เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 แบบนี้เรียกว่าอกตัญญูงั้นหรือ?

บทที่ 4 แบบนี้เรียกว่าอกตัญญูงั้นหรือ?

บทที่ 4 แบบนี้เรียกว่าอกตัญญูงั้นหรือ?


บทที่ 4 แบบนี้เรียกว่าอกตัญญูงั้นหรือ?

ลูกๆ ของบ้านรองก็น่ารังเกียจเหมือนกับเจียงเหลาเอ้อร์ผู้เป็นพ่อไม่มีผิด!

ในความทรงจำอันน้อยนิดของเด็กสาวปัญญาอ่อน ลูกๆ ของบ้านรองมักจะแอบรังแกนางอยู่เสมอ ไม่ว่าจะแย่งของกิน แอบทุบตี หรือแม้กระทั่งฉีกทิ้งเสื้อผ้าของนาง

เด็กสาวปัญญาอ่อนผู้น่าสงสารพูดไม่ได้ เมื่อถูกรังแกนางก็ได้แต่ยืนเหม่อลอย แม้แต่จะร้องไห้ก็ยังทำไม่เป็น ดังนั้นเด็กๆ จากบ้านรองจึงได้ใจและไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด

เจียงหว่านกำหมัดเล็กๆ ของตนแน่น เธอจะเอาคืนความคับแค้นใจและสิ่งที่เด็กสาวปัญญาอ่อนเคยถูกรังแกมาให้หมด!

แม่เฒ่าเจียงและนางโจวผู้เป็นภรรยาของเจียงเหลาเอ้อร์ได้ยินเสียงตะโกนโวยวายอยู่ข้างนอกจึงวิ่งหน้าตั้งออกมาราวกับพายุ ดวงตาของพวกนางเบิกโพลงเป็นประกายเมื่อเห็นไก่ฟ้าในมือของเอ้อร์หลาง

"ครอบครัวใหญ่ของเรายังไม่ได้แยกบ้านกันอยู่ หากใครกล้าซุกซ่อนของดีเอาไว้ คอยดูเถอะข้าจะถลกหนังมัน! เอ้อร์หลาง เอาไก่มาให้ข้า! ประจวบเหมาะพอดีที่อาหญิงเล็กของเจ้ากำลังอยู่ไฟ ไก่ฟ้าตัวนี้จะได้ช่วยบำรุงน้ำนมให้นาง"

เอ้อร์หลางซ่อนไก่ฟ้าไว้ด้านหลัง "เจียงหว่านเป็นคนจับไก่ตัวนี้ได้ วันนี้นางตกใจขวัญเสียมามาก นางเองก็ต้องการอาหารบำรุงเช่นกัน"

แม่เฒ่าเจียงเพิ่งสังเกตเห็นเจียงหว่านเกาะอยู่บนหลังของเจียงพ่านจึงโพล่งขึ้นมาว่า "นางกลับมาได้อย่างไร!"

ในตอนนั้นเอง นางถึงเพิ่งสังเกตเห็นเจียงเหลาเอ้อร์ที่เดินรั้งท้ายกลุ่มคนอยู่

"ลูกแม่! เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า!"

แม่เฒ่าเจียงรีบถลันเข้าไปกอดเจียงเหลาเอ้อร์ แต่มือกลับเผลอไปกดทับบาดแผลของเขาเข้าพอดี ทำให้เขาร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

"เจียงพ่านตีข้า มันตีข้า ท่านแม่ ท่านต้องทวงความเป็นธรรมให้ข้านะ!"

แม่เฒ่าเจียงแผดเสียงตวาดใส่เจียงพ่าน "ไอ้เดรัจฉาน นี่แกกะจะตีเขาให้ตายเลยหรือไง?"

ขณะเดียวกัน นางโจวก็ตะโกนเข้าไปในลานบ้าน "ท่านพ่อ รีบออกมาดูเร็วเข้า ลูกชายของท่านกำลังจะถูกตีตายอยู่แล้ว"

เฒ่าเจียงรีบวิ่งกระหืดกระหอบออกมาเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย พอเห็นเจียงเหลาเอ้อร์ถูกซ้อมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เขาก็โกรธจัดและเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าเจียงพ่าน

ทว่าเจียงพ่านกลับคว้าข้อมือของเขาไว้พลางจ้องเฒ่าเจียงเขม็ง แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของเขาทำเอาเฒ่าเจียงถึงกับสะดุ้ง

"แก... แกจะทำอะไร? อย่าบอกนะว่าแกคิดจะลงไม้ลงมือกับพ่อของแกน่ะ!"

เจียงพ่านกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น "ท่านก็รู้เห็นเป็นใจกับแผนการขายเจียงหว่านด้วยใช่หรือไม่?"

เฒ่าเจียงเบือนหน้าหนี หลบสายตาของเขา

แม่เฒ่าเจียงกัดฟันพูด "รู้แล้วจะทำไม? นางก็แค่เด็กปัญญาอ่อน เลี้ยงไว้ก็เปลืองข้าวสุกเปล่าๆ"

ทันทีที่เฉินเยว่จือได้ยินเช่นนั้น สติของนางก็ขาดผึง นางยัดลูกสาวคนเล็กใส่อ้อมอกของลูกชายคนโต แล้วพุ่งเข้าไปจับแม่เฒ่าเจียงกดลงกับพื้น นางขึ้นคร่อมร่างนั้นไว้ มือข้างหนึ่งจิกเส้นผม ส่วนมืออีกข้างก็ข่วนใบหน้า ทุบตีแม่เฒ่าเจียงจนลืมตาไม่ขึ้น

"นังแก่หนังเหนียว เอ็งกล้าว่าลูกสาวข้าเปลืองข้าวสุกงั้นรึ แล้วนังคนใจดำอย่างเอ็งล่ะ ไม่ได้อยู่ร่วมโลกไปวันๆ ให้เปลืองข้าวสุกเหมือนกันหรือไง?"

ใบหน้าของแม่เฒ่าเจียงถูกข่วนจนแสบสัน นางอยากจะตอบโต้ แต่ด้วยวัยที่ชราภาพจะไปสู้แรงของเฉินเยว่จือที่กำลังโกรธจัดและอยู่ในวัยหนุ่มสาวได้อย่างไร นางจึงตะโกนเรียกเฒ่าเจียงและนางโจว "มัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบมาช่วยข้าสิ!"

"ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันจะกล้า!"

เจียงพ่านคำรามลั่น ทำเอาทั้งเฒ่าเจียงและนางโจวกลัวจนตัวแข็งทื่อขยับไปไหนไม่ได้

เฒ่าเจียงหน้าซีดเผือดพลางกล่าวว่า "ทำไมแกไม่รีบห้ามเฉินเยว่จือซะ? นั่นแม่แกนะ แกมันอกตัญญูสิ้นดี!"

"แม่ของข้าตายไปกว่ายี่สิบปีแล้ว ภรรยาคนที่สองของท่านเป็นตัวอะไร? นางมีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องความกตัญญูกับข้า?"

เฒ่าเจียงโกรธจัดจนอยากจะกระโดดเข้าไปตบหน้าเจียงพ่าน แต่กลับถูกเจียงพ่านผลักจนล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น

"แก... ไอ้ลูกอกตัญญู แกกล้าลงไม้ลงมือกับข้าเชียวรึ!"

เจียงพ่านกระชากคอเสื้อของเขาแล้วดึงตัวขึ้นมา "แบบนี้เรียกว่าอกตัญญูงั้นหรือ?"

"ท่านอยากเห็นไหมล่ะ ว่าความอกตัญญูที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร?"

พูดจบเขาก็ง้างหมัดขึ้น ทำเอาใบหน้าของเฒ่าเจียงเปลี่ยนจากสีเขียวคล้ำเป็นซีดเผือด

เจียงพ่านไม่สนใจพวกเขาอีก เขาเรียกภรรยาและลูกๆ เข้าไปในลานบ้าน และเริ่มลงมือจัดการกับไก่ฟ้าตัวนั้น

พวกเขาจำไม่ได้แล้วว่าได้กินเนื้อสัตว์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

ตั้งแต่เกิดภัยแล้งรุนแรงติดต่อกันมาสองปี ไม่เพียงแต่พืชผลในนาจะแห้งตายจนหมดสิ้น แม้แต่สัตว์ป่าบนภูเขาก็แทบจะสูญหายไปหมด

หากไม่ใช่เพราะมีตาน้ำพุบนภูเขาหลังหมู่บ้านภูเขาเล็กที่ไม่เคยเหือดแห้ง พวกเขาเองก็คงเอาชีวิตไม่รอดเช่นกัน

แต่ถึงกระนั้น การใช้ชีวิตก็เริ่มยากลำบากขึ้นทุกที

จบบทที่ บทที่ 4 แบบนี้เรียกว่าอกตัญญูงั้นหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว