เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 พลังวิเศษช่วยขับไล่ศัตรู

บทที่ 16 พลังวิเศษช่วยขับไล่ศัตรู

บทที่ 16 พลังวิเศษช่วยขับไล่ศัตรู


บทที่ 16 พลังวิเศษช่วยขับไล่ศัตรู

"หนีเร็วทุกคน! พวกผู้ลี้ภัยมากันแล้ว!"

ป่าเขาอันมืดมิดตกอยู่ในความโกลาหลทันที ชาวบ้านต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดเข้าไปในป่าลึกอย่างไม่คิดชีวิต

เจียงพ่านตะโกนอย่างร้อนรน "อย่าหนีเข้าไปในเขาบึก มันอันตราย! ทุกคนมารวมกันตรงนี้ หยิบก้อนหินแล้วขว้างลงไปเบื้องล่าง!"

แม้อีกหลายคนจะวิ่งเตลิดไปแล้ว แต่คนที่อยู่รั้งท้ายได้ยินคำพูดของเจียงพ่านก็คิดว่ามีเหตุผลมาก

ภูเขาที่พวกเขาอยู่ตอนนี้สูงชันมาก นอกจากเส้นทางหลักที่ใช้สัญจรขึ้นเขาเพียงเส้นเดียวแล้ว บริเวณอื่นล้วนเต็มไปด้วยขวากหนามและกับดักที่เคยทำไว้แต่ก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าลงไปทำร้ายผู้คน

การยืนอยู่บนที่สูงในยามนี้ทำให้พวกเขาได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ พวกผู้ลี้ภัยไม่มีทางขึ้นมาได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะไม่กลัวตาย

ดังนั้น ชายฉกรรจ์บางคนจึงตัดสินใจอยู่ช่วย พวกเขาร่วมมือกับคนสกุลเจียง ขนย้ายก้อนหินบริเวณรอบๆ มากองรวมกันไว้

ภูเขาลูกนี้ขาดแคลนทุกสิ่ง ยกเว้นก้อนหิน ไม่นานนัก ก้อนหินกองโตก็ถูกรวบรวมมาได้สำเร็จ

พวกผู้ลี้ภัยแห่กันมาอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมหาศาล เพียงแค่ได้ยินเสียงโห่ร้องดังกึกก้องก็ทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกซู่

เมื่อพวกผู้ลี้ภัยไล่กวดขึ้นมาตามทางเดินบนเขา และอยู่ห่างจากกลุ่มชาวบ้านเพียงราวๆ ยี่สิบก้าว เจียงพ่านก็ออกคำสั่ง "ขว้างลงไปให้สุดแรง!"

ชาวบ้านพากันคว้าก้อนหินขว้างปาลงไปเบื้องล่าง ทันใดนั้น เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกก็ดังระงมขึ้นทันที

ภายใต้แสงจันทร์ พวกผู้ลี้ภัยล้มระเนระนาดไปทีละคน ทว่าพวกมันก็ยังคงดาหน้าบุกขึ้นมาระลอกแล้วระลอกเล่า

ไม่นาน ก้อนหินที่รวบรวมไว้ก็ร่อยหรอลงจนเกือบหมด

พวกผู้ลี้ภัยสังเกตเห็นว่าก้อนหินถูกขว้างลงมาช้าลง จึงเดาสถานการณ์ด้านบนออก มีคนตะโกนขึ้นว่า "พวกมันไม่มีอะไรจะขว้างแล้ว! บุกขึ้นไปพร้อมกันเลย! พวกมันมีทั้งเสบียง ผู้หญิง แล้วก็เด็ก!"

เสียงตะโกนนี้ทำให้พวกผู้ลี้ภัยฮึกเหิมราวกับคนบ้าคลั่ง พากันพุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้งทันที

ชาวบ้านที่ยืนอยู่บนที่สูงต่างลนลานมองหาก้อนหินไปทั่วบริเวณ

ในตอนนั้นเอง เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากที่ไกลๆ "ทุกคน รีบหลบไปเร็ว! พวกเรากำลังเข็นหินก้อนใหญ่ไปแล้ว!"

ชาวบ้านหันกลับไปมองและเห็นหินยักษ์ก้อนหนึ่ง ซึ่งสูงกว่าคนสองคนต่อกันเสียอีก กำลังกลิ้งครืนๆ ตรงมาหาพวกเขา ทำเอาทุกคนตกใจกลัวจนรีบกระโดดหลบไปด้านข้าง

เจียงพ่านได้ยินเสียงนั้นก็รีบวิ่งไปดู แล้วก็ต้องพบกับใบหน้าเล็กๆ ของเจียงหว่านที่แดงก่ำ ขณะที่นางกำลังออกแรงผลักหินยักษ์ก้อนนั้นไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง

"เจียงหว่าน เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่? แม่กับพี่สาวคนโตของเจ้าล่ะ?"

เจียงหว่านหยุดหอบหายใจครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "ท่านแม่กับพี่หญิงใหญ่กำลังเฝ้าสัมภาระอยู่เจ้าค่ะ ข้าแอบมาช่วยคนเดียว"

เจียงพ่านไม่มีเวลามาดุด่านาง เขาหันไปตวาดใส่พวกลูกชาย "ต้าหลาง พวกเจ้ายังยืนบื้ออยู่อีกทำไม? รีบมาช่วยเร็วเข้า!"

พี่น้องสกุลเจียงรีบวิ่งเข้าไปช่วยกันดันหินยักษ์ให้กลิ้งตกลงไปตามลาดเขา

"ครืน—"

"สวรรค์ช่วย หนีเร็ว—"

"อ๊าก—"

ภายใต้แสงจันทร์ หินยักษ์กลิ้งหลุนๆ ลงไปตามเส้นทางบนเขา บดขยี้กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางทางลงไปจนหมดสิ้น

พวกผู้ลี้ภัยตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ พากันหันหลังวิ่งหนีลงเขาอย่างไม่คิดชีวิต บ้างก็กระโดดหลบไปด้านข้าง ผู้ลี้ภัยบางคนที่หลบไม่ทันก็ถูกกระแทกจนปลิวละลิ่ว ในขณะที่บางคนถูกหินยักษ์บดทับ คนที่โชคดีหน่อยก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคนที่โชคร้ายก็ตกตายคาที่

พวกผู้ลี้ภัยที่อยู่ตีนเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านบน จึงยังคงดันทะรังพากันบุกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

เจียงพ่านและคนอื่นๆ ยืนอยู่บนยอดเขา ฟังเสียงกรีดร้องที่ดังแว่วมาจากเบื้องล่างอย่างไม่ขาดสาย ในใจก็อดรู้สึกเวทนาไม่ได้

นั่นล้วนเป็นชีวิตคนทั้งนั้น

เจียงหว่านมองดูสีหน้าของพวกเขา ริมฝีปากเล็กๆ ยกยิ้มขึ้นมุมปาก ก่อนจะหันไปมองหาหินยักษ์ก้อนต่อไป

นางเข้าใจความรู้สึกลังเลของพวกเขาในตอนนี้ดี ในฐานะชาวนาตาดำๆ พวกเขาไม่เคยพรากชีวิตใครมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจึงทำใจรับได้ยาก

แต่ในไม่ช้า พวกเขาก็จะต้องทิ้งความสงสารที่ไร้ประโยชน์นี้ไป

เจียงหว่านเดาถูก หลังจากหินยักษ์ไปติดแหง็กอยู่ที่ใดที่หนึ่งและไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป พวกผู้ลี้ภัยก็พากันบุกขึ้นเขามาอีกครั้ง

ชาวบ้านถึงกับตะลึงงัน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกผู้ลี้ภัยเหล่านั้นถึงยังกล้าขึ้นมาอีก ทั้งๆ ที่เพิ่งมีคนตายไปหมาดๆ

คนที่ไม่เคยประสบกับความสิ้นหวัง ย่อมไม่มีวันเข้าใจสภาพจิตใจของคนที่กำลังหิวโหยจนเจียนตาย

เพื่ออาหารเพียงคำเดียว พวกเขาสามารถละทิ้งได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาอาจจะไม่ต้องตายก็ได้ใช่หรือไม่?

