เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 650 เด็ดแขน!

บทที่ 650 เด็ดแขน!

บทที่ 650 เด็ดแขน!


"เปิดฉากสังหารหมู่รึ?"

ตลอดทางที่ผ่านมา จู้เยว่มีความไม่ยอมรับนับถือซูจื่อโม่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยามนี้จึงอดไม่ได้ที่จะเค้นเสียงหัวเราะหยัน ปลดปล่อยนิมิตแก่นทองออกมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เปล่งเสียงตวาดลั่น

"ผ่านด่านของข้าไปให้ได้เสียก่อนเถิด!"

"นิมิตดาราหนานโต่ว!"

ครืน!

บนผืนนภาเวหาหาว เดิมทีมีหมู่ดาวพร่างพราย

ฉับพลันนั้น ดาราหกดวงพลันสว่างวาบ ระเบิดกลุ่มแสงอันเจิดจรัสบาดตา สาดส่องครอบคลุมไปยังร่างของซูจื่อโม่

รอบกายของจู้เยว่ ปะทุกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเป็นสาย นั่นก็คือพลังแห่งนิมิต!

"เจ้าหนีไปเองเถิด"

ซูจื่อโม่ตบลงบนร่างของราชสีห์ทองคำเบื้องล่างเบาๆ ทะยานร่างกระโจนลงมา แววตาเย็นชาเยียบเย็น ร่างกายวูบไหว ชั่วพริบตาก็อันตรธานหายไปจากจุดเดิม

ฟุ่บ!

ชั่วพริบตาเดียว ซูจื่อโม่ก็มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของจู้เยว่แล้ว

รวดเร็วยิ่งนัก!

ผู้ฝึกเทพยุทธ์ส่วนใหญ่แทบจะตอบสนองไม่ทัน

"โอม!"

ซูจื่อโม่เปิดปาก เสียงธรรมพลันจุติ!

พรวด! พรวด! พรวด!

กลุ่มคนจากสำนักหนานโต่วที่หยัดยืนอยู่ข้างกายจู้เยว่ ปรารถนาจะขีดเส้นแบ่งแยกกับซูจื่อโม่ เรือนร่างพลันแตกละเอียดในชั่วพริบตา หมอกโลหิตพวยพุ่ง ดับสูญไปจนสิ้น ไร้ผู้ใดรอดพ้นแม้แต่คนเดียว!

ผู้คนทั้งหลายถูกเสียงธรรมเพียงหนึ่งสาย สั่นสะเทือนจนไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!

สีหน้าของจู้เยว่พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเช่นกัน

เพียงเสียงธรรมหนึ่งสาย ถึงกับสามารถสั่นคลอนนิมิตแก่นทองของเขาได้!

บนผืนนภา ดาราหกดวงแห่งหนานโต่วสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง แสงสว่างวูบวาบเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืดมิด คล้ายกับมีแนวโน้มว่าจะร่วงหล่นลงมา!

"แข็งแกร่งยิ่งนัก!" ภายในใจจู้เยว่แตกตื่นขวัญหนี

ในความเป็นจริงแล้ว หากไร้ซึ่งนิมิตแก่นทองคอยปกป้อง ภายใต้ระยะห่างเพียงเท่านี้ เสียงธรรมเพียงหนึ่งสาย ก็เพียงพอที่จะสั่นสะเทือนเขาจนสิ้นชีพได้แล้ว!

จุดจบของเขา คงมิได้ดีไปกว่าเหล่าศิษย์ร่วมสำนักที่อยู่ข้างกายเท่าใดนัก

ความคิดของจู้เยว่ยังไม่ทันสิ้นสุด ก็รู้สึกเพียงภาพเบื้องหน้าพร่ามัว

ท่วงท่าของซูจื่อโม่ หาได้หยุดชะงักลงเลยแม้แต่น้อย

เห็นเขางอเข่าพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า ดุจดั่งอาชาพยศที่กำลังควบทะยาน เลือดลมพลุ่งพล่าน พุ่งชนเข้ามาหาเขาอย่างดุดัน!

กลิ่นอายพลังน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

ปัง!

ระหว่างคนทั้งสอง หยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

ทันใดนั้น ร่างของจู้เยว่ก็ถูกกระแทกจนปลิวละลิ่ว พลังแห่งนิมิตที่ปกคลุมอยู่รอบกายแตกละเอียดจนสิ้น ดาราหกดวงแห่งหนานโต่วบนฟากฟ้าหม่นหมองลงอย่างสมบูรณ์

ร่างกายของเขายังคงลอยคว้างอยู่กลางเวหา ก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ โลหิตสาดกระเซ็นย้อมห้วงมิติ!

"อา!"

ท่ามกลางฝูงชน ปรากฏเสียงอุทานด้วยความแตกตื่น

ผู้ฝึกเทพยุทธ์ภายในเมืองโบราณ ส่วนใหญ่ล้วนเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของซูจื่อโม่ ทว่าผู้ที่เคยเห็นเขาลงมือด้วยตาตนเอง กลับมีเพียงหยิบมือเดียว

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ที่เคยเห็นเขาลงมือจริงๆ ส่วนใหญ่ล้วนดับสูญไปสิ้นแล้ว

ยามนี้ ผู้คนได้เห็นซูจื่อโม่แข็งแกร่งดุดันถึงเพียงนี้ ใช้เพียงร่างกายเนื้อ ก็สามารถบดขยี้นิมิตแก่นทองจนแตกละเอียด จิตใจล้วนได้รับความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

พลังแห่งร่างกายเนื้อและสายเลือด สามารถบรรลุถึงขอบเขตนี้ได้เชียวรึ?

ต้องรู้ก่อนว่า จู้เยว่เคยเป็นบุคคลที่อยู่ในทำเนียบนิมิตแก่นทอง

แม้จะรั้งท้าย แต่ก็ถือเป็นยอดคนฟ้าประทานผู้หนึ่ง!

ผู้ใดจะคาดคิดว่า จู้เยว่ปลดปล่อยนิมิตแก่นทองออกมาแล้ว กลับไม่อาจต้านทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

ซูจื่อโม่เมื่อยี่สิบปีก่อน แม้จะแข็งแกร่ง

ทว่าพลังแห่งร่างกายเนื้อและสายเลือด ยังไม่อาจไปถึงจุดนี้ได้

ยี่สิบปีให้หลัง ยังไม่มีผู้ใดเคยประจักษ์ถึงพลังรบที่แท้จริงของเขา!

พวกเยี่ยเทียนเฉิงเห็นภาพฉากนี้ นัยน์ตาเพียงหดเกร็งลงเล็กน้อย ทว่ายังคงเยือกเย็นสงบนิ่ง ภายในดวงตากลับปรากฏแววเย้ยหยันพาดผ่าน

การเข้าสู่สนามรบบรรพกาลของวังแก้วผลึกในครานี้ ย่อมเตรียมการมาอย่างเพียบพร้อม

ภาพเบื้องหน้า ยังหาได้หลุดพ้นไปจากการควบคุมของวังแก้วผลึกไม่

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

กระบี่บินนับไม่ถ้วนแหวกอากาศพุ่งทะยาน

วิชาวิญญาณนับไม่ถ้วน ถาโถมลงมาราวกับจะบดบังฟ้าดิน

ซูจื่อโม่จับจ้องเยี่ยเทียนเฉิงที่หยัดยืนอยู่จุดสูงสุดของตำหนักราชวัง นัยน์ตาสองข้างอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารพวยพุ่ง เลือดลมภายในกายพลุ่งพล่าน ดุจดั่งเกลียวคลื่นสมุทรคำรามลั่น สั่นสะเทือนจิตใจผู้คน!

ครืน!

ซูจื่อโม่กระทืบเท้า ร่างกายพลันอันตรธานหายไปในชั่วพริบตา

หินเขียวบริเวณจุดเดิมแตกกระจาย ปรากฏรอยร้าวลุกลามดั่งใยแมงมุมแผ่ซ่านไปทั่วทิศ

เงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางฝูงชน กระแทกผู้ฝึกเซียนมากมายจนปลิวละลิ่ว ดุจดั่งอาวุธสังหารเดินดิน ไม่อาจต้านทานได้!

กระบี่บินและวิชาวิญญาณส่วนใหญ่ล้วนพลาดเป้า

มีกระบี่บินบางส่วนพุ่งแทงเข้ามาใกล้ ซูจื่อโม่ยื่นสองมือออกไป ไขว่คว้าอย่างบ้าคลั่งกลางเวหา ถึงกับกอบกุมกระบี่บินที่พุ่งเข้ามาส่วนใหญ่เอาไว้ในกำมือ!

"หักไปเสีย!" ซูจื่อโม่รวบรวมพลังที่สองมือ เปล่งเสียงตวาดลั่น!

กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ!

กระบี่บินภายในกำมือ ถึงกับถูกเขาใช้มือเปล่าหักจนหักสะบั้น!

กระบี่บินเหล่านี้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นกระบี่บินระดับสุดยอด

ความคมกล้าของกระบี่บินระดับสุดยอด ไม่อาจสร้างบาดแผลให้แก่ร่างกายเนื้อของซูจื่อโม่ได้อีกต่อไป!

"ฆ่า!"

วิชาวิญญาณมากมายจุติลงมา ซูจื่อโม่พลันอ้าปาก ระเบิดพลังสังหารด้วยเสียงฟ้าร้องออกมา!

เสียงคำรามลั่นอันมหาศาล ผนวกรวมเข้ากับพลังแห่งสายฟ้าพวยพุ่งออกมา

ทั่วทั้งตำหนักราชวังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!

ภายใต้สายตาจับจ้องของฝูงชน วิชาวิญญาณนับไม่ถ้วน ยังไม่ทันได้สัมผัสโดนเรือนร่างของซูจื่อโม่ ก็แตกสลายลงอย่างเสียงดังสนั่น กลายเป็นละอองแสงวิญญาณปลิวว่อน มลายหายไปในฟ้าดิน!

หมู่ผู้ฝึกเทพยุทธ์พลันหน้าถอดสี

แม้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับปีศาจเกาะเสินหวงจะปรากฏขึ้นไม่ขาดสาย ทว่าหากมิได้ประจักษ์ด้วยตาตนเอง ย่อมไม่มีวันสัมผัสได้ถึงความตื่นตระหนกตกตะลึงเช่นนี้

และยามนี้ ผู้ฝึกเทพยุทธ์ทั้งหมดภายในเมืองโบราณ ยังไม่ทันได้ตระหนักรู้เลยว่า

การสังหารหมู่ที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

สิ่งที่พวกเขามองเห็นในยามนี้ เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปีศาจแห่งยุคบรรพกาลผู้นี้เท่านั้น!

ซูจื่อโม่เหินเวหาแหวกอากาศก้าวเดิน ไร้ผู้ใดสามารถต้านทานความคมกล้าของเขาได้!

แม้กระทั่งนิมิตในทำเนียบ ซูจื่อโม่ยังสามารถใช้มือเปล่าบดขยี้ได้ นิมิตแก่นทองของผู้ฝึกเทพยุทธ์ทั่วไป ย่อมไม่อาจขวางทางเขาได้เลยแม้แต่น้อย!

ระยะห่างระหว่างเขากับเยี่ยเทียนเฉิง เริ่มใกล้เข้ามาทุกที

"ศิษย์พี่เยี่ย เปิดค่ายกลเถิด?"

เบื้องหลังเยี่ยเทียนเฉิง ผู้ฝึกเทพยุทธ์จากวังแก้วผลึกผู้หนึ่งเอ่ยกระซิบเสียงแผ่ว

"ไม่จำเป็น"

สองมือของเยี่ยเทียนเฉิง ซุกซ่อนอยู่ลึกภายในแขนเสื้อนักพรต มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงเย็นเยียบ

"ข้าค่อนข้างคันไม้คันมืออยู่บ้าง อยากจะลองดูสักคราว่า การต่อสู้ระยะประชิดของปีศาจแห่งยุคบรรพกาลผู้นี้ จะแข็งแกร่งถึงเพียงใดกันแน่!"

"ศิษย์พี่เยี่ย นี่... ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเลยกระมัง?"

ผู้ฝึกเทพยุทธ์จากวังแก้วผลึกอีกคนหนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย

"เอาตัวไปเสี่ยงอันตรายงั้นรึ?" เยี่ยเทียนเฉิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

"ยามนั้นพลังการต่อสู้ระยะประชิดของข้า เมื่อเทียบกับซีอู๋หยาแล้วก็หาได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เหตุใดจึงกล่าวว่าเป็นการเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเล่า?"

"ยิ่งไปกว่านั้น วังแก้วผลึกของพวกเรามีชื่อเสียงโด่งดังด้านการหล่อหลอมกายาอันแข็งแกร่ง เหตุใดจึงต้องไปหวาดกลัวเดรัจฉานตัวหนึ่งด้วย!"

"ศิษย์พี่เยี่ย โปรดระวังตัวด้วย!"

กลุ่มคนจากวังแก้วผลึกไม่เกลี้ยกล่อมอีกต่อไป

สีหน้าของเยี่ยเทียนเฉิงอึมครึมเย็นเยียบ ขยับกายคราหนึ่ง พุ่งทะยานเข้าหาซูจื่อโม่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา

"ซูจื่อโม่ รับหมัดข้าไปสักหมัด!"

เยี่ยเทียนเฉิงก้าวเท้ารุดหน้า เลือดลมพลุ่งพล่าน หนวดเคราและเส้นผมเบ่งบาน ชกหมัดกระแทกเข้าใส่ศีรษะของซูจื่อโม่อย่างดุดัน!

แม้จะชกหมัดออกไป ทว่าฝ่ามือของเขา กลับยังคงซุกซ่อนอยู่ภายในแขนเสื้อนักพรต มิได้โผล่ออกมาให้เห็น เผยให้เห็นเพียงเค้าโครงของกำปั้นอย่างเลือนราง

ซูจื่อโม่หรี่ตาทั้งสองลงเล็กน้อย ไม่ถอยไม่หลบ ต่อยสวนกลับไปหนึ่งหมัด!

ท่ามกลางผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน ผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่สามารถต่อสู้ระยะประชิด ปะทะอย่างดุดันประลองกำลังกับเขาได้ นอกเหนือจากตี้อินอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบนิมิตแก่นทองแล้ว เขาก็ยังไม่เคยพานพบผู้ใดอีกเลย

เมื่อเห็นซูจื่อโม่เลือกที่จะปะทะอย่างดุดัน ภายในดวงตาของเยี่ยเทียนเฉิงพลันสว่างวาบ สาดประกายความตื่นเต้นที่ไม่อาจระงับไว้ได้

ปัง!

หมัดปะทะหมัด!

ระหว่างกำปั้นทั้งสอง แขนเสื้อนักพรตของเยี่ยเทียนเฉิงแตกละเอียดในชั่วพริบตา กลายเป็นเศษผ้าปลิวว่อนดั่งผีเสื้อ

มองเห็นบนกำปั้นของเยี่ยเทียนเฉิง เปล่งประกายแสงเจิดจรัส ถึงกับปรากฏลวดลายวิญญาณหกสายขึ้นมา!

บนมือของเขา สวมใส่ถุงมือเอาไว้ ซึ่งนั่นก็คืออาวุธวิญญาณระดับก่อนนภา!

นี่ต่างหากคือกระบวนท่าสังหารของเขา!

ดังนั้น สิ่งที่ซูจื่อโม่ปะทะอย่างดุดันด้วย แท้จริงแล้วมิใช่ร่างกายเนื้อ ทว่ากลับเป็นอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาชิ้นหนึ่ง!

กำปั้นของคนทั้งสอง ปะทะเข้าหากันแล้ว หากคิดจะหลบหลีก ย่อมไม่ทันการอย่างแน่นอน!

สถานเบา ซูจื่อโม่ต้องสูญเสียท่อนแขน

สถานหนัก เยี่ยเทียนเฉิงย่อมสามารถอาศัยจังหวะนี้ สังหารเขาดับดิ้นคาที่ได้เลย!

"ฮ่าฮ่า ซูจื่อโม่ มอบชีวิตของเจ้ามาเสียเถิด!"

เยี่ยเทียนเฉิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

เสียงหัวเราะยังไม่ทันจางหาย ภายในใจของเขาพลันดิ่งวูบ

ภายในดวงตาของซูจื่อโม่ กลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราบเรียบดุจผิวน้ำ!

"ไม่ถูกต้อง!"

ความคิดของเยี่ยเทียนเฉิงยังไม่ทันสิ้นสุด ก็ปรายตามองแวบหนึ่ง

เห็นกำปั้นของซูจื่อโม่ เพียงแค่สัมผัสปะทะกับเขาเบาๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ดุจดั่งงูหลามยักษ์ตัวหนึ่ง เลื้อยพันรัดขึ้นมาตามแรงส่ง

ตวัดหนึ่งครา สะบัดหนึ่งครั้ง กระชากหนึ่งหน!

แคว่ก!

หมอกโลหิตคละคลุ้ง

ท่อนแขนของเยี่ยเทียนเฉิง ถูกซูจื่อโม่ฉีกทึ้งหลุดออกมาทั้งท่อน!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 650 เด็ดแขน!

คัดลอกลิงก์แล้ว