เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 - ตรวจร่างกาย

บทที่ 56 - ตรวจร่างกาย

บทที่ 56 - ตรวจร่างกาย


บทที่ 56 - ตรวจร่างกาย

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"หือ พวกคุณปะทะกับชายสวมหน้ากากงั้นเหรอ มีการลงไม้ลงมือกันไหม" หัวหน้าเหอฟังรายงานทางโทรศัพท์แล้วรีบลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความร้อนใจ

"ดีมาก ในเมื่อเขาหนีไปแล้วก็ไม่ต้องตามไปพยายามอย่าไปมีเรื่องมีราวกับเขาเด็ดขาด"

วางสายเสร็จ หัวหน้าเหอก็พรูลมหายใจยาว ข้อมูลเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากผุดขึ้นมาในหัวของเขาเป็นฉากๆ

ความจริงแล้ว ตั้งแต่คืนที่แมวฆาตกรตาย พวกเขาก็ระดมกำลังสืบหาตัวตนของชายสวมหน้ากากอย่างสุดความสามารถ

และเมื่อประเมินจากพลังการต่อสู้ของชายสวมหน้ากาก ข้อสรุปที่ได้ก็ทำให้พวกเขาถึงกับขนหัวลุก

ทั้งวิชาเคลื่อนย้ายพริบตา พลังจิต ควบคุมไฟ สั่งการภูตผี และอาจจะรวมถึงพลังสะกดจิตหรือสร้างภาพลวงตาด้วย แถมยังมีวีรกรรมที่สามารถสยบแมวฆาตกรได้อย่างราบคาบ เมื่อเอาข้อเท็จจริงเหล่านี้มากางดู เจ้าหน้าที่ระดับสูงทุกคนต่างก็ต้องสูดปากด้วยความหวาดหวั่น

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบสาวกที่มีพลังวิเศษผสมผสานกันหลายรูปแบบขนาดนี้ พลังทำลายล้างของอีกฝ่ายเหนือกว่าที่พวกเขาเคยประเมินไว้มากนัก

ขนาดพวกเขาประเมินว่าชายสวมหน้ากากยังใช้พลังได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเลยนะ หากอีกฝ่ายพลิกแพลงวิธีการใช้พลังได้มากกว่านี้ แมวฆาตกรก็คงไม่มีแม้แต่โอกาสจะต่อกรด้วยซ้ำ อย่างน้อยๆ หัวหน้าเหอก็ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเขาเป็นชายสวมหน้ากาก เขาก็นึกวิธีปลิดชีพแมวฆาตกรในพริบตาได้ถึงห้าหกวิธีเลยทีเดียว

ขนาดแมวฆาตกรตัวเดียวยังรับมือกับหน่วยสวาทพร้อมอาวุธครบมือได้เป็นสิบๆ คน

แล้วถ้าชายสวมหน้ากากเกิดบ้าเลือดเอาจริงขึ้นมา จะต้องใช้กองกำลังขนาดไหนถึงจะสยบเขาลงได้ล่ะ

ยิ่งในมหานครเจียงไห่ที่มีผู้คนพลุกพล่านแบบนี้ บวกกับวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาที่ป้องกันได้ยากยิ่งกว่าอะไรดี คงไม่มีใครกล้าเอาหัวเป็นประกันแน่ๆ

การไล่ล่าจับกุมเขาและแมวของเขา หรือแม้แต่การสั่งเก็บเขา หากใช้สรรพกำลังระดับประเทศก็ย่อมทำได้อยู่แล้ว แต่ใครจะยอมรับผิดชอบความสูญเสียมหาศาลที่จะตามมาล่ะ

อีกอย่าง ชายสวมหน้ากากก็ไม่เหมือนกับแมวฆาตกร เขาไม่ใช่พวกอาชญากรที่เที่ยวใช้พลังเข่นฆ่าผู้คนหรือปล้นชิงวิ่งราว แต่ดูเหมือนเขาจะใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไปเสียมากกว่า

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเจรจาพูดคุยและดึงตัวเขามาเป็นพวก

ไม่กลัวหรอกว่าจะมีพลังวิเศษหรือเก่งกาจแค่ไหน กลัวก็แต่พวกหัวแข็งพูดไม่รู้เรื่องแล้วเที่ยวเข่นฆ่าผู้คนนั่นแหละ

ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลระบุตัวตนของชายสวมหน้ากากจึงถูกจัดเป็นความลับระดับสุดยอด ปัจจุบันในเมืองเจียงไห่มีคนรู้เรื่องนี้เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น และหัวหน้าเหอก็คือหนึ่งในนั้น

"บางที อาจจะถึงเวลาที่ต้องนัดคุยกับเขาแบบเปิดอกสักทีแล้วล่ะมั้ง"

อีกด้านหนึ่ง จ้าวเย่ากำลังขับปอร์เช่พานาเมร่าพามัทฉะกับลูกแมวดำมุ่งหน้าไปยังคลินิกรักษาสัตว์ดวงดาว

ในเมื่อตัดสินใจจะพาลูกแมวกลับไปเลี้ยง ก็ต้องพาไปตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อน หลังจากนั้นก็ต้องถ่ายพยาธิและฉีดวัคซีนป้องกันให้เรียบร้อย

ตอนนี้ลูกแมวดำกำลังนอนอยู่บนเบาะผู้โดยสารข้างคนขับ โดยมีมัทฉะนั่งทับอยู่บนตัวมันอีกที อุ้งเท้าหน้าสีขาวของมัทฉะตบหัวลูกแมวดำดังป้าบๆ พลางคาดคั้น "มือถืออยู่ไหน รีบเอามือถือพ่อคืนมาเดี๋ยวนี้นะ"

จ้าวเย่าที่ขับรถอยู่ถามขึ้นว่า "ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพวกแกถึงตีกันได้"

มัทฉะรีบฟ้องจ้าวเย่าเป็นฉากๆ โดยไม่ลืมใส่สีตีไข่เพิ่มความดราม่าเข้าไปด้วย

"โห พลังดูดของสสารเข้าไปในปากโดยตรงเลยเหรอ" จ้าวเย่านึกถึงสภาพหลุมบ่อในห้างสรรพสินค้าแล้วก็ถึงบางอ้อทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

"พลังร้ายกาจไม่เบาเลยนะเนี่ย แต่ของที่กินเข้าไปแล้วมันคายออกมาได้หรือเปล่าล่ะ"

ลูกแมวเบ้ปาก มันตวัดสายตาอาฆาตมองทั้งคนทั้งแมว เสียงดุดันดังเกรี้ยวกราดขึ้นในหัวของทั้งสองอีกครั้ง "มองอะไรยะ รีบปล่อยฉันนะ ไม่งั้นฉันจะจับพวกแกกินให้หมดเลย"

"ฮ่า แกยังมีหน้ามาปากดีอีกเหรอ" มัทฉะใช้สองเท้าหน้าขยี้หัวลูกแมวอย่างเมามัน "ถ้าแกไม่ยอมคืนมือถือให้ฉัน ฉันจะจับแกข่มขืนแล้วฆ่า จากนั้นก็ฆ่าแล้วข่มขืนซ้ำอีกรอบ"

เห็นแมวสองตัวเถียงกันฉอดๆ แบบนี้ จ้าวเย่าก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอาใจ

จากนั้นจ้าวเย่าก็พาลูกแมวดำไปตรวจร่างกายที่คลินิกรักษาสัตว์ดวงดาว ผลตรวจออกมาว่ามันไม่มีเห็บหมัด เชื้อรา หรือโรคผิวหนังใดๆ แถมยังปลอดโรคไข้หัดแมวและโรคติดต่อร้ายแรงอื่นๆ ด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น หมอหลิวก็ยังเรียกจ้าวเย่าเข้าไปคุยอยู่ดี

หมอหลิวยังคงสวมเสื้อกาวน์สีขาวทับชุดข้างในเรียบหรู เรียวขายาวสวยถูกสวมทับด้วยถุงน่องสีดำบางเฉียบ เธอนั่งไขว่ห้าง ขมวดคิ้วมุ่นขณะจ้องมองผลตรวจในมือ

เมื่อเห็นจ้าวเย่าเดินเข้ามา หมอหลิวก็เอ่ยขึ้นว่า "แมวของนายตัวนี้มีความผิดปกติบางอย่างนะ"

จ้าวเย่าถามด้วยความสงสัย "ผิดปกติอะไรครับ ไม่ใช่ว่ามันแข็งแรงดีหรอกเหรอ"

"โรคทั่วไปน่ะไม่มีหรอก แต่มันมีปัญหาที่รับมือยากกว่านั้น" หมอหลิวอธิบาย "ฉันเกรงว่าแมวตัวเมียตัวนี้จะเป็นโรคผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้มันไม่ยอมโตน่ะสิ"

"โรคไม่ยอมโตเหรอครับ"

"นายรู้จักโรคแคระแกร็นใช่ไหมล่ะ โรคนี้ก็เหมือนคนเป็นโรคแคระนั่นแหละ หรือจะเรียกว่าแมวแคระก็ได้" หมอหลิวอธิบายต่อ "อาจจะเกิดจากภาวะขาดสารอาหารตอนอยู่ในท้องแม่ ขาดออกซิเจน หรือมีความผิดปกติทางยีน สรุปก็คือแมวที่เป็นโรคนี้จะไม่มีวันโตไปกว่านี้แล้ว"

จ้าวเย่ามองดูลูกแมวขนาดเท่าฝ่ามือแล้วถามด้วยความประหลาดใจ "ไม่โตแล้วเหรอครับ แล้วมันจะมีปัญหาอะไรร้ายแรงไหม"

"มีแน่นอนสิ แมวที่เป็นโรคนี้จะมีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายอ่อนแอกว่าแมวปกติ แถมอายุขัยเฉลี่ยก็สั้นกว่าแมวทั่วไปด้วย" หมอหลิวถอนหายใจ "ถ้านายจะเลี้ยงมันจริงๆ คงต้องดูแลเอาใจใส่และเสียเวลาดูแลมันมากกว่าเดิมเยอะเลยล่ะ"

พอได้ยินแบบนี้ จ้าวเย่าก็ถึงกับร้องอ๋อทันที "หมายความว่าจริงๆ แล้วมันอายุเยอะแล้วใช่ไหมครับ แค่ดูตัวเล็กเฉยๆ"

เขาถามต่อว่า "แล้วตอนนี้มันอายุเท่าไหร่แล้วครับ"

หมอหลิวสลับขาไขว่ห้างอีกข้างแล้วตอบว่า "บอกเป๊ะๆ ไม่ได้หรอก แต่ดูจากการสึกหรอของฟันแล้ว น่าจะอายุราวๆ สองถึงสามปีได้แล้วล่ะ"

"สองสามปีแล้วเหรอครับ" จ้าวเย่าตกตะลึง แมวที่ดูเหมือนเพิ่งเกิดได้แค่สองสามเดือนและมีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือของเขาเสียอีก กลับมีอายุตั้งสองสามปีแล้ว ซึ่งถือว่าอายุเยอะกว่ามัทฉะกับอลิซาเบธเสียอีก

พอคิดแบบนี้ สายตาที่จ้าวเย่ามองลูกแมวดำก็เริ่มเปลี่ยนไป

จังหวะนั้นเอง ลูกแมวดำก็แยกเขี้ยวขู่ เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นในหัวของจ้าวเย่าอีกครั้ง "มองอะไรของแกยะ แม่ไม่ต้องการให้ใครมาสงสารหรอกนะ ขืนมองอีกฉันจะควักลูกตาแกออกมาเลยคอยดู"

ลูกแมวดำตัวนี้เป็นแมวบ้านพันธุ์ผสม ด้วยความที่เป็นโรคแคระแกร็น ลำตัวและแขนขาของมันจึงดูสั้นกะปุ๊กลุก ขัดกับส่วนหัวที่กลมโต ทำให้มันดูเหมือนลูกแมวดำตัวการ์ตูนยอดฮิตในแอปแชตไม่มีผิดเพี้ยน ตอนนี้ต่อให้มันพยายามแยกเขี้ยวทำหน้าดุแค่ไหน แต่ในสายตาของจ้าวเย่ามันกลับดูน่ารักน่าชังเสียมากกว่า

จ้าวเย่ามองลูกแมวดำขนาดเท่าฝ่ามือตัวนี้แล้วก็อดคิดในใจไม่ได้ 'ตัวแค่นี้แต่ต้องร่อนเร่เป็นแมวจรจัด ที่รอดมาได้จนถึงป่านนี้ก็คงเพราะนิสัยดุร้ายของมันนี่แหละ'

เขาไม่สนใจสายตาอาฆาตมาดร้ายและเขี้ยวเล็กๆ ที่พยายามขู่ฟ่อๆ จ้าวเย่าเอื้อมมือไปลูบหัวลูกแมวน้อยพลางขยี้เบาๆ "ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว พวกเราไม่ทำร้ายแกหรอกน่า"

ลูกแมวไม่ได้พูดอะไรต่อ มันเพียงแค่เบิกตากว้างมองจ้าวเย่า สัมผัสจากมือของเขาราวกับมีกระแสความอบอุ่นและอ่อนโยนแผ่ซ่านเข้ามาลูบไล้หัวของมันอย่างแผ่วเบา เป็นความรู้สึกผ่อนคลายแบบที่มันไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยตั้งแต่เกิดมา

นั่นคือพลังจากอาณาเขตไร้เสียงนั่นเอง

ภายใต้การปลอบประโลมจากคลื่นอินฟราโซนิก ดวงตาของลูกแมวน้อยก็ค่อยๆ ปรือลง ราวกับได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับมาเนิ่นนาน มันส่งเสียงครางครืดคราดในลำคอเบาๆ ก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย

'ไม่ได้หลับสบายแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ' ก่อนที่สติจะเลือนรางเข้าสู่ห้วงนิทรา มันก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงรำพันในใจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 56 - ตรวจร่างกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว