เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 เซ็นสัญญาอีกแล้วเหรอ?

บทที่ 10 เซ็นสัญญาอีกแล้วเหรอ?

บทที่ 10 เซ็นสัญญาอีกแล้วเหรอ?


บทที่ 10 เซ็นสัญญาอีกแล้วเหรอ?

เกาหยางอึ้งไปเล็กน้อย "ผมตื่นเช้ามาถึงห้องเรียนแล้ว แต่ไม่มีอาจารย์มาสอน ผมก็เลยสอนแทนไปสองคาบครับ"

ศาสตราจารย์หลี่เองก็ชะงักไปเช่นกัน ก่อนจะตระหนักถึงปัญหาได้ในทันที ทั้งสองฝ่ายสื่อสารกันไม่ดีพอ ต่างคนต่างก็รอให้อีกฝ่ายติดต่อไปหา!

มันคือความเข้าใจผิด!

แต่ฟังจากที่เกาหยางพูด เขาไปเข้าเรียนงั้นเหรอ?

ศาสตราจารย์หลี่แทบไม่อยากจะเชื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบคาดหวังอยู่ลึกๆ เขาจึงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจเสียก่อน

"เธอกำลังสอนอยู่ในห้องเรียนงั้นเหรอ?"

"ใช่ครับ พอดีอาจารย์ที่ต้องมาสอนไม่ได้มา แล้วผมก็อยู่ที่นี่พอดี เลยขึ้นมาแชร์ประสบการณ์นิดหน่อยครับ!"

ศาสตราจารย์หลี่หันไปมองศาสตราจารย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาคนนี้แหละที่มีคลาสสอนเมื่อเช้า!

เหล่านักวิจัยที่ได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์ต่างพากันเกาหัวแกรก "ผมลืมไปสนิทเลย ในเวลาแบบนี้ใครจะไปจำเรื่องเข้าสอนได้ล่ะ?"

ศาสตราจารย์หลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ "เธอสอนต่อไปเถอะ เลิกเรียนแล้วค่อยมาประกอบปืนเลเซอร์"

เกาหยางมองลงไปยังเหล่านักศึกษาที่กำลังแอบฟังพร้อมกับส่งสายตาคาดหวังมาให้ "ตกลงครับ!"

หลังจากเก็บโทรศัพท์มือถือ เกาหยางก็มองไปยังนักศึกษาที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำและรีบนั่งตัวตรงแด่ว "เรามาเริ่มกันต่อเถอะครับ ศาสตราจารย์หลี่เพิ่งโทรมาบอกให้ผมสอนต่อ เพราะงั้นอีกสองคาบต่อจากนี้ ผมจะอยู่กับพวกคุณต่อเอง"

ภายในห้องเรียน เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง

เกาหยางคลี่ยิ้มและเริ่มบรรยายต่อ เขาต้องสอนในสิ่งที่ค้างไว้ก่อนหน้านี้ให้จบ

แต่เกาหยางก็อดรู้สึกตงิดๆ ในใจไม่ได้ เขามาที่นี่เพื่อใช้ชีวิตนักศึกษาไม่ใช่เหรอ? แล้วไหงถึงกลายมาเป็นคนสอนซะเองล่ะเนี่ย?

ตัดภาพมาที่บนรถ กลุ่มนักวิจัยต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

อาจารย์ลืมไปสอน แล้วเกาหยางก็ไปสอนแทนเนี่ยนะ?

ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น "พวกเราลองไปดูที่ห้องเรียนกันหน่อยดีไหม ว่าเขาสอนยังไง?"

ศาสตราจารย์หลี่เองก็รู้สึกสนใจเช่นกัน "ลองไปดูกันหน่อยดีไหมล่ะ?"

"เอาสิ!"

ขบวนรถที่เดินทางมาส่วนใหญ่เป็นรถของกองทัพ สำหรับในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศแล้ว รถของทหารไม่ใช่เรื่องแปลกตาอะไร เพราะมีวิ่งกันให้ควั่ก

นักศึกษาส่วนใหญ่ของที่นี่ล้วนเป็นทหารประจำการที่รับผิดชอบด้านงานวิจัยโดยเฉพาะ จึงไม่แปลกที่จะมีรถของกองทัพอยู่มากมาย

ทว่าการที่รถของกองทัพวิ่งต่อกันเป็นขบวนยาวเหยียดแบบนี้ก็ถือว่าหาดูได้ยากทีเดียว

ขบวนรถแล่นตรงไปยังอาคารเรียนแห่งหนึ่ง จากนั้นนายทหารระดับสูงที่นั่งอยู่บนรถก็ก้าวลงมาเป็นคนแรก

นักศึกษาหลายคนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ถึงกับอ้าปากค้าง!

บนบ่าของนายทหารระดับสูงท่านนั้นมีดาวประดับอยู่!

การมีดาวบนบ่าเป็นเรื่องปกติ นายทหารทุกคนก็มีดาวกันทั้งนั้น แต่ปัญหาคือนายทหารท่านนี้มีแค่ดาวโดยที่ไม่มีแถบเลยต่างหาก!

หนึ่งแถบคือร้อยตรี สองแถบคือพันเอก ส่วนไม่มีแถบเลยก็คือนายพล!

สองดาว พลโท!

นี่มันผู้บัญชาการระดับสูงชัดๆ!

เหล่านักศึกษาต่างพากันงุนงง หรือว่าจะมีระดับนายพลมาตรวจตราอาคารเรียนงั้นเหรอ?

วินาทีต่อมา ประตูรถคันอื่นๆ ก็เปิดออก พร้อมกับนักวิจัยอาวุโสหลายท่านที่ทยอยก้าวลงมาจากรถ

ระดับของบรรดานักวิจัยนั้นดูไม่ออกง่ายๆ เพราะบนเสื้อผ้าไม่ได้มีเครื่องหมายบอกยศใดๆ

แต่ประเด็นคือ นักวิจัยหลายท่านที่เห็นอยู่นี้ ล้วนเป็นถึงระดับปรมาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเคยเชิญมาบรรยายพิเศษทั้งนั้น!

แถมระดับนายพลยังมาเปิดประตูรถและคอยพยุงพวกท่านลงมาด้วยตัวเองเนี่ยนะ? นี่มันนักวิจัยระดับไหนกันเนี่ย?

ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของเหล่านักศึกษา คนกลุ่มนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องเรียนอย่างรวดเร็ว

ภายในห้องเรียน เกาหยางกำลังเตรียมตัวที่จะเริ่มบรรยาย เมื่อเห็นกลุ่มคนเดินเข้ามาโดยมีศาสตราจารย์หลี่เดินนำหน้า เขาจึงหยุดชะงักและเอ่ยทักทาย "ศาสตราจารย์หลี่ครับ"

"เธอสอนไปเถอะ พวกเราแค่มาขอฟังด้วยเฉยๆ" ศาสตราจารย์หลี่ถูมือไปมาแล้วเดินตรงไปด้านหลังห้องทันที

จากนั้นผู้คนอีกกลุ่มใหญ่ก็เดินตามเขาเข้ามาในห้องเรียน

นักศึกษาในคลาสพิเศษต่างก็มีสีหน้าอึ้งๆ ไปตามๆ กัน

ในฐานะนักศึกษาคลาสพิเศษ พวกเขาย่อมมีความรู้กว้างขวาง ท้ายที่สุดแล้วอาจารย์ที่มาสอนแทนแต่ละท่านก็ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงทั้งสิ้น

แต่ตอนนี้นักวิจัยระดับปรมาจารย์หลายสิบคน รวมถึงนายทหารระดับนายพลกลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่

มาเพื่อฟังเกาหยางบรรยายเนี่ยนะ?

