- หน้าแรก
- เมื่อคุณหนูนายทุนได้สติ ขอหอบสมบัติทั้งตระกูลหนีไปค่ายทหาร
- บทที่ 2 ทวงคืนสินสอด
บทที่ 2 ทวงคืนสินสอด
บทที่ 2 ทวงคืนสินสอด
บทที่ 2 ทวงคืนสินสอด
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
เหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของกู้หยูเฉิงทันที
"นายรอง นี่มันหมายความว่ายังไง? ถึงแม้ว่าตัวตนของลู่เหราจะยังเป็นที่น่าสงสัย แต่เธอก็ยังไม่ได้ถูกถอดออกจากการเป็นทายาท ใครให้ความกล้าคุณมากดดันเธอ?"
ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งตบโต๊ะน้ำชาข้างเก้าอี้พลางตวาดใส่กู้หยูเฉิงอย่างเกรี้ยวกราด
ญาติอีกคนรีบแค่นหัวเราะใส่เขาทันที "นายรองกู้ ที่ฉันเรียกคุณว่านายรองเนี่ย คุณคิดว่าตัวเองเป็นนายรองของตระกูลลู่จริงๆ งั้นเหรอ?"
"อย่าลืมสิว่าคุณมันก็แค่ภาระที่ติดสอยห้อยตามแม่คุณแต่งเข้ามา คุณไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดอะไรกับตระกูลลู่ของฉันเลยสักนิด ทำไมล่ะ เป็นนายรองของตระกูลลู่มานานจนอยากจะฮุบตำแหน่งซะเองเลยรึไง?"
ลู่เหราเลิกคิ้วขึ้น
มาแล้ว นี่แหละคือประโยคที่เธอรอคอย
ในวินาทีนั้น เธอแสดงความประหลาดใจออกมาได้อย่างพอดิบพอดี ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความหวาดกลัวพลางจ้องมองไปที่กู้หยูเฉิง
"คุณอาไม่ใช่คนตระกูลลู่เหรอคะ? แต่คุณอาบอกฉันชัดเจนเลยนะว่าคุณอาก็เป็นหนึ่งในทายาทเหมือนกัน ฉันถึงได้ยอมมอบของพวกนั้นให้ไป"
"เหราเหรา ทำไมหลานถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้? ก่อนหน้านี้ ตระกูลยอมรับแค่หลานเป็นทายาทเพียงคนเดียวนะ คำว่า 'คนเดียว' หมายความว่ายังไง? ก็หมายความว่าถ้าพ่อของหลานหายตัวไป หลานก็จะเป็นคนเดียวที่สามารถเป็นตัวแทนของตระกูลลู่ได้ยังไงล่ะ"
"นี่หลานโง่เขลาถึงขั้นเชื่อว่ากู้หยูเฉิงเป็นหนึ่งในทายาทด้วยงั้นเหรอ หลานนี่มันจริงๆ เลย..."
ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งชี้หน้าลู่เหราด้วยความระอาใจ
ญาติคนอื่นๆ เองก็พากันส่ายหน้า
ลู่เหราก้มหน้าลง แสร้งทำเป็นน้อมรับคำตักเตือนอย่างเจียมตัว
ทำไมเธอจะไม่เข้าใจล่ะ?
แต่สิ่งที่เธอไม่ได้พูดออกไปก็คือ ตอนที่กู้หยูเฉิงมาขอของพวกนั้นจากเธอ เขาอ้างว่าพบเบาะแสที่อยู่ของพ่อเธอแล้ว และจำเป็นต้องใช้ของบางอย่าง
นั่นคือเหตุผลที่ลู่เหรายอมมอบมันให้เขาไป
ในตอนนั้น เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่ากู้หยูเฉิงคืออารองแท้ๆ ของเธอ และตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขาก็ปฏิบัติต่อเธออย่างดีมาโดยตลอด
นั่นแหละ เธอถึงได้หลงกล
ตอนนี้เมื่อเธอได้รู้พล็อตเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป เธอก็รู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขันสิ้นดี
คราวนี้ พอพวกญาติๆ ได้ยินว่าลู่เหรามอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับกู้หยูเฉิง พวกเขาก็หันไปรุมโจมตีกู้หยูเฉิงอย่างพร้อมเพรียงกันทันที
และไม่ว่าทายาทที่แท้จริงของตระกูลลู่จะเป็นลู่เหราหรือเฉียวซูซิน พวกเขาก็ไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทรัพย์สมบัติมหาศาลของตระกูลลู่ ความเคารพที่มีต่อทายาทเพียงน้อยนิดก็มลายหายไปในพริบตา
ลู่เหรารู้ดีอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่เธอจะตื่นรู้ว่าคนในตระกูลลู่นั้นไร้ความซื่อสัตย์ และแทบจะไม่มีใครห่วงใยตระกูลลู่อย่างแท้จริงอีกแล้ว
ดังนั้น เธอจะทำให้เรื่องในตระกูลลู่วุ่นวายจนถึงที่สุด แล้วปล่อยให้พวกเขากัดกันเองไปก่อน
ใบหน้าของกู้หยูเฉิงกลายเป็นน่าเกลียดน่ากลัวอย่างถึงที่สุด
แต่เขาไม่กล้าทำให้ญาติผู้ใหญ่ของตระกูลลู่กลุ่มนี้โกรธเคือง คนพวกนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนคมมีดมาตลอด เมื่อต้องเผชิญกับการถูกหยามเกียรติ เขาจึงทำได้เพียงกลืนความโกรธทั้งหมดลงคอไป
'ทุกอย่างก็เพื่อให้การเดินทางในอีกห้าวันข้างหน้าราบรื่น!'
กู้หยูเฉิงปลอบใจตัวเองเงียบๆ รอยยิ้มถ่อมตนที่เขาใช้จนชินปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้วครับ ผมแค่เห็นว่าสถานการณ์ข้างนอกเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ แล้วก็กลัวว่าเหราเหราที่ยังเด็กและไม่รู้ประสีประสาจะก่อเรื่องวุ่นวายเพราะของพวกนั้น ผมก็เลยแค่เก็บรักษาไว้ให้เธอชั่วคราวเท่านั้นเองครับ"
เขาเช็ดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก "เดี๋ยวผมจะคืนของให้เหราเหราทีหลังครับ"
ทีหลังเหรอ?
ทีหลังนี่มันเมื่อไหร่กันล่ะ?
ลู่เหราไม่อยากรอ เธอรีบส่งยิ้มขอบคุณทันทีและถอนหายใจอย่างโล่งอก "คุณอาไม่ต้องคืนให้ฉันแล้วล่ะค่ะ"
กู้หยูเฉิงใจเต้นตึกตัก
ทำไมนังเด็กนี่ถึงจู่ๆ ก็ว่านอนสอนง่ายขึ้นมาล่ะ?
แต่ก่อนที่เขาจะได้ดีใจ เขาก็ได้ยินลู่เหราพูดด้วยใบหน้าใสซื่อว่า
"คุณอาคะ มอบของพวกนั้นให้ผู้อาวุโสในตระกูลโดยตรงเลยเถอะค่ะ ในเมื่อเพิ่งจะพิสูจน์ได้ว่าฉันไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลลู่ ฉันก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองของพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว"
"ส่งมอบของให้ผู้อาวุโสในตระกูลเก็บรักษาไว้ก่อนเถอะค่ะ พอตัดสินได้แล้วว่าใครคือทายาทของตระกูลลู่ พวกท่านก็จะมอบมันให้กับทายาทคนใหม่เอง"
กู้หยูเฉิงแทบจะกระอักเลือดเก่าออกมา
ความตั้งใจเดิมของเขาคือการบ่ายเบี่ยงไปก่อน และเมื่อตัวตนของเฉียวซูซินได้รับการยืนยันในภายหลัง ของพวกนี้ทั้งหมดก็จะต้องตกเป็นของเธออย่างเป็นธรรมชาติ
เฉียวซูซินเป็นลูกสาวของเขา ของที่ตกเป็นของเธอก็ไม่ใช่ของเขากู้หยูเฉิงหรอกเหรอ?
ถึงตอนนั้น ต่อให้เรื่องแดงขึ้นมา เขาก็คงหอบข้าวของหนีไปต่างประเทศแล้ว ใครจะมาจัดการเขาได้ล่ะ!
แต่ตอนนี้ลู่เหรากลับต้องการมอบของให้พวกญาติๆ ซึ่งเป็นการขัดขวางแผนการของเขาโดยตรง
"ว่ายังไงล่ะ นายรองกู้ คุณไม่เต็มใจงั้นเหรอ?"
เมื่อพวกญาติๆ เห็นว่ากู้หยูเฉิงไม่ตอบสนองก็แสดงสีหน้าไม่พอใจทันที
กู้หยูเฉิงใจสั่นสะท้าน
ตาแก่พวกนี้ล้วนมือเปื้อนเลือดกันมาทั้งนั้น ถ้าเขาทำให้พวกนั้นโกรธขึ้นมาจริงๆ พรุ่งนี้เขาคงได้ไปนอนอยู่ก้นแม่น้ำหวงผู่แน่
เขาทำได้เพียงกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ กัดฟันกรอดพลางพูดว่า "ไม่มีทางครับ ผมจะให้คนไปเอามาเดี๋ยวนี้เลย"
พูดจบ เขาก็ส่งสายตาให้ลูกน้องเป็นเชิงสั่งให้ไปเอาของมา
"ฉันจำได้ว่ามีกล่องไม้จันทน์ใบใหญ่สี่ใบ แล้วก็มีสมุดบัญชีรายชื่อด้วย เอามาให้หมดเลยนะคะ แล้วก็เรียกคนมาช่วยยกเพิ่มด้วย" ลู่เหราเขย่งเท้าตะโกนบอก
กู้หยูเฉิงหลับตาลง ข่มกลั้นลมหายใจแล้วโบกมือให้ลูกน้อง "เรียกคนมาเพิ่มอีกสองคน ไปยกกล่องทั้งสี่ใบจากห้องฉันมาเดี๋ยวนี้เลย!"
ลูกน้องรีบวิ่งออกไปทันที
เมื่อเห็นดังนั้น พวกญาติๆ ก็ผ่อนคลายลง นั่งจิบชา และมีอารมณ์ที่จะถกเถียงเรื่องคุณสมบัติของเฉียวซูซินกันต่อ
ลู่เหราซ่อนความเย็นชาไว้ในแววตา
ตามพล็อตเรื่อง กู้หยูเฉิงจะเอาของพวกนี้หนีไปต่างประเทศและผลาญจนหมดเกลี้ยงในภายหลัง
ตอนนี้ ด้วยการบังคับให้เขาเอาของออกมา เธอต้องการที่จะเอาของชิ้นเล็กๆ ชิ้นนั้นกลับมาจากในกล่อง
เมื่อเห็นพวกญาติๆ กำลังเล่นแง่เรื่องคุณสมบัติการสืบทอดของเฉียวซูซิน ลู่เหราก็ฉวยโอกาสเดินเข้าไปหาเฉียวซูซินอย่างแนบเนียน ก่อนที่หล่อนจะทันตั้งตัว ลู่เหราก็ควงแขนหล่อนแล้วดึงให้มานั่งบนม้ายาวด้วยกัน
เมื่อครู่นี้ ระบบเจ้าตัวไร้ค่าได้กระซิบเตือนเธอเงียบๆ ว่าการเข้าใกล้นางเอกอาจจะได้รับรางวัล
"เจ้านาย การตื่นรู้เมื่อกี้เป็นผลประโยชน์ที่นางเอกควรจะได้รับ แต่เราแย่งมันมา"
"ก่อนที่จะแย่งมาได้สำเร็จ เจ้านายบังเอิญโน้มตัวไปตรวจดูรอยปานบนแขนของหล่อน เป็นไปได้ว่าการสัมผัสตัวหล่อนจะทำให้เจ้านายสามารถแย่งชิงผลประโยชน์ต่อไปได้"
นี่คือระบบเก็บตกที่ผูกติดกับลู่เหรามาตั้งแต่เกิด มีชื่อเล่นว่าเจ้าตัวไร้ค่า
ถึงแม้ว่าตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมา มันจะเป็นแค่ระบบไร้ประโยชน์ แถมยังขี้ขลาดและเจ้าน้ำตาเป็นพิเศษ หน้าที่ประจำวันของมันก็มีแค่การเก็บเหรียญเฟินสักหนึ่งหรือสองเหรียญตามข้างทาง
แต่หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันมาเนิ่นนาน คนกับระบบก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกันไปแล้ว
ลู่เหราเชื่อมั่นในการตัดสินใจของระบบเจ้าตัวไร้ค่า
ในตอนนี้เฉียวซูซินยังคงจมอยู่กับความทรงจำ คิ้วของหล่อนขมวดเข้าหากันแน่น ไม่รับรู้สิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าซีดเผือดราวกับจะหน้ามืดเป็นลม
ดังนั้น เมื่อลู่เหราจู่ๆ ก็เดินเข้าไปประคองหล่อนให้นั่งลง คนในห้องโถงใหญ่จึงไม่ได้แปลกใจอะไรนัก
ในสายตาของพวกเขา ลู่เหราก็เป็นแค่เด็กสาวไร้เดียงสาและใสซื่อบริสุทธิ์ถึงขั้นยอมช่วยนับเงินให้คนที่หลอกขายตัวเองด้วยซ้ำ
กู้หยูเฉิงเองก็คิดเช่นนั้น
เขายังรู้สึกกระหยิ่มใจด้วยซ้ำเมื่อเห็นลู่เหราเป็นฝ่ายเข้าไปตีสนิทกับเฉียวซูซินก่อน
เฉียวซูซินเป็นสายเลือดของเขา
ตระกูลลู่ไม่เคยยอมรับเขา และตอนนี้ เขาจะให้ลูกสาวของตัวเองสืบทอดตระกูลลู่!
แต่พอคิดถึงหีบสมบัติทั้งสี่ใบที่กำลังจะถูกส่งคืน อารมณ์ของเขาก็ดิ่งลงเหวทันที
'บัดซบเอ๊ย ฉันยังหาไม่เจอเลยว่าชิ้นไหนคือของแทนตัว!'
ไม่ว่ากู้หยูเฉิงจะไม่เต็มใจแค่ไหน ลูกน้องของเขาก็กลับมาพร้อมกับหีบใบใหญ่สี่ใบ
ลู่เหราไม่ได้เดินเข้าไปหา เธอเพียงแค่ชี้นิ้วไปที่หีบใบแรก
"สมุดบัญชีรายชื่ออยู่ในนั้นค่ะ เชิญผู้อาวุโสตรวจสอบได้เลยค่ะ"
ทันทีที่เธอพูดจบ พวกญาติๆ ก็ขอให้ลุงสี่ซึ่งอาวุโสที่สุดเป็นคนก้าวออกมาข้างหน้าทันที
ลุงสี่แห่งตระกูลลู่ไม่ได้อิดออดเลยแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นและเดินเข้าไปพลางหมุนลูกวอลนัทสองลูกในมือเล่น
ลู่เหรามองลู่สง ประกายความเย็นชาวาบผ่านดวงตาของเธอ
ไอ้แก่เจ้าเล่ห์คนนี้นี่แหละที่ร้ายกาจที่สุด
ลู่เหราเพิ่งรู้จากพล็อตเรื่องว่าลู่สงรู้มาตลอดว่ากู้หยูเฉิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพ่อเธอ แต่เขากลับนิ่งเงียบ เฝ้าดูสถานการณ์เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากมัน
ไอ้หมาลอบกัด!
เธอจะไม่ยอมปล่อยปรสิตของตระกูลลู่พวกนี้ไปแม้แต่คนเดียว
"ผมยังไม่ได้แตะต้องของพวกนี้เลยสักชิ้น ไม่เห็นต้องตรวจสอบละเอียดขนาดนี้เพื่อหยามเกียรติผมเลย!" กู้หยูเฉิงพูดอย่างเกรี้ยวกราดจากด้านข้าง
ลู่เหราปรายตามองเขา
เมื่อเห็นท่าทางของเขาที่ดูเหมือนถูกดูหมิ่นและไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างหนักราวกับจะล้มทั้งยืน เธอก็แค่นหัวเราะในใจ
แค่เรื่องแค่นี้ก็ทำให้หน้าตาของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธได้แล้ว สมกับเป็นคนใจร้อนจริงๆ ดีแล้วล่ะที่เขาไม่ได้มีสายเลือดตระกูลลู่ของพวกเธอ
ไม่เช่นนั้น ชื่อเสียงของตระกูลลู่คงป่นปี้ไม่มีชิ้นดีเพราะนายรองกู้แน่
บรรดาญาติผู้ใหญ่ของตระกูลลู่ในห้องโถงต่างพากันเทียบของในกล่องกับสมุดบัญชีรายชื่อทีละชิ้นๆ โดยมีลู่เหรานั่งดูอยู่ข้างๆ
สินสอดของเธอ
ทั้งหมดนี้คือสินสอดที่พ่อกับแม่เก็บหอมรอมริบไว้ให้เธอ
"ของพวกนี้เอาไว้ให้เหราเหราไว้ใช้ประดับบารมี พ่อกับแม่ยังเก็บสินสอดไว้ให้เหราเหราของเราอีกเยอะแยะมากมายในที่อื่นๆ ด้วย"
"พอเหราเหราแต่งงานในอนาคต เราจะเอาพวกมันออกมาแล้วแห่ไปที่บ้านสามีของลูกทั้งหมดเลย"
คำพูดของพ่อยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ
เธอราวกับเห็นพ่ออุ้มเธอ นั่งอยู่ใต้ต้นสาลี่ในสวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิ พ่อชี้ไปที่ต้นไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง และเล่าให้เธอฟังถึงตอนที่แม่เริ่มเก็บสินสอดให้เธอหลังจากที่เธอเกิดมา
มือของลู่เหราที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อค่อยๆ กำหมัดแน่น
ไม่เป็นไร รออีกนิดเดียวเท่านั้น
เธอจะเอาของของเธอคืนมาให้หมด ไม่ให้ขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียว
ทันใดนั้น
เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูของเธอ
"ติ๊ง เริ่มทำการเก็บตก"