เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - แชตกลุ่ม

บทที่ 36 - แชตกลุ่ม

บทที่ 36 - แชตกลุ่ม


บทที่ 36 - แชตกลุ่ม

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

หลังจากที่หยวนหยวนอธิบายให้ฟัง จ้าวเย่าและแมวทั้งสองตัวถึงได้เข้าใจว่าการยืมพลังวิเศษมันเป็นยังไง

พูดง่ายๆ ก็คือพลังของแมวพลังวิเศษนั้นนอกจากจะใช้เองได้แล้ว ยังสามารถปล่อยให้มนุษย์คนอื่นยืมไปใช้ได้ด้วย

จากข้อมูลที่หยวนหยวนรู้มาในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่สามารถยืมพลังไปใช้ได้จะมีแค่มนุษย์เท่านั้น และหลังจากที่ให้ยืมไปแล้วตัวแมวเองก็ยังสามารถใช้พลังวิเศษของตัวเองได้ตามปกติ

แต่ทางฝั่งมนษย์ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถยืมพลังวิเศษไปใช้ได้

อันดับแรกคือมีมนุษย์เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่สามารถยืมพลังวิเศษไปใช้ได้สำเร็จ โดยพื้นฐานแล้วยิ่งมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะยืมพลังไปใช้ได้สำเร็จก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

และพลังวิเศษที่ยืมไปได้นั้นมักจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่าพลังดั้งเดิมของตัวแมวเล็กน้อย

สุดท้ายคือหากต้องการจะยืมพลังวิเศษ ในขั้นตอนการยืมมนุษย์จะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวแมวพลังวิเศษอย่างหมดใจ ห้ามมีความรู้สึกต่อต้านแม้แต่นิดเดียว จากนั้นทั้งสองฝ่ายต้องสัมผัสตัวกันเพื่อให้แมวส่งผ่านพลังเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ มนุษย์ถึงจะได้รับพลังนั้นไป

หยวนหยวนพูดขึ้น "เท่าที่ดูในตอนนี้เหมือนว่าจะให้ยืมได้นานสุดประมาณหนึ่งวัน พอหมดเวลายืมพลังวิเศษในตัวมนุษย์ก็จะหายไป ส่วนพลังวิเศษของแมวก็จะแข็งแกร่งขึ้นมานิดหน่อย และในระหว่างที่ให้ยืมนั้นตัวแมวก็สามารถดึงพลังกลับคืนมาเมื่อไหร่ก็ได้"

"โอ๊ะ" จ้าวเย่าร้องด้วยความประหลาดใจ "พอดึงพลังที่ให้ยืมกลับคืนมา พลังก็จะแข็งแกร่งขึ้นงั้นเหรอ แล้วถ้าให้คนหลายๆ คนยืมไปล่ะ..."

"เป็นไปไม่ได้หรอก" หยวนหยวนแย้ง "ตั้งแต่ฉันอยู่ที่บ้านสหายมิตรมาฉันสัมผัสคนมาเป็นพันๆ คน มีแค่เจ้านาย ไป๋ฉวน แล้วก็อีกคนหนึ่งเท่านั้นที่สามารถรับพลังของฉันไปได้ มนุษย์ที่สามารถยืมพลังไปใช้ได้มีน้อยมากๆ แถมพลังที่เพิ่มขึ้นมาแต่ละครั้งมันก็น้อยนิดจนแทบไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ"

"งั้นเหรอ แล้วคนคนหนึ่งยืมพลังได้กี่รูปแบบล่ะ"

"น่าจะได้แค่รูปแบบเดียวนะ เท่าที่ฉันรู้จักมาคนที่ยืมพลังไปได้ก็รับได้แค่พลังเดียวทั้งนั้น ถ้ามากกว่านี้ดูเหมือนร่างกายจะรับไม่ไหว"

จ้าวเย่าลูบคางพลางเปรียบเทียบในใจ เท่าที่ดูตอนนี้พลังจากสมุดระบบของเขามีความเหนือชั้นกว่าการยืมพลังของแมวพลังวิเศษอย่างเห็นได้ชัด

หากเทียบกับการที่คนธรรมดายืมพลังไปใช้ สมุดระบบของเขาก็เปรียบเสมือนโปเกบอลที่ใช้จับแมวและก๊อปปี้พลังของพวกมันมา แถมยังสามารถสลับสับเปลี่ยนพลังไปมาได้หลากหลายรูปแบบ ไม่เหมือนกับพวกนั้นที่ยืมพลังได้แค่รูปแบบเดียว

แต่เขาก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าพลังของพวกมัทฉะจะสามารถปล่อยให้คนอื่นยืมไปใช้ได้ไหม ซึ่งในความเป็นจริงหลังจากนั้นอีกหลายเดือนจ้าวเย่าก็หาโอกาสทดลองเรื่องนี้ดู และผลสรุปก็คือแมวตัวไหนที่ถูกลงทะเบียนไว้ในสมุดระบบ หากค่าความภักดีเต็มร้อยเมื่อไหร่ พลังของแมวตัวนั้นก็จะไม่สามารถให้คนอื่นยืมไปใช้ได้อีก

"จริงสิ แล้วทำไมแกถึงรู้เรื่องพวกนี้เยอะจัง" จ้าวเย่ามองหยวนหยวนแล้วถามขึ้น

"ฉะ... ฉันก็ฟังคนอื่นเขามาอีกทีนั่นแหละ" หยวนหยวนเบิกตากว้างทำหน้าซื่อ "ในแชตกลุ่มของฉันยังมีแมวพลังวิเศษอีกตั้งหลายตัวนะ"

พูดจบมันก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งออกมาจากใต้ก้นของตัวเอง

"ดูสิ นี่คือแชตกลุ่มแมวพลังวิเศษของพวกเรา..."

จ้าวเย่าคว้ามือถือมาดูก็เห็นรายชื่อมากมายเรียงรายอยู่ในแชตกลุ่มวีแชต จังหวะนั้นเองก็มีข้อความเด้งขึ้นมาพอดี

หัวหน้าเสือดาว : มีใครรู้บ้างว่าพลังเทเลพอร์ตเอาไปหาเงินยังไงได้บ้าง นอกจากไปเป็นพนักงานส่งพัสดุกับส่งอาหาร

"เสือน้อยอยากหาเงินงั้นเหรอ" ไอดีที่ชื่อว่ารักปลาแห้งที่สุดพิมพ์ตอบ "ไปส่งพัสดุกับส่งอาหารมันจะไปรุ่งอะไร นายเทเลพอร์ตได้ก็ไปลักลอบขนของเถื่อนสิ รู้จักยูนนาน สามเหลี่ยมทองคำ หรือโคลัมเบียไหมล่ะ"

หัวหน้าเสือดาวพิมพ์ตอบ "นี่แกกะจะให้ฉันโดนคนตื้บตายแล้วเอาไปทำเมนูเปิบพิสดารหรือไง"

"ลักลอบขนของเถื่อนอะไรกัน" ไอดีที่ชื่อว่าเจ้าอ้วนนักล่าลู่ปันพิมพ์แทรกขึ้นมา "เข้าไปขโมยเงินในตู้เซฟธนาคารเลยสิ อยากได้เท่าไหร่ก็หยิบเอาเลย เมื่อก่อนฉันก็ไปกวาดเงินสดมาหลายสิบล้าน ทุกวันนี้ยังใช้ไม่หมดเลยเนี่ย"

หัวหน้าเสือดาว : ไอ้ตอแหล เมื่อวานแกยังทักมายืมเงินในกลุ่มไปซื้อเนื้อฟรีซดรายอยู่เลย แกเอาเงินหลายสิบล้านมาจากไหนฟะ

เจ้าอ้วนนักล่าลู่ปัน : ไอ้โง่ ก็ฉันไม่มีบัตรประชาชนนี่หว่า จะไปเปิดแอปธนาคารได้ยังไง แล้วแบบนี้ฉันจะซื้อของออนไลน์ได้ไงล่ะ ก็ต้องยืมเงินพวกนายไปก่อนสิ

หัวหน้าเสือดาวพิมพ์ถาม "แล้วเจ้าทาสของแกล่ะ แอบใช้บัญชีมันไม่ได้เหรอ"

"ไม่ได้หรอก คราวที่แล้วฉันเพิ่งแอบใช้บัญชีมันสั่งซื้อกัญชาแมวมา ดูเหมือนมันจะเริ่มสงสัยฉันแล้ว ช่วงนี้มันดันเอากล้องวงจรปิดมาติดไว้แถวๆ ที่นอนฉันด้วย" เจ้าอ้วนนักล่าลู่ปันพิมพ์ตอบ "ตอนนี้ฉันต้องแอบใช้คอมพิวเตอร์ของเด็กบ้านข้างๆ เล่นเน็ตแทนเนี่ย"

จ้าวเย่ามองดูข้อความขี้โม้ในแชตกลุ่มสลับกับรายชื่อสมาชิกกว่ายี่สิบคนแล้วกระตุกมุมปาก "ในนี้มีแต่แมวพลังวิเศษงั้นเหรอ พวกแกใช้วีแชตคุยกันเนี่ยนะ" จ้าวเย่าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกแมวพลังวิเศษจะตามเทคโนโลยีได้ทันยุคทันสมัยขนาดนี้

"ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก" หยวนหยวนกะพริบตาปริบๆ แล้วตอบ "ในนี้ก็มีเจ้าของแมวพลังวิเศษรวมอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่ใครเป็นคนใครเป็นแมวก็ไม่มีใครรู้หรอก บางคนอาจจะเป็นแค่คนธรรมดาก็ได้ ยังไงมันก็เป็นแค่แชตกลุ่ม ค่อนข้างจะอิสระแล้วก็ไม่มีใครอยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงหรอก แต่คนที่สร้างกลุ่มขึ้นมาเป็นแมวพลังวิเศษที่ฉันบังเอิญไปเจอเข้า แมวพลังวิเศษหลายตัวในกลุ่มนี้เขาก็เป็นคนลากเข้ามาเองนั่นแหละ"

จ้าวเย่าถามต่อ "แล้วตอนนี้แกรู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของแมวพลังวิเศษในเมืองเจียงไห่บ้าง พวกแกรู้จักกันหมดเลยงั้นเหรอ"

"เรื่องนั้นคงมีแต่ฟ้าที่รู้" หยวนหยวนตอบ "แมวจรจัด แมวบ้าน แมวที่ตื่นขึ้นมามีพลังวิเศษสารพัดรูปแบบ บางตัวก็คุยกับคนรู้เรื่อง บางตัวก็รักอิสระหนีไปใช้ชีวิตของตัวเอง บางตัวก็ชอบชีวิตแบบมนุษย์เลยพยายามกลมกลืนไปกับสังคม บางตัวก็ชอบหลบอยู่เบื้องหลังขอแค่วันๆ มีกินมีดื่มก็พอ ใครจะไปรู้ล่ะว่าแมวแต่ละตัวกำลังทำอะไรกันอยู่ พวกเราเพิ่งจะมีพลังวิเศษกันมาได้ไม่กี่เดือน ทุกอย่างยังอยู่ในช่วงคลำทางกันทั้งนั้นแหละ"

จ้าวเย่าส่ายหน้า เขาคิดไม่ถึงเลยว่าการมาจับกุมแมวพลังวิเศษผู้อยู่เบื้องหลังลัทธิบ้านสหายมิตรในครั้งนี้จะทำให้เขาได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารมากมายขนาดนี้

จ้าวเย่าโยนโทรศัพท์คืนให้หยวนหยวนก่อนจะพูดขึ้น "จริงสิ แกแอดวีแชตฉันมาหน่อยสิ แล้วดึงฉันเข้ากลุ่มนี้ด้วย"

"ได้ๆๆ" หยวนหยวนพยักหน้าทำตัวว่าง่ายสุดๆ

มัทฉะที่อยู่ข้างๆ ก็รีบโพล่งขึ้นมา "แอดวีแชตฉันด้วยสิ"

อลิซาเบธสื่อสารทางจิตกับจ้าวเย่า "จ้าวเย่า ฉันอยากได้โทรศัพท์มือถือสักเครื่อง ฉันอยากเล่นเน็ตแล้วก็เล่นวีแชตได้เหมือนมัทฉะบ้าง"

หยวนหยวนถามขึ้น "นายชื่ออะไรล่ะ เดี๋ยวฉันแอดไป"

มัทฉะเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจแล้วบอกชื่อไอดีของตัวเอง "ลู่ปันอันดับหนึ่งของเซิร์ฟ"

จ้าวเย่าพยักหน้ารับ เขามองมัทฉะกับหยวนหยวนที่กำลังแลกวีแชตกันอย่างชำนาญแล้วลอบคิดในใจ "ได้แต่หวังว่าพออลิซาเบธมีมือถือเป็นของตัวเองแล้วจะไม่กลายเป็นแมวติดเน็ตไปอีกตัวก็พอ"

จ้าวเย่าหิ้วคอหยวนหยวนเดินออกมาด้านนอกก็พบว่าไป๋ฉวนยังคงยืนรออยู่ที่หน้าประตูโถงกว้าง เขาจึงถามด้วยความสงสัย "นายยังไม่ไปอีกเหรอ"

ไป๋ฉวนมองจ้าวเย่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหม่า หวาดกลัว แต่ก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้น เขาเอ่ยปากถาม "ทะ... ท่านปีศาจครับ จะกรุณาให้ผมคอยติดตามรับใช้ท่านได้ไหมครับ"

"หา ติดตามฉันงั้นเหรอ" จ้าวเย่ามองไป๋ฉวนอย่างพูดไม่ออก "นายคิดจะทำอะไรกันแน่"

"นกฉลาดย่อมเลือกเกาะกิ่งไม้ที่ดี การติดตามผู้ที่แข็งแกร่งกว่ามันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ" ไป๋ฉวนมองจ้าวเย่าตรงหน้า ในหัวของเขายังคงนึกถึงภาพการเทเลพอร์ต การใช้พลังจิตโจมตี วิชาเชิดหุ่นควบคุมร่างกาย ปีกแห่งเปลวเพลิง หัวกะโหลกไฟ และหน้ายิ้มกวนโอ๊ย... เอ้อ หน้ายิ้มกวนโอ๊ยไม่นับสิ รวมไปถึงพลังอันแข็งแกร่งต่างๆ นานาที่อีกฝ่ายแสดงให้เห็น

"ผมอยากจะติดตามรับใช้ท่าน ผมยินดีที่จะเข้าร่วมกับกองทัพนรก..."

ไป๋ฉวนคิดทบทวนมาอย่างดีแล้ว ด้วยความสามารถและภูมิหลังของเขา ต่อให้พยายามแทบตายไปตลอดชีวิตก็คงมีชีวิตที่แค่พอมีพอกินไปวันๆ เท่านั้น แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาได้สัมผัสกับพลังวิเศษเขาก็ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าพลังเหล่านี้มีความหมายยิ่งใหญ่แค่ไหน

และพลังที่จ้าวเย่าครอบครองอยู่ก็ก้าวข้ามทุกสิ่งที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้ไปไกลลิบ

เขาคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าและตระหนักได้ว่าไม่ว่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ การได้ติดตามอีกฝ่ายน่าจะเป็นโอกาสทองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา

แต่ยังไม่ทันที่ไป๋ฉวนจะพูดจบจ้าวเย่าก็เดินหนีออกไปเสียแล้ว "ไม่ออกความเห็นว่ะ นี่นายก็โตป่านนี้แล้ว ช่วยไปทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันหน่อยเถอะ เลิกเพ้อเจ้อเรื่องไร้สาระได้แล้ว ส่วนฉันน่ะขอแค่วันๆ มีรถขับ มีบ้านอยู่ มีเงินใช้ก็พอใจแล้ว..."

"แต่ทำไมล่ะครับ..." ไป๋ฉวนอดไม่ได้ที่จะวิ่งไปขวางหน้าจ้าวเย่า "ด้วยพลังของท่าน การจะสร้างเนื้อสร้างตัวให้ยิ่งใหญ่ในโลกใบนี้มันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวไม่ใช่เหรอครับ ทั้งเทเลพอร์ต พลังจิต หรือวิชาเชิดหุ่น ขอแค่หยิบพลังใดพลังหนึ่งมาใช้ก็มากพอที่จะสร้างความสั่นสะเทือนให้โลกใบนี้ได้แล้ว แถมท่านยังมีพลังพวกนี้รวมอยู่ในตัวคนเดียว ต่อให้สุดท้ายท่านอยากจะครองโลกมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยนะ"

พอเห็นท่าทางคลั่งไคล้ของไป๋ฉวน จ้าวเย่าก็ทำหน้าเหนื่อยใจ "นี่นายอายุเท่าไหร่เนี่ย"

"ผมเหรอ" ไป๋ฉวนชะงักไปนิดหนึ่ง "ปีนี้ผมอายุสิบแปดครับ"

"หา!" จ้าวเย่ามองไป๋ฉวนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ "สิบแปดเหรอ หน้าตานายเนี่ยบอกว่าสามสิบฉันก็เชื่อนะ!"

ไป๋ฉวนหยิบบัตรประชาชนออกมาด้วยความเขินอาย "ผมก็แค่หน้าแก่ก่อนวัยไปหน่อย แต่ปีนี้ผมเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะเองนะครับ"

เมื่อลองดูบัตรประชาชนของอีกฝ่ายจ้าวเย่าก็พบว่าไป๋ฉวนเพิ่งจะอายุสิบแปดปีจริงๆ เขาถึงกับพูดไม่ออก "อายุสิบแปดก็ออกมาทำงานแล้วเหรอ กลับไปตั้งใจเรียนไป๊"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 36 - แชตกลุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว