- หน้าแรก
- สาวบ้านนาตัวแม่ ขอซื้อสามีมาดูแลฟาร์ม
- บทที่ 20: เก็บรักษาความลับ
บทที่ 20: เก็บรักษาความลับ
บทที่ 20: เก็บรักษาความลับ
บทที่ 20: เก็บรักษาความลับ
"ฮ่าๆ ใช่แล้ว พี่สาวมองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเสี่ยวจื้อมีหน่วยก้านของบัณฑิต!" หลินเสี่ยวเยว่เอ่ยเยินยอเขา
ประกายแห่งความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นในดวงตาของเด็กน้อยทันที
"วันหน้าหากเสี่ยวจื้อได้เป็นขุนนางใหญ่ ข้าจะให้ท่านแม่กับพี่สาวได้อยู่บ้านหลังใหญ่ๆ แล้วก็ได้กินของอร่อยๆ ด้วยขอรับ!"
ดวงตาของหลินเสี่ยวเยว่หยีโค้งแทบจะปิดด้วยความเปรมปรีดิ์
"ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว!"
จากนั้น หลินเสี่ยวเยว่ก็วกกลับเข้าเรื่องที่ต้องการจะสื่อ โดยสอนให้เสี่ยวจื้อรู้จักระแวดระวังคนแปลกหน้า
"นิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงสอนให้รู้ว่า เวลาอยู่นอกบ้าน เด็กๆ ไม่ควรไว้ใจคนแปลกหน้าง่ายๆ เหมือนอย่างหนูน้อยหมวกแดง ถ้าเธอไม่หลงเชื่อหมาป่าใจร้าย หมาป่าใจร้ายจะทำร้ายเธอกับคุณยายได้อย่างไรล่ะ?"
หลินเสี่ยวจื้อพยักหน้ารับ
หลินเสี่ยวเยว่ตัดสินใจเน้นย้ำให้เขาจำขึ้นใจ "เสี่ยวจื้อคิดดูสิ หากนายพรานไม่ปรากฏตัวขึ้น ทั้งหนูน้อยหมวกแดงและคุณยายก็คงต้องตายไปแล้ว แล้วท่านแม่ของหนูน้อยหมวกแดงจะเสียใจมากแค่ไหนเมื่อรู้ว่าเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับพวกนาง"
ร่องรอยของความหวาดกลัวพาดผ่านแววตาของหลินเสี่ยวจื้อในทันที
ใช่แล้ว หากเขาเป็นหนูน้อยหมวกแดงแล้วพาหมาป่าใจร้ายกลับมาทำร้ายพี่สาว หากท่านแม่รู้เข้าคงต้องร้องไห้แทบขาดใจแน่ๆ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินเสี่ยวจื้อก็รีบสวมกอดพี่สาว "เสี่ยวจื้อจะไม่มีทางเป็นหนูน้อยหมวกแดงเด็ดขาดขอรับ"
หลินเสี่ยวเยว่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวจื้อต้องเก็บความลับของพี่สาวกับท่านแม่ไว้นะ ห้ามให้คนนอกรู้เรื่องราวที่แท้จริงของครอบครัวเราเด็ดขาด" หลินเสี่ยวเยว่ลดเสียงเบาลงขณะเอ่ยบอกกับหลินเสี่ยวจื้อ
ปกติแล้วเสี่ยวจื้อไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นข้างนอก ประกอบกับเด็กเล็กยังไม่ค่อยประสีประสา เธอจึงไม่ค่อยกังวลนักว่าเขาจะเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไป
แต่ไม่ช้าก็เร็ว เสี่ยวจื้อก็ต้องออกไปข้างนอกอยู่ดี ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความวุ่นวาย สั่งสอนเขาเอาไว้ก่อนย่อมดีที่สุด
"พี่สาวกำลังหมายถึงของวิเศษที่ท่านพ่อมอบให้ท่านแม่กับพี่สาวใช่ไหมขอรับ?" หลินเสี่ยวจื้อเอ่ยถาม สายตายังคงจับจ้องไปที่ลำคอของหลินเสี่ยวเยว่
ตรงนั้นมีแหวนมิติของหลินเสี่ยวเยว่ห้อยอยู่
หลินเสี่ยวเยว่ชะงักไป เธอไม่คาดคิดเลยว่าเด็กน้อยจะเข้าใจสถานการณ์ด้วย
"ใช่แล้ว" หลินเสี่ยวเยว่พยักหน้ารับ
เธอมองไปที่เด็กน้อยแล้วกล่าวว่า "ความจริงแล้ว ท่านพ่อไม่ได้เตรียมของวิเศษไว้ให้แค่ท่านแม่กับพี่สาวหรอกนะ แต่เตรียมไว้ให้เสี่ยวจื้อด้วย เพียงแต่ตอนนี้เสี่ยวจื้อยังเด็ก จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้มัน รอให้เสี่ยวจื้อโตขึ้นและรู้จักเก็บรักษาความลับ ถึงเวลานั้นท่านพ่อก็จะมอบมันให้กับเสี่ยวจื้อเอง"
ใบหน้าเล็กๆ ของหลินเสี่ยวจื้อสว่างไสวไปด้วยความดีใจ และเขาก็รีบพยักหน้ารัวๆ
"เสี่ยวจื้อจะเก็บรักษาความลับเป็นอย่างดีเลยขอรับ!" เขากระซิบบอกกับพี่สาว
ท่าทางน่าเอ็นดูนี้ทำให้หลินเสี่ยวเยว่หลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง
"งั้นเจ้าต้องจำไว้นะ ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด นี่คือความลับของพวกเราแม่ลูก หากคนอื่นรู้เข้า ครอบครัวของเราจะตกอยู่ในอันตราย"
หลินเสี่ยวเยว่เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับกำลังปรึกษาหารือเรื่องสำคัญกับเจ้าตัวเล็ก ซึ่งเขาก็ตั้งใจฟังด้วยใบหน้าขึงขังเช่นกัน
"อื้ม ต่อให้ตาย เสี่ยวจื้อก็จะไม่ปริปากพูดเด็ดขาดขอรับ!"
"ฮ่าๆ ดีมาก!"
กลิ่นหอมของน้ำแกงไก่ในหม้อทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
หลินเสี่ยวเยว่กะเวลาว่าน่าจะได้ที่แล้ว จึงลุกขึ้นจากม้านั่ง
เธอเดินไปที่หน้าเตา เปิดฝาหม้อออก แล้วใช้ตะหลิวพลิกเนื้อไก่ป่าไปมา
กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อไก่ป่าลอยมาแตะจมูก ทำเอาหลินเสี่ยวเยว่ลอบกลืนน้ำลาย
เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยเองก็กำลังจ้องมองไปที่เตาไฟและกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หลินเสี่ยวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบอมยิ้มออกมาอีกแท่ง แกะห่อออก แล้วยื่นให้เด็กน้อยกิน
"ขอบคุณขอรับ พี่สาว!" หลินเสี่ยวจื้อรับอมยิ้มไปและรีบกลับไปนั่งเฝ้าอยู่หน้าช่องใส่ฟืนอย่างรวดเร็ว
หลินเสี่ยวเยว่อมยิ้มและเดินไปตักน้ำเติมลงในหม้อ
น้ำแกงงวดจนเกือบจะแห้งแล้ว แต่เนื้อไก่ป่ายังต้องตุ๋นต่อไป เธอจึงทำได้เพียงเติมน้ำเพิ่มลงไป
หลังจากเติมน้ำเสร็จ หลินเสี่ยวเยว่ก็กลับมานั่งข้างช่องใส่ฟืนและเล่านิทานให้น้องชายฟังต่อ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ถึงเวลาสี่โมงเย็น ในที่สุดเนื้อไก่ป่าก็ตุ๋นจนเกือบจะได้ที่แล้ว
ถึงตอนนี้ ฟืนที่บ้านก็ร่อยหรอจนเกือบจะหมดแล้วเช่นกัน
ในที่สุดหลินเสี่ยวเยว่ก็หยุดเติมฟืนลงในเตา