เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - หยวนหยวน

บทที่ 35 - หยวนหยวน

บทที่ 35 - หยวนหยวน


บทที่ 35 - หยวนหยวน

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"นายแอบเลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งใช่ไหม"

พอได้ยินปีศาจตรงหน้าพูดประโยคนี้ออกมา สีหน้าของทูตสวรรค์ก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาสนใจเรื่องแมว

จ้าวเย่ามองท่าทางเซ่อซ่าของอีกฝ่ายแล้วถามซ้ำอีกรอบ "ฉันถามว่านายเลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งใช่ไหม พาฉันไปดูแมวตัวนั้นเดี๋ยวนี้"

"ดะ... ได้ครับ ได้เลย ผมเข้าใจแล้ว" ทูตสวรรค์พยักหน้ารัวๆ "ท่านปีศาจครับ เอาจริงๆ ผมไม่ได้เชื่อเรื่องพระเจ้าอะไรนั่นหรอก ผมเป็นผู้สนับสนุนนรกอย่างเหนียวแน่นมาตลอดเลยนะ เวลาเล่นเกมผมก็ชอบเลือกเล่นเผ่าปีศาจที่สุดเลยด้วย"

"พอแล้วๆ" จ้าวเย่ากลอกตาบน "รีบพาฉันไปดูแมวได้แล้ว"

จากนั้นจ้าวเย่าก็เดินตามทูตสวรรค์ไปยังห้องพักอีกห้องหนึ่ง พอเดินเข้าไปใกล้หูของจ้าวเย่าก็กระตุกเบาๆ เขาได้ยินเสียงเคี้ยวกร้วมๆ ดังแว่วมาจากในห้องอย่างต่อเนื่อง

พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นก้อนเนื้อสีขาวดำก้อนเบ้อเริ่มนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา

มันคือแมวที่มีขนสีดำเกือบทั้งตัว แต่มีขนสีขาวตรงบริเวณปาก หน้าอก หน้าท้อง และอุ้งเท้าทั้งสี่ข้าง แมวที่มีลวดลายแบบนี้มักจะถูกเรียกว่าลายเมฆคลุมหิมะ

แต่สิ่งที่เตะตามากที่สุดก็คือขนาดตัวของมัน มันอ้วนกลมป๊อกราวกับลูกชิ้นก้อนโต พุงที่ยื่นย้วยออกมาทำให้ขาทั้งสี่ข้างดูสั้นเต่อจนน่าสงสัยว่ามันจะพลิกตัวไหวหรือเปล่า

ข้างๆ ตัวมันยังมีถุงมันฝรั่งทอดกรอบ คุกกี้ และขนมขบเคี้ยวสารพัดชนิดวางกองอยู่

เสียงเคี้ยวกร้วมๆ ที่จ้าวเย่าได้ยินเมื่อครู่นี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเสียงที่เจ้าแมวตัวนี้กำลังกินขนมนั่นเอง

พอเจ้าแมวอ้วนลายเมฆคลุมหิมะเห็นทูตสวรรค์กับจ้าวเย่าเปิดประตูเข้ามา มันก็ชะงักไปนิดหนึ่ง และพอเห็นว่าทูตสวรรค์ถูกจับมัดเอาไว้มันก็ลุกลี้ลุกลนพยายามจะลุกขึ้นยืน ในขณะเดียวกันร่างกายของมันก็เข้าสู่สถานะล่องหนในพริบตา

คราวนี้ไม่ได้มีแค่ตัวมันเท่านั้นที่ล่องหน แต่โซฟาที่มันนอนอยู่รวมไปถึงพื้นกระเบื้องใต้โซฟาก็พลอยล่องหนไปด้วย แถมดูเหมือนว่าขอบเขตการล่องหนกำลังแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ราวกับว่าตึกทั้งหลังกำลังจะค่อยๆ เลือนหายไปจากจุดที่มันอยู่

"หืม อยู่ไหนเนี่ย" หูของจ้าวเย่าขยับยุกยิก เขาพยายามเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของแมวที่กำลังเคลื่อนไหว

แต่ไม่ว่าจะตั้งใจฟังแค่ไหนเขาก็ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าแมวเลยแม้แต่นิดเดียว

"ไวจนาดนี้เลยเหรอ" จ้าวเย่ารีบหันกลับไปปิดประตูเพื่อบล็อกทางออกเพียงทางเดียวของห้องเอาไว้ "คิดไม่ถึงเลยว่าตัวอ้วนขนาดนี้แต่จะเคลื่อนไหวได้ปราดเปรียวขนาดนี้ แถมยังไม่มีเสียงเลยสักนิด"

แต่ตอนนี้จ้าวเย่าดักหน้าประตูทางเข้าออกเพียงแห่งเดียวไว้แล้ว เขาจึงไม่กังวลเลยสักนิดว่าแมวตัวนี้จะหนีรอดไปได้

ในเวลาเดียวกันอาณาเขตการล่องหนก็ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสีย้อมผ้าที่ล่องหนได้ มันลามมาติดตัวทูตสวรรค์และจ้าวเย่า ทำให้ร่างกายของพวกเขาเริ่มโปร่งแสงตั้งแต่ฝ่าเท้าไล่ขึ้นมาถึงน่อง

"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้" ทูตสวรรค์พึมพำอย่างเหม่อลอย "หยวนหยวนน้อยก็ได้รับของประทานจากพระเจ้าด้วยงั้นเหรอ"

จ้าวเย่ามองภาพตรงหน้าแล้วขมวดคิ้ว "พลังล่องหนนี่รับมือยากกว่าที่คิดแฮะ สามารถปล่อยพลังเป็นวงกว้างได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ระดับพลังเหนือกว่าทูตสวรรค์กับไป๋ฉวนไปไกลลิบเลย"

ถ้าพื้นที่บริเวณกว้างถูกทำให้ล่องหนไปทั้งหมด ถึงตอนนั้นจ้าวเย่าก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน ยิ่งถ้าตึกทั้งหลังล่องหนไปเขาก็คงหาทางออกจากตึกไม่ได้ สภาพคงไม่ต่างอะไรกับคนตาบอด

ต่อให้เกิดไฟไหม้หรือเผลอไปแตะโดนสายไฟเข้า เขาก็คงหาทางเอาชีวิตรอดได้ยากลำบาก

พอคิดได้แบบนี้เขาก็ยิ่งตระหนักได้ว่าพลังล่องหนตรงหน้านี้มันรับมือยากขนาดไหน

ในขณะที่จ้าวเย่ากำลังคิดหาวิธีตามหาตัวเจ้าแมวอยู่นั้น อาณาเขตล่องหนก็อันตรธานหายไปอย่างกะทันหัน พลังถูกยกเลิกไปเสียแล้ว

เจ้าแมวอ้วนลายเมฆคลุมหิมะยังคงนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา มันหอบหายใจแฮกๆ แล้วตะโกนขึ้น "ไม่ไหวแล้วๆ เหนื่อยชะมัดเลย" มันโบกอุ้งเท้าอวบอ้วนไปทางจ้าวเย่ากับทูตสวรรค์แล้วร้องสั่ง "เร็วเข้า ใครก็ได้มาช่วยพลิกตัวฉันหน่อย ฉันลุกไม่ขึ้น!"

'มิน่าล่ะถึงไม่มีเสียง...' จ้าวเย่ากลอกตาบนก่อนจะเดินไปที่โซฟา "ไอ้เจ้าบ้า อ้วนจนพลิกตัวไม่ได้เลยหรือไง"

"เอ๋ นายฟังฉันรู้เรื่องด้วยเหรอ" แมวอ้วนมองจ้าวเย่าตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

ทางด้านทูตสวรรค์ก็รีบกระโดดเข้ามาพูดแทรก "ท่านปีศาจครับ หยวนหยวนเป็นแค่แมวธรรมดาตัวหนึ่ง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงมีพลังเทพได้ ผมขอร้องล่ะครับได้โปรดอย่าทำร้ายมันเลยนะ"

"เจ้านี่ก็รักแมวใช้ได้เลยนี่" อลิซาเบธที่อยู่ในกระเป๋าเป้เบ้ปากพูดขึ้น

จ้าวเย่ามองดูถุงขนมบนโซฟาแล้วตอบ "ก็แค่ตามใจมากเกินไปจนเอาของมั่วซั่วมาให้กินนั่นแหละ"

"แกวางใจเถอะ ฉันไม่ทำร้ายมันหรอก แต่ฉันถูกใจแมวตัวนี้ ฉันจะเอามันไปด้วย"

พอทูตสวรรค์ได้ยินแบบนั้นก็มีท่าทีลังเล เขาพยายามต่อรอง "แต่ว่า... แต่ว่าหยวนหยวนเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของผม มันเป็นคู่หูของผม ท่านพอจะ..."

"ไสหัวไปซะ ไม่หลบฉันฆ่าแกแน่"

พร้อมกับเปลวไฟปีศาจที่ลุกโชนขึ้นมา เสียงอันทรงพลังก็ระเบิดก้องอยู่ในหูของทูตสวรรค์ ทำเอาอีกฝ่ายหน้าซีดด้วยความหวาดกลัวและวิ่งเตลิดหนีไปอย่างทุลักทุเล

"จำเอาไว้ อย่าให้ฉันเห็นแกมาก่อเรื่องวุ่นวายแบบวันนี้อีก"

หลังจากเอ่ยเตือนทูตสวรรค์เป็นครั้งสุดท้าย จ้าวเย่าก็หันไปมองเจ้าแมวอ้วนตรงหน้าแล้วถามขึ้น "นี่ เรื่องลัทธิบ้านสหายมิตรอะไรนี่ แกเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดใช่ไหม หยวนหยวน"

หยวนหยวนทำท่าเหมือนมีเหงื่อตกหยดแหมะลงมาจากหัว มันมองจ้าวเย่าเจื่อนๆ ก่อนจะแกล้งร้องเหมียวๆ ออกมาด้วยท่าทางเซ่อซ่าเหมือนแมวธรรมดาทั่วไป

"มาแกล้งทำตัวเป็นแมวธรรมดาตอนนี้มันสายไปแล้ว" จ้าวเย่าตบหัวหยวนหยวนไปหนึ่งฉาด

ในขณะเดียวกันมัทฉะกับอลิซาเบธก็เบียดตัวมุดออกมาจากกระเป๋าเป้อวกาศ

"นี่ก็เป็นแมวพลังวิเศษเหมือนกันเหรอ" มัทฉะถามด้วยความอยากรู้ "หน้าตาโคตรขี้เหร่เลย"

อลิซาเบธวิจารณ์เสริม "แต่พลังล่องหนก็ถือว่าใช้ได้อยู่"

พอเห็นมัทฉะกับอลิซาเบธโผล่ออกมาจู่ๆ หยวนหยวนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก "อะไรกัน ที่แท้ก็พวกเดียวกันนี่เอง"

"ใครเป็นพวกเดียวกับแกฟะ" มัทฉะตบหน้าหยวนหยวนไปหนึ่งที "บอกมานะ แกก่อเรื่องลัทธิบ้านสหายมิตรนี่ขึ้นมาได้ยังไง"

"อย่าตีฉันๆ" หยวนหยวนร้องลั่น "ฉันยอมบอกแล้ว ฉันยอมรับสารภาพหมดทุกอย่างเลย"

จากคำสารภาพของเจ้าแมวอ้วนตรงหน้า จ้าวเย่าและพรรคพวกถึงได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

ทูตสวรรค์ซึ่งเป็นเจ้านายของหยวนหยวนเป็นชายวัยกลางคนที่ล้มเหลวทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัว โดยเฉพาะหลังจากที่หย่าร้างเขาก็เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องศาสนาและเทพนิยาย เอาความหวังไปฝากไว้กับสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้า

เมื่อสองเดือนก่อน หยวนหยวนได้ตื่นขึ้นเป็นแมวพลังวิเศษและได้รับพลังล่องหนมา ด้วยความที่อยากจะตอบแทนเจ้านายและอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองดีขึ้น มันจึงแอบใช้พลังช่วยเหลือทูตสวรรค์จนก่อตั้งเป็นลัทธิบ้านสหายมิตรขึ้นมา

"แต่ทำไมพวกนั้นถึงใช้พลังล่องหนได้ล่ะ ตอนที่พวกนั้นใช้พลังล่องหนแกก็ไม่ได้อยู่ข้างๆ ไม่ใช่เหรอ" จ้าวเย่ามองหยวนหยวนที่อยู่ตรงหน้าแล้วถามขึ้น

"เอ๋ นายไม่รู้เหรอ" หยวนหยวนมองจ้าวเย่าด้วยความแปลกใจ "พลังวิเศษของพวกเราสามารถให้มนุษย์ยืมไปใช้ชั่วคราวได้ไง นายไม่เคยยืมพลังพวกนี้ไปใช้เหรอ"

มันเอาแต่คิดมาตลอดว่าที่อีกฝ่ายสามารถเอาชนะทูตสวรรค์และบุกมาถึงที่นี่ได้เป็นเพราะไปยืมพลังมาจากแมวพลังวิเศษ

จ้าวเย่าหันไปมองหน้ากับอลิซาเบธและมัทฉะก่อนจะหันกลับมาถลึงตาใส่หยวนหยวน "แกช่วยอธิบายให้มันละเอียดกว่านี้หน่อยซิ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - หยวนหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว