เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 กัวเลี่ยง แล้วแต้มคิลผมหายไปไหน

บทที่ 12 กัวเลี่ยง แล้วแต้มคิลผมหายไปไหน

บทที่ 12 กัวเลี่ยง แล้วแต้มคิลผมหายไปไหน


บทที่ 12 กัวเลี่ยง: แล้วแต้มคิลผมหายไปไหน?

ณ ตีนเขา การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป

ทว่าหลังจากแม่ทัพใหญ่อย่างฮัวหยงถูกสังหาร แม้จะมีบัฟจากสกิลติดตัวของจอมปราชญ์อู่โหวและพรสวรรค์ 'สะกดจิต' คอยช่วยหนุน แต่กองทัพก็ยังคงระส่ำระสายอยู่ดี

สาเหตุเป็นเพราะผู้เล่นสายจอมปราชญ์อู่โหวคนนั้นบัญชาการรบไม่เป็น

ควรจะบุกขึ้นเนินเขาอย่างไร? เมื่อเผชิญหน้ากับท่อนซุงและหินผาที่กลิ้งลงมาควรหลบหลีกแบบไหน? การถ่ายทอดคำสั่งทหารให้มีประสิทธิภาพต้องทำเช่นไร? เรื่องพวกนี้เขาไม่รู้อะไรเลย

ความลนลานทำให้เขาปล่อยให้กองทัพหน้าบุกตะลุยเข้าไปดื้อๆ

ผลก็คือถูกท่อนซุงและหินผาที่ราดน้ำมันจุดไฟเผาจนลุกโชนบดขยี้ นายกองคนหนึ่งถูกสังหารคาที่ ขบวนทัพที่กำลังชาร์จเข้ามาเสียรูปขบวนไปในทันที

ถึงตรงนี้ สถานการณ์พลิกกลับโดยสิ้นเชิง

จากเดิมที่ทัพซีเหลียงเป็นฝ่ายได้เปรียบจากการบุกตะลุย กลายเป็นฝ่ายกัวเลี่ยงที่กุมความได้เปรียบ เขาบัญชาการทหารให้สอดประสานเข้าโจมตี ประกอบกับพรสวรรค์ 'การเสริมแกร่งพันธมิตร' ทำให้การสังหารศัตรูง่ายดายราวกับตัดหญ้า

ไม่มีใครต้านทานได้เลย

"ฉินเจิน ฆ่าจอมปราชญ์อู่โหวฝั่งตรงข้ามก่อน!" กัวเลี่ยงออกคำสั่ง

แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ใช่คนโง่ ผู้เล่นสายจอมปราชญ์อู่โหวคนนั้นตะโกนขึ้นว่า "สถานการณ์ไม่ดีแล้ว เดี๋ยวฉันล่อตีนให้ พวกนายรีบไปจัดการผู้เล่นฝั่งตรงข้ามซะ!"

เพียงแต่ว่า ความคิดนั้นดี แต่การปฏิบัติจริงกลับล้มเหลว

อย่างแรกเลยคือ หลังจากที่จอมปราชญ์อู่โหวคนนั้นดึงดูดความสนใจไปแล้ว เขากลับพบว่าเหล่าองครักษ์ที่ยอมตายถวายชีวิตของตน กลับถูกฝ่ายตรงข้ามบดขยี้อย่างง่ายดายเพราะค่าสถานะที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ทหารของฝ่ายตรงข้าม หนึ่งคนสามารถรับมือได้สองถึงสามคน ส่วนระดับหัวหน้ากองนั้นหนึ่งคนรับมือได้เป็นสิบ

โดยเฉพาะแม่ทัพฉินเจินผู้นั้น เรียกได้ว่าเทพขวางฆ่าเทพ พระขวางฆ่าพระ

เขาบุกทะลวงราวกับเข้าสู่ดินแดนร้างไร้ผู้คน ฟันผู้เล่นจอมปราชญ์อู่โหวร่วงจากรถสี่ล้อในดาบเดียว จนกระทั่งตาย ผู้เล่นคนนั้นก็ยังตั้งสติไม่ได้ว่าตัวเอง 'ขิต' ไปได้อย่างไร

อีกฝ่ายไม่ใช่ขุนพลที่มีชื่อเสียงระดับตำนานไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงโหดขนาดนี้?

ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นอีกสองคนที่ตั้งใจจะลอบเข้าไปตัดหัวแม่ทัพก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ เดิมทีพวกเขาฟันลิ่วล้อตายเหมือนหั่นผัก ฆ่าหัวหน้ากองระดับเล็กก็ไม่เปลืองแรง

แต่ตอนนี้ ฟันลงไปหนึ่งดาบ ทหารเลวบางคนกลับรับมือได้

ต้องใช้ถึงสองกระบวนท่า

ส่วนพวกระดับหัวหน้ากอง ต่อให้พวกเขาซัดไปสามถึงห้ากระบวนท่า ก็ยังไม่แน่ว่าจะจัดการลง

นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องต้องตีเพิ่มกี่ที แต่มันหมายความว่า ถ้าฟันทีเดียวไม่ตาย การบุกตะลุยก็จะถูกหยุดชะงัก ทหารจำนวนมากจะกรูกันเข้ามาล้อม

ในตอนนี้ที่พวกเขายังเป็นแค่ตัวเปล่า เลเวลไม่ถึง สกิลก็ยังไม่มี พวกเขารับมือไม่ไหวแน่!

"พรสวรรค์ของหมอนั่นมีปัญหา ถอย!"

"หนีเร็ว!"

ทั้งสองเกิดความคิดที่จะถอยหนี แต่กัวเลี่ยงที่เตรียมการไว้แล้วจะปล่อยให้พวกเขาหนีไปได้อย่างไร?

ทันทีที่พวกเขาคิดจะลงจากเขา 'เชือกสะดุดม้า' หลายเส้นก็ถูกทหารยกขึ้นขวางหน้าม้าศึกของพวกเขา วินาทีถัดมา ทั้งสองที่หยุดม้าไม่ทันก็ถูกเหวี่ยงตกลงมากลิ้งกับพื้น

ความเร็วลดฮวบลงทันที

จังหวะนั้นเอง ทหารม้าสิบนายก็ควบตามมาทัน เหวี่ยงโซ่เหล็กเข้าพันธนาการ

ห้าต่อหนึ่ง

แม้จะเป็นแค่ทหารเลวที่จับตัวผู้เล่นระดับนี้ไม่ได้ แต่แค่ถ่วงเวลาก็เพียงพอแล้ว เพียงชั่วอึดใจ ฉินเจินก็พุ่งเข้ามา ตวัดดาบฉับๆ สองครั้ง ตัดศีรษะผู้เล่นทั้งสองกระเด็นหลุดจากบ่า

ถึงตอนนี้ เสาแสงที่ตีนเขาเหลือเพียงต้นเดียว

ระหว่างนั้น ผู้เล่นสายเทพกวนอูยังพยายามใช้สกิลติดตัว 'วิญญาณศักดิ์สิทธิ์สำแดงเดช' เพื่อลากศัตรูไปตายตกตามกัน

แต่กัวเลี่ยงที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็หลบหลีกได้อย่างง่ายดาย

"เก็บสามหัวรวดเดียว แต้มคงพอให้อัปเลเวลหนึ่ง แล้วอัปสกิลย่อยได้อีกสองสกิล ต้องรีบอัป 'รถม้าลวงตา' ไว้กันตายก่อน!"

กัวเลี่ยงคิดในใจพลางเปิดหน้าต่างสถานะส่วนตัวขึ้นมาดู

แต่แล้วเขาก็ต้องตะลึงงัน

ในช่อง 'แต้มสถานะอิสระ' ปรากฏคำว่า "ไม่มี" ตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม!

เขามองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงขั้นปิดแล้วเปิดหน้าต่างใหม่ แต่ก็ยังไม่เห็นแต้ม—การอัปเกรดในเกมจูเทียนใช้วิธีการที่ผู้เล่นต้องเป็นคนกดอัปแต้มเอง

ถ้าได้ 'หัว' มา ช่อง 'แต้มสถานะอิสระ' จะต้องมีแต้มขึ้น

เพื่อให้ผู้เล่นเลือกว่าจะอัปเลเวลตัวละครหรืออัปเลเวลสกิล

แต่ตอนนี้ เขากลับไม่มีแต้มเลยแม้แต่แต้มเดียว นี่เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ได้เป็นคนฆ่า!

"เป็นไปไม่ได้ แล้วแต้มคิลผมหายไปไหน?"

กัวเลี่ยงรับความจริงไม่ได้ จิตใจแทบระเบิดในชั่วพริบตา

และในจังหวะนั้นเอง ฉินเจินที่อยู่ห่างออกไปราวห้าสิบก้าว จู่ๆ ก็ง้างธนูยิงใส่เขา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วปานสายฟ้าแลบจนกัวเลี่ยงตั้งตัวไม่ทัน

ลูกธนูปักเข้ากลางอกอย่างจัง เขา 'กระอักเลือด' ออกมาคำโต

ถึงตรงนี้ ทุกอย่างก็กระจ่างชัด

"แกเป็นหนอนบ่อนไส้ของฉู่ซิวเหรอ?"

"แผนการทั้งหมดของพวกเจ้า อยู่ในการควบคุมของท่านกุนซือข้ามาตั้งแต่ต้นแล้ว!" ฉินเจินประกาศก้อง ควบม้าพุ่งตรงเข้าหากัวเลี่ยง

หมายจะเข้าไปซ้ำให้ตายสนิท

แต่ทันใดนั้น กัวเลี่ยงกลับตบไปที่เก้าอี้ รถสี่ล้อดีด 'หลังคา' ออกมาครอบตัวเขาไว้ทันที จากนั้นตัวรถก็แยกออกจากล้อ กลิ้งหลุนๆ ลงไปตามเนินเขา

ทำเอาฉู่ซิวที่กำลังบัญชาการรบอยู่ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี

เห็นได้ชัดว่า แม้จะกุมความได้เปรียบและคำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่กัวเลี่ยงคนนี้ก็ยังซ่อนไพ่ตายเอาไว้อีกใบ

"ตามไป!"

ฉู่ซิวออกคำสั่ง

ฉินเจินรีบนำทหารไล่ตามไปทันที

แต่ทว่ารถของกัวเลี่ยงที่กลิ้งลงจากเนินเขา กลับพุ่งตกลงไปในลำธารเล็กๆ แล้วลอยตามกระแสน้ำลงไปจนบรรจบกับแม่น้ำกิสุย

และที่ตรงนั้น มีเรือใหญ่ลำหนึ่งแล่นสวนมาพอดี

ลิยูยืนอยู่ที่หัวเรือ ออกคำสั่งว่า "เก็บกู้ขึ้นมา แล้วกลับลำเรือเดี๋ยวนี้!"

ท้ายที่สุด เมื่อคนของฉู่ซิวไล่ตามมาถึงฝั่ง ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเรือใหญ่ที่แล่นห่างออกไปไกลลิบ—ต่อให้เห็นจะๆ ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้ทั้งฉินเจิน หรือแม้แต่โจโฉ ก็ยังไม่มีกองทัพเรือ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในน้ำ พวกเขาก็หมดปัญญา

"ท่านกุนซือ เขาโดนข้ายิงเข้าที่อก แล้วยังกลิ้งตกเขาแบบนั้น ต่อให้มีคนช่วยไปได้ เกรงว่าคงขาดใจตายไปแล้ว ไม่รอดแน่ขอรับ!" ฉินเจินกล่าว

ทว่าฉู่ซิวกลับส่ายหน้า

จะตายงั้นเหรอ?

ถ้าเป็นคนธรรมดา บาดเจ็บสาหัสแถมยังโดนกระแทกขนาดนั้น คงไม่รอดแน่

แต่ปัญหาคือ กัวเลี่ยงเป็นผู้เล่น

ไพ่ตายในการหนีของเขา ถึงขนาดให้หลี่เซิ่งหนานเตรียมกองทัพเรือมารับ แถมทางฝั่งหลี่เซิ่งหนานยังสามารถสั่งการลิยูได้อีก แสดงว่าสถานะของเธอในด่านหูเหลาตอนนี้คงไม่ธรรมดา

หากมียาดีหรือผู้เล่นที่มีพรสวรรค์สายรักษา ก็อาจช่วยชีวิตกัวเลี่ยงไว้ได้

"ด้วยความที่กัวเลี่ยงไว้ใจหลี่เซิ่งหนานมาก อีกฝ่ายคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาฆ่าเขาแน่ และในเมื่อเขาถูกฉันทำร้ายจนสาหัส ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้รับแต้มคิล ก็แสดงว่ากัวเลี่ยงเก้าในสิบส่วนยังไม่ตาย!"

ฉู่ซิวคิดพลางเปิดดูหน้าต่างสถานะของตนเอง

บนนั้น ในช่องแต้มสถานะอิสระ มีตัวเลขเพิ่มขึ้นมา: 3 (แต้มคิล)

นี่คือแต้มจากผู้เล่นสามคนในทีมฮัวหยง ไม่มีของกัวเลี่ยง!

"กัวเลี่ยงยังไม่ตายจริงๆ ด้วย งานเข้าแล้วสิ!" ฉู่ซิวนึกถึงพรสวรรค์สุดโกงของกัวเลี่ยง นึกถึงภาพกวนอูและเตียวหุยที่ได้รับบัฟ 'เสริมแกร่งพันธมิตร' แล้วก็รู้สึกปวดขมับตุบๆ

หลังจากรู้ความสามารถของกัวเลี่ยง เขาก็ระแวงมากจนยอมเปิดเผยตัวตนของฉินเจินเพื่อฆ่าปิดปากอีกฝ่าย

และทางฝั่งกัวเลี่ยง ก็คงจะคิดเหมือนกัน!

ลำพังแค่สายลับที่ไม่มีคำสั่ง จะไม่สามารถใช้สกิลทับซ้อนกับสกิลติดตัวของจอมปราชญ์อู่โหวคนอื่นได้ กัวเลี่ยงแค่คิดนิดเดียวก็จะเข้าใจทันทีว่า ฉู่ซิวอาศัยพรสวรรค์บางอย่างในการสั่งการระยะไกล

เพราะตัวจริงของเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น

แถมการออกคำสั่ง ยังต้องสอดคล้องกับสถานการณ์หน้างานแบบเรียลไทม์ด้วย!

และก็เป็นไปตามที่ฉู่ซิวคาดการณ์ บนเรือใหญ่ของกองทัพเรือ กัวเลี่ยงเดาทางพรสวรรค์ของเขาออกแล้ว

เขาฝืนทนความเจ็บปวดและความง่วงงุน สั่งเสียกับลิยูก่อนจะหมดสติไปว่า "รีบส่งคนส่งข่าวเร่งด่วน แจ้งท่านจอมทัพเวินโหว และแม่นางหลี่ ว่า 'เทพสวรรค์ฉู่ซิว' ใต้สังกัดโจโฉ มีอิทธิฤทธิ์ตาทิพย์พันลี้ หูทิพย์ตามลม และส่งเสียงพันลี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ของทั้งสนามรบได้ ต้องระวังตัวให้จงหนัก!"

(จบบทที่ 12)

จบบทที่ บทที่ 12 กัวเลี่ยง แล้วแต้มคิลผมหายไปไหน

คัดลอกลิงก์แล้ว