เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - โค้ชหวังจอมโหด

บทที่ 5 - โค้ชหวังจอมโหด

บทที่ 5 - โค้ชหวังคนจริง


บทที่ 5 - โค้ชหวังคนจริง

พ้นช่วงโค้งเข้าสู่ทางตรง หลินหยวนตั้งใจจะรักษาวิ่งก้าวยาวตามปกติของเขา แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าคนที่ตามมาข้างหลังคือนักเรียนที่ยังไม่เคยผ่านการฝึกซ้อม

ดังนั้นเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งความเร็วต่อไป เพราะถ้าทำแบบนั้น

นักเรียนอีกสี่คนที่มีนิสัยเลือดร้อนและไม่ยอมแพ้คงจะพยายามวิ่งตามเขาให้ทันแน่ๆ และนั่นจะทำให้จังหวะการวิ่งของคนพวกนั้นพังทลายลง

หลินหยวนจึงตัดสินใจลดความเร็วลงมาในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้นักเรียนที่ตามมาสามารถจับจังหวะการวิ่งตามเขาได้

ตอนนี้หลินหยวนเปรียบเสมือน ‘เพซเซอร์’ในการแข่งจักรยานที่คอยนำจังหวะให้คนข้างหลัง

แต่หลินหยวนไม่มีทางยอมเสียสละตัวเองเหมือนพวกเพซเซอร์หรอก เพราะเขายังออมแรงไว้อีกมหาศาล

ช่วงทางตรงเข้าสู่โค้งสุดท้าย หลินหยวนยังคงวิ่งได้อย่างผ่อนคลาย นักเรียนที่ตามมาสังเกตเห็นสิ่งที่หลินหยวนทำ และพอจะเดาเจตนาของเขาออกได้

เพราะความเร็วของหลินหยวนนั้นสม่ำเสมอและไม่เร่งจนเกินไป ทำให้การวิ่งตามหลังเขาดูจะง่ายขึ้นมาก

โค้ชหวังที่รออยู่ตรงเส้นชัยก็สังเกตเห็นจุดนี้เช่นกัน เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าหลินหยวนจะทำแบบนี้ และไม่นึกเลยว่าพรสวรรค์ของหลินหยวนจะสูงขนาดนี้ด้วย

ตามความคิดของโค้ชหวัง วัยรุ่นวัยนี้มักจะไม่ยอมแพ้และอยากจะแสดงฝีมือให้เต็มที่ ไม่นึกเลยว่าหลินหยวนจะเลือกไม่ทำแบบนั้น

ช่วงหนึ่งร้อยเมตรสุดท้าย หลินหยวนก็เริ่มวิ่งแบบปล่อยเต็มที่ เขาไม่เก็บความเร็วไว้อีกต่อไป ค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งแตกต่างจากการวิ่งพยายามเข้าเส้นชัยอย่างทุลักทุเลของกลุ่มก่อนหน้านี้ หลินหยวนดูผ่อนคลายกว่ามาก

กลุ่มคนที่ได้พักแล้วนั่งอยู่ริมสนาม ต่างจ้องมองหลินหยวนที่วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูสบายๆ

ในใจลึกๆ ต่างก็คิดกันว่า นี่เราวิ่งระยะ 400 เมตรเดียวกับหมอนี่จริงหรือเปล่าเนี่ย

“56 วินาที, 59 วินาที...”

โค้ชหวังประกาศคะแนนของกลุ่มหลินหยวน ทั้งห้าคนต่างทำเวลาได้ภายในเกณฑ์ 1 นาที 10 วินาที

หากตัดห้าคนที่ถูกไล่ออกไป ก็มีคนผ่านเกณฑ์นี้สิบคน และเมื่อรวมหลินหยวนด้วยก็มีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดถึงยี่สิบคน

“ไม่เลวเลยเจ้าหนู วิ่งสบายๆ ยังทำเวลาได้ตั้ง 56 วินาที ดูเหมือนจะยังไม่ได้ปล่อยของหมดสินะ” โค้ชหวังเดินเข้ามาตบบ่าหลินหยวนพลางหัวเราะร่า

“สนใจมาวิ่งระยะ 400 เมตรกับครูสักรอบไหม วันนี้ครูรู้สึกคันไม้คันมืออยากออกกำลังกายขึ้นมาหน่อย”

หลินหยวนรู้ดีว่าโค้ชหวังคงดูออกว่าเขาออมแรงไว้ และสถิติการวิ่ง 400 เมตรจริงๆ ของเขาน่าจะดีกว่านี้มาก

เขาคิดถึงตอนที่วิ่งเมื่อกี้ที่ดูอึดอัดเพราะไม่ได้วิ่งเต็มที่ มันทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่

เขาจึงพยักหน้าตอบตกลง “ได้ครับ ผมเองก็อยากเห็นฝีมือของโค้ชเหมือนกัน”

“ฮ่าๆ เดี๋ยวเดี๋ยวก็ได้รู้กัน ครูไปวอร์มอัพก่อน เธอก็พักผ่อนรอไปก่อนนะ”

พูดจบโค้ชหวังก็วางนกหวีด นาฬิกาจับเวลา และสมุดบันทึกไว้บนสนาม แล้วเริ่มวิ่งเหยาะวอร์มอัพรอบสนามทันที

“สุดยอดเลยเพื่อน ข้านับถือแกจริงๆ กับอีแค่ 400 เมตรเมื่อกี้”

“ต้องขอบคุณแกนะที่ช่วยนำจังหวะพวกเรา ไม่อย่างนั้นลำดับที่ห้าอย่างข้าก็ไม่รู้จะผ่านเกณฑ์หรือเปล่า”

…………

“โค้ชครับ ผมก็อยากลองแข่งด้วย” ชายหนุ่มที่เป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มแรกพูดขึ้นมาด้วยความอยากจะประลองฝีมือ เขาตะโกนบอกโค้ชหวังที่ยืนเตรียมพร้อมอยู่ตรงจุดสตาร์ท

“ได้สิ งั้นเธอก็มาร่วมด้วย มีใครอยากจะมาลองวิ่งอีกรอบไหม เร็วเข้า”

“ผมครับ”

“ผมด้วย”

“งั้นผมก็เอาด้วยคน”

……

พอโค้ชหวังถามออกมา การวิ่งรอบนี้ก็มีคนมารวมตัวกันได้ถึงสิบกว่าคน

“เดี๋ยวข้าจะเป็นคนให้สัญญาณเอง”

“เข้าที่... ระวัง... ไป!”

โค้ชหวังออกตัวได้เร็วมาก หลินหยวนแววตาหดเล็กลง อย่างน้อยในตอนนี้การตอบสนองของเขาก็ยังตามโค้ชหวังไม่ทัน

แต่ทักษะการแย่งลู่วิ่งของหลินหยวนยังคงยอดเยี่ยม เมื่อคนอื่นยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็เข้ามาอยู่ข้างหลังโค้ชหวังได้ติดๆ แล้ว

ระยะก้าวของโค้ชหวังนั้นยาวมาก หลินหยวนเดาว่าโค้ชหวังน่าจะสูงประมาณ 185 เซนติเมตร

ซึ่งสูงกว่าเขาประมาณหนึ่งช่วงหัว หลินหยวนรู้สึกว่ามันยากจริงๆ โค้ชวิ่งสามก้าว แต่หลินหยวนต้องวิ่งถึงสี่ก้าวถึงจะตามทัน

หลินหยวนเริ่มหงุดหงิด ส่วนสูงไม่พอต้องใช้จำนวนก้าวเข้าสู้ ในการวิ่งระยะ 400 เมตร ส่วนสูงถือว่ามีข้อได้เปรียบมากจริงๆ

ในชาติก่อนหลินหยวนที่มีส่วนสูงถึง 187 เซนติเมตรจึงค่อนข้างได้เปรียบในการวิ่งระยะนี้

แต่ตอนนี้ลำบากสุดๆ เมื่อเข้าสู่ทางตรง โค้ชหวังรับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าที่เร่งกระชั้นตามมาข้างหลัง เขาคิดในใจว่านี่ยังไม่สลัดไม่หลุดอีกเหรอ

ดูเหมือนว่าฝีมือของเจ้าหนุ่มคนนี้จะเก่งกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก

ชายหนุ่มอันดับหนึ่งของกลุ่มแรกพยายามวิ่งสุดชีวิต กัดฟันแน่นวิ่งตามหลังหลินหยวนมาติดๆ

สองร้อยเมตรผ่านไปอย่างรวดเร็ว พ้นทางตรงเข้าสู่ทางโค้ง โค้ชหวังเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง ความเร็วยังคงสูงกว่าช่วงสองร้อยเมตรแรกเสียอีก

ในสายตาคนนอกอาจจะดูเหมือนว่าโค้ชหวังช่วงสองร้อยเมตรหลังช้ากว่าช่วงแรก แต่สำหรับคู่แข่งที่กำลังวิ่งอยู่นั้นไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย

หลินหยวนพบว่าความสามารถในการรักษาความเร็วของโค้ชหวังนั้นแข็งแกร่งมาก ในขณะที่เขเริ่มจะลดความเร็วลงอย่างมากแล้ว โค้ชหวังยังคงรักษาความเร็วที่ยอดเยี่ยมไว้ได้

หลินหยวนแอบถอนใจ ร่างกายที่ยังวัยรุ่นนั้นเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด แต่ก็ยังต้องผ่านการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงและยาวนาน

ตอนนี้เขายังอ่อนแอเกินไป หลินหยวนใช้พละกำลังส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งตามจังหวะของโค้ชในช่วงสองร้อยเมตรแรก

ในช่วงสองร้อยเมตรหลัง หลินหยวนไม่อาจตามจังหวะของโค้ชหวังได้อีกต่อไป ทำได้เพียงมองดูโค้ชหวังค่อยๆ ทิ้งห่างออกไปทีละน้อย

และคนที่อยู่ข้างหลังหลินหยวนก็ทำได้เพียงมองดูหลินหยวนทิ้งห่างออกไปเช่นกัน

เมื่อเข้าสู่เส้นชัย ร่างกายของหลินหยวนก็เริ่มมีปฏิกิริยาของกรดแล็กติกอย่างรุนแรง

กล้ามเนื้อเริ่มล้าและปวดเมื่อย ในขณะที่โค้ชหวังยังดูสบายๆ มองดูเหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย

คนที่ออกแรงวิ่ง 400 เมตรเต็มที่ครั้งแรก และบางคนวิ่งติดต่อกันถึงสองรอบต่างก็แทบจะรับมือไม่ไหว

“ตั้งแต่วันนี้ไป พวกเธอคือทหารในสังกัดของหวังเปียวคนนี้แล้ว”

โค้ชหวังตะโกนเสียงดัง “เอาละ ภารกิจของพวกเธอในวันนี้คือ วิ่งเหยาะรอบสนามสิบรอบเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ทำได้ไหม”

“ได้ครับ” “ไม่มีปัญหา” “แน่นอนอยู่แล้ว”

“รับรองว่าสำเร็จภารกิจครับ”

…………

“งั้นก็รีบไปวิ่งซะ อย่าคิดจะอู้ล่ะ ใครอู้เจอดีแน่”

ตอนนั้นเป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว แต่ท้องฟ้ายังคงเป็นสีส้มแดงของแสงยามเย็น เสียงอ่านหนังสือดังมาจากอาคารเรียนที่อยู่ไม่ไกล

บนสนามกีฬา วัยรุ่นชายยี่สิบคนต่างวิ่งไปพลางทำความรู้จักกันไปพลาง

ด้วยความที่เป็นวัยรุ่น คุยกันไม่กี่คำก็รู้สึกสนิทสนมกันขึ้นมา

“ฉันสวี่เฟยหยาง อยู่ ม.4 ห้อง 6 แล้วพวกนายล่ะ”

“ฉันสวี่ยางเฟย อยู่ ม.4 ห้อง 6 เป็นพี่ชายของสวี่เฟยหยาง”

“แกตายแน่ยางเฟย คอยดูนะว่าพี่จะสั่งสอนแกยังไง”

“เฮ้ แล้วไอ้คนจริงที่นำจังหวะพวกเราล่ะหายไปไหนแล้ว”

“หลินหยวน หลินที่เป็นอักษรไม้สองตัว หยวนที่เป็นตัวอักษรโดดๆ” หลินหยวนตอบขึ้นมาทันทีเมื่อมีคนถาม เขาคือคนที่วิ่งในกลุ่มเดียวกัน

“จากนี้ไปนายคือหยวนเกอของฉัน หยวนเกอนายเก่งจริงๆ ข้านับถือจากใจเลย”

“หยวนเกอโครตเจ๋ง ช่วงสองร้อยเมตรแรกเกาะติดโค้ชหวังได้แน่นมาก สุดยอดจริงๆ”

“ฉันชื่อโจวฉางซาน หลินหยวน ถ้ามีโอกาสเรามาแข่งกันหน่อยนะ”

หลินหยวนมองดูชายหนุ่มที่แนะนำตัว และดูเหมือนจะไม่ค่อยยอมแพ้เขาเท่าไหร่นัก

“ได้สิ มีโอกาสเรามาแข่งกัน”

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 5 - โค้ชหวังจอมโหด

คัดลอกลิงก์แล้ว