- หน้าแรก
- เกมแห่งสวรรค์ทั้งปวง ข้าคือผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 24 หวังหยวนจิ้งและ เนตรสัจธรรม
บทที่ 24 หวังหยวนจิ้งและ เนตรสัจธรรม
บทที่ 24 หวังหยวนจิ้งและ เนตรสัจธรรม
บทที่ 24 หวังหยวนจิ้งและ "เนตรสัจธรรม"
ปฏิกิริยาของราชาแห่งการคัดออกคนใหม่ทำให้ทุกคนในที่นั้นรวมถึงฉู่ซิวถึงกับไปไม่เป็น ยากจะจินตนาการว่าเมื่อครู่นี้ยังดูเหมือนเทพสวรรค์จุติ มองเหยียดใต้หล้า แต่พริบตาเดียวกลับกลายเป็นไอ้ขี้ขลาดตาขาวไปเสียได้!
แต่ราชาแห่งการคัดออกกลับไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
เขาใส่เกียร์หมาวิ่งแน่บตรงเข้าป่าลึก ไม่ยอมหยุดแม้แต่วินาทีเดียว
แถมไม่ใช่การแกล้งหนีเพื่อซุ่มดูเชิง แต่เป็นการหนีหัวซุกหัวซุนจริงๆ ด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า จนกระทั่งหายลับไปจากระยะตรวจจับของตราประทับที่มองเห็นได้ไกลนับร้อยลี้
"เขาแค่มองฉู่ซิวแวบเดียว... เขาเห็นอะไรกันแน่?" กัวเลี่ยงถามด้วยความสงสัย
หลี่เซิ่งหนานขมวดคิ้วตอบ "ฉันรู้จักหมอนั่น ชื่อหวังหยวนจิ้ง เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของฉันกับหลี่เทียนกัง!"
"ผลการเรียนเป็นไง?" กัวเลี่ยงถามต่อ
โรงเรียนในดาวบลูสตาร์ไม่ได้สอนแค่วิชาการงูๆ ปลาๆ แต่สอนของจริงจัง บางคนถึงขั้นฝึกฝนกั๋วซู่จนบรรลุระดับปรมาจารย์ได้ตั้งแต่ในโรงเรียน
การลงอินสแตนซ์ครั้งแรกจึงแทบไม่ต่างอะไรกับเลเวลตันตั้งแต่เริ่ม
ดังนั้นผลการเรียนจึงพอจะบอกความเก่งกาจได้คร่าวๆ!
"พวกบ๊วย สอบได้ที่โหล่ตลอด แถมเป็นพวกบ๊วยประเภทที่บางทีโดดสอบก็ยังไม่โดนไล่ออก มีความเป็นไปได้แค่สองอย่าง!" หลี่เซิ่งหนานวิเคราะห์ "อย่างแรก คือเขามีผู้เล่นระดับ 6 หนุนหลัง เพราะขนาดลูกชายหัวหน้ากิลด์ซื่อไห่ที่เป็นระดับ 5 ยังโดนไล่ออกเพราะโดดสอบเลย!"
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของกัวเลี่ยงก็เปลี่ยนไปทันที
ผู้เล่นระดับ 6!
นั่นคือจุดสูงสุดของเหล่าผู้เล่นแล้ว ยกเว้น 'จอมราชันย์' ระดับ 8 ทั้งสามคนที่ครองเขต และพวกระดับ 7 ที่เห็นหัวไม่เห็นหาง ระดับ 6 คือตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนทั่วไปจะได้เห็น
เป็นขาประจำในข่าวทีวี
"ยังมีอีกความเป็นไปได้ คือจริงๆ แล้วหวังหยวนจิ้งเก่งมาก แค่ชอบทำตัวโลว์โปรไฟล์ไม่อยากเด่น ก็เลยแกล้งสอบตกตลอด" หลี่เซิ่งหนานเสริม "โรงเรียนเรากฎระเบียบเข้มงวดมาก แทบทุกคนเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ การที่โรงเรียนยอมผ่อนปรนให้เขา ไม่สนผลการเรียน ปล่อยให้เติบโตอย่างอิสระ แปลว่าเขาต้องเก่งขนาดไหนกันเชียว?"
พอพูดถึงตรงนี้ เธอก็นึกถึงคำพูดของหวังหยวนจิ้งในสนามเมื่อครู่
ที่ดาวบลูสตาร์มีคำกล่าวว่า: พวกไก่อ่อนเท่านั้นที่ต้องพึ่งแม่แบบอาชีพ ยอดฝีมือต่อให้เข้าเกมตัวเปล่าก็สามารถใช้วิชาของทุกอาชีพได้!
คำกล่าวนั้นจริงเท็จแค่ไหนหลี่เซิ่งหนานไม่รู้
แต่ในเกมจูเทียนมีตัวเลือก "ไม่ใช้แม่แบบอาชีพ" อยู่จริง!
ส่วนหวังหยวนจิ้ง แม้ใช้แม่แบบ "เทพกวนอู" แต่เขากลับใช้ท่า "ม้าขาวทะลวงฟัน" ของจูล่ง และ "เกาทัณฑ์เสี่ยงทาย" ของลิโป้ได้อย่างช่ำชอง
พูดง่ายๆ คือ ทักษะขี่ม้าของเขาเทียบเท่าแม่แบบจูล่ง และทักษะยิงธนูเทียบเท่าแม่แบบลิโป้
เก่งเหมือนเปิดโปรโกง
ชัดเจนว่าเมื่อเทียบกับราชาแห่งการคัดออกคนก่อน หวังหยวนจิ้งมีภาษีดีกว่าเยอะ!
"ถ้าเป็นอย่างแรกก็แล้วไป แค่ผู้เล่นรุ่นทายาทคนหนึ่ง ไม่น่ากังวล แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง หวังหยวนจิ้งต้องรับมือยากมากแน่... แล้วฉู่ซิวที่ทำให้คนระดับนั้นยอมคุกเข่าขอชีวิตได้ จะเป็นตัวประหลาดที่น่ากลัวขนาดไหน?"
หวังหยวนจิ้งเทพซ่าขนาดไหนคงไม่ต้องสืบ
การฆ่า 6 ศพรวดหน้าด่านหูเหลานั้นเท่ระเบิด
แต่แค่สบตาฉู่ซิว เขากลับปอดแหก เรียกพี่ครับแล้วขอชีวิต แถมยังประกาศว่า "จะตุ๋ยจนได้ที่สองแล้วระเบิดตัวเอง" เหมือนคนสิ้นหวังสุดขีด
"เป็นไปได้ไหมว่าแกล้งทำเพื่อเบนเป้าความสนใจ?" หลี่เซิ่งหนานตั้งข้อสังเกต
ราชาแห่งการคัดออกเป็นเป้าหมายของทุกคน เพื่อความอยู่รอด หวังหยวนจิ้งอาจแกล้งทำเป็นกลัวฉู่ซิวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก็ได้
เรื่องแบบนี้พวกรุ่นพี่ทำกันบ่อย
แต่กัวเลี่ยงส่ายหน้า "ไม่ใช่แน่นอน! ปฏิกิริยาตอนเขามองฉู่ซิวสมจริงเกินไป เห็นชัดว่าเขาเห็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ จนตกใจแทบช็อก อีกอย่าง ถ้าไม่ได้กลัวฉู่ซิวจริงๆ เขาจะหนีทำไม? สู้ฉวยโอกาสรอบคัดออกรอบแรกเก็บคิลเพิ่มไม่ดีกว่าเหรอ?"
ราชาแห่งการคัดออกมี 6 คิล!
ถ้าฝึกสกิลเองทั้งหมด ขาดอีกแค่ 3 คิลก็จะเปิดอัลติเมตได้
เทียบกับการโยนขี้ให้คนอื่น การรีบปลดล็อกอัลติเมตของกวนอูสำคัญกว่ามาก เพราะในช่วงต้นเกมที่ผู้เล่นยัง "เลเวลไม่ตัน" การโดนอัลติเมตเข้าไปเท่ากับตายสถานเดียว!
"พรสวรรค์ของหวังหยวนจิ้ง น่าจะเป็นการมองทะลุปรุโปร่ง แต่พอเขามองทะลุฉู่ซิว กลับพบว่าตัวเองไม่มีทางรับมือได้ไม่ว่าจะทำยังไง!" กัวเลี่ยงสรุป
ถ้าหวังหยวนจิ้งตัวจริงอยู่ที่นี่ คงต้องยกนิ้วโป้งให้
เพราะเดาถูกเผง!
พรสวรรค์ของหวังหยวนจิ้งคือ "เนตรสัจธรรม" มอบความสามารถ "ตาทิพย์" ที่มองเห็นไกลกว่าคนปกติและถอดรหัสข้อมูลคนอื่นได้
สำหรับผู้เล่น มันคือการดูสเตตัสและสกิล
รวมถึงพรสวรรค์
ดังนั้นเขาถึงกล้าบวกกับผู้เล่น 6 คนพร้อมกันและฆ่าได้ในพริบตา เพราะเขารู้ค่าพลังและพรสวรรค์ของศัตรูล่วงหน้าหมดแล้ว จะไปยากอะไร?
อย่าลืมว่าเขาคือคนที่ฝึกฝนวิชายิงธนูและขี่ม้าได้ด้วยตัวเอง!
แต่ทว่า เมื่อเขาใช้ "ตาทิพย์" ตรวจสอบฉู่ซิว เขากลับต้องตกตะลึง เริ่มแรก ข้อมูลพรสวรรค์ของฉู่ซิวไม่สามารถถอดรหัสได้ ความรู้สึกที่ได้รับเหมือนกำลังจ้องมองตัวโลกของอินสแตนซ์เอง
ข้อมูลซับซ้อนมหาศาล ลึกซึ้งจนน่าขนลุก
แค่นี้ก็ทำให้เขาช็อกแล้ว
ต้องรู้ก่อนว่าพรสวรรค์คือการแสดงออกของตัวตน ยิ่งข้อมูลซับซ้อน แปลว่าพรสวรรค์ยิ่งแกร่ง ศักยภาพการเติบโตยิ่งสูง
และความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันก็ยิ่งมาก
ดาวบลูสตาร์มีระดับ 8 อยู่สามคน แต่ฉายา "ผู้เป็นหนึ่งในจูเทียน" กลับอยู่ที่เขตตะวันออกซึ่งเป็นเขตเดียวที่ไม่มี "จอมราชันย์" โดยเป็นผู้เล่นระดับ 7
ว่ากันว่าผู้เล่นคนนั้นมีพรสวรรค์ที่ทรงพลังจนถึงขั้น "ไม่สามารถวิเคราะห์ได้"!
พูดง่ายๆ คือ ฉู่ซิวมีศักยภาพระดับ 7!
เหมือนจู่ๆ คุณเดินไปเจอคนที่มีแววจะได้เป็นผู้นำมหาอำนาจโลก คุณว่าน่ากลัวไหมล่ะ?
แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ที่หลุดโลกยิ่งกว่าคือตอนดูสกิล หวังหยวนจิ้งเห็นสกิล "รถม้าลวงตา" เลเวล 9 และเห็นคำอธิบายของเลเวล 8 ที่ระบุว่าลำดับความสำคัญของสกิลอยู่ใน "ระดับนามธรรม"
ลำดับความสำคัญของสกิลในเกมจูเทียนแบ่งเป็นสามระดับ:
**ระดับกายภาพ**: เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์และหลักห้าธาตุ มีตรรกะที่วิเคราะห์ได้!
**ระดับเวทมนตร์**: ไม่สนหลักวิทยาศาสตร์ วัดกันที่ความแข็งแกร่ง
**ระดับนามธรรม**: วัดกันที่ผลลัพธ์ (สัมบูรณ์)
ไม่ต้องพูดถึงความเวอร์ที่อัปสกิลเริ่มต้นระดับ 3 ไปจนถึงเลเวล 9 แค่ลำดับความสำคัญ "ระดับนามธรรม" ก็ยืนยันได้แล้วว่าถ้าเปิดสกิลนี้ ไม่มีทางมีใครหาเจอ
เท่ากับยืนอยู่บนจุดที่ไม่มีวันแพ้!
ยิ่งไม่ต้องจินตนาการเลยว่า ถ้าเป็นสกิลโจมตี หรือสกิลช่วยชีวิตระดับอัลติเมตของจอมปราชญ์อู่โหวอย่าง "โคมเจ็ดดาวต่อชะตา" ถูกอัปจนถึงเลเวล 9 มันจะน่ากลัวขนาดไหน?
แถมการถอดรหัสข้อมูลยังทำให้เห็นพาสซีฟสกิลที่ไม่เหมือนชาวบ้านของฉู่ซิว
รวมถึงสกิลอัลติเมตเลเวล 10 "ค่ายกลแปดทิศเทพมารไร้เทียมทาน"
ทุกอย่างล้วนบ่งบอกถึงความวิปริตผิดมนุษย์ จนหวังหยวนจิ้งถึงกับชาไปทั้งตัว!
"นี่พวกเราเล่นเกมเดียวกันอยู่จริงๆ เหรอวะเนี่ย?"
(จบบทที่ 24)