- หน้าแรก
- ช็อกไปเลย เมื่อของที่ฉันสร้างถูกบัพเพิ่มพลังหมื่นเท่า
- บทที่ 11 สร้างความตกตะลึงอย่างต่อเนื่อง!
บทที่ 11 สร้างความตกตะลึงอย่างต่อเนื่อง!
บทที่ 11 สร้างความตกตะลึงอย่างต่อเนื่อง!
บทที่ 11 สร้างความตกตะลึงอย่างต่อเนื่อง!
หลังจากการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้นลง เหล่านักศึกษาก็พากันแยกย้าย ทว่ากลุ่มนักวิจัยกลับยังคงอยู่กันจนเต็มห้องเรียน
ในตอนแรก บางคนยังคงมีความคลางแคลงใจอยู่บ้าง เพราะการที่นักศึกษาคนหนึ่งจะสามารถสร้างปืนเลเซอร์ที่มีอานุภาพร้ายแรงเช่นนี้ได้ มันเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงจนเกินไป
แต่หลังจากที่ได้เข้าฟังการบรรยายในคลาสนี้ พวกเขาส่วนใหญ่ก็เชื่ออย่างสนิทใจ!
ทว่าแม้จะเชื่อแล้ว พวกเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึงอยู่ดี!
เกาหยางอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น เขาจะสามารถสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ในวัยเพียงเท่านี้ได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาที่เกาหยางหยิบยกมาสอนอย่างเป็นธรรมชาติในห้องเรียน ก็ทำให้พวกเขายอมรับในตัวเด็กหนุ่มอย่างราบคาบไปแล้ว!
คนกลุ่มใหญ่พากันมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารเป็นอันดับแรก
ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องหาอะไรลงท้องกันเสียหน่อย
เกาหยางที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมายรู้สึกไม่คุ้นชินนัก
แต่ผู้ที่รู้สึกไม่คุ้นชินยิ่งกว่าเขากลับเป็นเหล่านักศึกษาในมหาวิทยาลัย
พวกเขามองดูด้วยความงุนงง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เหตุใดกลุ่มบุคคลระดับสูงถึงได้มาห้อมล้อมอัจฉริยะรุ่นเยาว์เช่นนี้? ช่างดูราวกับหมู่ดาวที่รายล้อมดวงจันทร์ไม่มีผิด!
นักวิจัยระดับแนวหน้าล้วนมีสถานะที่สูงส่งยิ่ง และเหล่านายทหารระดับสูงที่มีดาวทองประดับบนบ่าก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แต่คนเหล่านี้กลับกำลังพยายามประจบเอาใจเกาหยางเนี่ยนะ?
แถมศาสตราจารย์ร่างท้วมที่ถือกระดาษคนนั้นยังกำลังเอ่ยถามอะไรบางอย่างกับเกาหยางอีกด้วย?
ท่าทางแบบนั้นมันเหมือนกับนักศึกษาที่กำลังปรึกษาอาจารย์หรือคณบดีไม่มีผิด!
แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
หลายคนจดจำศาสตราจารย์ร่างท้วมท่านนั้นได้ เขาคือผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการอาวุธเลเซอร์!
ภาพเหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้นักศึกษานับไม่ถ้วนตลอดสองข้างทาง ปล่อยให้พวกเขายืนงงเป็นไก่ตาแตกและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
ระหว่างมื้ออาหาร กลุ่มของพวกเขาก็ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วนเช่นกัน แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ ทำได้เพียงเฝ้ามองจากที่ไกลๆ และซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส!
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยซึ่งยังคงเป็นเวลาเที่ยงวัน เกาหยางก็มุ่งหน้าตรงไปยังห้องปฏิบัติการทันที
ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงห้องปฏิบัติการ ศาสตราจารย์หลี่ก็เอ่ยขึ้นมาว่า "ไปที่ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุดของมหาวิทยาลัยเถอะ ทุกสิ่งที่คุณต้องการอยู่ที่นั่นแล้ว!"
ดวงตาของเกาหยางเป็นประกายขึ้นมาทันที!
แม้ว่าห้องปฏิบัติการก่อนหน้านี้จะมีอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยม แต่มันก็ยังไม่ใช่ระดับแนวหน้า!
มหาวิทยาลัยยังมีห้องปฏิบัติการที่ดีกว่านั้น เป็นห้องปฏิบัติการชั้นนำระดับโลก
ทว่าอย่าว่าแต่นักศึกษาเลย แม้แต่ศาสตราจารย์ทั่วไปก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าไปใช้งาน
ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าใช้งานได้ก็ยังต้องยื่นเรื่องขออนุญาตล่วงหน้า!
นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการดังกล่าวยังสามารถดึงพลังของซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาใช้งานได้อีกด้วย การคำนวณระหว่างการทดลองสามารถทำผ่านซูเปอร์คอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิจัยได้อย่างมหาศาล!
"ผมสามารถเข้าไปใช้ได้เลยหรือครับ?" เกาหยางลังเลเล็กน้อย
"แน่นอนว่าได้สิ!" ศาสตราจารย์หลี่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดเครื่อง แล้วต่อสายตรงหาอธิการบดีทันที
เขาคุยเพียงครู่เดียวก็วางสาย ก่อนจะหันมามองเกาหยาง "คุณใช้งานได้เลย ประเดี๋ยวท่านอธิการบดีก็จะตามมาดูด้วยเหมือนกัน"
"ตกลงครับ" เกาหยางไม่รังเกียจที่จะถูกจับตามอง เขากำลังตั้งตารอที่จะได้เข้าไปในห้องปฏิบัติการที่ดีกว่าเดิมอยู่เหมือนกัน
"เดี๋ยวผมจะลองตรวจสอบโครงสร้างของห้องปฏิบัติการดูก่อน หากโครงสร้างดีพอ อานุภาพของปืนเลเซอร์ก็จะสามารถพัฒนาขึ้นไปได้อีกระดับ!"
ร่างของศาสตราจารย์หลี่สั่นสะท้าน เขานึกย้อนไปถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเกาหยางที่ว่า หากอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการมีความเหมาะสม อานุภาพของปืนเลเซอร์ก็จะยิ่งร้ายกาจมากขึ้นไปอีก!
เหล่าศาสตราจารย์ที่อยู่รายล้อมต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาหมายความว่าอย่างไรกัน? ปืนเลเซอร์กระบอกก่อนหน้านี้ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่ทรงพลังที่สุดอย่างนั้นหรือ?
เป็นเพราะเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ อำนวยให้สร้างพลังได้เพียงแค่นั้นเองหรือ?
ตอนนี้พวกเขาต่างตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
ผู้คนกลุ่มใหญ่ออกเดินอย่างสง่าผ่าเผย มุ่งหน้าไปยังห้องปฏิบัติการ
ศาสตราจารย์หลี่เอ่ยถาม "คุณต้องการผู้ช่วยไหม? ทางห้องปฏิบัติการมีช่างเทคนิคที่สามารถช่วยคุณประดิษฐ์มันได้นะ"
"ไม่จำเป็นครับ" สายตาของเกาหยางถูกดึงดูดเข้าหาอุปกรณ์ภายในห้องปฏิบัติการไปเสียแล้ว อุปกรณ์ที่นี่โดยรวมถือว่าล้ำหน้ากว่าห้องปฏิบัติการก่อนหน้านี้ไปอีกระดับ!
แถมยังมีวัสดุทุกชนิดเตรียมพร้อมไว้อย่างครบครัน!
เกาหยางรีบเปลี่ยนไปสวมเสื้อกาวน์สีขาวและก้าวเข้าไปในห้องปฏิบัติการ เขาลูบมือเข้าด้วยกัน ก่อนจะเริ่มตรวจสอบค่าพารามิเตอร์และวิธีการใช้งานอุปกรณ์แต่ละชิ้นอย่างกระตือรือร้น!
ในระหว่างกระบวนการนี้ กลุ่มนักวิจัยยังคงยืนมุงดูอยู่ด้านนอกห้องปฏิบัติการ
ผ่านทางกระจกใสบานใหญ่ ทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นทุกการกระทำของเกาหยางจากด้านนอกได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เสียงจากภายนอกไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปด้านในได้ และภายในห้องก็ยังมีมู่ลี่ที่สามารถดึงลงมาเพื่อบดบังสายตาได้อีกด้วย
สิ่งนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทดลองที่แทบจะปราศจากการรบกวนให้แก่นักวิจัยที่อยู่ด้านใน
ทว่าการประดิษฐ์ของเกาหยางในครั้งนี้เปรียบเสมือนการสาธิต เขาจึงไม่ได้ดึงมู่ลี่ลงมา!
ที่ด้านนอก นอกจากเหล่านักวิจัยแล้ว บรรดานายทหารระดับสูงและผู้บริหารของมหาวิทยาลัยต่างก็มารวมตัวกัน
พวกเขาล้วนได้ยินเรื่องราวของปืนเลเซอร์มาบ้างแล้ว สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
สำหรับนักวิจัยแล้ว มันคือก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี สำหรับกองทัพ มันคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการรบ และสำหรับมหาวิทยาลัย มันคือความภาคภูมิใจ
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไหนกันที่เก่งกาจถึงเพียงนี้? ก็มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศของพวกเขาอย่างไรเล่า!
ในเวลาเดียวกัน บุคลากรบางส่วนจากทางมหาวิทยาลัยก็แอบรู้สึกประหม่าเล็กน้อยจากข่าวที่ได้ยินมา พวกเขามองไปที่ศาสตราจารย์หลี่และเอ่ยถามว่า "ศาสตราจารย์หลี่ ปืนเลเซอร์กระบอกนี้สามารถยิงดาวเทียมตกได้จริงหรือ?"
ศาสตราจารย์หลี่หันไปมองอธิการบดีผู้ตั้งคำถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "จะเป็นไปได้อย่างไรกันครับ? ที่ระดับความสูงขั้นต่ำสองร้อยกิโลเมตร การยิงจากพื้นดินขึ้นไป ต่อให้มีอานุภาพมากพอ แต่มันก็ไม่อาจมีความแม่นยำได้ถึงระดับนั้นหรอกครับ!"
"การจะยิงดาวเทียมตก คุณต้องมีอย่างน้อยระบบเล็งเป้าหมายที่มีความแม่นยำสูงลิ่ว และยังต้องคำนึงถึงสภาพอากาศอีกด้วย มันจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆหมอกเท่านั้น!"
อธิการบดีพยักหน้ารับ ความกังวลในใจค่อยๆ คลายลง
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เกาหยาง ในขณะที่เกาหยางกำลังสำรวจอุปกรณ์ทั้งหมดอย่างไม่เร่งรีบ ในใจของเขาก็เริ่มประเมินภาพรวมได้แล้ว!
ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ สมกับเป็นระดับเวิลด์คลาส ทว่ามันก็สามารถเพิ่มอานุภาพของปืนเลเซอร์ได้เพียงราวๆ สามร้อยเท่าเท่านั้น
หากต้องการให้มีอานุภาพถึงหนึ่งหมื่นเท่า ระดับเทคโนโลยีในปัจจุบันของอาณาจักรมังกรยังคงห่างไกลจากคำว่าเพียงพออยู่อีกมาก!
ทว่าสามร้อยเท่าก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว!
มาเริ่มกันเลยดีกว่า!
เกาหยางรีบพุ่งตรงไปยังเครื่องจักร ป้อนค่าพารามิเตอร์ของชิ้นส่วนต่างๆ ลงในแผงควบคุม จากนั้นเครื่องจักรก็สามารถดำเนินการผลิตชิ้นส่วนออกมาได้โดยอัตโนมัติ
อุปกรณ์สำหรับระบบทางเดินแสงก็มีพร้อมอยู่ที่นี่เช่นกัน
นอกเหนือจากนี้ ยังมีการผสมสัดส่วนวัสดุที่ใช้สำหรับตัวส่งผ่านเลเซอร์ และการหลอมวัสดุโลหะต่างๆ
ในวินาทีนี้ เกาหยางราวกับกลายร่างเป็นลูกข่างที่หมุนวนไปมาระหว่างอุปกรณ์จำนวนนับไม่ถ้วน
นอกกระจกห้องปฏิบัติการ คนกลุ่มใหญ่ต่างเบิกตากว้าง
ทักษะการปฏิบัติงานของเกาหยางเหนือชั้นกว่าพวกเขายิ่งนัก!
แม้แต่ช่างเทคนิคที่รับผิดชอบดูแลเครื่องจักรแต่ละเครื่องโดยเฉพาะ ก็ยังไม่มีทักษะที่ยอดเยี่ยมเทียบเท่ากับเกาหยางเลยไม่ใช่หรือ?
ไม่ใช่แค่ชำนาญ แต่ยังแม่นยำไร้ที่ติ ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย!
ราวกับว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ถูกฝึกซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนภายในหัวของเขา!
ขั้นตอนการผลิตดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด!
ศาสตราจารย์หลี่เฝ้ามองภาพนั้น ก่อนจะหันไปหาชายชราคนหนึ่ง "คุณไม่ได้บอกหรือว่า ไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถใช้งานอุปกรณ์พวกนั้นได้?"
ศาสตราจารย์ชราท่านนี้คือคนที่เคยพูดเอาไว้ในตอนแรก ว่าเขาไม่เชื่อว่าเกาหยางจะสามารถใช้งานเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงลิ่วได้
แต่ตอนนี้ เกาหยางกำลังพิสูจน์ให้เห็นคาตาแล้วว่าเขาคิดผิด
ทว่ากลับไม่มีร่องรอยของความอับอายปรากฏบนใบหน้าของศาสตราจารย์ชราเลย มีเพียงความตื่นเต้นยินดี ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากชมว่า "เขาชำนาญถึงขนาดนี้เชียว!"
"ต่อให้ไม่ต้องพึ่งพาทักษะด้านการวิจัย ลำพังแค่ความสามารถในการปฏิบัติงานระดับนี้ ก็เพียงพอให้เขาได้รับเงินเดือนสูงลิบลิ่วแล้ว!"
หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย และหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีใครบางคนเอ่ยขึ้นมาว่า "นี่เขาถึงกับหลอมขดลวดโลหะด้วยตัวเองเลยหรือ?"
"เขาลงมือขัดเลนส์แก้วซ้ำเป็นรอบที่สองด้วยตัวเองเนี่ยนะ?"
"ฝีมือการขัดของมนุษย์จะออกมาดีกว่าการใช้เครื่องจักรได้อย่างไร?"
ด้านนอกนั้น กลุ่มนักวิจัยต่างตื่นตะลึงไปกับขั้นตอนการทำงานของเกาหยางอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน และตามปกติแล้วเวลานี้ควรจะเหนื่อยล้าจนแทบทนไม่ไหว ทว่ายิ่งได้ดู พวกเขากลับยิ่งรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะความน่าตื่นตะลึงมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง!
กระบวนการเตรียมชิ้นส่วนของเกาหยางใช้เวลาไปทั้งสิ้นสามชั่วโมงเต็ม
ผู้บริหารมหาวิทยาลัย นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ทหาร ล้วนยืนดูอยู่ตลอดสามชั่วโมง
สภาพจิตใจและร่างกายของพวกเขาอ่อนล้าเต็มที แต่ทุกคนกลับยังดูมีเรี่ยวแรงอย่างน่าเหลือเชื่อ
ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก!
เมื่อชิ้นส่วนทั้งหมดพร้อมแล้ว เกาหยางก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นั่นหมายความว่าปืนเลเซอร์อานุภาพสามร้อยเท่าที่เขาออกแบบไว้ สามารถประกอบขึ้นมาได้แล้ว!
ขั้นตอนต่อไปคือการประกอบชิ้นส่วน!
เมื่อเงยหน้าขึ้น เกาหยางก็สบเข้ากับดวงตานับสิบๆ คู่ ดวงตาที่ดำคล้ำและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้า ทว่ากลับอัดแน่นไปด้วยความคาดหวังยิ่งกว่าสิ่งใด!