"ครืน—"

หินยักษ์ก้อนที่สองถูกดันตกลงไปอีกครั้ง

ชาวบ้านมองดูพวกผู้ลี้ภัยที่กำลังบุกขึ้นมา พวกเขาเลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วรีบเข้าไปช่วยกันทันที

พวกเขาไม่อยากทำร้ายชีวิตผู้อื่น แต่พวกเขาก็อยากมีชีวิตรอดเช่นกัน!

หลังจากหินยักษ์ก้อนที่สองถูกผลักลงเขาไป เจียงพ่านก็ตะโกนลงไปเบื้องล่าง "ฟังให้ดี คนที่อยู่ข้างล่าง! พวกเราไม่อยากทำร้ายใคร แต่หากพวกเจ้ายังดึงดันจะขึ้นมา เราก็จำต้องผลักหินลงไปอีก หากไม่อยากตายอยู่ที่นี่ก็รีบไสหัวไปซะ พวกเจ้าอยากได้อะไรในหมู่บ้านก็หยิบฉวยเอาไปได้เลย แต่ห้ามพวกเจ้าเผาบ้านเรือนอีกเด็ดขาด มิเช่นนั้น เราจะยอมแตกหักตายตกไปตามกัน!"

หินยักษ์สองก้อนที่กลิ้งลงมาติดๆ กันได้สร้างเงาทะมึนและความกดดันมหาศาลให้กับพวกผู้ลี้ภัย

คำพูดของเจียงพ่านทำให้ผู้ลี้ภัยหลายคนที่หวาดกลัวอยู่แล้วเริ่มคิดจะล่าถอย พวกเขาแค่ต้องการหาของกิน แต่คนที่อยู่ข้างบนนั้นรับมือยากอย่างเห็นได้ชัด แล้วเหตุใดพวกเขาต้องเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงด้วยเล่า?

เปลี่ยนไปปล้นหมู่บ้านอื่นไม่ดีกว่าหรือ?

ด้วยเหตุนี้ ผู้ลี้ภัยจำนวนมากจึงเริ่มถอยร่นกลับไป

บางคนที่ยังไม่ยอมแพ้ยังคงพยายามจะบุกขึ้นมา แต่ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงกลิ้งครืนอันน่าสะพรึงกลัวนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

"ไปแล้ว ไปแล้ว! พวกผู้ลี้ภัยถอยไปแล้ว!"

ชาวบ้านบนเขาก็อดไม่ได้ที่จะโห่ร้องด้วยความดีใจ

เจียงพ่านกล่าวขึ้นว่า "ทุกคน อย่าเพิ่งลงเขาไป รอให้รุ่งสางเสียก่อน"

เมื่อครู่นี้ ครอบครัวสกุลเจียงได้ออกแรงช่วยเหลือไปมาก ทุกคนจึงเห็นด้วยกับคำพูดของเจียงพ่าน พากันทรุดตัวลงนั่งพิงหินยักษ์ก้อนที่สามที่เจียงหว่านและพี่ๆ ของนางช่วยกันเข็นมา แล้วเฝ้ารอจนกว่าจะเช้า

"พี่เจียงพ่าน เจียงหว่านของท่านเรี่ยวแรงมหาศาลเกินไปแล้ว! หินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ต่อให้ผู้ใหญ่หลายคนก็ยังยกไม่ไหว แล้วเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะมีพละกำลังมากมายปานนี้ได้อย่างไร?"

แข็งแรงจนน่ากลัวราวกับสัตว์ประหลาด

ทว่าคนพูดกลับไม่กล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา

เจียงพ่านอุ้มเจียงหว่านไว้ในอ้อมแขนพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ลูกสาวข้ามีพลังสวรรค์ประทานมาแต่กำเนิด ใครๆ ต่างก็บอกว่าข้าเจียงพ่านมีพละกำลังมหาศาล แต่เมื่อเทียบกับพละกำลังของลูกสาวข้าแล้ว มันเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด"

"ลูกพ่อ เจ้าเก่งกาจจริงๆ! รู้หรือไม่ว่าวันนี้เจ้าทำความดีความชอบครั้งใหญ่เลยนะ?"

เจียงพ่านกอดเจียงหว่านแน่นและเอาใบหน้าที่มีหนวดเคราดกดำของเขาถูไถไปกับแก้มนาง

เจียงหว่านร้องเสียงหลงด้วยความจั๊กจี้จากหนวดเครา มือเล็กๆ อวบอ้วนของนางดิ้นรนปัดป้องความรักอันท่วมท้นของผู้เป็นบิดา

ชาวบ้านรอบๆ มองดูสองพ่อลูกหยอกล้อกันด้วยสีหน้าที่อธิบายไม่ถูก ในสายตาของพวกเขา ตอนนี้เจียงหว่านไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดตัวน้อยเลย

พวกเขารู้สึกว่ามันทำใจยอมรับได้ยากนิดหน่อยที่ได้เห็นสัตว์ประหลาดตัวน้อยกำลังออดอ้อนแบบนี้

เจียงหว่านไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร นางมีพลังวิเศษที่สามารถปกป้องครอบครัวได้ แล้วเหตุใดจะต้องปิดบังด้วยเล่า? ตราบใดที่ครอบครัวของนางปลอดภัย สายตาที่คนอื่นมองมาก็ไม่กระทบต่อการกินการนอนของนางเสียหน่อย จริงหรือไม่?

ขณะที่นางกำลังเล่นอยู่กับเจียงพ่าน จู่ๆ นางก็เห็นเฉินเยว่จือเดินตรงมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

เมื่อเห็นว่าเจียงหว่านอยู่กับเจียงพ่านและคนอื่นๆ เฉินเยว่จือก็ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

เจียงหว่านรีบวิ่งเข้าไปพยุงเฉินเยว่จือลุกขึ้น แต่เฉินเยว่จือกลับจับนางกดลงบนตัก ถลกกางเกงของนางลง แล้วฟาดฝ่ามือลงบนก้นน้อยๆ ไปหลายที

เมื่อฝ่ามือฟาดกระทบลงบนก้นน้อยๆ สมองของเจียงหว่านก็ขาวโพลนไปหมด

นางถูกตีเหรอ?

ผู้มีพลังวิเศษอันลึกล้ำอย่างนาง กลับถูกตีก้นเนี่ยนะ?

แถมยังถูกถลกกางเกงตีต่อหน้าธารกำนัลอีก!

เมื่อความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว ความเจ็บปวดแสบร้อนก็แล่นปราดไปทั่วบั้นท้าย น้ำตาของเจียงหว่านก็ร่วงเผาะลงมาทันที

"แง—"

นางมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว! ศักดิ์ศรีที่สั่งสมมาสองชาติภพถูกทำลายป่นปี้จนหมดสิ้น! ต่อไปนางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!

ชาวบ้านที่เห็นเจียงหว่านร้องไห้ขี้มูกโป่งหลังจากถูกตีก้น ก็อดไม่ได้ที่จะนึกขบขัน

นี่มันสัตว์ประหลาดน้อยประเภทไหนกัน?

นางก็เป็นแค่เด็กซนๆ เหมือนลูกหลานของพวกเขานั่นแหละ!

จบบทที่ บทที่ 16 พลังวิเศษช่วยขับไล่ศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว