- หน้าแรก
- ผู้เล่นพวกนี้ประหลาดกว่าสิ่งลี้ลับซะอีก
- บทที่ 42 ฉันค้นพบเนื้อเรื่องหลักที่ซ่อนอยู่
บทที่ 42 ฉันค้นพบเนื้อเรื่องหลักที่ซ่อนอยู่
บทที่ 42 ฉันค้นพบเนื้อเรื่องหลักที่ซ่อนอยู่
หนิงเจิงตอนขึ้นเขา ก็เห็นพวกเขากำลังล้อมรอบค้อนไฟฟ้า ร่ายรำอย่างดีใจ
แม้จะสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของโรงตีเหล็ก
ห้องผู้ดูแล
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ ตรวจสอบบัญชี
รายจ่ายเหรียญเงินตราวิเศษสำหรับภารกิจตีเหล็กต่าง ๆ
จำนวนตัวอ่อนทองแดงวิเศษที่ตีเสร็จแล้วนำเข้าคลัง
รายจ่ายสวัสดิการพนักงานสำหรับโรงอาหารและหอพักที่รวมค่ากินอยู่
รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะต่าง ๆ เช่น ค้อนไฟฟ้า...
อืม
สัดส่วนของ "เงินลงทุนค่าจ้าง" และ "ผลผลิตสินค้า" ถือว่าแข็งแรงมาก แถมยังกำไรเยอะด้วยซ้ำ!
เพราะจิ่วไช่หรงแอบลดค่าตอบแทนสำหรับภารกิจขุดแร่ ถลุงแร่ และหลอมอาวุธลงอย่างลับ ๆ
คนส่วนใหญ่ทำงานเก้าชั่วโมงต่อวัน ได้ค่าจ้างแค่หนึ่งถึงสองเหรียญเงินตราวิเศษเท่านั้น ค่าตอบแทนที่ลดลงไป 30% ยังถูกอ้างว่าเอาไปใช้เป็นค่าส่วนกลางของ "หอพัก" และ "โรงอาหาร" สำหรับช่างตีเหล็กอีกต่างหาก!
ค่าส่วนกลาง?
คำนี้มันคืออะไรกันเนี่ย คนเขาทำงานให้ มีที่พักและอาหารให้ฟรี มันก็เป็นสวัสดิการปกติไม่ใช่หรือ?
หนิงเจิงเริ่มจะเข้าใจแล้ว
จิ่วไช่หรงทำงานเป็นผู้ดูแลนั้นโดดเด่นในเรื่อง "ความไร้ศีลธรรม"
โหดร้ายกว่าผู้ดูแลอ้วนคนก่อนที่เอะอะก็ดุด่าทุบตีตั้งเยอะ
คนนั้นคือดุด่าขูดรีดคน แต่หมอนี่คือขูดรีดคนด้วยความเมตตาอารี
"นี่คือความโหดร้ายของนายทุนงั้นหรือ!"
เวลานี้ หนิงเจิงมองดูสมุดบัญชีที่มีตัวเลขสวยงามแล้วก็รู้สึกทึ่ง
ทำให้ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเปรี้ยวจี๊ด: ที่แท้การไม่มีศีลธรรมก็สามารถหาเงินได้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ?
หลังจากตรวจสอบบัญชีอีกครั้ง และแน่ใจว่าจิ่วไช่หรงตั้งใจทำงานจริง ๆ เขาก็เอากล้าข้าววิญญาณธาตุเงาที่เร่งเพาะปลูกด้วยน้ำยาวิญญาณเร่งโต มอบให้เขาโดยตรง
พร้อมทั้งบอกสรรพคุณ และให้จิ่วไช่หรงเป็นคนตั้งราคา
แม้ว่าระดับจะไม่สูง แต่ในบรรดารากวิญญาณประเภทข้าววิญญาณระดับต่ำ ก็ถือว่าโดดเด่นมาก
ในห้องผู้ดูแล จิ่วไช่หรงเมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมา "ใต้เท้า ข้าววิญญาณที่มีกลิ่นอายของท่านประมุข มีผลทางจิตวิทยาต่อเหล่าแฟนคลับ ผมคิดว่าต้นหนึ่งน่าจะขายได้ 100 เหรียญเงินตราวิเศษครับ!"
เรื่องไอดอลอะไรพวกนี้ หนิงเจิงรู้สึกเขินนิดหน่อย
โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ใช้บัญชี [บุปผาบานสะพรั่งมั่งคั่งร่ำรวย] ล็อกอินเข้ามาแอบดู ก็มักจะเห็นพวกเขายกยออย่างบ้าคลั่งว่า "ประมุขหมู่บ้านคนนี้ฉันรักเลย" "อยากจะคลอดลูกลิงให้ประมุขหมู่บ้าน" "ฉันใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติทำฟิกเกอร์อยู่" "ลูกศรนี้ยิงทะลุหัวใจฉันเลย" นี่เป็นครั้งแรกที่มีแฟนคลับกลุ่มใหญ่ขนาดนี้ เขาเลยทำตัวไม่ค่อยถูก
แค่รู้สึกว่าช่างตีเหล็กพวกนี้ที่ชอบขโมยของไปทั่วพูดจาหวานหูจริง ๆ
แต่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ปัญหาว่าตั้งราคาแพงไปหรือเปล่า แต่เป็นปัญหาที่ตอนนี้ไม่มีใครมีเงินก้อนโตขนาดนั้นต่างหากล่ะ
"ไม่เป็นไร ปล่อยเงินกู้ได้"
ดูเหมือนจิ่วไช่หรงจะมีประสบการณ์มาก:
"หลังจากระบบเงินตราออกมา ผมก็คิดอยู่ว่าจะปล่อยเงินกู้ดีไหม ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็ขายตัวใช้หนี้ ผมว่าธุรกิจขายตัว น่าจะทำกำไรได้ดีในหมู่บ้านของเรานะ!"
หนิงเจิงครุ่นคิดตาม
การขายตัวนี้น่าจะเป็นการขายตัวทางกายภาพ
ถ้าไม่คืนเงิน คงจะจับมัดแล้วโยนเข้าเตาหลอม ให้คนมารุมสวดส่งวิญญาณให้กระมัง?
หนิงเจิงก็ขี้เกียจจะไปยุ่งกับพวกเขา ไม่ใช่ว่ามาตรฐานทางศีลธรรมของเขาลดลงหรอก แต่เขาชินชาแล้ว
เรื่องที่คุณคิดว่ามันไร้ศีลธรรมสุด ๆ กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม! นี่ทำให้หนิงเจิงตระหนักได้อย่างถ่องแท้ว่าตัวเองล้าหลังยุคสมัยไปยี่สิบปีแล้ว!
แต่ไม่นาน จิ่วไช่หรงก็ถามขึ้นว่า: "ท่านผู้ดูแลครับ หมู่บ้านของเรา มีวิชาลับพิเศษที่ช่วยเพิ่มโอกาสเกิด [เถ้าถ่าน] หลังความตายบ้างไหมครับ?"
พอเขาถามออกไป ก็รู้สึกตัวทันทีว่าการกระทำของตัวเองอาจจะดูแปลกเกินไปต่อหน้าผู้ดูแลเฒ่า จึงรีบอธิบายเพิ่มเติมว่า:
"หลัก ๆ คือเผ่าพันธุ์ของพวกเราเนี่ย ตอนที่มีชีวิตอยู่ทำเรื่องชั่วช้าไว้เยอะ พวกเราก็เลยอยากตายแบบไม่ค่อยสงบเท่าไหร่น่ะครับ!!"
หนิงเจิงถึงกับหลุดขำออกมาทันที
ครั้งก่อนพวกเผ่าพันธุ์ของเจ้าไม่เพียงแต่ชอบฉี่รดที่นอน ไม่นอนบนเตียง
ครั้งนี้เผ่าพันธุ์ของเจ้ามักจะทำเรื่องชั่วช้า แถมยังอยากตายแบบไม่สงบอีก?
