เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ความลับหลุดพ้นปาก ตอนนี้กลับคำทันไหม?

บทที่ 4 - ความลับหลุดพ้นปาก ตอนนี้กลับคำทันไหม?

บทที่ 4 - ความลับหลุดพ้นปาก ตอนนี้กลับคำทันไหม?


บทที่ 4 - ความลับหลุดพ้นปาก ตอนนี้กลับคำทันไหม?

มิงค์หางม่วงเขี้ยวทองเอาแต่พุ่งชนไปมาอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในถุงสัตว์เลี้ยง

หลังจากชนไปชนมาอยู่หลายรอบ

"ปึ้ง" มันก็เอาหัวพุ่งชนจนตัวเองสลบเหมือดไปเสียอย่างนั้น

เจ้าสำนักกวงลอบยินดีในใจ

มิงค์ตัวนี้คือสัตว์วิเศษยุคโบราณ

แม้จะโง่เขลาเบาปัญญาไปหน่อย ถึงจะผูกพันธสัญญาแล้วก็ยังใช้สัมผัสเทวะสื่อสารด้วยไม่ได้ แต่กลับมีพรสวรรค์ติดตัวในการรู้หลบหลีกภัยและแสวงหาโชคลาภ

ด้วยพรสวรรค์นี้ ศิษย์สืบทอดสายตรงไม่กี่คนที่ข้ารับไว้ ถึงได้เจอแต่วาสนาดีๆ ตบะพุ่งพรวดๆ กันทุกคน

ดูจากระดับการพุ่งชนของเจ้ามิงค์โง่นี่แล้ว...

แทบจะอยากทะลวงถุงสัตว์เลี้ยง มุดเข้าไปซุกในอ้อมกอดของซุนกู้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

หรือว่าเด็กนี่ จะมีโชคชะตาและวาสนาอันยิ่งใหญ่ซุกซ่อนอยู่?

เจ้าสำนักกวงรีบกลืนคำพูดที่เตรียมไว้ลงคอไปทันที

เปลี่ยนเรื่องคุยหน้าตาเฉย

"ซุนกู้น้อยเอ๋ย สำนักอักษรของเราไม่เหมือนสำนักอื่นนะ ไม่ใช่ว่าบริจาคหินวิญญาณนิดๆ หน่อยๆ แล้วจะรับเข้าสำนักได้"

"เราให้ความสำคัญกับศีลธรรมและความรู้ของคนๆ นั้นมากกว่า"

เจ้าสำนักสวี่ : ...

ทำไมข้ารู้สึกเหมือนกำลังโดนหลอกด่าอยู่เลย?

"ในฐานะที่ข้าเป็นถึงเจ้าสำนัก เรื่องรับศิษย์ยิ่งทำเป็นเล่นไม่ได้"

"คำขอของเจ้า ข้าคงรับปากไม่ได้ใน 'ตอนนี้'"

ซุนกู้จับคีย์เวิร์ดคำว่า 'ตอนนี้' ได้ทันที

"เจ้าสำนักกวงเป็นคนมีหลักการในการกระทำ สมดั่งคำเล่าลือจริงๆ ขอรับ"

"ผู้นำสำนัก ย่อมต้องเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว!"

"ถ้าอย่างนั้นข้าขอเปลี่ยนคำขอ ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนักจะอนุญาตได้หรือไม่?"

"เจ้าว่ามาสิ"

"ข้าเลื่อมใสสำนักอักษรมาเนิ่นนาน อยากไปเดินชมสถานที่จริงสักครั้งขอรับ!"

"ในเมื่อเจ้ามีใจปรารถนา ข้าก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เดี๋ยวเจ้าเดินทางกลับพร้อมข้าเลยก็แล้วกัน"

ซุนกู้ดีใจเนื้อเต้น

"ขอบพระคุณเจ้าสำนักกวงที่เมตตาขอรับ"

"การได้ไปเยือนสำนักของท่านด้วยตัวเอง ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ตระการตา ต่อให้สุดท้ายจะไม่ได้เป็นศิษย์สำนักอักษร ข้าก็นอนตายตาหลับแล้ว!"

เจ้าสำนักกวง : ...

ไอ้คำว่า 'นอนตายตาหลับ' นี่ มันใช้เว่อร์ไปหน่อยไหม?

เจ้าสำนักอีกสามคน : พวกเจ้าสองคนเล่นละครตบตากันไปมานี่สนุกนักหรือไง?

ยังจะมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ตระการตาอะไรอีก...

เตรียมตัวไปดมกลิ่นอับชื้นซอมซ่อของที่นั่นเถอะ

ตอนนั้นเอง เจ้าตำหนักเสิ่นก็กลับมาพอดี

พอเดินเข้ามาในโถง ก็ชี้แจงทันที :

"เรียนท่านเจ้าสำนัก ซ่อมแซมหินบันทึกภาพเสร็จแล้วขอรับ"

"ซุนกู้ไม่ได้โกหก"

"จนถึงเมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้ว เขายังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำจริงๆ"

"เพียงแต่หลังจากนั้น หินบันทึกภาพก็ปิดการทำงานไปเองขอรับ"

ตอนนี้เจ้าสำนักสวี่แค่อยากจะส่งแขกน่ารำคาญสามคนนี่กลับไปให้พ้นๆ เสียที

จึงหันไปพูดกับซุนกู้ : "ดูเหมือนว่า เจ้าจะเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ"

"ส่วนเรื่องที่ทำไมเจ้าถึงไปนอนสลบอยู่ในเขตหวงห้ามได้นั้น คงต้องค่อยๆ สืบสวนกันต่อไป"

"เจ้าจะไปจากที่นี่ตอนนี้เลยก็ได้ หรือจะอยู่รอฟังผลการสืบสวนความจริงในท้ายที่สุดก็ตามใจเจ้า"

ซุนกู้ไม่ได้โง่เสียหน่อย

"ท่านเจ้าสำนัก ข้าขอเลือกเดินทางออกไปพร้อมกับท่านเจ้าสำนักกวงขอรับ"

"ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่ขอรั้งทุกท่านไว้ก็แล้วกัน ภายในสำนักยังมีเรื่องอีกมากที่ข้าต้องจัดการ"

นี่คือคำสั่งไล่แขกทางอ้อมแล้ว

ซุนกู้ : "เดี๋ยวก่อน! ข้ายังมีเรื่องจะพูด"

เจ้าสำนักทั้งสามที่เพิ่งจะยกก้นขยับลุกจากเก้าอี้ พลันทิ้งตัวลงนั่งพรึ่บพร้อมกันอีกครั้ง

ดูท่าจะมีงิ้วให้ดูต่อ

เจ้าสำนักสวี่หน้าตึงทันที

"ความบริสุทธิ์ก็คืนให้เจ้าแล้ว เจ้ายังมีเรื่องอะไรอีก?"

"เรียนท่านเจ้าสำนัก ความบริสุทธิ์น่ะได้คืนแล้วก็จริง แต่ค่าทำขวัญข้ายังไม่ได้เลยนี่ขอรับ!"

"ค่าทำขวัญ? ค่าทำขวัญอะไร?"

"ข้าถูกลากเข้าไปในเขตหวงห้ามอย่างงงๆ จนจุดตันเถียนแหลกละเอียด อนาคตการบำเพ็ญเพียรอันสดใสของข้าพังพินาศไปหมดแล้ว ทางสำนักจะไม่ชดใช้ค่าเสียหายให้ข้าหน่อยหรือขอรับ?"

เจ้าสำนักสวี่ : ...

ช่างหน้าไม่อายเสียจริง!

ยังกล้าพูดว่าอนาคตการบำเพ็ญเพียรอันสดใสอีก!

พรสวรรค์กากๆ อย่างเจ้า จุดตันเถียนจะแตกหรือไม่แตก มันต่างกันตรงไหนไม่ทราบ?

"ท่านเจ้าสำนัก ท่านคิดจะเบี้ยวหรือขอรับ?"

"เมื่อครู่นี้ท่านเพิ่งพูดออกจากปากตัวเองแท้ๆ ว่าข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านเจ้าสำนักอีกสามท่านก็เป็นพยานได้"

"ข้าได้ยินจริงๆ"

"ข้าก็ได้ยิน"

"ข้าก็เหมือนกัน"

เจ้าสำนักสวี่ : ...

"ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ สมควรได้รับการชดเชยไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผลหรอกหรือขอรับ?"

"สมเหตุสมผลที่สุด"

"ต้องสมเหตุสมผลสิ"

"สมเหตุสมผลอย่างไม่ต้องสงสัยเลย"

เจ้าสำนักสวี่ : ...

ข้าล่ะอยากจะสับตาเฒ่าทั้งสามคนนี่เป็นชิ้นๆ จริงๆ

"เจ้าว่ามา ต้องการค่าทำขวัญเท่าไหร่?"

"ข้าขอหินวิญญาณสิบล้านก้อน"

"อะไรนะ?"

เจ้าสำนักสวี่ถลึงตาใส่ด้วยความโกรธจัด

แต่ซุนกู้ทำเป็นมองไม่เห็น

"ท่านเจ้าสำนักกวง ท่านเจ้าสำนักหู ท่านเจ้าสำนักอวี๋ พวกท่านคิดว่าค่าชดเชยที่ข้าเรียกร้องไปมันมากเกินไปไหมขอรับ?"

กวงจิ่วหง : รอข้ารับเด็กนี่เป็นศิษย์ก่อนเถอะ ค่าชดเชยนั่นมันก็ต้องเป็นของข้าทั้งหมดไม่ใช่หรือไง?

จึงรีบตอบทันที : "สมเหตุสมผลดีแล้ว!"

เจ้าสำนักอวี๋ : "สมเหตุสมผลกะผีสิ!"

"ตาเฒ่ากวง ถ้าข้าให้หินวิญญาณเจ้าสิบล้านก้อน แลกกับทำลายจุดตันเถียนของเจ้า เจ้าจะยอมไหม?"

เจ้าสำนักหูไม่ยอมน้อยหน้า ขอแทงซ้ำอีกแผล : "ใช่ ข้าว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องจ่ายสักร้อยล้านก้อน แถมยังต้องเป็นหินวิญญาณระดับสุดยอดทั้งหมดด้วย ถึงจะเรียกว่าสมเหตุสมผล!"

เจ้าสำนักสวี่ : ...

พวกเจ้านี่ช่างกล้าพูดนะ!

ต่อให้ข้าเอาสำนักไปขายทิ้งทั้งสำนัก ก็ยังไม่ได้ราคานี้เลย

ส่วนเสิ่นลี่เฟิงที่ทำตัวไร้ตัวตนมาตลอด

ตอนนี้กลับจมอยู่ในห้วงความคิด :

ซุนกู้ผู้นี้ ปกติเป็นคนขี้ขลาดตาขาว โดนหินกลิ้งทับยังไม่กล้าส่งเสียงร้องเลยด้วยซ้ำ

ทำไมวันนี้ถึงได้ปากร้ายฝีปากกล้าขนาดนี้?

หรือว่าโดนสิงร่างมา?

"ซุนกู้ เรื่องค่าชดเชย ควรเป็นหน้าที่ของหอคุมกฎข้าเป็นคนตัดสินใจ"

"เห็นแก่ที่จุดตันเถียนของเจ้าได้รับความเสียหาย ต้องมารับเคราะห์ทั้งที่ไม่มีความผิดจริงๆ"

"ทางสำนักจะคืนหินวิญญาณห้าล้านก้อนที่เจ้าเคยบริจาคตอนแรกให้กับเจ้า ถือเสียว่าเป็นค่าทำขวัญ"

"เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?"

เสิ่นลี่เฟิงจ้องหน้าซุนกู้เขม็ง : ได้คืบอย่าเอาศอก รับไปซะก่อนที่จะไม่ได้อะไรเลย

ซุนกู้อ่านสายตานั้นออกทันที

"ก็ได้ขอรับ ถ้าอย่างนั้นข้าจะยอมฝืนใจรับไว้ก็แล้วกัน"

เสิ่นลี่เฟิงรีบจ่ายหินวิญญาณระดับกลางห้าแสนก้อนให้ทันที

พร้อมกับยัดป้ายหยกสื่อสารให้เขาหนึ่งอัน

แล้วอ้างเหตุผลฟังดูดีว่า : "เจ้ามีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง หากสืบสวนจนกระจ่างแล้ว ข้าจะแจ้งให้เจ้าทราบเอง"

แต่ในใจซุนกู้รู้ดีแจ่มแจ้งเลยล่ะ

ที่ให้ป้ายหยกนี่มา ก็เพราะอยากจะเค้นถามหาหินบันทึกภาพจากข้าน่ะสิ

รับค่าทำขวัญเสร็จ ก็ไม่คิดจะยื้อเวลาต่อ

เขารีบเดินตามเจ้าสำนักทั้งสามออกไปจากหอคุมกฎทันที

เจ้าสำนักหูหยิบเรือเหาะลำหนึ่งออกมา เป็นรุ่นที่สามารถจุคนได้สิบคน

"พอดีว่าทางเดียวกัน ไปด้วยกันเลยแล้วกัน"

พอเรือเหาะบินพ้นเขตพื้นที่ของสำนักเคลื่อนดารา

เจ้าสำนักทั้งสามก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

"ตอนแรกยังคิดว่าจะอาศัยจังหวะที่ปรมาจารย์สวี่บรรลุเซียน กอบโกยวาสนาสักหน่อย ใครจะไปคิดว่าตัวแกจะชิงระเบิดตู้มไปซะก่อน"

"ตัวเองระเบิดไม่พอ ยังพาเอาลูกศิษย์ลูกหาบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ เปิดหูเปิดตาข้าจริงๆ!"

"พวกท่านว่า ทำไมอยู่ดีๆ แกถึงระเบิดไปได้ล่ะ?"

สายตาทั้งสามคู่ พุ่งตรงมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าดำเมี่ยมของซุนกู้

ซุนกู้ : "...ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ!"

"ก่อนที่ทัณฑ์สายฟ้าจะผ่าลงมา เจ้าไม่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติเลยหรือ?"

"จุดตันเถียนข้าแหลกตั้งแต่เมื่อคืน ข้าสลบไสลไม่ได้สติมาตลอด เพิ่งจะมาฟื้นก็ตอนที่พวกท่านมาถึงนั่นแหละขอรับ"

"แล้วสรุปว่าจุดตันเถียนของเจ้า แหลกได้ยังไงกันแน่?"

"พวกท่านอยากรู้จริงๆ หรือขอรับ?"

ถามโง่ๆ ถ้าไม่อยากรู้จะถามเจ้าทำไม?

"ถ้าข้าเล่าให้พวกท่านฟังแล้ว พวกท่านจะทวงคืนความยุติธรรมให้ข้าได้ไหมขอรับ?"

เจ้าสำนักทั้งสาม : ...

ทวงคืนความยุติธรรมยังไง? ช่วยเจ้าฆ่าล้างแค้นงั้นหรือ?

พวกเขาคิดว่า ที่จุดตันเถียนแหลก ก็คงหนีไม่พ้นไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับศิษย์ในสำนักเดียวกันนั่นแหละ

ต่อให้อีกฝ่ายจะมีสถานะต่ำต้อยหรือตบะอ่อนด้อยแค่ไหน แต่นั่นก็เป็นคนของสำนักเคลื่อนดารา ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาควรยื่นมือเข้าไปยุ่ง

ซุนกู้เห็นสีหน้าของพวกเขา ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง

ทำได้แค่ถอนหายใจยาวๆ ออกมา

แล้วยอมถอยลงมาหนึ่งก้าว

"ในเมื่อเจ้าสำนักทั้งสามไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมให้ข้าได้"

"งั้นวันหน้า ถ้ามีศัตรูตามมาไล่ฆ่าข้า พวกท่านช่วยปกป้องให้ข้ารอดตายหน่อย ก็คงได้ใช่ไหมขอรับ?"

เจ้าสำนักอวี๋รีบแสดงความเดือดดาลทันที : "ทำลายจุดตันเถียนผู้อื่นก็นับว่าอำมหิตมากพอแล้ว หากยังคิดจะตามไล่ล่าสังหารให้สิ้นซากอีก ข้าแซ่อวี๋ผู้นี้ จะเป็นคนแรกที่ไม่ยอมเด็ดขาด"

เจ้าสำนักหู : "ถูกต้อง ข้าเองก็เช่นกัน"

ซุนกู้หันไปมองกวงจิ่วหง

กวงจิ่วหงตอบด้วยสีหน้าขึงขังเปี่ยมคุณธรรม : "ซุนกู้น้อย เจ้าพูดมาได้เลย มีพวกเราสามคนอยู่ที่นี่ รับรองว่าจะปกป้องเจ้าให้ปลอดภัยแน่นอน"

"จริงหรือขอรับ?"

"งั้นเพื่อความชัวร์ พวกท่านช่วยสาบานต่อมารในใจหน่อยได้ไหมขอรับ?"

เจ้าสำนักทั้งสาม : ...

ซุนกู้หัวเราะร่วน : "ข้าล้อเล่นน่ะขอรับ"

เขาขยับจัดท่านั่งให้เรียบร้อย

ก่อนจะเริ่มเล่า : "เรื่องราวทั้งหมด มันต้องเริ่มจากความลับสุดยอดที่ข้าไปรู้มาเมื่อคืนนี้ขอรับ..."

"เมื่อคืน หลังจากข้าเก็บข้าวของม้วนเสื่อเสร็จ ก็ออกไปเดินเล่นเรื่อยเปื่อย"

"ใครจะไปรู้ว่าดันเดินหลงไปถึงหอคุมกฎ แล้วก็บังเอิญไปเจอเจ้าตำหนักเสิ่นกับศิษย์พี่หญิงเหยียนพอดี ตอนนั้นพวกเขากำลัง..."

หลังจากซุนกู้เล่าจบ

เขาก็หันไปมองเจ้าสำนักทั้งสามที่กำลังอ้าปากค้างตาเหลือก

เจ้าสำนักทั้งสาม : ...

ความลับที่กลืนลงท้องไปแล้ว ตอนนี้พวกข้าขอคายทิ้งได้ไหม?

ที่รับปากไปเมื่อกี้ ตอนนี้ขอถอนคำพูดทันไหม?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 4 - ความลับหลุดพ้นปาก ตอนนี้กลับคำทันไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว