เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - การดูแลของเจียงเจาฉือ...

บทที่ 37 - การดูแลของเจียงเจาฉือ...

บทที่ 37 - การดูแลของเจียงเจาฉือ...


บทที่ 37 - การดูแลของเจียงเจาฉือ...

ลู่อันเคยได้ยินแต่สำนวนรอรับกระต่ายตื่นตูมที่วิ่งชนต้นไม้ แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เห็นหมูป่าวิ่งชนรถ

ลู่อันเตะหมูป่าที่นอนกองอยู่บนพื้นไปหนึ่งที ก่อนจะก้มลงไปตรวจดูสภาพรถบรรทุกลูกรักอย่างละเอียด

"ฟู่... ยังดีนะที่ไม่พัง"

"ถ้าชนจนพังล่ะก็ เอาแกไปขายทั้งตัวก็ชดใช้ไม่พอหรอกเว้ย!"

ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาตอนนี้ก็มีแค่รถบรรทุกนี่แหละที่มีค่าที่สุด ไม่ต้องพูดถึงสมาร์ตโฟนเลย นั่นมันของหลวง เขาไม่ได้เป็นเจ้าของสักหน่อย

ลู่อันหันกลับมามองหมูป่าที่นอนนิ่งไม่ไหวติง แล้วก็เริ่มคิดหนัก

"เนื้อไอ้ตัวนี้น่าจะไม่อร่อยหรอกมั้ง คงจะเหม็นสาบเหม็นคาวน่าดู"

"เอาไปให้ลุงฉางกุ้ยกับคนอื่นๆ ดีกว่า"

ลู่อันคิดอยู่สามวินาที ในเมื่อมีของมาประเคนให้ถึงที่ก็ไม่ควรปล่อยให้เสียของ เอาไปให้ชาวบ้านช่วยกันกินเพิ่มสารอาหารก็เข้าท่าดี

ว่าแล้วเขาก็ใช้มือข้างเดียวลากร่างหมูป่าที่สลบเหมือดเดินตรงไปที่หมู่บ้าน

ที่ภูเขาด้านหลัง

"หึ~"

เจียงเจาฉือกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ

ทำไมศิษย์น้องถึงไม่รับน้ำใจกันเลยล่ะ เหม็นคาวก็น่าจะรู้ว่าต้องใส่เหล้าจีนดับคาวสิ

เจียงเจาฉือทำแก้มป่อง ก่อนจะหายตัววับไป

ไม่ชอบหมูป่าใช่ไหม งั้นเอาอย่างอื่นก็ได้

เจียงเจาฉือเหาะไปอีกรอบ มุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขาหลงจี่ที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่ากิโลเมตร

ไม่กี่นาทีต่อมา กวางตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่งที่กำลังนอนกอดกันกลมก็ต้องประสบเคราะห์กรรม ถูกคนใช้พลังวิญญาณหอบหิ้วขึ้นไปบนฟ้า

"คิกคิก..."

พอกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นลู่อันยังไม่กลับมา เธอก็ใช้พลังบังคับให้กวางคู่รักพุ่งเข้าใส่รถบรรทุกสีแดงอีกครั้ง

และบังเอิญว่าตอนนั้น ลู่อันก็เดินกลับมาถึงถนนลูกรังหน้าบ้านพอดี

ภายใต้แสงไฟสลัวๆ เขาก็เห็นกวางสองตัวพุ่งเข้าชนรถบรรทุกสีแดงต่อหน้าต่อตา

"ตึง!" "ตึง!"

กวางน้ำหนักตัวละห้าหกสิบกิโลกรัมสองตัวพุ่งชนเข้ากับล้อรถอย่างจัง ก่อนจะล้มตึงลงไปพร้อมกัน ทำเอาลู่อันยืนอึ้งไปเลย

"รถฉันไปขวางทางพวกแก หรือพวกแกกะจะชนรถฉันให้พังกันแน่เนี่ย?"

ลู่อันรู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว แค่ครึ่งชั่วโมงสั้นๆ ดันมีสัตว์ป่าถึงสองชนิดพุ่งชนรถเขาเนี่ยนะ

ลู่อันรีบเดินไปที่รถ ก้มมองกวางที่ล้มฟุบอยู่บนพื้นพลางครุ่นคิด

"ไอ้ตัวนี้มันคงเป็นญาติกับพวกกวางโง่สินะ มิน่าล่ะถึงได้วิ่งชนรถแบบนี้"

ลู่อันบ่นพึมพำ ก่อนจะลากกวางทั้งสองตัวเดินกลับไปที่หมู่บ้านอีกรอบ

ของโง่ๆ แบบนี้ กินเข้าไปเดี๋ยวก็ติดความโง่มาด้วยหรอก เขาไม่กินเด็ดขาด

พอเห็นลู่อันลากสัตว์ป่ากลับไปที่หมู่บ้านอีก เจียงเจาฉือก็กัดฟันกรอดๆ อยากจะโผล่ไปอัดเขาสักตั้งจริงๆ

ศิษย์พี่อุตส่าห์จะดูแลนายสักหน่อย ทำไมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ แถมยังไม่ยอมรับของขวัญทักทายจากเธออีก

ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ เธอจึงพุ่งกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง

หลายนาทีต่อมา หมีดำตัวใหญ่ที่กำลังจำศีลอยู่ในถ้ำก็โดนทุบหัวจนสลบแล้วลากออกมา...

ลู่อันเอากวางไปให้พวกของลุงฉางกุ้ยเสร็จ ก็เดินเอื่อยเฉื่อยกลับบ้าน

แต่ทว่า พอเขาเดินมาถึงถนนลูกรัง ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์ประหลาดอีกแล้ว

"เชี่ย..."

หมีดำตัวใหญ่สูงตั้งสองเมตรกำลังพุ่งทะยานเข้ามาชนรถบรรทุกสีแดงของเขาเสียงดังตึงตัง

"อย่านะโว้ย..."

ลู่อันตกใจสุดขีด สับเท้าวิ่งกลับบ้านจนฝุ่นตลบ

เขาว่าเขาวิ่งเร็วแล้วนะ แต่หมีดำที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจียงเจาฉือนั้นวิ่งเร็วกว่า

"โครม!"

เสียงดังกึกก้องไปทั่วลานตากข้าว หมีดำพุ่งชนเข้ากับกันชนหลังของรถบรรทุกอย่างจัง แรงกระแทกทำเอารถสั่นสะเทือนไปทั้งคัน แถมยังไถลไปไกลตั้งสองเมตร ทิ้งรอยล้อลากเป็นทางยาวสี่เส้นไว้บนลานตากข้าว...

ลู่อันเดินไปที่ท้ายรถ มองดูกันชนที่ยุบเข้าไปด้วยความปวดร้าวใจ

นี่มันรถใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อมานะเว้ย ทำไมถึงโดนชนเละเทะแบบนี้เนี่ย?

"เพราะแกตัวเดียวเลย!"

ลู่อันเตะหมีดำไปเต็มแรงหนึ่งที ก่อนจะชักดาบเอนโทรปีออกมาจากเอว แล้วใช้สันดาบฟาดเข้าที่หัวหมีดำอย่างแรง ส่งมันไปสบายโดยไม่ทรมานระหว่างที่ยังสลบอยู่...

"อิอิ... คราวนี้ต้องชอบแน่ๆ"

พอเห็นเขาลงมือฆ่าหมีดำ เจียงเจาฉือก็ดีใจเนื้อเต้น ในที่สุดเธอก็ได้มอบของขวัญให้ศิษย์น้องแล้ว ไม่เสียแรงที่อาจารย์ฝากฝังไว้จริงๆ

แต่ในขณะที่เธอกำลังดีใจจนแทบจะร้องเพลงออกมา ก็เห็นลู่อันลากหมีดำวิ่งกลับเข้าไปในหมู่บ้านอีก...

เจียงเจาฉือถึงกับยืนเอ๋อไปเลย

สีหน้าผิดหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที

ทำไมศิษย์น้องถึงไม่ชอบของที่เธอให้เลยนะ?

ให้ไปตั้งสามรอบ ก็เอาไปให้คนในหมู่บ้านหมดเลยทั้งสามรอบ

หลังจากแอบน้อยใจอยู่พักใหญ่ จู่ๆ เธอก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาได้

"หรือว่าของมันชิ้นใหญ่เกินไป เขาเลยคิดว่ากินคนเดียวไม่หมด?"

"อืม... ต้องใช่แน่ๆ เลย"

เจียงเจาฉือฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วก็เหาะกลับเข้าไปในป่าอีก... อีก... และอีกครั้ง

ไม่นานนัก กระต่ายแปดตัว, ไก่ป่าเจ็ดตัว, นกกระยางหกตัว, หนูอ้นห้าตัว, เม่นสี่ตัว, เม่นใหญ่สามตัว, แพะป่าสองตัว และลูกเลียงผาอีกหนึ่งตัว ก็ต้องตกเป็นเหยื่อ ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ส่วนลู่อัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก พอเอาหมีดำไปให้ชาวบ้านเสร็จ เขาก็รีบสับเท้าวิ่งกลับบ้านทันที

แล้วเขาก็ต้องช็อกกับภาพสุดสะพรึงที่เห็นตรงหน้า

ฝูงสัตว์ป่าตัวเล็กๆ กำลังวิ่งกรูเข้าชนรถบรรทุกสีแดงของเขาอย่างบ้าคลั่ง

และที่รั้งท้ายฝูงสัตว์พวกนั้นมา ก็คือตัวอะไรดำๆ มืดๆ ที่กำลังเดินโซเซไปมา...

"ผีหลอกหรือไงวะเนี่ย?"

พอเดินมาถึงรถ ลู่อันก็เกาหลังหัวด้วยความงุนงงผสมความตกใจ ภาพนั้นทำเอาเจียงเจาฉือที่แอบดูอยู่บนเขาด้านหลังถึงกับเอามือปิดปากขำ

แต่เดี๋ยวนะ... ศิษย์น้องด่าใครเป็นผียะ?

นายนั่นแหละที่เป็นผี!

"เลิกชนได้แล้ว เดินยังจะเดินไม่ตรงเลย"

ลู่อันอุ้มลูกลาสีดำที่กำลังเดินเซไปเซมาขึ้นมา แล้วพากลับเข้าบ้าน เอาไปวางไว้ในตะกร้าสาน ก่อนจะเอาเสื้อผ้าเก่าๆ มารองให้มันอย่างทะนุถนอม กลัวว่าไอ้ตัวเล็กนี่จะหนาวตายไปซะก่อน

จากนั้น เขาก็หยิบตะกร้าสานอีกใบเดินกลับไปที่รถ แล้วจับฝูงสัตว์ป่าตัวเล็กๆ โยนใส่ตะกร้าจนหมด

จัดการเสร็จ ลู่อันก็ขยับรถไปจอดที่อื่น เขารู้สึกว่ารถเขามันไปขวางทางเดินของพวกสัตว์เข้าจริงๆ

"ถือซะว่าเป็นมื้อพิเศษแล้วกัน..."

พอขยับรถเสร็จ ลู่อันก็รู้สึกว่าในเมื่อให้มาขนาดนี้ จะไม่รับก็คงเสียน้ำใจ

ในเมื่อมาส่งให้ถึงหน้าบ้าน ถ้าไม่ยอมกินก็คงจะรู้สึกผิดแย่

ดังนั้นเขาเลยเลือกไก่ป่ามาสองตัว ส่วนที่เหลือก็เอาไปให้คนในหมู่บ้านเหมือนเดิม

"อิอิ... ที่แท้ก็ชอบไก่ป่านี่เอง"

เจียงเจาฉือยิ้มหวาน ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ

จู่ๆ สมาร์ตโฟนในกระเป๋าก็สั่นครืดๆ เธอหยิบขึ้นมาดู

อ้าว โดนบ่นซะแล้ว

[แม่ทัพหวัง: นี่เธอตั้งใจจะขนสัตว์ป่าในเทือกเขาหลงจี่ไปไว้ที่บ้านเขาทั้งหมดเลยหรือไง?]

เจียงเจาฉือยิ้มแหยๆ สิ่งที่เธอทำมันก็ดูจงใจเกินไปจริงๆ นั่นแหละ

คิดไปคิดมา เธอก็พิมพ์ข้อความส่งไปให้หวังเป่ากั๋ว

[มีวีรชนกลับมาที่หมู่บ้านลำธารไผ่แล้ว เตรียมตัวต้อนรับด้วยนะคะ!]

พอได้อ่านข้อความนี้ ร่างกายของหวังเป่ากั๋วก็สั่นสะท้าน ก่อนที่น้ำตาของชายชราจะไหลพรากออกมา

...

ที่ห้องประชุมลับสุดยอด

"เธอแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้?"

พอกลับมาถึงเมืองลั่วอัน เจียงเจาฉือก็เล่าความคิดของตัวเองให้พวกเจียงอู่ฟัง

"แน่ใจค่ะ!"

เจียงเจาฉือพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ตอนที่อาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ถ้าตายไปแล้วยังไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกมันก็โหดร้ายเกินไปค่ะ แถมอาจารย์แม่ก็ฝังอยู่ที่นั่นด้วย..."

"นี่มัน..."

พวกเซี่ยหมิงเจิ้งถึงกับตกตะลึง พวกเขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าลู่ฉางเหอจะฝังร่างของกู้จือโหรวไว้ที่เจียงโย่ว

ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบไปพักใหญ่

เซี่ยหมิงเจิ้งถอนหายใจก่อนจะถามขึ้น "บอกพวกเราได้ไหมว่าเด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน?"

ตอนที่เจียงเจาฉือไปเจียงโย่ว เธอไม่ได้บอกใครเลย แอบไปเงียบๆ คนเดียว

และเธอก็ไม่กลัวว่าจะมีใครสะกดรอยตามด้วย เพราะนอกจากอาจารย์ของเธอแล้ว ก็ไม่มีใครตามความเร็วของเธอทัน และยิ่งไม่มีใครหลบการสแกนด้วยพลังจิตของเธอพ้น

นั่นก็เพราะเธอมีมรดกตกทอดสุดแกร่งยังไงล่ะ!

เจียงเจาฉือส่ายหน้า ตอบเสียงใส "ไม่ได้ค่ะ!"

ทุกคนมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะทำหน้าเหมือนลูกโป่งแฟบ เจียงอู่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา "เอาเถอะ... ครอบครัวของอาจารย์เธอควรจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักที..."

จบบทที่ บทที่ 37 - การดูแลของเจียงเจาฉือ...

คัดลอกลิงก์แล้ว