- หน้าแรก
- ปลุกพลังล้มเหลว งั้นผมขอมาปลูกมอนสเตอร์ที่หมู่บ้านเริ่มต้น
- บทที่ 104 - วันจิงเจ๋อ
บทที่ 104 - วันจิงเจ๋อ
บทที่ 104 - วันจิงเจ๋อ
บทที่ 104 - วันจิงเจ๋อ
และแล้วก็เข้าสู่วันที่เจ็ดของการทำงาน ในช่วงเย็น
ก่อนกินข้าว ลู่อันเรียกชาวบ้านสี่ห้าร้อยคนมารวมตัวกัน เพื่อจ่ายค่าจ้างสำหรับเจ็ดวันที่ผ่านมา
พวกช่างฝีมือที่ได้ค่าแรงสูงสุด รับเงินไปคนละ 210 หยวน ส่วนแรงงานชายรับไปคนละ 140 หยวน สำหรับกลุ่มผู้หญิงกับวัวที่เพิ่งมาสมทบทีหลัง ได้ค่าแรงวันละ 25 หยวน
สรุปแล้ว ครอบครัวที่มีทั้งผัวเมียและวัวช่วยกันทำงาน จะทำเงินได้วันละ 45 หยวน ซึ่งถือเป็นเรตค่าแรงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเมืองเอกซะอีก
"ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกันมาเจ็ดวันติดแล้ว พรุ่งนี้ให้หยุดพักกันหนึ่งวันนะ แล้วมะรืนค่อยมาลุยกันต่อ"
หลังจากจ่ายค่าจ้างไปร่วม 70,000 - 80,000 หยวน ลู่อันก็ใช้พลังวิญญาณขยายเสียงตะโกนบอกชาวบ้านสี่ห้าร้อยคนกลางลาน
"หา?"
ชาวบ้านร้องอุทานด้วยความแปลกใจ ก่อนจะมีคนตะโกนสวนขึ้นมา "พ่อหนุ่ม พวกเราไม่ต้องพักหรอก งานแค่นี้เอง จะหยุดพักไปทำไมกัน"
"ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราแรงเหลือเฟือ ไม่เห็นต้องพักเลย"
"ฮ่าๆ ไอ้พวกนี้พูดถูก ช่วงนี้ได้กินแต่ของดีๆ ร่างกายไม่เห็นจะเพลียตรงไหนเลย แถมยังรู้สึกล่ำบึ้กขึ้นด้วยซ้ำ"
"เจ้าหกพูดถูกเผง ช่วงนี้ฉันอ้วนขึ้นตั้งเยอะ... ฮ่าๆ"
"..."
บรรยากาศกลางลานนวดข้าวเต็มไปด้วยความคึกคัก ชาวบ้านนับร้อยต่างประสานเสียงคัดค้านข้อเสนอของลู่อันอย่างพร้อมเพรียง
พักผ่อนงั้นเหรอ?
คนไร้น้ำยาเท่านั้นแหละที่ต้องการพักผ่อน!
พวกเขาไม่เอาพัก พวกเขาจะเอาเงินต่างหาก
ชาวบ้านแอบคำนวณกันมาแล้วว่า โปรเจกต์นี้ใช้น่าจะกินเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งพอดีกับช่วงว่างเว้นจากการทำนาเป๊ะเลย
พอพ้น 3 เดือนไป ภูเขาก็คงไม่มีให้ขุดแล้ว ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องใช้คนงานเยอะแยะอะไรหรอก จะเป็นช่วงนาทีทองของพวกช่างไม้กับช่างปูนแทน
"โอเคๆ งั้นเปลี่ยนเป็นหยุดพักทุกครึ่งเดือนก็แล้วกัน แถมฉันให้ค่าแรงวันหยุดด้วยเอ้า..."
เมื่อเห็นชาวบ้านฮึกเหิมกันขนาดนี้ ลู่อันก็ไม่อยากขัดศรัทธาสั่งหยุดงานดื้อๆ
เขาเข้าใจหัวอกชาวบ้านดี ช่วงว่างเว้นจากการทำนา ถ้าทำเงินได้วันไหนก็ต้องรีบกอบโกย ยิ่งค่าแรงดีขนาดนี้ ใครจะไปยอมหยุดพักกันล่ะ
เห็นได้ชัดว่าคำว่า "ขยันขันแข็ง" มันฝังลึกอยู่ในสายเลือดและจิตวิญญาณของพวกเขาไปแล้วจริงๆ
[ติ๊ง! คุณใช้จ่ายในชนบท 100,000 หยวน ค่าสถานะทั้งหมด +1!]
[ติ๊ง! คุณใช้จ่ายในชนบท 100,000 หยวน ค่าสถานะทั้งหมด +1!]
เมื่อลองเช็กประวัติการใช้จ่ายดู สองวันมานี้เขาใช้เงินไปอีก 200,000 หยวน ได้ค่าสถานะมาเพิ่ม 2 แต้ม
พอมองดูค่าสถานะที่พุ่งขึ้นมา 3 แต้มในวันนี้ ลู่อันก็รู้สึกว่าชีวิตชักจะดีงามขึ้นมาอีกสเตปแล้ว
วันรุ่งขึ้น ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านต้องจำใจหยุดงาน แถมยังมีเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง หลังจากเงียบหายไปตลอดช่วงฤดูหนาว
[ข่าวสารประจำวัน·เรื่องซุบซิบชาวบ้าน: ผ่านจิงเจ๋อ อากาศอุ่น คางคกเฒ่าร้องเพลงภูเขา! วันนี้คือวันจิงเจ๋อ (วันแมลงตื่น) สรรพสิ่งฟื้นคืนชีพ จะมีดินแดนลับแห่งใหม่ถือกำเนิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั่วโลกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับ 1!]
เมื่ออ่านข่าวนี้จบ ลู่อันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงความพิเศษของโลกใบนี้ขึ้นมาได้
ทุกๆ ปี ในวันจิงเจ๋อ มักจะมีเหตุการณ์ใหญ่โตเกิดขึ้นเสมอ
อย่างเช่น อาจจะมีดินแดนลับแห่งใหม่ผุดขึ้นมาในเขตอาศัยของมนุษย์ หรือดินแดนลับบางแห่งที่เพิ่งเกิดใหม่อาจจะนำพาคลื่นสัตว์อสูรมาด้วย
หรืออีกอย่างก็คือ ในวันจิงเจ๋อ พวกพืชและสัตว์จะตื่นตัวและปลุกพลังกันขนานใหญ่ ซึ่งคล้ายๆ กับที่มนุษย์กำหนดให้วันลี่ชุนและวันลี่ชิวเป็นวันปลุกพลังนั่นแหละ
จากงานวิจัยพบว่า หากเยาวชนและนักสู้หลิงอู่ฝึกหัดเข้ารับการทดสอบสัมผัสวิญญาณและปลุกพลังจากศิลาวิญญาณในวันลี่ชุนหรือวันลี่ชิว โอกาสสำเร็จจะพุ่งสูงปรี๊ดกว่าวันปกติมาก
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมไม่จัดทดสอบมันทุกวันไปเลยล่ะ?
เหตุผลก็คือ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบสัมผัสวิญญาณหรือการปลุกพลังจากศิลาวิญญาณ ล้วนต้องใช้พลังภายนอกไปกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระดับหนึ่ง และต้องใช้เวลาพักฟื้นนานถึง 5 เดือนเลยทีเดียว
เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนคนเรานั่นแหละ จะไปสแกน MRI ทุกวันได้ยังไง ขืนทำบ่อยๆ ต่อให้ไม่มีโรคก็อาจจะป่วยเป็นโรคขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
[ติ๊ง! วันจิงเจ๋อมาเยือน งู แมลง หนู มด ที่จำศีลในช่วงฤดูหนาวเริ่มตื่นขึ้นมาแล้ว เปิดใช้งานภารกิจพิเศษ·ป้องกันแมลงศัตรูพืชทำลายนาวิญญาณ หากทำภารกิจสำเร็จ การสืบทอดอู่ซีจะได้รับการปลดล็อกเพิ่มอีก 1% (หมายเหตุ: ในช่วงป้องกัน อาจมีผลพลอยได้แถมมาด้วย!)]
"เอ๊ะ?"
พอเห็นข้อความนี้ ลู่อันที่กำลังนั่งชิลๆ อยู่ก็เด้งตัวลุกพรวด ทำเอาเสี่ยวเฮยจื่อที่นอนอยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยง ก่อนจะส่งสายตาประมาณว่า 'ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้วใช่มั้ย' มาให้
"มองอะไร ยิ่งมองเดี๋ยวจับทำสตูว์ซะหรอก!"
ลู่อันถลึงตาใส่ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อกันฝนกับหมวกฟางมาสวม คว้าจอบคู่ใจ แล้วพุ่งตัวฝ่าสายฝนลงนาไปทันที
"ปู๊ดปู๊ด?"
เสี่ยวเฮยจื่อทำหน้างง ฝนตกหนักขนาดนี้ เจ้านายจะรีบไปไหนของเขานะ?
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มันเลยลุกขึ้นเดินตามออกไป
เมื่อเห็นมันเดินตามไป หยวนฉุนเฟิงก็หัวเราะหึๆ "ไอ้ลานี่สงสัยสมองจะมีปัญหา..."
ด่าเสร็จ เขาก็เอนตัวลงนอนบนเก้าอี้โยก ฟังเสียงฝนตกอย่างสงบ ได้อารมณ์สุนทรีย์ไปอีกแบบ
"เปรี้ยง~"
เสียงฟ้าร้องดังกัมปนาท แสงสายฟ้าสีขาวสว่างวาบ เผยให้เห็นเงาเลือนลางสองร่างยืนอยู่กลางทุ่งนา
ลู่อันในชุดเสื้อกันฝนและหมวกฟางยืนตระหง่านอยู่บนคันนา ส่วนเสี่ยวเฮยจื่อก็ยืนตากฝนอยู่ข้างๆ แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"ทำไมแมลงมันเยอะขนาดนี้เนี่ย?"
เมื่อมองไปรอบๆ นาวิญญาณ ลู่อันก็เห็นแมลงตัวเล็กๆ ยั้วเยี้ยคลานออกมาจากนาข้าวธรรมดา มุ่งหน้าตรงดิ่งมายังนาวิญญาณทั้งสี่แปลงของเขาอย่างบ้าคลั่ง
"ฟุ่บ~"
จอบเทพจิ่วโจวบนบ่าหายวับไป แทนที่ด้วยดาบเอนโทรปีในมือ
ลู่อันเอียงคอเล็กน้อย น้ำฝนที่เกาะอยู่บนหมวกฟางก็พุ่งปรี๊ดออกไปราวกับกระสุนปืน เจาะทะลุร่างฝูงแมลงที่กำลังคลานเข้ามาจนตายเรียบ
[ติ๊ง! สังหารแมลงศัตรูพืชในนาวิญญาณเป็นครั้งแรก ความเร็ว +1!]
[ติ๊ง! สังหารแมลงศัตรูพืชติดต่อกัน 10 ตัว ความเร็ว +2!]
ทันทีที่สังหารแมลงได้ ข้อความแจ้งเตือนสองข้อความก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าลู่อัน
"มีผลพลอยได้จริงๆ ด้วยแฮะ?"
พอเห็นรางวัลจากการฆ่าแมลง ลู่อันก็ตาสว่างวาบทันที ก่อนที่ดาบเอนโทรปีในมือจะเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นกระบี่
"ถอยไปไกลๆ หน่อย... ระวังโดนลูกหลงล่ะ"
ลู่อันใช้เท้าเตะเสี่ยวเฮยจื่อลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้า
เสี่ยวเฮยจื่อ: (╯°□°)╯︵ ┻━┻
เสี่ยวเฮยจื่อโมโหจนควันออกหู ไอ้มนุษย์หน้าหมานี่มันเตะฉันกระเด็นอีกแล้ว ยอมไม่ได้โว้ยยย!!!
วินาทีต่อมา ลู่อันก็ก้าวเท้าพริบตาเดียวไปโผล่อยู่กลางนาวิญญาณทั้งสี่แปลง หลับตาลงซึมซับเสียงสายฝนที่โปรยปราย
"วิ้ง~"
บนคันนา ลู่อันในชุดเสื้อกันฝนหมวกฟาง สองมือกุมกระบี่ชี้ขึ้นฟ้า บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยเพลงกระบี่พิรุณวสันต์
เมื่อเพลงกระบี่หลอมรวมเข้ากับหยาดฝน พายุฝนที่โหมกระหน่ำก็แปรเปลี่ยนเป็นสายฝนแห่งกระบี่เซียนที่ร่วงหล่นลงสู่โลกมนุษย์
"ซ่า~"
ไกลออกไป เสี่ยวเฮยจื่อร่วงลงไปคลุกโคลนดังแหมะ ในขณะเดียวกัน สายฝนแห่งกระบี่ก็เริ่มโปรยปรายลงมา
"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!..."
สายฝนแห่งกระบี่ที่ทั้งหนาแน่นและคมกริบพุ่งทะลวงลงมาบนผืนนา ไม่รู้ว่ามีแมลงตัวน้อยตัวนิดต้องจบชีวิตลงไปกี่พันกี่หมื่นตัว
[ติ๊ง! สังหารแมลงศัตรูพืชติดต่อกัน 100 ตัว ความเร็ว +3!]
[ติ๊ง! สังหารแมลงศัตรูพืชติดต่อกัน 200 ตัว ความเร็ว +4!]
[ติ๊ง! สังหารแมลงศัตรูพืชติดต่อกัน 300 ตัว ความเร็ว +5!]
[ติ๊ง! ...]
หลังจากสายฝนแห่งกระบี่สงบลง ข้อความแจ้งเตือนจากระบบก็เด้งรัวๆ ไม่หยุด หลังจากสังหารแมลงไป 1,000 ตัว ค่าความเร็วของเขาก็พุ่งพรวดไปถึง 63 แต้ม
พอบวกกับ 3 แต้มก่อนหน้านี้ ก็กลายเป็น 66 แต้ม ขาดเลข 6 อีกแค่ตัวเดียวก็จะกลายเป็นเทพ 666 แล้ว
ลู่อันยืนนิ่งสงบอยู่บนคันนา แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างล้นเหลือ
นับตั้งแต่วันลี่ชุนที่เขาปลุกพลังสำเร็จ จนมาถึงวันจิงเจ๋อในวันนี้ เวลาผ่านไปเพิ่งจะครบหนึ่งเดือนพอดีเป๊ะ
แต่ในช่วงเวลาแค่หนึ่งเดือนนี้ เขาได้ก้าวกระโดดจากนักสู้หลิงอู่ฝึกหัดธรรมดาๆ ทะยานขึ้นสู่ระดับที่ผู้มีพรสวรรค์ระดับฟานทั่วไปยากจะเอื้อมถึง
[พละกำลัง: 342 ( +62.1% )]
[ความเร็ว: 404 ( +62% )]
[พลังชีวิต: 339 ( +62.1% )]
[พลังป้องกัน: 339 ( +62% )]
[พลังวิญญาณ: 337 ( +62% )]
ด้วยค่าสถานะพื้นฐานที่บวกกับค่าสถานะเสริมที่ซ้อนทับกัน ทำให้ตอนนี้เขามีค่าสถานะรวมปาเข้าไปราวๆ 550 แต้ม ซึ่งเทียบเท่ากับนักสู้ระดับทะลวงชีพจร ขั้น 8 หรือ 9 ของระดับเสวียนเลยทีเดียว
ความเร็วในการอัปเวลระดับนี้ ต่อให้เป็นอัจฉริยะระดับเสวียนตัวจริงก็คงเทียบไม่ติด
"เปรี้ยง~"
ในขณะที่เขากำลังหลงระเริงกับความเก่งกาจของตัวเอง จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่ปลายกระบี่ของเขาพอดิบพอดี...
แสงวาบวับและเสียงกัมปนาทดังขึ้นพร้อมกัน หมู่บ้านเล็กๆ กลางพายุฝนดูเปราะบางราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ราวกับจะถูกพลังสายฟ้าฟาดทำลายล้างไปจนหมดสิ้น
เสียงฟ้าร้องทำเอาชาวบ้านจู๋ซีตกใจตื่นกันทั้งหมู่บ้าน หลายคนแห่กันออกมาดูสถานการณ์
แล้วพวกเขาก็ต้องพบกับภาพที่ชวนสยดสยอง
ชายหนุ่มอนาคตไกล ความหวังของหมู่บ้าน และผู้ใช้วิญญาณยุทธ์เพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา ดันนอนสลบเหมือดอยู่กลางทุ่งนา แถมยังมีควันจางๆ ลอยกรุ่นออกมาจากตัวอีกต่างหาก
ไกลออกไป เสี่ยวเฮยจื่อเบิกตาโพลงที่กลมโตราวกับลูกแก้ว
อะไรนะ? ไอ้มนุษย์หน้าหมานั่นโดนฟ้าผ่าตายแล้วเหรอ?!