- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 44 - มหันตภัยอึ 2
บทที่ 44 - มหันตภัยอึ 2
บทที่ 44 - มหันตภัยอึ 2
บทที่ 44 - มหันตภัยอึ 2
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"นรก..."
เมื่อเห็นสายตาของจ้าวเย่าตวัดมองมา ไป๋ฉวนก็รีบยกมือขึ้นปิดปากแล้วขยิบตาให้ "ผมเข้าใจแล้วๆ ผมจะไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดมั่วซั่วเด็ดขาดครับ"
ไป๋ฉวนเดินตามจ้าวเย่าขึ้นมาจนถึงชั้นบน "อาจารย์จ้าวครับ ขอให้ท่านเชื่อใจผมเถอะ ผมตั้งใจอยากจะติดตามรับใช้ท่านจริงๆ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะนะครับ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน"
จ้าวเย่าเบ้ปาก เขาขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับไป๋ฉวนและตั้งใจจะเปิดประตูเข้าบ้าน
แต่ทันทีที่บานประตูเปิดออก ภาพแรกที่พุ่งเข้ามากระแทกตาก็คือภาพของมัทฉะที่กำลังนอนหงายเงิบอยู่บนพื้นพร้อมกับฟองน้ำลายที่ฟูฟ่องเต็มปาก อุ้งเท้าของมันพาดอยู่บนขอบประตู ดูเหมือนว่าก่อนที่มันจะสลบไปมันพยายามจะตะเกียกตะกายทุบประตูเพื่อขอความช่วยเหลือ
ส่วนแมงโก้ก็หมอบอยู่ข้างๆ มันกำลังจ้องมองมัทฉะที่สลบเหมือดด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ราวกับกำลังสงสัยว่าทำไมจู่ๆ แมวส้มตัวนี้ถึงล้มตึงไปแบบนั้น
วินาทีต่อมากลิ่นเหม็นเน่าบรรลัยกัลป์ก็พุ่งสวนออกมากระแทกหน้า อลิซาเบธที่เกาะอยู่บนไหล่ของจ้าวเย่าถึงกับแหกปากร้องลั่นแล้ววิ่งเตลิดหนีลงบันไดหนีไฟไป จ้าวเย่ารีบกลั้นหายใจทันทีพลางโอดครวญในใจ "แมงโก้ขี้แตกอีกแล้วเหรอเนี่ย"
จังหวะนั้นเองไป๋ฉวนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ร้องเสียงหลง "เหม็นโคตร แมงโก้ขี้แตกอีกแล้วเหรอครับ" ประสบการณ์ตามล้างตามเช็ดอึแมวอบแห้งในห้องน้ำอัตโนมัติคราวก่อนยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาไม่ลืมเลือน
จ้าวเย่าได้สติกลับมาทันที เขาหันขวับไปมองหน้าไป๋ฉวน
"น้องชาย นายเคยตักอึแมวไหม"
สีหน้าของไป๋ฉวนซีดเผือดลงทันที เขามองจ้าวเย่าด้วยสายตาอ้อนวอน "ผมขอไปจ้างแม่บ้านมาจัดการแทนได้ไหมครับ"
"ดึกป่านนี้แล้ว จะไปรบกวนแม่บ้านได้ยังไง" จ้าวเย่ากอดคอไป๋ฉวนแล้วตบไหล่เบาๆ "นายอยากเข้าร่วมกับกองทัพนรกไม่ใช่เหรอ แค่ตักอึแมวแค่นี้นายยังไม่อยากทำเลย ถ้านายจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ตั้งแต่วันนี้นายก็คือขุนพลแนวหน้าของนรกบนโลกมนุษย์เลยนะ"
"ตักครับ ผมตักเอง"
บนตู้เก็บของในห้องนั่งเล่น หยวนหยวนเอาทิชชูสีขาวอุดจมูกไว้ทั้งสองข้าง มันมองดูเหตุการณ์หน้าประตูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกสองขาหน้าขึ้นมากุมหัว มันโอดครวญในใจ "น่ากลัวเกินไปแล้ว ไอ้คนพวกนี้กับไอ้แมวพวกนี้มันคือแก๊งอันธพาลชัดๆ ฉันกับไป๋ฉวนโดนหลอกให้มาติดกับอยู่ที่นี่ซะแล้ว"
ด้วยความช่วยเหลือในการระบายอากาศและทำความสะอาดของไป๋ฉวน กลิ่นเหม็นในบ้านก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว จ้าวเย่าอุ้มแมงโก้ตัวน้อยมานอนบนโซฟา เขามองดูใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาของมันแล้วก็อดถามไม่ได้ "ทำไมแกถึงชอบขี้แตกนักนะ"
มัทฉะที่เพิ่งฟื้นคืนสติพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มะ... ไม่ไหวแล้ว แมงโก้มันน่ากลัวเกินไป จ้าวเย่าแกต้องจัดห้องน้ำแยกให้มันต่างหากเลยนะ เอาไปขังไว้ในห้องว่างที่ไม่ได้ใช้เลยยิ่งดี"
อลิซาเบธค่อยๆ เดินนวยนาดกลับเข้ามาในบ้าน แววตาของเธอยังคงมีความหวาดผวาหลงเหลืออยู่ "ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยดมกลิ่นอึที่เหม็นขนาดนี้มาก่อนเลย"
จ้าวเย่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขารีบเปิดแอปสั่งซื้อห้องน้ำแมวอันใหม่ให้แมงโก้ทันที เขาตั้งใจว่าต่อไปนี้จะให้แมงโก้ไปอึในห้องแยกต่างหาก
เดิมทีบ้านหลังนี้มีห้าห้องนอนสองห้องนั่งเล่น จ้าวเย่ากับมัทฉะนอนห้องหนึ่ง ฝูงแมวจรจัดตัวใหญ่สิบกว่าตัวนอนห้องหนึ่ง ลูกแมวจรจัดสามตัวกับอลิซาเบธนอนห้องหนึ่ง ส่วนหยวนหยวนให้นอนที่ห้องนั่งเล่น
ดูเหมือนว่าห้องว่างที่เหลืออยู่คงต้องยกให้เป็นห้องส้วมส่วนตัวของแมงโก้ซะแล้ว
จ้าวเย่าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถเน็ตดูเล่นๆ แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นข่าวพาดหัว
'เกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นที่วอลล์สตรีท นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลาแปดนาฬิกาสิบหกนาทีตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหกสิบห้าคน บาดเจ็บกว่าสามร้อยคน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปะทะกับผู้ต้องสงสัย ยังไม่มีกลุ่มหัวรุนแรงกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้'
"เอาจริงดิ นี่มันการก่อการร้ายชัดๆ เรื่องแบบนี้มัน..." จ้าวเย่าไล่อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องในอินเทอร์เน็ต ดูเหมือนว่าชั่วข้ามคืนคนทั้งโลกต่างก็กำลังพูดถึงเรื่องเดียวกันนี้
...
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องประชุม หลินเฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้างุนงง
นับตั้งแต่ครั้งก่อนที่เขาถูกไอ้หนุ่มสวมหน้ากากอนามัยซัดหมัดเดียวจนสลบเหมือดไป หลินเฉินก็ต้องเผชิญกับเรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย
เริ่มจากถูกชายหัวโล้นพาตัวไปสอบสวน จากนั้นก็พาเขาไปตรวจร่างกายและทดสอบอะไรแปลกๆ อีกสารพัด
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือในระหว่างที่เขาถูกจับไปทดสอบ ข้อมูลทะเบียนราษฎรของเขา ไม่ว่าจะเป็นประวัติพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ไปจนถึงญาติพี่น้องต่างก็ถูกสืบประวัติจนหมดไส้หมดพุง
และผลลัพธ์สุดท้ายที่เขาได้รับก็คือ...
หลินเฉินก้มมองลูกแมวตัวเมียขนสีขาวล้วนอายุประมาณห้าหกเดือนในอ้อมแขน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ
"วุ่นวายทำเรื่องบ้าบอตั้งเยอะแยะ สุดท้ายก็แค่จะให้ฉันมาเลี้ยงแมวเนี่ยนะ" หลินเฉินเบ้ปาก พอหวนนึกถึงท่าทางจริงจังของชายหัวโล้นตอนที่ส่งมอบแมวตัวนี้ให้เขา เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบบ่นในใจ "หน้าตาก็ดุดันซะขนาดนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้หมอนี่จะเป็นทาสแมวตัวยง"
จังหวะนั้นเองประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออก ชายหัวโล้นที่เขากำลังนินทาอยู่ในใจเดินเข้ามา พอเห็นหลินเฉินอุ้มลูกแมวอยู่ ชายคนนั้นก็ยิ้มแล้วถาม "เป็นไงบ้าง เข้ากับนมสดได้ดีใช่ไหม"
นมสดก็คือชื่อของเจ้าแมวขาวตัวนี้นี่แหละ
หลินเฉินเบ้ปากแล้วถามกลับ "ตกลงพวกคุณคิดจะทำอะไรกันแน่ ไหนบอกว่าจะช่วยตามหาไอ้หนุ่มสวมหน้ากากนั่นไง แล้วทำไมตอนนี้ถึงให้ฉันมานั่งเลี้ยงแมว"
ชายหัวโล้นยิ้มกริ่ม เขาค่อยๆ หยิบแล็ปท็อปออกมาจากกระเป๋าเอกสารแล้วพูดขึ้น "ความจริงแล้วเรื่องพวกนี้เบื้องบนเขาอยากจะค่อยเป็นค่อยไป อยากจะใช้วิธีที่ประนีประนอมค่อยๆ ผลักดันไปทีละก้าว"
"แต่พออเมริกาเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมา หลายคนก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย เรื่องบางเรื่องอย่างพวกผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ หรือความเป็นอยู่ของประชาชนตอนนี้มันคงเอามาคิดจุกจิกไม่ได้แล้ว บางเรื่องก็ต้องรีบจัดการให้เด็ดขาด"
พูดจบเขาก็เปิดแล็ปท็อปขึ้นมาแล้ววางไว้ตรงหน้านมสดก่อนจะถามว่า "นมสด เธอคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นยังไงบ้าง"
หลินเฉินถามด้วยความงุนงง "หัวหน้าเหอ คุณทำอะไรน่ะ"
แต่วินาทีต่อมาภาพเหตุการณ์สุดช็อกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหลินเฉิน นมสดกระโดดออกจากอ้อมแขนของเขาไปนั่งอยู่หน้าแล็ปท็อป จากนั้นมันก็เริ่มใช้สองขาหน้าพิมพ์ข้อความลงบนแป้นพิมพ์ทีละตัวอักษร
"ถึงไอ้หมอนี่จะดูซื่อบื้อไปหน่อย แต่มันก็ดูแลฉันดี ที่สำคัญคือร่างกายมันสามารถรองรับพลังของฉันได้ เอาเป็นเจ้านี่ไปก่อนก็แล้วกัน"
พอเห็นข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอ หัวหน้าเหอก็หัวเราะชอบใจ "เธอพอใจก็ดีแล้ว การจะหาคนที่สามารถรองรับพลังได้ ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แถมยังมีประวัติขาวสะอาดไว้ใจได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ"
ทางด้านหลินเฉินที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมด เขายกนิ้วชี้ไปที่แมวตัวนั้นด้วยความตกตะลึง "หะ... หัวหน้าเหอ คุณเห็นไหม แมวมันกำลังพิมพ์ข้อความ มันพิมพ์ข้อความได้ด้วย!"
"เห็นแล้ว ไม่เห็นต้องทำหน้าตื่นตระหนกขนาดนั้นเลย" หัวหน้าเหอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ก็แค่แมวพิมพ์ข้อความได้ มันแปลกตรงไหน พอพวกแมวพลังวิเศษตื่นขึ้นมาพวกมันก็จะมีสติปัญญาเทียบเท่ากับมนุษย์นั่นแหละ พวกมันสามารถสื่อสารกันเองผ่านโทรจิตได้ แต่สื่อสารกับมนุษย์โดยตรงไม่ได้ ก็เลยต้องใช้วิธีพิมพ์ข้อความคุยแบบนี้ไง"
วินาทีนั้นสมองของหลินเฉินขาวโพลนไปหมด เขาได้แต่จ้องมองนมสดด้วยแววตาสับสนมึนงง
นมสดพ่นลมหายใจออกทางจมูก มันสะบัดหางไปมาก่อนจะพิมพ์ข้อความต่อ "พอกลับไปถึงบ้าน อย่าลืมซื้อทรายแมวให้ฉันด้วย ใครสั่งใครสอนให้แกเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาให้ฉันอึ ทั้งสกปรกทั้งเหม็นจะตายชัก"
"ธะ... ธะ... เธอ... เธอ!" หลินเฉินชี้หน้านมสดแล้วพูดติดอ่าง
"รู้แล้วน่า ก็แค่พิมพ์ข้อความไง" หัวหน้าเหอพูดอธิบายต่อ "นอกจากจะมีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของแมวพลังวิเศษก็คือพวกมันมีพลังวิเศษยังไงล่ะ อย่างเช่นเทเลพอร์ต พลังจิต พ่นไฟ พ่นน้ำ หรือแม้แต่ตดพลังช้าง"
"ตดเนี่ยนะ ตดก็ถือว่าเป็นพลังวิเศษด้วยเหรอ"
"ถ้าตดของนายมันรุนแรงขนาดเป่ารถบรรทุกกระเด็นได้ มันก็ถือว่าเป็นพลังวิเศษนั่นแหละ"
[จบแล้ว]