองสีน้ำเงินจางๆ
แสงนั้นวนรอบตัวเขาครึ่งรอบในอากาศ ก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายของเฉินหวังผิง
"นี่มันอะไรกัน?" ทีแรกเฉินหวังผิงคิดจะหลบแสงนั้น แต่ไม่ทันที่เขาจะขยับตัว มันก็ซึมซับเข้าสู่ร่างกายเขาไปเสียแล้ว
ขณะที่เฉินหวังผิงกำลังกระวนกระวาย ข้อความสีม่วงสายฟ้ากะพริบก็ลอยขึ้นมาในครรลองสายตา
【ขีดจำกัดการกักเก็บพลังงานของเมล็ดพันธุ์สายฟ้า +1%】
เฉินหวังผิง: "!!!!"
ของดีนี่นา!
เพิ่มขีดจำกัดการเก็บพลังงานได้โดยตรงถึง 1% เลยเหรอ?
จากการทดลองเมื่อครู่ เขาเข้าใจแล้วว่าไฟฟ้าจากกังหันลมเพียงอย่างเดียวสามารถสร้างความเสียหายแก่ดวงวิญญาณได้พอๆ กับพลั่วขุดแร่เท่านั้น
หากต้องการปลิดชีพมันจริงๆ เขาต้องพึ่งพาพลังที่ปะทุออกมาจากเมล็ดพันธุ์สายฟ้า
พูดง่ายๆ ก็คือ เขาต้องใช้กังหันลมชาร์จพลังให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยใช้พลองทองแดงช็อตวิญญาณเร่ร่อน
สรุปแล้วเขาก็คือ "หม้อแปลงไฟสายบู๊" ดีๆ นี่เอง
ในกระบวนการนี้ ยิ่งขีดจำกัดการเก็บพลังงานของเมล็ดพันธุ์สายฟ้าสูงเท่าไหร่ เขาก็จะสามารถสร้างความเสียหายรุนแรงได้มากขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ
และนั่นยังไม่หมด หลังจากดูดซับแสงเรืองรองนั้นแล้ว เฉินหวังผิงสังเกตเห็นรัศมีจางๆ หลงเหลืออยู่ตรงจุดที่วิญญาณสลายไป
เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มันคือแร่เหล็กสีน้ำเงินนั่นเอง
【แร่เหล็กสีน้ำเงิน】 × 2
ผลตอบแทนช่างคุ้มค่าจริงๆ
เขาต้องขุดแทบตายกว่าจะได้สักก้อน แต่นี่แค่ฆ่าวิญญาณเร่ร่อนตัวเดียวก็ได้ถึง 2 ก้อน
เมื่อมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของเหมือง เฉินหวังผิงรู้สึกอยากจะออกสำรวจต่อ
ทว่าความอยากนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงคำรามที่ดังสะท้อนมาจากที่ไหนสักแห่งในเหมือง
เสียงคำรามนั้นสั้นมาก ไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ
"แปลก วิธีการโจมตีของวิญญาณเร่ร่อนคือการรบกวนความทรงจำ มันไม่น่าจะสังหารคนงานเหมืองได้รวดเร็วขนาดนี้ หรือว่าข้างในนั้นจะมีวิญญาณชนิดอื่นอยู่อีก?" เฉินหวังผิงขมวดคิ้ว
เขาม้วนสายเคเบิลกังหันลมพันรอบมือพลางเร่งมือขุดแร่ไปด้วย
การเคลื่อนที่ขณะมีสายไฟพันมือนั้นค่อนข้างทุลักทุเล ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินถือสายน้ำเกลือทำงาน
แต่มันไม่มีทางเลือกอื่น กำลังไฟจากกังหันลมนั้นต่ำเกินไป แม้จะชาร์จทิ้งไว้ถึง 2 นาที เฉินหวังผิงก็ยังรู้สึกว่าเมล็ดพันธุ์สายฟ้ายังเก็บพลังงานได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ
"กลับไปต้องรีบสะสมทรัพยากร วิจัยสร้างแบตเตอรี่ให้ได้ไวๆ แล้วค่อยหาทางสร้างแหวนกักเก็บพลังงานติดตัวไว้" เฉินหวังผิงคิดไปเรื่อยเปื่อยขณะออกแรงจามแร่เหล็ก
————-
ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
ด้านนอกเหมือง เมื่อเห็นว่าคนงานเหมืองเดินเข้าไปขุดแร่อย่างว่าง่าย กัวฉีข่ายก็รีบก้มลงดับธูปขับไล่วิญญาณทันที เขาหยิบกล่องหยกออกมาบรรจุมันไว้อย่างทะนุถนอม พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน "ไอ้พวกคนงานชั้นต่ำ คิดว่าฉันจะยอมเสียธูปขับไล่วิญญาณเพื่อปกป้องพวกแกจริงๆ งั้นเหรอ? เหอะ! ขายพวกแกทั้งฝูงยังได้เงินไม่เท่าธูปดอกนี้ดอกเดียวเลย!"
ลูกน้องคนสนิทเห็นดังนั้นก็ยิ้มประจบพลางถามอย่างสงสัย "นายครับ คนงานพวกนี้จะตายห่าไปก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าพวกมันขนแร่เหล็กสีน้ำเงินออกมาไม่ได้ล่ะครับ?"
ที่ลูกน้องคนนี้ถามไม่ใช่เพราะห่วงชีวิตคนงาน แต่เขาห่วงว่าถ้าไม่มีแร่เหล็กออกมา กัวฉีข่ายอาจจะสั่งให้เขาเป็นคนลงไปขุดแทน
กัวฉีข่ายปรายตามองอย่างดูแคลน "วางใจเถอะ แกมันคนของฉัน ฉันไม่ส่งแกไปตายฟรีๆ หรอก ถึงเหมือง 112 จะขึ้นชื่อเรื่องผีสิง แต่ความหนาแน่นของผีข้างในนั้นต่ำมาก อย่างมากใน 20 คนนี้คงเจอผีแค่ครึ่งเดียว เบื้องบนต้องการแร่แค่ 20 ก้อน ต่อให้พวกมันรอดออกมาได้แค่ 1 ใน 4 ก็เพียงพอที่ฉันจะเอาไปส่งงานแล้ว"
"ครับๆ นายท่านช่างมองการณ์ไกล ผมมันโง่เขลาเอง" ลูกน้องรีบก้มหัวประจบสอพลอ
กัวฉีข่ายหึในลำคอแล้วหยิบธูปอีก 2-3 ดอกออกจากกระเป๋าโยนให้ลูกน้อง "ไปจุด 'ธูปเก็บเสียง' ซะ อย่าให้เสียงร้องของไอ้พวกที่กำลังจะตายมาขัดอารมณ์สุนทรีย์ของฉัน"
พูดจบเขาก็เดินกลับไปจิบน้ำชาบนรถอย่างสบายใจ
"รับทราบครับ!" ลูกน้องรับธูปด้วยสองมือ เดินไปที่ปากปล่องเหมืองแล้วจุดมันทันที ไม่นานเสียงคำรามโหยหวนของคนงานที่สิ้นใจข้างในก็ถูกกลบจนเงียบกริบไปเกือบหมด
ภายในเหมือง เงาวิญญาณวูบไหว
แต่ภายนอกเหมือง 'เงาผี' ในคราบมนุษย์นั้นมืดดำยิ่งกว่า
สองชั่วโมงต่อมา
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เฉินหวังผิงที่อยู่ในสภาพเหนื่อยหอบจามพลั่วใส่แร่เหล็กสีน้ำเงินตรงหน้าพลางคิดอย่างประหลาดใจ "แปลกแฮะ ตอนแรกยังพอได้ยินเสียงขุดแร่แว่วมาบ้าง ทำไมตอนนี้ถึงเงียบลงเรื่อยๆ?"
"หรือว่าทุกคนจะเข้าไปลึกกว่านี้แล้ว?"
"หรือว่า... คนอื่นจะตายหมดแล้ว?"
หลังจากจัดการแร่เหล็กตรงหน้าเสร็จ เฉินหวังผิงเดินกลับไปที่ตะกร้าขุดแร่ของเขา ซึ่งมีแร่เหล็กสีน้ำเงินวางอยู่แล้ว 4 ก้อน เขาเอื้อมมือไปเก็บใส่ในช่องเก็บของก้อนหนึ่ง
เขาจะแบกออกไป 3 ก้อนก่อน แล้วค่อยไปดูว่าคนอื่นขุดได้เท่าไหร่ที่ปากทางเหมือง ถ้าพวกเขาขุดได้เยอะ เขาค่อยเนียนเอาออกมาเติมทีหลัง
ขอแค่ส่งแร่ให้ครบตามโควตาก็พอแล้ว
ด้วยความช่วยเหลือของเรดาร์ ในช่วง 2 ชั่วโมงนี้เขาได้พบกับวิญญาณเร่ร่อนถึง 7-8 ตัว เขาสังหารไป 4 ตัวและหลบเลี่ยงตัวที่เหลือจากระยะไกล
หลังจากสู้กับพวกมันหลายครั้ง เขาสังเกตเห็นว่าแถบเลือดของวิญญาณเร่ร่อนแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันเล็กน้อย โดยจะแกว่งอยู่ในช่วง 50 ถึง 80 เซนติเมตร แต่คุณลักษณะและทักษะพื้นฐานนั้นเหมือนกันหมด
ตราบใดที่เขามีพลังงานเพียงพอ วิญญาณเร่ร่อนพวกนี้ก็ไม่ต่างจากแร่เหล็กสีน้ำเงินเดินได้!
ลุยสะสมทรัพยากรต่อไป! ไปเลย!