- หน้าแรก
- สาวบ้านนาตัวแม่ ขอซื้อสามีมาดูแลฟาร์ม
- บทที่ 25: แผนการจับจ่ายซื้อของ
บทที่ 25: แผนการจับจ่ายซื้อของ
บทที่ 25: แผนการจับจ่ายซื้อของ
บทที่ 25: แผนการจับจ่ายซื้อของ
จากนั้นหลินเสี่ยวเยว่ก็นึกถึงสัตว์ตัวใหญ่ที่เธอล่ามาได้ ใบหน้าของเธอสว่างไสวไปด้วยความดีใจ
ทว่าทันใดนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอีกครั้งอย่างกะทันหัน
จากนั้นเธอก็รีบใช้ความคิดย้ายซากหมูป่าและเลือดของมันจากแหวนมิติวงนั้นมาเก็บไว้ในแหวนมิติของตนเอง
การล่าสัตว์ใหญ่ได้ถือเป็นเรื่องดี แต่ท่านแม่ยังคงต่อต้านการที่เธอเข้าป่าไปล่าสัตว์อยู่บ้าง หากท่านแม่รู้ว่าเธอไปเจอหมูป่าเข้า คราวหน้าอาจจะไม่ยอมให้เธอเข้าป่าอีก
ดังนั้น ซ่อนเจ้าตัวใหญ่นี่ไว้ก่อนจะดีกว่า
อย่างไรเสีย พรุ่งนี้พอเธอรู้ทางไปเมืองแล้ว วันหลังเธอก็ค่อยเข้าเมืองไปขายหมูป่าด้วยตัวเองก็ยังได้
"ท่านแม่ ลองดูเดี๋ยวก็รู้เองเจ้าค่ะ" หลังจากย้ายหมูป่าเสร็จ หลินเสี่ยวเยว่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นแหวนมิติที่ใส่สัตว์ป่าเอาไว้ให้กับหลิวซื่อ "ของทั้งหมดอยู่ในนี้แล้วเจ้าค่ะ"
หลิวซื่อละมือจากงานที่ทำอยู่แล้วรับแหวนมิติมา
จากนั้นนางก็ต้องตกตะลึง
นี่มัน... กระต่ายป่า 10 ตัว ไก่ฟ้า 6 ตัว กวาง 2 ตัว งู 6 ตัว แล้วก็ไข่ป่าอีกเต็มกล่องใบใหญ่
"นี่มัน... เยอะเกินไปแล้ว" หลังจากหายตกใจ หลิวซื่อก็กลับมาขมวดคิ้วอีกครั้ง
"เหลาอาหารแค่แห่งเดียวอาจจะรับซื้อของพวกนี้ไว้ไม่หมดหรอกนะ"
ช่วงนี้อากาศร้อน เหลาอาหารย่อมต้องซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารวันต่อวัน เหลาอาหารแห่งหนึ่งมีลูกค้าเข้าร้านจำกัดในแต่ละวัน พวกเขาคงไม่ต้องการสัตว์ป่ามากมายขนาดนี้
"งั้นพวกเราก็แค่ไปถามดูอีกสักสองสามร้านสิเจ้าคะ" หลินเสี่ยวเยว่กล่าวอย่างไม่คิดมาก
"จริงสิเจ้าคะท่านแม่ ในเมืองชิงสือมีเหลาอาหารอยู่กี่แห่งหรือเจ้าคะ?" หลินเสี่ยวเยว่เอ่ยถามอีกครั้ง
หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของหลิวซื่อคลายลง
"ที่มีชื่อเสียงหน่อยก็มีอยู่ 3 แห่ง นอกนั้นก็เป็นร้านอาหารเล็กๆ อีกหลายร้านเลยล่ะ" นางเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
สมัยสาวๆ สามีเคยพานางไปกินข้าวที่เหลาอาหารในเมืองครั้งหนึ่ง ที่นั่นคึกคักมากทีเดียว
"ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาแล้วเจ้าค่ะ! พวกเราก็แค่แวะไปหลายๆ ร้านหน่อย ยังไงก็ขายออกแน่นอน" หลินเสี่ยวเยว่กล่าว
จากนั้นเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าตนจะสามารถทำข้อตกลงซื้อขายระยะยาวกับเหลาอาหารพวกนี้ได้หรือไม่ วันหน้าจะได้นำมาส่งให้โดยตรง
หลิวซื่อลองคิดตามแล้วก็พยักหน้า คงมีแต่ต้องทำแบบนั้น
"พวกเรามาคิดกันดีกว่าเจ้าค่ะว่าพรุ่งนี้ต้องซื้ออะไรในเมืองบ้าง ที่บ้านยังขาดของนู่นของนี่ตั้งหลายอย่าง ไม่สะดวกเอาเสียเลย" หลินเสี่ยวเยว่เอ่ย
ขณะที่พูด สายตาของเธอก็กวาดไปรอบๆ ก่อนจะหยิบกระดาษกับพู่กันออกมาจากแหวนมิติ
"พวกเรามาจดรายการของกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ!"
จากนั้น สองแม่ลูกก็เริ่มปรึกษาหารือกันถึงของที่ต้องซื้อในวันพรุ่งนี้
หลินเสี่ยวเยว่อยากจะซื้อไปเสียทุกอย่าง ในขณะที่หลิวซื่อยืดหยัดที่จะประหยัดเงิน โดยจะซื้อเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
หลินเสี่ยวเยว่จึงยกเอาเรื่องท่านพ่อผู้ล่วงลับขึ้นมาอ้างอีกครั้ง โดยบอกว่าตนจะหาวิธีหาเงินเอง และพวกนางควรจะใช้ชีวิตให้ดีๆ
หลิวซื่อเห็นว่าไม่อาจเกลี้ยกล่อมลูกสาวได้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้หลินเสี่ยวเยว่จัดการตามใจชอบ
อย่างไรเสีย เงินก้อนนี้ลูกสาวก็เป็นคนหามาได้ อีกทั้งตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าแม่สามีจะมาแย่งข้าวของในบ้านไปอีกแล้ว ดังนั้นอยากจะซื้อก็ซื้อไปเถอะ
ผลก็คือ หลินเสี่ยวเยว่ได้รายการของยาวเป็นหางว่าว
ในเวลาต่อมา หลินเสี่ยวเยว่ถึงเพิ่งตระหนักได้เองว่า การซื้อของมากขนาดนี้ เงินอาจจะไม่พอ เธอจึงปรับเปลี่ยนรายการของใหม่ เธอจัดกลุ่มสิ่งของที่ต้องซื้อตามความสำคัญและแก้ไขอยู่หลายรอบกว่าจะลงตัวในที่สุด
หลิวซื่อไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายเรื่องหลังจากนั้นอีก นางพาหลินเสี่ยวจื้อไปอาบน้ำ
จากนั้นนางก็ไปชำระร่างกายที่ห้องน้ำนอกบ้านเช่นกัน
หลินเสี่ยวเยว่อาบน้ำเป็นคนสุดท้าย หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้านอน
วันนี้ดึกมากแล้ว แถมพรุ่งนี้ยังต้องเข้าเมืองอีก เสื้อผ้าพวกนี้จึงทำได้แค่เก็บไว้ซักในวันพรุ่งนี้
ก่อนจะผล็อยหลับไป เธอยังคงคิดว่าพรุ่งนี้อาจจะต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วย สักคนละชุดก็ยังดี
ครอบครัวสามคนของพวกเขามีเสื้อผ้ากันแค่คนละ 2 ชุด แถมยังปะแล้วปะอีก ขาดวิ่นจนแทบจะเย็บซ่อมไม่ได้อีกแล้ว
ในวันข้างหน้าเธอต้องเข้าป่าบ่อยๆ เสื้อผ้าต้องเกี่ยวโดนกิ่งไม้ขาดอีกแน่นอน
ด้วยความคิดถึงการเข้าเมืองในวันพรุ่งนี้ที่วนเวียนอยู่ในหัว และหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง หลินเสี่ยวเยว่ก็ค่อยๆ ดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา
วันรุ่งขึ้น
ไก่เพิ่งจะขันรับอรุณและท้องฟ้ายังคงมืดมิดตอนที่หลิวซื่อลุกจากเตียง