- หน้าแรก
- ผมกลายเป็นตัวร้ายที่รู้ทันพระเอก
- บทที่ 35 - มนุษย์หัวกระทิงแห่งภูเขาหัวกระทิง
บทที่ 35 - มนุษย์หัวกระทิงแห่งภูเขาหัวกระทิง
บทที่ 35 - มนุษย์หัวกระทิงแห่งภูเขาหัวกระทิง
บทที่ 35 - มนุษย์หัวกระทิงแห่งภูเขาหัวกระทิง
"โอ้โห"
จ้าวตงหันไปมองด้วยความสนใจ
เขายังพอจำเด็กผู้หญิงคนนี้ได้อยู่บ้าง
"พิกัดที่แน่นอนอยู่ตรงไหนเหรอ" จ้าวตงเอ่ยถาม
"เดินตรงไปข้างหน้าอีกหน่อย แล้วก็เลี้ยวขวา" เสี่ยวเข่อตอบกลับ
"ดีเลย ทุกคนระวังตัวให้ดีด้วย เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูหน่อย"
จ้าวตงเดินนำหน้าไป ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ เสี่ยวเข่อก็บอกว่ากลิ่นหอมยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แต่ในขณะเดียวกัน จ้าวตงก็ได้ยินเสียงบางอย่าง
ดูเหมือนว่าในป่าลึกแห่งนี้ จะมีอันตรายที่ไม่มีใครล่วงรู้ซ่อนตัวอยู่
แต่จ้าวตงก็ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด ด้วยความได้เปรียบของค่าสถานะในปัจจุบัน ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายเลเวลสิบกว่า เขาก็ยังรับมือได้อย่างสบายๆ
สักพัก เสี่ยวเข่อก็ตาเป็นประกาย เธอชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ตระหง่านอยู่ไม่ไกล "ตรงนั้นไง"
บริเวณยอดของต้นไม้ใหญ่ มีพืชชนิดหนึ่งเลื้อยเกาะเกี่ยวเป็นแนวยาว
และบนพืชชนิดนั้น มีผลไม้สีน้ำตาลรูปร่างคล้ายลูกพีช เปล่งประกายระยิบระยับอยู่
ผลไม้ที่ทอแสงเรืองรอง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผลไม้วิเศษแน่นอน
เขารีบเปิดใช้งานหน้าต่างสถานะทันที
[ผลปีนผา: ไม่มีพิษ จัดอยู่ในประเภทผลไม้วิเศษอิงอาศัย เมื่อรับประทานเข้าไปจะช่วยฟื้นฟูพลังจิตได้ทันทีสูงสุดถึง 200 แต้ม และช่วยฟื้นฟูพละกำลังได้บางส่วน]
"ของดีนี่นา!"
ดวงตาของจ้าวตงเป็นประกาย
การที่เขาต้องบุกป่าฝ่าดงเข้ามาในสถานที่อันตรายแบบนี้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดก็คือการที่พลังจิตถูกเผาผลาญไปจนหมด
แต่พอมีผลปีนผาผลนี้ สถานการณ์ก็คงจะดีขึ้นมากทีเดียว
ตึก ตึก ตึก!
จ้าวตงพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปเด็ดผลปีนผานั้นเอง ที่ด้านหลังของต้นไม้ก็มีหัวงูขนาดมหึมาโผล่ออกมา
"ฟ่อออ!"
งูยักษ์แลบลิ้นขู่ฟ่อๆ ส่งสัญญาณคุกคามมายังจ้าวตง
[งูพิษตาดำ เลเวล 7: ลำตัวผอมเพรียว แต่มีความยาวมาก ชอบใช้ลำตัวรัดศัตรูให้แน่น จากนั้นจึงฉีดพิษเข้าไป เพื่อสังหารเหยื่อ]
เลเวล 7 เชียวรึ!
ถึงจะดูร้ายกาจ แต่ถ้าพูดถึงพลังป้องกันแล้ว มันยังอ่อนแอกว่าจระเข้เลเวล 4 เสียอีก
จ้าวตงใช้ทักษะควบคุมไม้ บังคับให้หอกไม้พุ่งเสียบเข้าไปทันที
"ฉึก!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความร้ายกาจของงูตัวนี้ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า จ้าวตงจะลงมือโจมตีไปแล้ว
[ติ๊ง! เกิดการโจมตีคริติคอล!]
และแล้วพวกเขาก็เห็น หอกไม้ได้ตอกตรึงหางงูให้ติดแน่นอยู่กับต้นไม้เป็นที่เรียบร้อย
ทุกคนต่างส่งเสียงฮือฮา แต่ละคนมีแววตาตื่นเต้นสุดขีด!
งูพิษที่ดูน่าเกรงขามในสายตาของพวกเขา กลับถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย
"บ้าเอ๊ย เมื่อกี้ฉันยังคิดจะหนีอยู่เลย นี่มันจบแล้วเหรอเนี่ย" มีคนบ่นอุบอิบอย่างพูดไม่ออก
สาวๆ หลายคนตาเป็นประกาย "นี่แหละคือวิถีของคนจริง เท่ชะมัดเลย"
"ชื่อเสียงของเทพจ้าว ช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ..."
จ้าวตงหันไปพูดกับเสี่ยวเข่อ "เธออยู่เลเวล 2 เหมือนกัน งั้นที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอจัดการก็แล้วกัน"
การพาคนพวกนี้มาอัปเลเวล นี่แหละคือจุดประสงค์หลักของจ้าวตง
ถึงแม้จะดูวุ่นวายไปสักหน่อย แต่ถ้าเอาชนะการท้าประลองได้ ก็ถือเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองอยู่ดี
แถมหลังจากที่ฆ่าสัตว์ร้ายได้แล้ว ก็ยังมีโอกาสดรอปฟองอากาศค่าสถานะแบบสุ่มอีกต่างหาก งานนี้เขามีแต่ได้กับได้
เสี่ยวเข่อรีบพยักหน้ารับ เดินเข้าไปด้วยความตื่นเต้น
งูพิษตาดำที่ถูกตรึงไว้กับที่ไม่สามารถดิ้นรนขัดขืนได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกจ้าวตงเหยียบหัวเอาไว้แน่น
เสี่ยวเข่อตวัดมีดลงไปฉับเดียว งูพิษก็ขาดเป็นสองท่อน
วินาทีต่อมา แสงสีขาวสายหนึ่งก็ลอยเข้าไปในหัวของเธอ
เธอพูดด้วยความดีใจ "ได้พลังงานมาตั้ง 80 แต้มแน่ะ"
วินาทีนี้ ทุกคนต่างอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว
ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาต้องอัปเลเวลได้ง่ายๆ แน่นอน
จ้าวตงเก็บผลปีนผาใส่กระเป๋า แล้วเดินหน้าต่อไป
สภาพภูมิประเทศเริ่มสูงชันขึ้นเรื่อยๆ
และในส่วนลึกของป่า มนุษย์หัวกระทิงหลายตน กำลังแอบซุ่มดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มจ้าวตงอย่างเงียบๆ
ข้างกายของมนุษย์หัวกระทิงเหล่านั้น เต็มไปด้วยซากศพของมนุษย์กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับสุนัขล่าเนื้อสีดำอีกหลายตัว
"กิ๊ว กิ๊ว..."
พวกมนุษย์หัวกระทิงสื่อสารกัน จากนั้นราวกับตกลงอะไรบางอย่างได้ พวกมันก็พยักหน้าให้กันอย่างหนักแน่น
ชั่วพริบตา แววตาของมนุษย์หัวกระทิงก็สาดประกายสีแดงฉาน
"กี๊ซซซ!"
มนุษย์หัวกระทิงตัวจ่าฝูงที่มีนิ้วมือมนุษย์ร้อยเป็นสร้อยคอห้อยอยู่บนคอ โบกมือสั่งการ ทันใดนั้น สุนัขล่าเนื้อสีดำแต่ละตัวก็พุ่งทะยานออกไปอย่างอดใจรอไม่ไหว
สวบ สวบ สวบ...
จ้าวตงที่อยู่ข้างล่างหูผึ่ง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังสวบสาบจำนวนนับไม่ถ้วนอย่างชัดเจน
"ดูเหมือนว่าจะมีสัตว์ร้ายพุ่งเข้ามาเพียบเลยนะ ทุกคนเตรียมตั้งรับให้ดี"
จ้าวตงตะโกนลั่น จากนั้นก็เห็นสุนัขล่าเนื้อสีดำหลายตัวพุ่งทะยานออกมาจากดงไม้
จ้าวตงรีบเปิดหน้าต่างสถานะทันที...
[สุนัขหัวกระทิง เลเวล 5: สัตว์ร้ายที่มีความดุร้ายและว่องไวเป็นเลิศ ถูกทำให้เชื่องโดยเผ่ามนุษย์หัวกระทิง หากถูกมันกัด รับรองว่าต้องเสียเลือดแน่นอน]
"สัตว์ร้ายเลเวล 5!"
จ้าวตงครุ่นคิดในใจ พวกมันคือสุนัขที่มนุษย์หัวกระทิงเลี้ยงไว้ ถ้าเป็นแบบนั้น แสดงว่าพวกมนุษย์หัวกระทิงก็น่าจะอยู่แถวๆ นี้สินะ
ช่างมันเถอะ ฆ่าสุนัขหัวกระทิงพวกนี้ให้หมดก่อนก็แล้วกัน
"ทุกคนเตรียมตั้งรับ"
อวี๋ลี่ก็ตะโกนสั่งการเช่นกัน
จ้าวตงพุ่งทะยานออกไปแล้ว โดยมีหอกไม้สามเล่มลอยวนเวียนคอยปกป้องอยู่รอบตัว
ในขณะเดียวกัน คมมีดสายลมหลายสายก็พัดโหมกระหน่ำออกไป
"ฉัวะ ฉัวะ..."
คมมีดสายลมที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ฟาดฟันเข้าที่ขาของสุนัขหัวกระทิงอย่างจัง
เพียงชั่วพริบตา สุนัขหัวกระทิงหลายตัวก็ถูกซัดจนกระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น
จากเดิมที่เคยเป็นสุนัขหัวกระทิงสุดแสนจะดุร้าย แต่วินาทีนี้พวกมันกลับแสดงท่าทีหวาดกลัว ราวกับได้พบเจอเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต
มนุษย์คนนี้ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้
ส่วนบรรดาผู้เอาชีวิตรอดที่อยู่ด้านหลัง ต่างก็ตกตะลึงอ้าปากค้างไปตามๆ กัน
พวกเขายังไม่ทันได้สังเกตเห็นอะไรเลย เทพจ้าวตงก็จัดการสุนัขหัวกระทิงไปได้กว่าครึ่งแล้ว
น่ากลัวเกินไปแล้ว
"ยังไม่รีบลงมืออีก!"
จ้าวตงตวาดลั่น
ตอนนี้สุนัขหัวกระทิงเกินกว่าครึ่งถูกฟันจนขาขาด กลายเป็นลูกแกะรอการเชือดอยู่บนพื้นแล้ว
อวี๋ลี่พยักหน้าให้เพื่อนร่วมทีม จากนั้นกลุ่มคนก็พุ่งทะยานออกไป
"ปัง ปัง ปัง..."
เสียงการต่อสู้ดังสนั่นหวั่นไหว สุนัขหัวกระทิงที่เคยดุร้าย ล้วนถูกกำจัดจนสิ้นซาก
เมื่อแสงสีขาวสายแล้วสายเล่าลอยพุ่งเข้าสู่ศีรษะของใครหลายคน คนเหล่านั้นต่างก็แสดงสีหน้าดีใจออกมา
"ฉันขาดพลังงานอีกแค่ 200 แต้ม ก็จะอัปเลเวลแล้ว"
"ฉันก็เหมือนกัน ขาดอีกแค่ 180 แต้มเอง"
"ว้าว พวกนายเจ๋งจังเลย ฉันยังต้องการอีกตั้ง 400 กว่าแต้มแน่ะ"
การสังหารสุนัขหัวกระทิงกว่ายี่สิบตัวในครั้งนี้ ทำให้ดรอปหีบสมบัติเหล็กมาได้ถึง 8 ใบ
อวี๋ลี่รู้หน้าที่ดี เธอจึงเสนอว่า
"พวกเราอัปเลเวลได้ก็เพราะความช่วยเหลือจากเทพจ้าวตง ฉันขอเสนอว่า ให้มอบของทั้งหมดที่ดรอปมาให้เขาเถอะ"
จ้าวตงรู้สึกแปลกใจ
ความจริงเขาก็ตั้งใจจะพูดแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะเขาก็ไม่ได้เป็นพ่อพระใจบุญมาจากไหน ที่ช่วยให้ทุกคนอัปเลเวล ก็เพื่อชัยชนะในการท้าประลองล้วนๆ
พอได้ยินอวี๋ลี่เสนอขึ้นมาเอง เขาก็พยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่ได้พูดอะไรให้มากความ
เสี่ยวเข่อเองก็พยักหน้าเห็นด้วย เธอเดินไปเก็บหีบสมบัติเหล็กทั้งหมดมาให้จ้าวตง
ผู้เอาชีวิตรอดบางคนถึงแม้จะแอบอิจฉาอยู่ในใจ แต่ก็รู้กาลเทศะดี จึงไม่ได้พูดขัดอะไรขึ้นมา
จ้าวตงพยักหน้า "อืม ถ้างั้นผมก็ไม่เกรงใจล่ะนะ"
เขาไม่ได้เปิดดูของในหีบเลยด้วยซ้ำ จัดการเก็บเข้ากระเป๋าเก็บของไปจนหมด
เมื่อทุกคนเห็นภาพนั้น ต่างก็ตกตะลึงกันไปอีกรอบ
"พี่จ้าวตง ดูเหมือนว่าคุณจะซื้อกระเป๋าเก็บของมาสินะ"
อวี๋ลี่ถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่แล้ว"
"โอ้โห รวยชะมัดเลย กระเป๋าเก็บของใบเดียวกระซวกไปตั้ง 5000 เหรียญทองเชียวนะ"
"ใช่ๆ ฉันก็อยากได้เหมือนกัน แต่ไม่มีปัญญาซื้อหรอก จนป่านนี้ฉันเพิ่งจะหาเหรียญทองมาได้แค่ 10 กว่าเหรียญเอง"
"ฉันก็เหมือนกันแหละ"
"เมื่อกี้หลังจากฆ่าสุนัขหัวกระทิง นอกจากค่าพลังงานแล้ว ฉันยังได้เหรียญทองมาอีก 5 เหรียญด้วยนะ" เสี่ยวเข่อพูดเสริม
"ว้าว โชคดีจังเลย ฉันไม่ได้เลยสักเหรียญ"
จ้าวตงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เมื่อเลเวลของสัตว์ร้ายสูงขึ้น โอกาสที่จะดรอปเหรียญทองก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย
แต่สำหรับเขาแล้ว เขาได้นำเสบียงไปฝากขายไว้ที่ร้านของตี้อู่ชิงหย่าแล้ว คิดว่าหลังจากนี้น่าจะไม่ขัดสนเรื่องเหรียญทองอีกต่อไป
ในตอนนั้นเอง...
"โฮก..."
เสียงคำรามก้องดังมาจากส่วนลึกของผืนป่า
[จบแล้ว]