ชีวิตของพวกเจ้านี่มีสีสันจริง ๆ
การเพิ่มโอกาสเกิดเถ้าถ่าน แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว
ไม่อย่างนั้นพวกคนวิปริตพวกนั้น จะเปลี่ยนชาวบ้านตีนเขาให้กลายเป็นเถ้าถ่านทั้งหมดได้อย่างไร?
หนิงเจิงไม่รู้หรอกว่าพวกเขาทำยังไง นั่นมันระดับสูงเกินไป
แต่เขาก็มีวิธีของตัวเอง ในมุมมองของเขา
แค่โชคร้าย ก็พอแล้ว
ลดค่าโชคชะตาให้เหลือ 0 พริบตาเดียวเทพแห่งความซวยก็เข้าสิง ยมทูตมาเยือน แน่นอนว่าพวกเขาก็จะได้สมปรารถนา
ก็แหม คนเราพอโชคร้าย ก็ย่อมตายแบบไม่สงบอยู่แล้ว!
เห็นพวกเขาชอบขนาดนั้น หนิงเจิงก็ยินดีจัดให้
ส่วนเรื่องที่ทำแบบนี้แล้วจะเพิ่มโอกาสเกิดเถ้าถ่านได้กี่เปอร์เซ็นต์?
หนิงเจิงเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
หนิงเจิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยิบเหรียญเงินตราวิเศษออกมาหลายเหรียญ แล้วส่งให้เขา:
"ข้าร่ายเวทมนตร์ไว้แล้ว ขอแค่ถือมันไว้แล้วส่งพลังวิญญาณเข้าไป ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดเถ้าถ่านตอนที่ตายได้ ส่วนจะขายราคาเท่าไหร่ เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถอะ"
นี่เป็นเพียงแค่ข้ออ้าง
ให้ผู้ช่วยเสี่ยวอ้ายคอยจับตาดูไว้ คนที่ถือเหรียญเงินตราวิเศษของพวกเขาก่อนตาย ก็แค่หักค่าโชคชะตาของพวกเขาก็พอ แถมยังได้เงินพิเศษอีกนิดหน่อยด้วย
ไม่นาน หนิงเจิงก็จากไป
แม้การขึ้นเขาครั้งนี้ จะมอบรากวิญญาณให้กับพวกเขา แต่เขาก็ไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่ตะกร้าใบเดียว
หนิงเจิงยังเก็บต้นฉบับไว้ หาแปลงนาที่ถูกทิ้งร้างในหมู่บ้านวิญญาณปลูกไว้ แล้วให้หนิงเจียวเจียวช่วยดูแล
เหรียญเงินตราวิเศษ นาเนื้อ ข้าววิญญาณ องค์ประกอบทั้งสามของการบำเพ็ญเพียร รวบรวมมาได้ครบถ้วนแล้วในขั้นต้น
เวลาผ่านไปอย่างไม่รู้ตัวสามวัน
ทุกคนบนหมู่บ้านต่างก็ยุ่งอยู่กับการตีเหล็ก ทำตัวเป็นช่างทำปิ่นปักผม และอ่านหนังสือ
หลัก ๆ คือพวกเขาเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับโรงตีเหล็ก ค้อนไฟฟ้า เครื่องปั๊มขึ้นรูป... พวกช่างทำปิ่นปักผมก็วุ่นอยู่กับเข็ม ด้าย อุปกรณ์เย็บปักถักร้อยขนาดเล็กใหญ่
ส่วนคนที่อ่านหนังสือก็ตั้งใจอ่านจริง ๆ
ถึงขนาดมีบัณฑิตหลายคน หมู่บ้านหลอมกระบี่แทบจะกลายเป็นหมู่บ้านบัณฑิตไปแล้ว!
และคนพวกนี้ไม่ได้อ่านแค่ออนไลน์ แต่ในชีวิตจริงก็ยังอ่านด้วยซ้ำ บางคนถึงขนาดอ่านยันตีสี่
เตรียมสอบเข้าป.โทยังไม่ขยันขนาดนี้เลย
หนิงเจิงก็ฝึกฝนอย่างสงบอยู่ที่ตีนเขาตลอดสองสามวันนี้
มีนาเนื้อคอยสนับสนุน ตอนนี้คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ในระหว่างนั้น เขาก็แวะไปดูในบอร์ดสนทนา จู่ ๆ ก็พบว่าทำไมพวกเขาถึงได้ร้อนรนที่จะปลูกรากวิญญาณกันนัก
"ซูอวี๋เหนียง: ด่วน ด่วน ด่วน! พี่น้องทั้งหลาย ฉันค้นพบเนื้อเรื่องลับแล้ว! ถ้าไม่อ่านหนังสือล่ะก็ พวกนายจะพลาดเนื้อเรื่องหลักอันใหม่ของผู้สร้างเกมแล้วนะ!"
ถ้าหนิงเจิงไม่ได้เปิดบอร์ดสนทนา ก็คงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
"สรุปว่า ที่แอบอ่านหนังสือกันเงียบ ๆ ช่วงนี้ ตัวการก็คือเจ้านี่งั้นสิ?"
หนิงเจิงถึงกับงง ฉันก็ไม่ได้เร่งพวกนายสักหน่อย จะทำงานตอนไหนก็ได้ ทำไมถึงได้รีบร้อนขนาดนี้?
แล้วที่บอกว่าพลาดเนื้อเรื่องหลักของผู้สร้างเกม?
ตัวผู้สร้างเกมอย่างหนิงเจิงยังไม่รู้เรื่องเลย
เขาเปิดกระทู้อย่างสงสัย:
"ทุกคน ฉันซูอวี๋เหนียงเอง เรื่องมันเป็นแบบนี้! จากภาพถ่ายมุมสูงของหมู่บ้านที่ตาพร่าถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อวานฉันก็เริ่มสร้างกล้องส่องทางไกลอันใหม่ขึ้นมา ส่องดูอีกครั้ง ผลคือฉันพบว่า บรรยากาศการจัดงานเทศกาลที่ตีนเขามันเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว"
"นี่ต้องเป็นลางบอกเหตุอะไรสักอย่างแน่ ๆ! ฉันกับชาวเน็ตเมื่อคืน วิเคราะห์กันตั้งแต่ทุ่มนึงยันสี่ทุ่ม ด้วยความช่วยเหลือของชาวเน็ตทุกคน รู้สึกว่าพวกเราเดาเนื้อเรื่องหลักของหมู่บ้านได้สำเร็จแล้ว!!"
ภาพสกรีนช็อต
ภาพสกรีนช็อต
โพสต์ภาพเปรียบเทียบออกมา เพราะป่ามันทึบมาก หมู่บ้านในกล้องส่องทางไกลก็เลยโผล่มาแค่ส่วนเดียว ส่วนใหญ่ถูกบังไว้หมด
"ก่อนอื่น คนที่เคยเล่นเกมบริหารจัดการแนวนี้จะรู้ดีว่า เกมแนวโรงแรม โรงเตี๊ยม หมู่บ้าน บริเวณที่ให้เล่นได้มีแค่พื้นที่นั้น ข้างนอกนั่นคือภาพพื้นหลัง หรือที่เรียกกันว่ากำแพงที่มองไม่เห็น"
"ข้างนอกนั่นเป็นแผนที่จำลอง เถ้าถ่านที่ออกไปข้างนอก ก็แค่แกล้งทำเป็นออกไป พอออกไปปุ๊บก็กลายเป็นข้อมูล สามารถอ้างอิงได้จากกบนักเดินทาง เกมสายปล่อยบอท พวกเขาจะเอาแต่วัตถุดิบกลับมา ถือเป็นเกมผจญภัยแบบข้อความ..."
"งั้น ทำไมภาพพื้นหลังเคลื่อนไหวที่ตีนเขา ถึงได้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ล่ะ? โคมไฟเทศกาลต่าง ๆ เริ่มถูกแขวนขึ้นที่ตีนเขา? นั่นต้องเป็นการบอกเป็นนัย ๆ ว่ากำลังจะมีเนื้อเรื่องใหม่เกิดขึ้นแน่ ๆ!"
"หลังจากภัยพิบัติอีกา ฉันคิดว่าเนื้อเรื่องหลักมีความเป็นไปได้สองทาง"
"1. เดาในแง่ดี เนื้อเรื่องหลักสายบริหารจัดการ — งานฉลองปีใหม่ พวกเราลงจากเขาไม่ได้ ก็ให้เถ้าถ่านไปเดินตลาดนัด ไปตั้งแผงขายอาวุธที่ตลาดนัดปีใหม่ ทำธุรกิจกับพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านตีนเขา ตรรกะนี้สมเหตุสมผลใช่ไหมล่ะ?"
"2. เดาในแง่ร้าย เนื้อเรื่องหลักสายต่อสู้ — ปีศาจเหนียน (ปีศาจปีใหม่) ปีศาจเหนียนเป็นขาประจำของกิจกรรมปีใหม่ในเกมใหญ่ ๆ หลายเกมอยู่แล้ว ในช่วงเทศกาลที่ชาวบ้านกำลังมีความสุข ปีศาจเหนียนก็จะปรากฏตัวขึ้นโจมตีหมู่บ้าน ตอนนั้น พวกเราที่อยู่บนเขาจะต้องรีบตีอาวุธ ปี่มอญ ฆ้องทองแดง ตั้งแผงขายให้พ่อแม่พี่น้องชาวบ้านตีนเขาเพื่อขับไล่ปีศาจเหนียน!?"
"ไม่ว่ายังไง ก็ต้องให้หมู่บ้านเร่งตีอาวุธ ถึงจะมีส่วนร่วม ภารกิจหลักก็คืออันนี้นี่แหละ"
"แน่นอนว่า เงื่อนไขในการเข้าร่วมนั้นสูงมาก ต้องมีเถ้าถ่าน! แบบนี้ไม่ว่าจะไปตั้งแผงขายอาวุธที่ตลาดนัดปีใหม่ หรือไปช่วยขายอาวุธขับไล่ปีศาจเหนียน ก็ต้องให้เถ้าถ่านเป็นคนขนส่ง เอาอาวุธของเราไปขายให้ชาวบ้านตีนเขา"
หลังจากผ่านการวิเคราะห์อันยอดเยี่ยมราวกับเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ทุกคนก็รู้สึกว่ามีเหตุผลมาก
เนื้อเรื่องหลักอันก่อน คือการหาวัตถุดิบ
เนื้อเรื่องหลักอันนี้ ก็ต้องเป็นการนำวัตถุดิบที่ได้มา ทำเป็นอาวุธไปขายแน่ ๆ!
เกมนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดแปลก ๆ เต็มไปหมด คงไม่สร้างภาพพื้นหลังที่ตีนเขาขึ้นมาเปล่า ๆ หรอก ต้องเป็นการบอกใบ้แน่ ๆ
คอมเมนต์ด้านล่างก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
[เกมนี้เปิดโลกฉันเลย พื้นที่แค่นั้นแท้ ๆ ยังจะสร้างเนื้อเรื่องใหม่ ๆ แหวกแนวได้เยอะขนาดนี้... ภัยพิบัติอีกาครั้งก่อนได้วัตถุดิบตีเหล็กจากบนฟ้า ครั้งนี้ปล่อย "สัตว์เลี้ยง" ไปเดินตลาดนัดตั้งแผงขายของทางไกล ช่างสร้างสรรค์จริง ๆ!]
[ชาวเน็ตของซูอวี๋เหนียงสุดยอดไปเลย! ในที่สุดก็สามารถปล่อยให้สัตว์เลี้ยงเถ้าถ่านไปตั้งแผงขายวัตถุดิบจากอีกาที่พวกเราตุนไว้ในตลาดได้แล้ว! แถมยังเอาไปแลกของดี ๆ กลับมาได้ด้วย! รูปแบบการซื้อขายแบบใหม่ล่าสุด!]
[เรื่องนี้ฉันรู้ ช่วงนี้ตอนกลางคืนเธอเอาแต่คุยเล่น แคะเท้าไปพลางคุยไปพลาง เอาวิดีโอที่บันทึกไว้ของวันนี้มาเปิดให้ชาวเน็ตดู วิเคราะห์อย่างบ้าคลั่ง บ่นนู่นบ่นนี่ นึกไม่ถึงว่าจะมีผลงานออกมาจริง ๆ]
[ตอนนี้นางน่าจะเดาถูกแล้วแหละ]
[ทีมผู้สร้างขี้เกียจเกินไปแล้ว เรื่องแค่นี้ยังไม่ยอมเขียน จิ่วไช่หรง รีบไสหัวออกมาเขียนประกาศอัปเดตเนื้อเรื่องหลักใหม่เดี๋ยวนี้เลย]
หนิงเจิงดูอยู่พักหนึ่ง ก็พอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เพราะที่ตีนเขากำลังจะถึงช่วงปีใหม่ ตลาดนัดปีใหม่กำลังจะเปิด
เนื้อเรื่องหลักอะไรกัน? ก็แค่พวกเขาแอบเห็นบางส่วนเข้า ก็เลยดีใจจนเนื้อเต้น อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเดินตลาดนัดตีนเขา ไปตั้งแผงขายของ
หนิงเจิงเดาความคิดของพวกเขาออก
แต่ละคนกระโดดโลดเต้น วัน ๆ คิดแต่จะขายอาวุธ
ทั้งที่ตัวเองก็บอกแล้วว่ารอให้ฝีมือพวกเขาดีขึ้นอีกหน่อย ค่อยติดต่อไปหาพ่อค้าในเมืองแท้ ๆ แต่กลับใจร้อนรอไม่ไหว
แต่ตอนนี้ปัญหาใหญ่เลยล่ะ
ชาวบ้านตีนเขานั่นไม่ใช่คนนะ
แผงขายของนั่นมันตลาดผี ขบวนร้อยภูตผีตระเวนราตรี กองทหารยมโลกเดินทัพ พวกที่อยู่ข้างในนั่นไม่ใช่คนเป็นสักคน
ชาวประมงผีพราย เจ้าสาวชุดแดง คนขายหมู คนขายน้ำตาลปั้นกะโหลก ดุร้าย โหดเหี้ยม น่ากลัว หัวเราะเยาะเย้ย บังคับซื้อบังคับขาย ของที่ขายก็ไม่ใช่ของดีอะไร
แต่หนิงเจิงลองคิดดูดี ๆ
ช่างตีเหล็กพวกนี้ก็ดูเหมือนไม่ใช่คนดีอะไรเหมือนกันนะ?
ของที่ส่งไปก็ไม่ใช่คนเป็น แถมทั้งสองฝ่ายยังเป็นพวกเดียวกันอีก อยู่ในตลาดผี ยังกลัวจะเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท คนตายอีกเหรอ?
ไม่ใช่คนเป็นที่ปกติด้วยกันทั้งคู่ อย่างน้อยก็คงไม่ทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตอะไรหรอก
ความแปลกประหลาดของช่างตีเหล็กพวกนี้ในสายตาหนิงเจิงก็น่ากลัวไม่แพ้กัน บังคับซื้อบังคับขายเหรอ?
ใครจะรังแกใครก็ยังไม่รู้เลย
เขาผ่านเหตุการณ์อีกามาแล้วก็เริ่มฉลาดขึ้น "ดูเหมือนข้าจะกังวลไปเอง ที่นี่เต็มไปด้วยหมู่บ้านวิญญาณ มีข้าเป็นคนเป็นคนเดียว มีแค่ข้าที่จะตาย ข้าควรจะห่วงความปลอดภัยของตัวเองดีกว่า"
หนิงเจิงคัดชื่อกลุ่มช่างตีเหล็กตัวน้อยพวกนี้ออกจากทะเบียนราษฎร์มนุษย์ ไปจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านในหมู่บ้านวิญญาณเรียบร้อยแล้ว
[จบบท]