เกาหยางไม่ได้ใส่ใจนัก เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเพราะเขามีความรู้อย่างแท้จริง! ความรู้เรื่องเลเซอร์ที่ระบบปลูกฝังมาให้ทำให้เขาล้ำหน้ายุคสมัยนี้ไปไกลแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้น เขาจะหยุดสอนกลางคันไม่ได้!

เมื่อเห็นทุกคนเข้ามาในห้องเรียนจนแน่นขนัด เขาจึงกล่าวขึ้น "เอาล่ะครับ เรามาเรียนกันต่อเลย!"

นักศึกษาทุกคนดึงสติกลับมาและตั้งใจฟังอย่างจดจ่อในทันที

เหล่าศาสตราจารย์ที่อยู่ด้านหลังห้องเองก็ปรับตัวเข้าสู่โหมดตั้งใจฟังอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะเดิมทีพวกเขาแค่อยากรู้ว่าเกาหยางสอนยังไง ทว่าหลังจากฟังไปได้เพียงไม่กี่ประโยค ลมหายใจของกลุ่มนักวิจัยก็เริ่มหอบถี่ขึ้น!

สิ่งที่เกาหยางกำลังบรรยายนั้นมีประโยชน์กับพวกเขามหาศาล!

วิธีการแปลงพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ!

และดูเหมือนว่ามันจะเป็นเนื้อหาใหม่เอี่ยมอ่อง เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครนำเสนอมาก่อน!

นี่คือเทคโนโลยีใหม่เช่นกัน และเกาหยางก็เพิ่งจะนำมันมาสอน!

เมื่อลองคิดดูให้ดี ปืนเลเซอร์กระบอกนั้นก็น่าจะใช้เทคโนโลยีนี้แหละ!

อัตราการปลดปล่อยพลังงานภายใต้แรงดันไฟฟ้าทั่วไปนั้นช้ามาก แต่อานุภาพของปืนเลเซอร์กลับมหาศาล นั่นเป็นเพราะวิธีการแปลงพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงแบบนี้นี่เอง!

มันช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระหว่างกระบวนการแปลงสภาพ!

ยิ่งฟัง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญก็ยิ่งอดใจไม่ไหว จนต้องลดเสียงลงแล้ววิ่งไปข้างหลังนักศึกษาคนหนึ่ง "นักศึกษา ขอสมุดให้ฉันสักแผ่นได้ไหม? ฉันต้องจดเลกเชอร์น่ะ!"

นักศึกษาที่กำลังจดเลกเชอร์อยู่หันกลับมาด้วยความอึ้ง "ผมก็ต้องจดเหมือนกันครับ แบ่งให้แผ่นเดียวพอนะครับ!"

"ขอบใจมาก" ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นรับกระดาษมา วางทาบลงบนมือ แล้วรีบจดเนื้อหาอย่างรวดเร็ว

นักวิจัยคนอื่นๆ ก็ทำตามกันเป็นแถว สมุดจดของนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวหลังแทบจะถูกฉีกไปจนหมดเล่ม!

เกาหยางที่ยืนอยู่บนโพเดียมสามารถมองเห็นทุกสิ่งด้านล่างได้อย่างชัดเจน และรู้สึกเลื่อมใสอยู่ในใจ

คนเหล่านี้ล้วนเป็นถึงนักวิจัยระดับท็อป ทว่าเมื่อมาฟังการบรรยายของเขา พวกเขากลับละทิ้งอีโก้และตั้งใจจดเลกเชอร์กันอย่างขะมักเขม้น!

พวกเขาทิ้งภาพลักษณ์ไปจนหมดสิ้นและมุ่งความสนใจไปที่เนื้อหาอย่างเต็มที่!

เกาหยางจึงไม่รังเกียจที่จะเจาะลึกเนื้อหาการบรรยายให้มากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ เขากังวลว่านักศึกษาจะไม่เข้าใจจึงพยายามอธิบายให้เข้าใจง่าย แต่ตอนนี้เขาสามารถเพิ่มความซับซ้อนขึ้นได้อีกนิดแล้ว

เมื่อเนื้อหาทวีความซับซ้อนมากขึ้น สมุดจดของนักศึกษาในแถวที่สองก็ถูกฉีกเกลี้ยงตามไปด้วย

หลังจากผ่านไปสองคาบ เกาหยางก็สอนเลทไปอีกครึ่งชั่วโมง เขาจรดปากกามาร์กเกอร์ลง "สำหรับวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนครับ เลิกเรียนได้!"

กลุ่มนักศึกษาต่างพากันมึนตึ้บ สองคาบแรกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่สองคาบหลังนี่พวกเขาหลุดวงโคจรไปเลย ไม่เข้าใจเลยสักนิด!

แต่สำหรับบรรดานักวิจัยที่มาทีหลัง พวกเขากลับซึมซับเนื้อหาอย่างเต็มเปี่ยม โดยมีความคิดเพียงอย่างเดียวในหัว: มันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย!

โลกทัศน์ของพวกเขาถูกเปิดกว้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ!

สิ่งที่เกาหยางพูดมาสามารถนำไปใช้ได้ไม่เพียงแค่กับปืนเลเซอร์เท่านั้น แต่มันยังประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทุกชนิดที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าได้เกือบทั้งหมด!

ปรมาจารย์หลายท่านต่างตื่นเต้นดีใจ แทบอยากจะพุ่งกลับไปที่ห้องแล็บเพื่อทำการทดลองเดี๋ยวนั้นเลย!

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญกว่ารออยู่ นั่นคือพวกเขาอยากเห็นเกาหยางประกอบปืนเลเซอร์ให้ดูสดๆ!

คนที่เคยปรามาสว่าเกาหยางไม่มีทางสร้างปืนเลเซอร์ได้ ตอนนี้กลับเชื่อสนิทใจไปแล้ว!

พรสวรรค์ของเกาหยางได้พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นแล้ว!

แค่ข้อมูลในสมุดจดของพวกเขาก็ประเมินค่าไม่ได้แล้ว!

เหล่านักศึกษาลุกขึ้นยืนทำความเคารพ แล้วเตรียมตัวจะเดินออกจากห้อง

ศาสตราจารย์หลี่รีบพุ่งไปที่หน้าโพเดียม "อย่าเพิ่งไป เซ็นสัญญาปกปิดความลับก่อน เนื้อหาการบรรยายในวันนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!"

นักศึกษาในคลาสพิเศษถึงกับชะงัก "เซ็นอีกแล้วเหรอครับ?"

แต่พอลองมาคิดดูดีๆ มันก็เป็นเรื่องปกติมากทีเดียว

เนื้อหาการบรรยายของเกาหยางเห็นได้ชัดว่าเป็นเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งานแล้ว!

และมันยังเป็นเทคโนโลยีที่โลกนี้ยังไม่เคยมีมาก่อน!

มันล้ำค่าเกินบรรยาย!

แม้จะไม่ได้ล้ำค่าเท่าปืนเลเซอร์ แต่มันก็เป็นเทคโนโลยีที่สามารถสั่นสะเทือนวงการอุตสาหกรรมได้เลยทีเดียว!

เทคโนโลยีนี้สามารถใช้เป็นเทคโนโลยีหลักของบริษัทไฮเทคได้สบายๆ

แค่ขายสิทธิบัตรก็ทำเงินได้มหาศาลแล้ว!

กลุ่มคนต่างพากันถือสัญญาปกปิดความลับ พลางพลิกดูผ่านๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา

เมื่อไหร่กันนะที่พวกเขาจะไปถึงระดับเดียวกับเกาหยาง ที่ไม่ว่าจะหยิบจับสร้างอะไร หรือบรรยายเนื้อหาอะไร ก็ต้องให้ทุกคนมาเซ็นสัญญาปกปิดความลับแบบนี้บ้าง?

จบบทที่ บทที่ 10 เซ็นสัญญาอีกแล้วเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว