เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3: ฉกฉวยมิติของนางเอก

บทที่ 3: ฉกฉวยมิติของนางเอก

บทที่ 3: ฉกฉวยมิติของนางเอก


บทที่ 3: ฉกฉวยมิติของนางเอก

"ขอแสดงความยินดีด้วยครับเจ้านาย!"

"เก็บตกสำเร็จ ได้รับจี้หยกมิติ"

ลู่เหราชะงักไป

จี้หยกมิติ?

ฟังดูคุ้นหูแฮะ

ระบบตัวน้อยไร้ประโยชน์ส่งเสียงเจื้อยแจ้วในหัวของเธอแล้ว

"นี่คือมิติของนางเอกครับเจ้านาย รีบหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าของเร็วเข้า!"

"เร็วเข้าๆ เธอเป็นลูกรักของสวรรค์ ชักช้าเดี๋ยวจะเกิดเรื่องแทรกซ้อนเอาได้"

ลู่เหรารู้สึกถึงความเย็นวาบที่ฝ่ามือซ้าย

มันคือจี้หยกชิ้นนั้นนั่นเอง

เธอไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว รีบใช้เล็บจิกปลายนิ้วชี้ซ้ายอย่างแรงจนความเจ็บปวดทำเอามือสั่น เธอใช้ปลายนิ้วถูๆ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกลื่นเหนียว... เลือดออกแล้ว

ลู่เหรามองดูปู่สี่เทียบรายการสินสอดของเธอโดยไม่กะพริบตา นิ้วที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแอบป้ายเลือดลงบนจี้หยกอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับตั้งจิตสัมผัสถึงความเชื่อมโยงตามที่ระบบบอก

ทันใดนั้น จี้หยกในมือก็หายวับไป โลกที่ปกคลุมไปด้วยหมอกปรากฏขึ้นในหัว ภายในนั้นเธอมองเห็นที่ดินอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาล ภูเขาและทุ่งหญ้าอยู่ลิบๆ และลานโล่งตรงกลางที่มีกระท่อมไม้หลังเล็ก ด้านหน้ากระท่อมมีบ่อน้ำพุใสสะอาด

"นั่นคือน้ำพุวิญญาณครับ มันช่วยปรับและฟื้นฟูร่างกายได้!"

"มิน่าล่ะ ต่อมาเฉียวซูซินถึงได้สวยวันสวยคืนแถมยังเป็นที่รักของทุกคน ที่แท้ก็คงเป็นเพราะน้ำพุวิญญาณนี่เอง"

ลู่เหราเข้าใจแจ่มแจ้ง

ตอนนี้เธอได้แย่งชิงรัศมีลูกรักของเฉียวซูซินไปส่วนหนึ่งแล้วใช่ไหม?

ระบบเพิ่งอธิบายให้เธอฟัง นางเอกที่ถูกเลือกโดยสวรรค์จะมีรัศมีตัวเอกที่ทรงพลัง ตราบใดที่ยังมีรัศมีเหล่านี้ หล่อนก็จะไร้เทียมทาน

แค่ดูเฉียวซูซิน ไม่เพียงแต่ได้กลับชาติมาเกิดและได้รับมิติ แม้แต่การตื่นรู้ของจิตสำนึกก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้หล่อน

ทันทีที่ลู่เหรานึกถึงตอนที่เฉียวซูซินทรมานพ่อของเธอ และตัวเธอเองที่ถูกเฉียวซูซินใส่ร้ายว่าเป็นสายลับศัตรูจนต้องตายอย่างอัปยศตามเนื้อเรื่อง

เธอแทบอยากจะฆ่าเฉียวซูซินให้ตายคามือเดี๋ยวนี้เลย!

ลูกรักของสวรรค์ที่มีรัศมีตัวเอกมากมายงั้นเหรอ? งั้นเธอจะทำลายรัศมีพวกนั้นทิ้งทีละอันเอง!

"เอาล่ะ ของครบถ้วนถูกต้อง" ไม่กี่นาทีต่อมา ลู่สงก็หันไปบอกกับทุกคน

เหตุผลที่เขาลงมือตรวจสอบด้วยตัวเอง ก็เพื่อดูว่ามีอะไรหายไปจากหีบหรือไม่

ในเมื่อของทุกอย่างอยู่ครบ ของแทนตัวสำหรับสมบัติของตระกูลลู่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่ในนี้

ลู่เหราย่อมรู้ทันความนัยของพวกหน้าไหว้หลังหลอกเหล่านี้

เธอจงใจปล่อยให้พวกเขาตรวจสอบกันเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาคอยจับตาดูเธออยู่ตลอดหลังจากนี้

เมื่อได้ยินคำพูดของลู่สง ลู่เหราก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังหีบใบใหญ่ทั้งสี่ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง

เฉียวซูซินที่ตอนแรกนั่งอยู่ข้างๆ ลู่เหรา จู่ๆ ก็เสียหลักเกือบตกจากเก้าอี้

หล่อนกุมหน้าอกตัวเองแน่น

ไม่รู้ทำไม แต่เมื่อครู่นี้หล่อนรู้สึกเหมือนสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญมากๆ ไป

หล่อนเคยมีอาการใจสั่นแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่เพิ่งฟื้นคืนชีพกลับมา

หล่อนมักจะรู้สึกเสมอว่ามีบางอย่างกำลังหลุดลอยไปจากตัว

หล่อนมองไปรอบๆ ด้วยความสับสน

ใช่แล้ว หล่อนกลับมาแล้วจริงๆ

กลับมาในวันนี้ วันที่หล่อนมาถึงตระกูลลู่และโชคชะตาของหล่อนก็เริ่มเปลี่ยนไป...

ขณะที่ลู่เหรากำลังแอบสังเกตของล้ำค่าในหีบทั้งสี่ใบ ก็พลันได้ยินเสียงเตือนจากระบบ

"เจ้านายครับ แววตาของเฉียวซูซินเปลี่ยนไปแล้ว หล่อนน่าจะได้สติแล้วครับ"

"เข้าใจแล้ว"

ลู่เหราหลุบตาลง สนทนากับระบบในใจสองสามประโยค แล้วรีบเดินไปที่หีบไม้จันทน์แดงใบที่สอง

"ของพวกนี้ญาติผู้ใหญ่จะเก็บรักษาไว้ก่อน เมื่อยืนยันคุณสมบัติผู้สืบทอดของเฉียวซูซินได้แล้ว ค่อยส่งมอบให้เธอ"

ลู่สงพับใบรายการเก็บเข้ากระเป๋า สายตากวาดมองไปทางญาติผู้ใหญ่รอบๆ ขณะที่พูด

คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั่นต่างเออออไปตามเขา มีสองสามคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาในตอนนี้

ลู่เหราคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้ว เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เธอจึงบีบน้ำตาออกมาสองหยด มองลู่สงด้วยสายตาน่าสงสาร

"ปู่สี่คะ ฉันขอขอดูของพวกนี้อีกรอบได้ไหมคะ? ของทุกชิ้นในหีบใบนี้ พ่อเคยอุ้มฉันแล้วอธิบายให้ฟังทีละชิ้น แต่ละชิ้นล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำค่ะ"

ลู่สงขมวดคิ้ว ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายของลู่เหรา ความคิดเขาก็เปลี่ยนไป

ลู่เฟิงถังก็เหมือนกับพ่อของเขา เป็นคนเจ้าเล่ห์และหลักแหลม บางทีเบาะแสของของแทนตัวอาจจะซ่อนอยู่ในเรื่องเล่าที่เขาเล่าให้ลูกสาวฟังก็ได้

เขาจึงพยักหน้าแล้วกล่าว "ได้สิ"

ลู่เหราไม่กังวลเลยว่าตาเฒ่าคนนี้จะปฏิเสธ เธอยิ้มรับอย่างซาบซึ้ง นั่งยองๆ ลงหน้าหีบ หยิบจี้หยกแกะสลักลวดลายมังกรคู่หงส์ขึ้นมาจากหีบ แล้วปาดน้ำตาพลางพูดว่า

"พ่อบอกว่าพู่ห้อยจี้หยกมังกรหงส์ชิ้นนี้ แม่เป็นคนร้อยให้ฉันกับมือ ฉันจำได้ว่าวันที่พ่อพูดเรื่องนี้ ปู่สี่ก็อยู่ด้วย ปู่สี่ยังจำได้ไหมคะ?"

ลู่สงใจเต้นตึกตัก เขาก้าวไปข้างหน้าและเพ่งมองอย่างละเอียด "ใช่แล้ว ชิ้นนี้แหละ"

จากนั้นเขาก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง

ญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ พาขยับเข้ามารุมล้อม สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จี้หยกมังกรหงส์ในมือของลู่เหรา

ความคิดของพวกเขาล้วนตรงกับลู่สง

และตอนที่ลู่เหราหยิบจี้หยกขึ้นมา กู้หยูเฉิงและเฉียวซูซินที่อยู่ใกล้ๆ ก็หันมามองเช่นกัน

กู้หยูเฉิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

เขาเคยตรวจสอบจี้หยกชิ้นนี้มาแล้ว แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ

'หากสิ่งที่ลู่เหราพูดเป็นความจริง และลู่เฟิงถังจงใจพูดถึงจี้หยกชิ้นนี้กับลูกสาว งั้นจี้หยกชิ้นนี้ก็อาจจะเป็นของแทนตัว ที่ซ่อนเบาะแสสมบัติของตระกูลลู่เอาไว้น่ะสิ?'

ยิ่งคิด กู้หยูเฉิงก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ

เขาต้องหาทางเอาของชิ้นนี้มาครองให้ได้!

ทางด้านเฉียวซูซิน กลับขมวดคิ้วขณะมองจี้หยก

'จี้หยกชิ้นนี้ไม่ใช่ของแทนตัวสักหน่อย'

หล่อนจำได้แม่นยำว่าในชาติก่อน กู้หยูเฉิงยึดเอาจี้หยกชิ้นนี้ไปเป็นของแทนตัว แต่เขาก็หาทรัพย์สมบัติของตระกูลลู่ไม่พบ

'หรือว่าจะมีความลับอื่นซ่อนอยู่ในจี้หยกชิ้นนี้? หรือกู้หยูเฉิงจะโง่เกินกว่าที่จะค้นพบความลับของมันกันแน่?'

ประกายความเคียดแค้นพาดผ่านดวงตาของเฉียวซูซิน

เดิมทีหล่อนก็แทบจะไม่มีความผูกพันกับพ่อบังเกิดเกล้าคนนี้อยู่แล้ว และหลังจากเหตุการณ์ในชาติก่อน ตอนนี้ก็เหลือเพียงความเกลียดชังเท่านั้น

ตัวกู้หยูเฉิงเองก็ไม่ได้ฉลาดนักแถมยังเห็นแก่ตัว จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะมองไม่เห็นความลับของจี้หยกนั่น

หล่อนจะต้องหาทางแย่งจี้หยกชิ้นนี้มาให้ได้!

ในชาติก่อน เฉียวซูซินเคยได้ยินมาว่าตระกูลลู่มีทรัพย์สมบัติมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่ถูกเตรียมไว้เป็นสินสอดให้กับลูกสาว

ในเมื่อหล่อนก็เป็นลูกสาวของตระกูลลู่เหมือนกัน ต่อให้จะเป็นแค่ลูกนอกสมรสของกู้หยูเฉิง หล่อนก็สมควรได้รับส่วนแบ่งจากสินสอดนี้

หากลู่เหราล่วงรู้ความคิดของเฉียวซูซินในตอนนี้ เธอคงต้องหัวเราะเยาะหยันหล่อนสักสามหน

เฉียวซูซินเพิ่งจะได้กลับชาติมาเกิดใหม่และยังไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว หล่อนจึงยังไม่รู้ว่ากู้หยูเฉิงไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลลู่เลยแม้แต่น้อย

ในขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

ลู่เหราก็แอบหยิบของล้ำค่าชิ้นที่สองและสามออกมาอย่างแนบเนียนแล้ว

ของแต่ละชิ้นเต็มไปด้วยความทรงจำระหว่างเธอและพ่อ

เธอเป็นคนจำความได้เร็ว ความทรงจำตอนอายุห้าขวบของเธอนั้นชัดเจนมาก

แม่จากไปตั้งแต่เธอเพิ่งเกิดได้ไม่นาน พ่อจึงเลี้ยงดูเธอมาโดยเป็นทั้งพ่อและแม่

เธอจำของทุกชิ้นในหีบได้ และพ่อก็เคยบอกเล่าที่มาของของแต่ละชิ้นให้ฟังหมดแล้ว

ในบรรดาของเหล่านั้น สิ่งที่พ่อพูดถึงบ่อยที่สุดคือม้าศึกสำริดตัวเล็กๆ

พ่อจะพูดถึงม้าตัวนี้ก็ต่อเมื่ออยู่ด้วยกันแค่สองคนเท่านั้น

"เหราเหรา นี่คือสินสอดที่ปู่เตรียมไว้ให้ลูกนะ ในอนาคตไม่ว่าลูกจะไปที่ไหน ของชิ้นอื่นลูกจะทิ้งมันไปก็ได้ แต่ลูกต้องพกม้าตัวนี้ติดตัวไปด้วย จำไว้นะ? ไม่อย่างนั้นคุณปู่คงจะเสียใจมากแน่ๆ"

จบบทที่ บทที่ 3: ฉกฉวยมิติของนางเอก

คัดลอกลิงก์แล้ว