- หน้าแรก
- ข้อมูลลับเปลี่ยนโลก ผมใช้มันไต่เต้าเป็นเศรษฐีเบอร์หนึ่ง
- บทที่ 1 - แรงงานเถื่อน
บทที่ 1 - แรงงานเถื่อน
บทที่ 1 - แรงงานเถื่อนในมอสโก
บทที่ 1 - แรงงานเถื่อนในมอสโก
เจิ้งจื๋อสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันเพราะเสียงตะโกนและเสียงพังประตูที่ดังสนั่น
วินาทีต่อมา เขาถูกกระชากลงจากเตียงไม้กระดานแข็งๆ ในหอพัก และถูกบังคับให้หมอบลงกับพื้นโดยใช้มือประสานไว้ที่ท้ายทอย
มาอยู่มอสโกได้เพียงหนึ่งเดือน นี่เป็นครั้งที่หกแล้วที่เจิ้งจื๋อถูกปืนจ่อหัว
......
ตุลาคม ปี 2016 ณ มอสโก
ก่อนรุ่งสาง ตลาดลูบลิโนถูกหน่วยรบพิเศษของกรมกิจการภายในรัสเซียเข้ากวาดล้างอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษกว่าร้อยนายในชุดเครื่องแบบสีดำเต็มยศ พร้อมปืนกลเบาและโล่ป้องกัน บุกเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของตลาดลูบลิโนภายในเวลาเพียงสามนาที
"ไอ้พวกหมีขาวเฮงซวย!"
คนที่ถูกลากลงมาหมอบข้างๆ เจิ้งจื๋อคือ จางฮ่าว รูมเมทและเพื่อนร่วมงานของเขา
"อย่าใจร้อนพี่ฮ่าว" เจิ้งจื๋อกระซิบขณะที่ซีกหน้าแนบสนิทกับพื้นเย็นเฉียบ "พวกมันมีปืน!"
"แม่งเอ๊ย!" จางฮ่าวยังคงดิ้นรนพลางสบถด่า "ไอ้พวกนี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว!"
เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษที่ยืนคุมอยู่เห็นจางฮ่าวมีท่าทีขัดขืนแถมยังพ่นคำด่าออกมาไม่หยุด ซึ่งดูจากท่าทางแล้วคงไม่ใช่คำอวยพรแน่ๆ
เขาจึงยกเท้าขึ้นแล้วเหยียบลงบนท้ายทอยของจางฮ่าวอย่างแรง
หลังจากเสียงครางอือในลำคอ จางฮ่าวก็สงบเสงี่ยมลงทันที
ส่วนเจิ้งจื๋อนั้นหมอบอยู่อย่างว่าง่าย รอจนเจ้าหน้าที่ตรวจค้นตัวเสร็จและปลายกระบอกปืนเบนออกไป เขาจึงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นแล้วชำเลืองมองเจ้าหน้าที่คนนั้น
"คุณตำรวจเหนื่อยหน่อยนะครับ" เจิ้งจื๋อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายิ้มพลางหยิบซองบุหรี่ยี่ห้อลี่ฉวินที่ยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋า "รับสักมวนไหมครับ? นี่เป็นบุหรี่จากเมืองจีน ในรัสเซียหาซื้อไม่ได้นะ"
เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษสองสามคนสบตากันแต่ไม่มีใครพูดอะไร
คนที่ค้นตัวเขาเดินก้าวออกมาหยิบซองบุหรี่ไปจากมือเจิ้งจื๋อแล้วดึงออกมามวนหนึ่ง
"ไฟครับ!" เจิ้งจื๋อยิ้มกว้างพลางควักไฟแช็กออกมาจุดให้เจ้าหน้าที่ที่ดึงหน้ากากยุทธวิธีลง "วันนี้มาซะเช้าเลยนะครับ?"
เจ้าหน้าที่พ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวงกลม
"วางใจเถอะ พวกเราไม่ได้มาจับแรงงานผิดกฎหมายอย่างพวกแก"
เจิ้งจื๋อฟังแทบไม่ออกว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าและท่าทางแล้วดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับเขา จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เพราะแรงงานชาวจีนส่วนใหญ่ที่ทำงานในตลาดลูบลิโนแห่งนี้ล้วนเป็น 'แรงงานเถื่อน' ที่ไม่มีวีซ่าทำงานที่ถูกต้อง
นี่เป็นเรื่องปกติในตลาดลูบลิโน ตลาดขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอสโกที่เป็นศูนย์รวมของชาวจีน ชาวเอเชียกลาง และชาวคอเคซัส มีทั้งพ่อค้าและธุรกิจสีเทา ตั้งแต่ขายส่งสินค้า ฟอกเงิน แลกเปลี่ยนเงินตรา ไปจนถึงของเถื่อน มีแผงขายส่งรวมกันมากกว่าหนึ่งพันแผง ที่นี่มีคนทุกประเภท
การขอวีซ่าทำงานในรัสเซียนั้นใช้เวลานาน โควตาน้อย และค่าใช้จ่ายสูง เถ้าแก่หลายคนจึงเลือกจ้างงานหรือหลอกล่อคนจากในประเทศให้ถือวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียนมาทำงานที่นี่แทน
เจิ้งจื๋อเองก็ถือวีซ่านักเรียน
"เอาละ พวกเราต้องไปแล้ว" เจ้าหน้าที่คนเดิมดูเหมือนจะได้รับคำสั่งผ่านหูฟัง เขาโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วขยี้ด้วยรองเท้าคอมแบต "บุหรี่นี่รสชาติดี แรงได้ใจ"
พูดจบ เขาก็คว้าบุหรี่ที่เหลือครึ่งซองใส่กระเป๋า ดึงหน้ากากขึ้นปิดหน้าแล้วเดินออกจากห้องพักตู้คอนเทนเนอร์ไป
"พี่ฮ่าว" หลังจากเจ้าหน้าที่ไปแล้ว เจิ้งจื๋อก็ประคองจางฮ่าวลุกขึ้นจากพื้น "พี่เป็นอะไรมากไหม?"
"ไม่เป็นไรมากหรอก ไอ้มะเขือเทศเอ๊ย" จางฮ่าวกุมท้ายทอย "แค่หัวหมุนนิดหน่อย..."
"มา พักสักหน่อยเถอะ" เจิ้งจื๋อพาจางฮ่าวไปนั่งที่เตียงเล็กๆ "พี่จะไปงัดกับหน่วยรบพิเศษทำไมล่ะเนี่ย..."
เขารินน้ำร้อนจากกาน้ำที่เกือบถูกเตะล้มส่งให้จางฮ่าว
พอมาอยู่มอสโก เจิ้งจื๋อถึงได้รู้ว่าในโลกนี้มีสถานที่ที่ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมและลากยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้ากว่าจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิจริงๆ
เมื่อสัปดาห์ก่อน หิมะแรกของฤดูหนาวตกลงมาในมอสโก หอพักที่ดัดแปลงจากตู้คอนเทนเนอร์ไม่สามารถเก็บความอบอุ่นได้เลย
ทุกคืนก่อนนอน สิ่งแรกที่เจิ้งจื๋อต้องทำคือต้มน้ำร้อนให้เต็มถุงน้ำร้อนสี่ใบ แล้วยัดไว้ระหว่างเสื้อซับในกับเสื้อไหมพรม
"แต่นี่เพิ่งกลางเดือนตุลาคมเอง..." เจิ้งจื๋อเปิดโคมไฟเล็กๆ หัวเตียง หยิบหนังสือ 'เรียนรัสเซียทั่วทิศ' ขึ้นมาท่องศัพท์ไปพลางคิดไปพลาง "ไม่รู้ว่าจะซื้อฮีตเตอร์ไฟฟ้ามาใช้ที่นี่ได้ไหม..."
"เสี่ยวเจิ้ง" จางฮ่าวห่มผ้าพลางพลิกตัวมองเจิ้งจื๋อที่กำลังอ่านหนังสือ "นายนี่มันสุดยอดจริงๆ กลางวันทำงาน กลางคืนยังต้องมาเรียนภาษาพวกฝรั่งนกแก้วนี่อีก"
"ไม่เรียนจะทำยังไงล่ะพี่ จะให้ผมแบกของอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตเหรอ" เจิ้งจื๋อหันไปมองจางฮ่าว "พี่ฮ่าว พี่ก็หัดเรียนภาษาบ้างสิ"
"โอ๊ย ฉันไม่ไหวหรอก ไม่ไหวจริงๆ!" จางฮ่าวโบกมือพัลวัน "ถ้าฉันมีหัวทางนี้ ป่านนี้สอบติดมหาวิทยาลัยไปแล้ว!"
"อีกอย่าง ผู้จัดการหลี่ก็ไม่ได้คืนพาสปอร์ตให้พวกเรา" เขาถอนหายใจ "เรียนไปแล้วจะได้อะไร ในเมื่อออกไปไหนไม่ได้"
ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงมอสโก หนังสือเดินทางของเจิ้งจื๋อก็ถูกผู้จัดการหลี่เอาไป 'เก็บรักษา' ไว้ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาได้แต่กินนอนอยู่ในบริเวณหอพักแห่งนี้
"นี่ เสี่ยวเจิ้ง—" จางฮ่าวลดเสียงต่ำลงทันที "ฉันไม่กล้าถามมานานแล้ว นายยังเด็กอยู่เลย ทำไมถึงระเห็จมาทำงานแบบนี้ที่รัสเซียล่ะ?"
"ขาดเงินไงพี่" เจิ้งจื๋อไม่แม้แต่จะเงยหน้า "ถ้าไม่ขาดเงิน ใครจะมาทำงานแบบนี้"
ถ้าไม่ใช่เพราะที่บ้านเป็นหนี้มหาศาลจนพวกทวงหนี้บุกมาถึงหน้าบ้าน เขาคงไม่ต้องหนีมาเรียนและทำงานถึงรัสเซียแบบนี้
"เฮ้อ นั่นสินะ" จางฮ่าวกุมหัวแล้วล้มตัวลงนอนตามเดิม "ฉันพักสายตาสักหน่อยก่อนนะ..."
หกโมงเช้า ลมหนาวกรีดแทงใบหน้าเหมือนใบมีด ท้องฟ้ามอสโกยังคงมืดมิดเหมือนน้ำหมึก
ของมาถึงแล้ว
เจิ้งจื๋อเปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ตู้แรก ลมหนาววูบหนึ่งพัดเข้าใส่หน้าทันที
"ซูค่า บเลียด" เจิ้งจื๋ออุทานคำสบถภาษารัสเซียออกมาโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นสภาพตรงหน้า "แม่งเอ๊ย งานนี้เหนื่อยตายแหงๆ..."
ในตู้คอนเทนเนอร์เต็มไปด้วยมัดผ้าห่มนวมที่ถูกห่อด้วยผ้าขาว มัดใหญ่และเบียดกันแน่นจนไม่มีช่องว่าง
ผ้าห่มพวกนี้ดูเหมือนจะนุ่ม แต่จริงๆ แล้วมันชื้นและถูกอัดมาจนหนัก อย่างน้อยก็มัดละยี่สิบสามสิบกิโลกรัม ที่ยากที่สุดคือมันจับลำบากเหมือนอุ้มก้อนอะไรสักอย่างที่ลื่นปรื๊ด แถมยังต้องดึงลงมาจากที่สูงแล้วขนออกไปทีละรอบ
เจิ้งจื๋อเหยียบตามซอกตู้ปีนขึ้นไปข้างบน พอแบกมัดแรกขึ้นบ่า ร่างของเขาก็ซุดวูบ เท้าเหยียบอยู่บนขอบที่ไม่มั่นคง ไม่มีที่ให้ยันแรง ได้แต่ใช้เอวกับหัวเข่าพยุงไว้
"ไหวไหม เสี่ยวเจิ้ง?" พนักงานคุมงานเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถาม "วันนี้คนเดียวจะทันไหม? ช่วงบ่ายจะมีรถคันต่อไปเข้ามาอีกนะ"
แค่แบกมัดเดียว เหงื่อก็เริ่มซึมที่หน้าผากเจิ้งจื๋อแล้ว
"ทั... ทันครับ" เขากระหืดกระหอบตอบ "ไม่... ไม่ต้องหาคนเพิ่มครับ"
ค่าแรงยกของตู้ละสองพันรูเบิล ถ้ามีคนมาช่วยเพิ่ม เงินก็จะถูกหารครึ่ง
ในปี 2016 รายได้เฉลี่ยของคนทั่วไปในมอสโกอยู่ที่ประมาณห้าหมื่นถึงแปดหมื่นรูเบิล อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1:10 เมื่อเทียบกับเงินหยวน สองพันรูเบิลแลกได้ประมาณสองร้อยหยวน ถ้าเป็นตลาดมืดอาจจะได้เพิ่มอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
พนักงานคุมงานพยักหน้าไม่พูดอะไรต่อ เขาหยิบสมุดขึ้นมาจดบันทึกแล้วเดินไปจัดการเตรียมงานสำหรับตู้ถัดไป
เจิ้งจื๋อยก แบก วาง แล้วก็ยก แบก วางวนไปเรื่อยๆ แขนและแผ่นหลังเริ่มชามันจนไร้ความรู้สึก เขาทำงานอย่างหนักติดต่อกันกว่าสองชั่วโมง จนกระทั่งขอบฟ้าเริ่มมีแสงสีแดงรำไร งานเพิ่งจะเสร็จไปครึ่งเดียว
"ฮู่ว..." ร่างกายของเขาคายไอน้ำสีขาวออกมาเป็นระยะ "เช้านี้เสร็จแน่นอนครับพี่หวัง"
"ดีมาก" พนักงานคุมงานพยักหน้าพลางจดลงสมุด "เดือนนี้นายขยันจริงๆ นะ ยกไปตั้งเจ็ดสิบกว่าตู้แล้ว"
"ยังหนุ่มก็ต้องขยันหน่อยครับ สมัยมัธยมผมก็ออกกำลังกายตลอด" เจิ้งจื๋อหอบหายใจถี่ "เดือนนี้ผมน่าจะได้สักแสนห้าหมื่นรูเบิลใช่ไหมครับ?"
"เอ่อ..." พนักงานคุมงานมีท่าทีลำบากใจขึ้นมาทันที "เรื่องนี้คงจะยากหน่อยนะ"
"ทำไมล่ะครับ?" เจิ้งจื๋อถามอย่างไม่เข้าใจ "ตู้ละสองพันรูเบิล ผมยกไปตั้งเจ็ดสิบกว่าตู้นะ?"
"แต่นายยังไม่ได้หักค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าจิปาถะพวกนั้นเลย" พนักงานคุมงานใช้นิ้วนับให้เจิ้งจื๋อดูทีละอย่าง "หักลบแล้วก็น่าจะประมาณเจ็ดถึงแปดหมื่นรูเบิล พี่เองก็ช่วยอะไรไม่ได้ ผู้จัดการหลี่เป็นคนกำหนดนโยบายนี้"
เจิ้งจื๋อมองพนักงานคุมงานอย่างไม่อยากจะเชื่อ ตอนที่เขามาถึงใหม่ๆ หลี่ซานเจียงไม่ได้พูดเรื่องพวกนี้เลย แถมอาหารที่กินทุกวันก็เป็นข้าวแกงในไซต์งาน ที่พักก็เป็นตู้เหล็ก แล้วมันจะถึงเดือนละเจ็ดแปดหมื่นรูเบิลได้ยังไง?
ใบหน้าของเจิ้งจื๋อแดงก่ำด้วยความโกรธ เขากำลังจะอ้าปากเถียง ทันใดนั้นแสงอาทิตย์อ่อนๆ ก็สาดส่องลงบนใบหน้าของเขาพอดี!
วินาทีต่อมา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา
[ระบบข้อมูลรายวัน เปิดใช้งาน!]
(จบแล้ว)