- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 25 - แก้แค้น
บทที่ 25 - แก้แค้น
บทที่ 25 - แก้แค้น
บทที่ 25 - แก้แค้น
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"หวานกันจังเลยนะ"
"สามีเธอรักเธอมากเลยเนี่ย"
"แมรี่ สามีเธอซื้อรถแล้วเหรอ"
ในที่สุดก็มีคนถามเข้าประเด็นเสียที หยวนอิ๋งแอบยิ้มกริ่มในใจแต่แสร้งทำเป็นถ่อมตัวตอบไปว่า "ใช่แล้วล่ะ ฉันพยายามห้ามไม่ให้เขาซื้อตั้งหลายรอบแต่เขาก็ดื้อจะซื้อให้ได้เลย"
"พวกเธอคิดดูสิ ที่ทำงานของพวกเราก็อยู่ใจกลางเมือง รถไฟฟ้าก็มี รถรับส่งของบริษัทก็มี จะซื้อรถมาขับให้เปลืองทำไมก็ไม่รู้"
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งแย้งขึ้น "แต่มีรถมันก็สะดวกกว่านี่นา"
"ใช่ๆ เอาไว้ขับไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ได้ด้วย"
"แถมวันข้างหน้าถ้ามีลูก เวลาพาไปไหนมาไหนก็จะสบายขึ้นเยอะเลยนะ"
"ว่าแต่แมรี่ สามีเธอซื้อรถรุ่นอะไรเหรอ"
เมื่อได้ยินคำถามที่รอคอยมานาน หยวนอิ๋งก็ทำท่าทีนึกคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงลังเล "เห็นว่าเป็นรถบีเอ็มดับเบิลยูอะไรสักอย่างนี่แหละ เฮ้อ เขาบอกว่าราคาก็ตั้งสามสี่แสนหยวนเชียวนะ ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องรถหรอก ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาจะซื้อรถแพงขนาดนั้นมาทำไม"
บรรดาเพื่อนร่วมงานหญิงต่างพากันทำตาโตด้วยความอิจฉา "โห รถดีขนาดนั้นเลยเหรอ สามีเธอเก่งจังเลยนะ"
"เฮ้อ ตัดภาพมาที่สามีฉันสิ ตอนนี้ยังขับรถคันละเก้าหมื่นกว่าหยวนอยู่เลย พอถึงช่วงปีใหม่ฉันแทบไม่อยากจะนั่งรถคันนั้นไปเยี่ยมญาติเลยล่ะ"
หยวนอิ๋งได้ทีรีบพูดต่อ "ฉันพูดตรงๆ เลยนะ พวกเธออย่าโกรธฉันล่ะ"
"ถ้าให้ฉันพูดนะ รถราคาต่ำกว่าแสนจะเรียกว่ารถได้ยังไง ตอนที่สามีฉันยังไม่ได้ซื้อรถ ฉันก็บอกเขาไปตรงๆ เลยว่าถ้าจะซื้อก็ต้องซื้อรถราคาเกินสองแสนหยวนขึ้นไป ถ้าราคาต่ำกว่าสองแสนฉันไม่นั่งเด็ดขาด ยิ่งพวกที่ราคาต่ำกว่าแสนนะยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ พวกเธอไปดูพวกรถแบรนด์จีนราคาแปดเก้าหมื่นสิ โดนชนนิดเดียวก็บุบเบี้ยวไปทั้งคันแล้ว ขืนไปนั่งรถแบบนั้นมีหวังได้หัวใจวายตายกันพอดี"
เพื่อนร่วมงานหญิงคนก่อนหน้านี้ได้ฟังก็ถึงกับหน้าเสีย แต่ก็เถียงอะไรไม่ออก
เพื่อนร่วมงานอีกคนรีบพูดเสริม "พูดก็พูดเถอะ สามีของแมรี่เก่งจริงๆ นั่นแหละ ปีนี้เขาเพิ่งจะอายุสามสิบเองใช่ไหม ในบรรดาพวกเราเนี่ยแมรี่ได้แต่งงานกับคนที่ดีที่สุดเลยนะ"
"ฮ่าๆๆ ก็แค่โชคดีน่ะ พอดีปีนี้บริษัทเขาผลประกอบการดีด้วยแหละ" หยวนอิ๋งยิ้มรับหน้าบาน ภายในใจรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
จังหวะนั้นเอง รถปอร์เช่พานาเมร่าคันหนึ่งก็แล่นผ่านจุดรอรถรับส่งพนักงานไปอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปทางประตูใหญ่ของตึกออฟฟิศ
เมื่อมองเห็นจ้าวเย่ากับซ่งเจียเยว่ที่นั่งอยู่หลังกระจกรถ หยวนอิ๋งและบรรดาเพื่อนร่วมงานต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"จ้าวเย่าเหรอ" หยวนอิ๋งจ้องมองรถสปอร์ตตรงหน้า ถึงเธอจะไม่รู้จักรถรุ่นนี้ แต่รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์และเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ารถคันนี้ราคาต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
พอมองตามท้ายรถที่ค่อยๆ แล่นห่างออกไป เพื่อนร่วมงานหญิงรอบข้างก็เริ่มซุบซิบนินทากันอย่างออกรส
"นั่นจ้าวเย่าใช่ไหม ทำไมเขาถึงขับรถสปอร์ตได้ล่ะ"
"รถคันนั้นฉันจำได้ หลิวเทาก็ขับรุ่นนี้ไม่ใช่เหรอ"
"หลิวเทาเหรอ"
"ก็คนที่เล่นเป็นแอนดี้ในซีรีส์เรื่องฮวานเล่อซ่งไง พวกเธอเคยดูซีรีส์เรื่องนี้ไหม"
"อ๋อ ใช่ๆๆ แอนดี้ก็ขับรถสปอร์ตรุ่นนี้แหละ เห็นว่าราคาตั้งล้านกว่าหยวนเชียวนะ"
"ฉันเห็นซ่งเจียเยว่อยู่บนรถคันนั้นด้วย"
"แหงล่ะสิ ถ้ามีคนขับรถหรูขนาดนี้มาจีบ เป็นฉันฉันก็ขึ้นเหมือนกันแหละ"
เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมงานรอบข้าง สีหน้าของหยวนอิ๋งก็ดูย่ำแย่ลงถนัดตา จู่ๆ เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าคำพูดของจ้าวเย่าที่บอกว่าไม่สนใจเงินไม่กี่พันหยวนนั้น มันไม่ใช่การดันทุรังทำอวดเก่ง แต่เขาพูดความจริงต่างหาก
การกระทำของเธอในวันนี้ พออยู่ในสายตาของอีกฝ่ายก็คงดูไม่ต่างอะไรกับตัวตลก ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกทั้งอึดอัดและอิจฉาตาร้อนอย่างรุนแรง
จังหวะนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของหยวนอิ๋งก็ดังขึ้น เธอเหลือบมองชื่อคนโทรเข้าแล้วกดรับสาย "ฮัลโหล มีอะไรเหรอ"
"หัวหน้าหยวน แย่แล้วครับ โค้ดกับข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของเราถูกลบไปหมดเลย แถมข้อมูลในเครื่องสำรองก็ไม่เหลือเลยด้วยครับ"
"อะไรนะ" หยวนอิ๋งรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หัวอย่างจัง ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำทันที "นายถือสายรอไว้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ"
การที่โค้ดและข้อมูลเวอร์ชันล่าสุดบนเซิร์ฟเวอร์ถูกลบไป ต่อให้พนักงานคนอื่นจะมีไฟล์สำรองเวอร์ชันเก่าเก็บไว้ในเครื่อง แต่กว่าจะกู้ข้อมูลกลับมาได้ทั้งหมดก็คงต้องเสียเวลาทำงานไปอีกเป็นสัปดาห์หรือสองสัปดาห์เลยทีเดียว แบบนี้ความคืบหน้าของโปรเจกต์ก็ต้องถูกเลื่อนออกไปอีก แล้วสถิติผลงานของหยวนอิ๋งก็จะยิ่งดูแย่ลงไปกว่าเดิม
พอคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเธอก็ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่
จู่ๆ คำพูดทิ้งท้ายของจ้าวเย่าก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ
"...แต่เรื่องนี้ผมก็ไม่คิดจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ เหมือนกัน"
เธอขมวดคิ้วแน่น แอบสบถในใจ 'หรือว่าจะเป็นฝีมือหมอนั่น'
แต่หยวนอิ๋งกลับไม่มีหลักฐานอะไรเลย ซ้ำร้ายหลังจากที่ตรวจสอบไปตรวจสอบมา กลับพบว่าเป็นคอมพิวเตอร์ของเธอเองนั่นแหละที่ล็อกอินเข้าเซิร์ฟเวอร์ไปกดลบข้อมูล
พอได้เห็นผลการตรวจสอบแบบนี้ หยวนอิ๋งก็ถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด มองดูสายตาประหลาดใจของคนรอบข้างแล้ว เธอแทบจะกระอักเลือดออกมาคำโต
...
อีกด้านหนึ่ง บนเบาะนั่งข้างคนขับของรถพานาเมร่า ซ่งเจียเยว่เหลือบมองจ้าวเย่าแล้วถามขึ้น "คุณกับหัวหน้าหยวนมีปัญหากันเหรอคะ"
จ้าวเย่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีความลับอะไรที่ต้องปิดบัง เลยเล่าให้ฟังตรงๆ "ผมจะบอกให้ฟังนะ ความจริงแล้วผมส่งอีเมลขอลางานไปแล้ว แต่เธอจงใจจะแกล้งผมเรื่องที่ผมขอลาออก ก็เลยโกหกว่าผมขาดงานแล้วก็ยึดโบนัสผมไป คุณเชื่อผมไหมล่ะ"
ซ่งเจียเยว่มองหน้าจ้าวเย่าแล้วหันไปมองภายในรถพานาเมร่าสุดหรู เธอคิดในใจว่าคนรวยระดับที่ขับรถแบบนี้ได้ คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมานั่งโกหกเรื่องหยุมหยิมแบบนี้หรอก
"ฉันเชื่อคุณค่ะ" ซ่งเจียเยว่พยักหน้า "ขอโทษด้วยนะคะที่ก่อนหน้านี้ฉันเข้าใจคุณผิดไป"
เห็นท่าทีขัดเขินและรู้สึกผิดของซ่งเจียเยว่ จ้าวเย่าก็แทบจะน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้งใจ
'นี่สินะพลังอำนาจของรถสปอร์ต พอมีรถสปอร์ตขับ ต่อให้ผมจะพูดอะไรเธอก็พร้อมจะเชื่อหมดเลยใช่ไหมเนี่ย'
ซ่งเจียเยว่ที่อยู่ข้างๆ ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ที่คุณลาออกนี่เพราะได้งานใหม่หรือเปล่าคะ"
"เปล่าหรอกครับ ผมไม่อยากเป็นลูกจ้างใครแล้ว ก็เลยตั้งใจว่าจะไปเปิดธุรกิจส่วนตัวน่ะครับ" จ้าวเย่ายิ้มตอบ
"เปิดธุรกิจส่วนตัวเหรอคะ" ซ่งเจียเยว่ทำตาโตด้วยความทึ่ง "คุณหาคนมาร่วมลงทุนได้แล้ว หรือว่าทางบ้านคุณ..." เมื่อมองดูรถพานาเมร่าที่เขากำลังขับอยู่ เธอก็เดาว่าจ้าวเย่าน่าจะเป็นลูกเศรษฐีที่เรียนจบปุ๊บก็ลาออกมาสร้างเนื้อสร้างตัวปั๊บแน่ๆ
"ทางบ้านผมก็ฐานะธรรมดานี่แหละครับ" จ้าวเย่ายักไหล่ "ผมยังไม่ได้หาหุ้นส่วนอะไรเลย ก็แค่ใช้เงินเก็บที่หามาได้ช่วงสองสามปีนี้มาเป็นทุนตั้งต้นน่ะครับ"
ถึงแม้ซ่งเจียเยว่จะไม่ค่อยเชื่อว่าคนอายุยังน้อยแถมไม่มีพื้นฐานครอบครัวคอยหนุนหลังแบบเขาจะสามารถออกมาทำธุรกิจเองได้ง่ายๆ แต่เธอก็ยังรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญและความสามารถของเขาอยู่ดี
ทั้งสองคนคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสนามบิน ซ่งเจียเยว่ลงจากรถแล้วโบกมือลาพร้อมกับส่งยิ้มหวาน "ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ถ้าไม่ได้คุณมาส่ง คราวนี้ฉันต้องตกเครื่องแน่ๆ เลยค่ะ"
"เรื่องเล็กน้อยครับ"
มองดูท้ายรถพานาเมร่าที่แล่นจากไป จู่ๆ ซ่งเจียเยว่ก็เพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอตบหน้าผากตัวเองดังแปะ "แย่แล้ว ลืมจ่ายค่ารถให้เขาไปสนิทเลย" ปากของเธอยื่นออกด้วยความหงุดหงิดตัวเอง เธอไม่อยากให้อีกฝ่ายมองว่าเธอจงใจจะเอาเปรียบเขาหรอกนะ
ทางฝั่งจ้าวเย่าก็ไม่ได้สนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ เขาต่อสายโทรศัพท์หาใครบางคนทันที
"ฮัลโหล พี่เฟยเหรอ ถึงแล้วใช่ไหมครับ"
"โอเคครับ ผมน่าจะใช้เวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมง พี่ไม่ต้องรีบนะ นั่งรอไปก่อนได้เลย"
วางสายเสร็จ จ้าวเย่าก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่นัดหมายไว้ พี่เฟยคนนี้เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เคยอยู่หอพักเดียวกัน
ด้วยความที่พ่อและอาของพี่เฟยเป็นตำรวจ พอเรียนจบเขาก็เลยเจริญรอยตามไปเป็นตำรวจด้วย ถึงแม้จะไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไร แต่ก็ถือว่าเป็นคนกว้างขวางและสืบข่าวได้เก่งพอตัว
ที่จ้าวเย่านัดเจออีกฝ่ายในวันนี้ ก็เพราะอยากจะขอให้ช่วยสืบข่าวเรื่องคดีฆาตกรรมนั่นแหละ
[จบแล้ว]