เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ขงเบ้งวัยเยาว์

บทที่ 33 ขงเบ้งวัยเยาว์

บทที่ 33 ขงเบ้งวัยเยาว์


บทที่ 33 ขงเบ้งวัยเยาว์

ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าขงเบ้งคือบอสช่วงท้ายเกม เหล่าผู้เล่นย่อมต้องหาทางตามหาตัวเขาให้เจอแน่นอน และเมื่อฝ่ายขุนศึกได้รับเบาะแสจากปากผู้เล่น ก็คงส่งคนออกตามหาเช่นกัน

แต่ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ กลับไม่เคยมีใครหาขงเบ้งในวัยเยาว์พบเลยสักคน

ไม่ใช่แค่ในเกมรอบนี้ แต่หมายถึงนับตั้งแต่เกมจูเทียนเปิดตัวมา จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถหาตัวขงเบ้งเจอในช่วงฟาร์มของได้เลย อย่าว่าแต่จะไป 'เชือด' เขาเลยด้วยซ้ำ

ฉู่ซิวเองก็สงสัยมาตลอดว่าขงเบ้งหายไปไหนกันแน่

ต้องรู้ก่อนว่าญาติพี่น้องของเขาหาตัวไม่ยากเลย พี่สาวสองคนแต่งงานไปอยู่ที่เกงจิ๋ว แค่สืบข่าวนิดหน่อยก็ระบุตำแหน่งได้แล้ว อาจารย์อย่างซินแสแว่นน้ำสุมาเต๊กโชก็เป็นปราชญ์เมธีชั้นยอดที่มีคนรู้จักมากมาย

แม้แต่พ่อตาอย่างฮองเสงหงันจะทำตัวลึกลับเห็นหัวไม่เห็นหาง แต่ตระกูลฮองก็เป็นตระกูลใหญ่ในเกงจิ๋ว หาตัวได้ไม่ยากเช่นกัน

ปัญหาคือ หาคนพวกนี้เจอง่าย แต่กลับหาตัวขงเบ้งไม่เจอ

เด็กน้อยอายุแปดขวบคนหนึ่ง กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มันช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก!

แต่ตอนนี้ ฉู่ซิวรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงหายไป... การเปลี่ยนชื่อแซ่แล้วแฝงตัวปะปนอยู่กับชาวบ้าน ทำตัวมอมแมมสกปรกราวกับเด็กกำพร้าเร่ร่อน ใครจะไปหาเจอ?

ชื่อข่งฮุยอะไรนั่น ก็แค่นามแฝงชัดๆ ฮุย (สว่าง) ก็คือ หมิง (สว่าง) นั่นคือนามรองขงหมิง หรือขงเบ้งนั่นเอง!

เด็กชายวัยแปดขวบที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือบอสใหญ่ที่สุดของโลกสามก๊กในภายภาคหน้า เจ้าของแม่แบบอาชีพจอมปราชญ์อู่โหว... ขงเบ้ง! ส่วนข่งเย่ว์อิง ก็คือคู่หมั้นของขงเบ้ง ฮองเย่อิง ที่ใช้นามแฝงโดยใช้แซ่ตามว่าที่สามี จึงกลายเป็นข่งเย่ว์อิง!

ส่วนที่ว่าทำไมถึงมาขลุกอยู่ข้างกายลิหลิงฉี

นั่นก็เพราะในยุคกลียุค ชีวิตคนไร้ค่าดั่งต้นหญ้า หากขงเบ้งหนีออกจากบ้านมาลำพัง ก็มีโอกาสตายข้างถนนได้ทุกเมื่อ มีแต่การแฝงตัวอยู่ข้างกายลูกหลานคนใหญ่อย่างลิหลิงฉีเท่านั้น ถึงจะซ่อนตัวตนได้มิดชิดและรับประกันความปลอดภัยไปพร้อมกัน

"ข้าบอกแล้วไง ว่าเจ้าต้องเปลี่ยนชื่อ แค่เปลี่ยนแซ่มันตบตาใครไม่ได้หรอก!"

เมื่อถูกมองออก ขงเบ้งก็ไม่ซ่อนเร้นอีกต่อไป จากเด็กน้อยมอมแมมที่ดูทึ่มทื่อ กลับกลายเป็นเด็กน้อยที่มีแววตาเฉลียวฉลาดเปี่ยมด้วยปัญญาญาณราวกับผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ

ฉู่ซิวไม่ได้ดูถูกตัวเอง

แต่ในวินาทีนี้ เขารู้สึกว่าสติปัญญาของคนหนุ่มอย่างเขา อาจจะเทียบไม่ได้กับขงเบ้งวัยแปดขวบตรงหน้านี้ด้วยซ้ำ!

ด้านข้าง ฮองเย่อิงวัยหกขวบเมื่อเลิกปลอมตัว แววตาก็ต่างจากเด็กทั่วไปอย่างสิ้นเชิง... ไม่ต้องเทียบกับใครไกล แค่เทียบกับหนูน้อยลิหลิงฉีข้างๆ ก็เห็นได้ชัดว่ารายหลังดูบื้อไปเลย!

"รู้ว่าจะถูกมองออก แล้วเจ้ายังกล้ามาอีก? ไม่กลัวข้าเชือดทิ้งรึไง?" ฉู่ซิวเอ่ยถาม

"ไม่หรอก ท่านไม่เหมือนเทพสวรรค์องค์อื่น เนื้อแท้ของท่านยังมองปุถุชนเป็นมนุษย์ ไม่ได้มองเป็นแค่ต้นไม้ใบหญ้าที่เดินได้!" ขงเบ้งกล่าว "ในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านจะไม่ฆ่าใครพร่ำเพรื่อ เว้นแต่คนผู้นั้นจะเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อท่าน แต่เห็นได้ชัดว่าตัวข้าในตอนนี้ ไม่ได้เป็นภัยต่อท่านเลย"

พูดจบ เขาก็ยื่นมือป้อมๆ อูมๆ ของตัวเองออกมาให้ดู

"แต่พอเจ้าโตขึ้น ท้ายที่สุดก็จะเป็นภัยอยู่ดี!"

"สำหรับคนอื่นอาจใช่ แต่สำหรับท่านอาจไม่แน่!" ขงเบ้งส่ายหน้าพลางกล่าว "ข้าไม่ได้รู้จักพวกท่านดีนัก แต่ก็ได้เฝ้าสังเกตเทพสวรรค์องค์อื่นอยู่ห่างๆ พบว่าพวกเขานอกจากจะมีดวงชะตาพิเศษไม่สังกัดโลกมนุษย์นี้แล้ว ที่จริงก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนธรรมดา แต่ท่านไม่เหมือนกัน เมื่อ 'พลังเทพ' ของท่านฟื้นคืน ท่านจะแข็งแกร่งจนเหนือจินตนาการ!"

คำพูดนี้ทำให้ฉู่ซิวเผยสีหน้าประหลาดใจ

"เจ้าดูออกถึงขนาดนี้เชียว?"

ขงเบ้งมองเขาแล้วตอบว่า "ตราบใดที่คนเรายังดำรงอยู่ ย่อมต้องทิ้งร่องรอย และขอเพียงสังเกตให้ละเอียดถี่ถ้วน ก็จะมองเห็นอะไรหลายอย่างจากร่องรอยเหล่านั้น"

"ตกลง!"

ในที่สุด ขงเบ้งก็พาฮองเย่อิง พร้อมด้วยลิหลิงฉี เข้าเป็นศิษย์ของฉู่ซิว... เดิมทีฉู่ซิวคิดว่าเมื่อถูกจับได้แล้ว ขงเบ้งคงไม่จำเป็นต้องกราบเขาเป็นอาจารย์อีก แต่ขงเบ้งกลับยืนกรานที่จะฝากตัวเป็นศิษย์

เพื่อเรียนรู้บางสิ่งจากฉู่ซิว

เช่น ตัวอักษร วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของบลูสตาร์

ดูเหมือนเขาจะสนใจเรื่องพวกนั้นมาก

ส่วนฮองเย่อิงต้องการเรียนรู้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์จากฉู่ซิว... แน่นอนว่าฉู่ซิวไม่มีเวลามานั่งสอนศิษย์ จึงรับปากแค่ว่าจะคอยตอบคำถามเมื่อพวกเขาสงสัยเท่านั้น

ส่วนทางด้านลิหลิงฉี เขาปล่อยเซอร์ไปเลย

การเติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็วของคนโบราณไม่ได้จำกัดแค่แต่งงานเร็ว แต่ยังมีประเภทเก้าขวบรับราชการ สิบสองขวบเป็นขุนนางใหญ่ ลิหลิงฉีในตอนนี้ได้เรียนรู้วรยุทธ์ของลิโป้มาจนหมดสิ้นแล้ว

ขอแค่ฝึกฝนด้วยตัวเอง เมื่ออายุมากขึ้น ก็จะกลายเป็นขุนพลชั้นยอดได้เอง

...

หลังจากพิชิตกองทัพตั๋งโต๊ะ ก็ไม่มีใครขวางทางกองทัพพันธมิตรได้อีก อ้วนเสี้ยว ซุนเกี๋ยน โจโฉ ต่างนำทัพมุ่งหน้าสู่ลั่วหยาง เตรียม "กำจัดขุนนางชั่วข้างกายฮ่องเต้" กวาดล้างเศษซากของตั๋งโต๊ะให้สิ้นซาก

แต่ในตอนนั้นเอง เรื่องที่เหล่าขุนศึกคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น

กองทหารม้าเป๊งจิ๋วที่นำโดยลิโป้ รวมถึงลิฉุยและกุยกี ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพซีเหลียงหลังตั๋งโต๊ะตาย กลับจับกุมครอบครัวของตั๋งโต๊ะ ทั้งลูกสาว ลูกเขย แขวนคอประจานที่หน้าประตูเมืองลั่วหยาง

ฆ่าไม่เหลือแม้แต่คนเดียว รวมถึงลิยูที่เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับลิโป้ด้วย

ฮ่องเต้มีราชโองการ แต่งตั้งลิโป้เป็น "จอมพล" บัญชาการทหารทั่วหล้า แม้จะเป็นเพียงในนาม แต่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนถึงเรื่องหนึ่ง นั่นคือ... ลิโป้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝั่งฮ่องเต้แล้ว!

พูดให้ถูกคือ เข้ากับ "ไทเฮาเจ๋อเทียน" ผู้เล่นที่อยู่เบื้องหลังฮ่องเต้ต่างหาก

เมื่อเหล่าขุนศึกมาถึงลั่วหยาง "ไทเฮาเจ๋อเทียน" ผู้นั้นก็จูงมือเล็กๆ ของเล่าเหียบยืนอยู่บนกำแพงเมือง โดยมีลิโป้ยืนขนาบข้าง นางประกาศด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า "กบฏถูกกำจัดแล้ว อนุญาตให้เหล่าขุนศึกสวมรองเท้าคาดกระบี่เข้าเฝ้า ร่วมหารือราชการแผ่นดิน แต่ให้พาผู้คุ้มกันเข้าเมืองได้เพียงร้อยคน ผู้ฝ่าฝืนถือเป็นกบฏ!"

เล่นเอาเหล่าขุนศึกตะลึงกันไปหมด

แม้แต่โจโฉที่รู้แต่แรกแล้วว่าราชสำนักถูกยึดครอง ก็ยังตกใจมาก เขาถามฉู่ซิวว่า "มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ข้างกายลิโป้ก็มีเทพสวรรค์ ทำไมจู่ๆ ถึงไปจับมือกับเทพสวรรค์อีกคนได้?"

เรื่องนี้ฉู่ซิวก็แปลกใจเช่นกัน

ราชสำนักหมดอำนาจวาสนาไปแล้ว หลังตั๋งโต๊ะตาย เล่าเหียบก็ไม่มีกองกำลังเป็นชิ้นเป็นอันในมือ แล้วทำไมถึงทำให้ลิโป้ยอมสวามิภักดิ์ได้?

โดยเฉพาะการที่หลี่เซิ่งหนานจับมือกับไทเฮาเจ๋อเทียน

สำหรับฝั่งนาง การกำจัดพวกเจ๋อเทียนทั้งสามคน แล้วให้ลิโป้ควบคุมฮ่องเต้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าไม่ใช่หรือ?

"เดี๋ยวผมถามให้" ฉู่ซิวกล่าว

...

อีกด้านหนึ่ง ณ จวนจอมพลในวังหลวง หลี่เซิ่งหนานติดตามลิโป้ไล่ฆ่าพวกกบฏมาทั้งวันจนเหนื่อยล้าเต็มที

นางเรียกสาวใช้เข้ามา

ให้พวกนางปรนนิบัติอาบน้ำ เตรียมตัวพักผ่อน

แต่ทันใดนั้น สาวใช้คนหนึ่งในกลุ่มก็วางมือจากงานที่ทำ เดินตรงเข้ามาหาหลี่เซิ่งหนาน แล้วเอ่ยปากพูดว่า "การที่ลิโป้สวามิภักดิ์ราชสำนัก เป็นแผนของเธอที่จะร่วมมือกับไทเฮาเจ๋อเทียน หรือว่าลิโป้ไม่ฟังคำสั่งเธอ?"

ได้ยินประโยคนี้ หลี่เซิ่งหนานชะงักไปครู่หนึ่ง

ทันทีที่ตั้งสติได้ นางก็รีบมุดลงไปในน้ำ โผล่มาแค่หัว แล้วตวาดลั่น "ฉู่ซิว แม่งกำลังอาบน้ำอยู่นะเว้ย!"

อีกอย่าง... ไอ้เวรเอ๊ย นายจะเล่นบท 'ผีบอก' ให้มันหลอนน้อยกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง?

(จบบทที่ 33)

จบบทที่ บทที่ 33 ขงเบ้งวัยเยาว์

คัดลอกลิงก์แล้ว