เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - กองทัพคืนถิ่น

บทที่ 33 - กองทัพคืนถิ่น

บทที่ 33 - กองทัพคืนถิ่น


บทที่ 33 - กองทัพคืนถิ่น

เมืองลั่วอัน ท่าอากาศยานนานาชาติ!

ท่าอากาศยานที่เคยดูโอ่อ่าตระการตา วันนี้ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากสีและธงทิวโบกสะบัดไปทั่ว กลุ่มผู้ต้อนรับยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อรอรับตัวแทนทหารหาญจากกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองที่กลับมาพร้อมชัยชนะ

กล้องแพนไปจับภาพใบหน้าของพวกเขา แต่ละคนล้วนมีรอยยิ้มแห่งความยินดี และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

ณ ใจกลางขบวนต้อนรับ เซี่ยหมิงเจิ้งและบรรดาผู้นำระดับสูงจากส่วนกลาง ต่างสวมชุดสูทเต็มยศ ยืนมองท้องฟ้าด้วยใจจดใจจ่อ

บัลลังก์ทั้งสิบสองถูกโค่นล้ม สัตว์อสูรนับล้านถูกสังหาร นี่คือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่จะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

ช่างเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พวกเขาได้เป็นประจักษ์พยานในวินาทีประวัติศาสตร์นี้

เวลาล่วงเลยมาจนถึงแปดโมงเช้า ฝูงบินรบจากท่าอากาศยานทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อรับสหายศึกที่กำลังจะเดินทางกลับมา

หลังจากเครื่องบินรบพลังวิญญาณทั้งแปดลำบินเรียงกระบวนทัพไปไกลนับพันลี้ ก็สามารถเชื่อมต่อสัญญาณสื่อสารกับกองเรือคุนเผิงของกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองได้สำเร็จ!

[ผมเกาเสียง จากฝูงบินอวกาศที่ 1 แห่งเขตป้องกันนครหลวง เครื่องบินรบซื่อหลงทั้ง 8 ลำของผมได้รับคำสั่งให้มาคุ้มกันพวกคุณ ขอต้อนรับตัวแทนทหารหาญจากกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองกลับบ้าน!]

เสียงของหัวหน้าฝูงบินดังฟังชัด แจ้งภารกิจของตนให้กองเรือคุนเผิงทราบ

ไม่นานนัก ก็มีเสียงหญิงสาวที่ฟังดูสดใสและเด็ดเดี่ยวตอบกลับมาในช่องสื่อสาร

[ฉันเจียงเจาฉือ ผู้บัญชาการชั่วคราวของกองเรือคุนเผิง ขอบคุณที่มาคุ้มกัน อนุญาตให้เข้าร่วมกระบวนบินได้!]

[รับทราบ!]

หลังจากเชื่อมต่อสัญญาณเสร็จสิ้น ภาพบนหน้าจอถ่ายทอดสดก็ฉายให้เห็นฉากที่น่าตื่นตะลึง

จากเดิมที่ท้องฟ้ามีเพียงความว่างเปล่า จู่ๆ ก็มีกองเรือรบขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา

เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้ชมทางบ้านนับล้านต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่ากองเรือรบจะมีความสามารถในการพรางตัวขั้นสุดยอดขนาดนี้

ถ้าพวกเขาไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเอง ใครจะไปรู้ว่ามีกองเรือรบขนาดใหญ่อยู่บนท้องฟ้าสูงขนาดนี้?

"ว้าว~"

ที่ลานตากข้าว ชาวบ้านนับพันคนต่างร้องว้าวออกมาพร้อมกัน โดยเฉพาะพวกเด็กๆ ที่ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นเรือรบโผล่มาจากความว่างเปล่า

แม้แต่ลู่อันเองก็ยังตกใจกับภาพที่เห็น

ยุคสมัยนี้ทุกอย่างดูเหมือนจะล้าหลังไปเสียหมด

แต่จู่ๆ ก็มีเทคโนโลยีสุดล้ำโผล่มาให้เห็น ความรู้สึกคงไม่ต่างอะไรกับคนโบราณที่เพิ่งเคยเห็นเครื่องบินเป็นครั้งแรก

กองเรือคุนเผิงประกอบด้วยเรือรบทั้งหมดเก้าลำ เรือรบหลักคุนเผิงคือยานรบอวกาศเต็มรูปแบบเพียงลำเดียวของหัวเซี่ย ที่มีขีดความสามารถครบครันทั้งการโจมตี การป้องกัน และการขนส่ง

หากวัดกันที่พลังรบ มันก็เทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับปราณวิญญาณเลยทีเดียว นี่คือเรือรบไร้เทียมทานที่ประเทศหัวเซี่ยทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อสร้างมันขึ้นมา

เพราะมีมันอยู่ กองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองถึงสามารถเดินทางไปสนับสนุนสนามรบในจุดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนเรือรบอีกแปดลำที่เหลือ คือเรือรบพลังวิญญาณรุ่นมาตรฐาน มีพลังรบเทียบเท่ากับนักสู้หลิงอู่ระดับจรัสเทพ!

(ปักวอร์ดแจ้งเตือน: ชำระกายา, ทะลวงชีพจร, กักเก็บวิญญาณ, แปรสภาพทะเลปราณ, ทะยานฟ้า, กระจ่างแจ้ง, จรัสเทพ, ปราณวิญญาณ)

แน่นอนว่า แม้เรือรบจะมีรัศมีการทำลายล้างกว้างไกลกว่านักสู้หลิงอู่มาก แต่ความคล่องตัวและความสามารถในการเอาตัวรอดก็ยังสู้ไม่ได้อยู่ดี ส่วนใหญ่มักจะใช้โจมตีระยะไกลหรือสนับสนุนกลยุทธ์เฉพาะจุดเท่านั้น

ขณะที่คนทั้งประเทศหัวเซี่ยกำลังตื่นเต้นดีใจ องค์กรและขั้วอำนาจทั่วโลกก็กำลังจับตาสถานการณ์ของกองเรือนี้อย่างใกล้ชิด

หลังจากการสืบข่าวมาตลอดสิบกว่าวัน หลายฝ่ายก็สรุปได้ตรงกันว่า...

การกลับมาพร้อมชัยชนะของกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองในครั้งนี้ ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ต้องมีความลับอะไรบางอย่างปิดบังเอาไว้แน่ๆ

กองเรือรบบินข้ามภูเขาสูง ผ่านที่ราบกว้างใหญ่ จนกระทั่งเดินทางมาถึงเมืองลั่วอัน ศูนย์กลางของประเทศหัวเซี่ยได้อย่างราบรื่น

[หอควบคุมขอแจ้งให้ทราบ: เคลียร์พื้นที่ท่าอากาศยานเรียบร้อยแล้ว ยินดีต้อนรับกองเรือคุนเผิงแห่งกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติลั่วอัน ยินดีต้อนรับเหล่าฮีโร่ผู้ปราบสัตว์อสูรกลับบ้าน!]

หอควบคุมส่งสัญญาณอนุญาตให้ลงจอด ชาวเมืองลั่วอันทุกคนต่างแหงนหน้ามองไปทางท่าอากาศยาน

จากนั้น กองเรือคุนเผิงที่ยาวเหยียดหลายลี้ก็ค่อยๆ ลดระดับลงมาจากหมู่เมฆ ปรากฏสู่สายตาผู้คนนับร้อยล้าน

ในเวลาเดียวกัน กล้องถ่ายทอดสดก็ซูมเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับเปิดเพลงแบ็กกราวนด์ที่ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูฮึกเหิมและตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น

"มาแล้ว..."

ผู้คนมากมายต่างเฝ้ารอด้วยใจที่เต้นระรัว สายตาจดจ้องไปยังกองเรือรบที่กำลังค่อยๆ ลดระดับลงมา

วัยรุ่นเลือดร้อนหลายคนถึงกับกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าดูจริงจังและตื่นเต้นสุดๆ

"ตรงหน้า ระวัง!"

"วันทยหัตถ์!"

ทหารกองเกียรติยศที่ยืนรออยู่บริเวณลานจอดเครื่องบินต่างทำความเคารพกองเรือที่กำลังร่อนลงจอดอย่างพร้อมเพรียงและแข็งขัน

กล้องถ่ายทอดสดซูมภาพเข้าใกล้อีกครั้ง

ทหารกองเกียรติยศ, ท่าอากาศยาน, ธงกองทัพ, และกองเรือที่กำลังลงจอด ผสมผสานกันกลายเป็นภาพที่เปี่ยมไปด้วยพลังและบารมี ดูยิ่งใหญ่ตระการตาจนแทบจะกลืนกินผืนฟ้าและแผ่นดิน

"ครืดดด~"

เรือรบหลักคุนเผิงลงจอดบนลานจอดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษอย่างนิ่มนวล ไอร้อนที่พ่นออกมาจากวาล์วระบายอากาศทำให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ ปลิวไสวไปตามแรงลม

หลังจากมันจอดสนิท เรือรบอีกแปดลำก็ทยอยลงจอดตามมาติดๆ ก่อนที่ประตูยานจะค่อยๆ เปิดออก

"เร็วเข้า บรรเลงเพลงแห่งชัยชนะ!"

เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบพิธีต้อนรับสั่งการด้วยความตื่นเต้น สั่งให้วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงทะลวงทัพที่ฟังดูฮึกเหิมและทรงพลัง!

เสียงเพลงดังกึกก้อง ประตูเรือรบทั้งแปดลำเปิดออกจนสุด จากนั้นเหล่าทหารหาญที่สวมชุดเกราะเต็มยศพร้อมอาวุธและถือธงกองทัพ ก็เดินเรียงแถวออกมาอย่างพร้อมเพรียง

"ตึก! ตึก! ตึก!"

เสียงฝีเท้าของทหารสามหมื่นนายดังประสานกันเป็นจังหวะเดียว กลบเสียงเพลงบรรเลงของวงดุริยางค์ทหารจนมิด จากนั้นรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาก็พุ่งเข้ากดดันผู้คนในงานจนรู้สึกหายใจไม่ออก

แม้แต่คนที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าเกรงขามนี้ จนเหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มฝ่ามือ

"ดี! ดี! ดี! สมกับเป็นกองทัพอันดับหนึ่งในใต้หล้าจริงๆ!"

เซี่ยหมิงเจิ้งไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด กลับรู้สึกยินดีปรีดา คนที่เก็บอาการเก่งอย่างเขาถึงกับหลุดยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น

"ตั้งแต่ก่อตั้งกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองมา 50 ปี พวกเขาไม่เคยพ่ายแพ้เลยสักครั้ง อย่างแย่ที่สุดก็แค่เสมอเท่านั้น"

"ที่พวกเรามีวันนี้ได้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้ลู่ฉางเหอทั้งนั้น ถ้าไม่มีเขา ประเทศของเราคงไม่มีวันสงบสุขแบบนี้หรอก!"

"ใช่แล้ว พอกลับมาคราวนี้ เขาต้องได้เป็นแม่ทัพสูงสุดของทั้งสามเหล่าทัพ ควบคุมกิจการทหารทั้งหมดในประเทศแน่นอน!"

"เหล่าเจียง นายตั้งใจจะเกษียณจริงๆ เหรอ?"

"ก็คิดไว้ตั้งนานแล้วล่ะ แต่ไอ้หนูลู่ฉางเหอมันไม่ยอมรับตำแหน่งนี่สิ ไม่งั้นฉันคงเกษียณไปตั้งนานแล้ว"

เจียงอู่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศหัวเซี่ย มองตรงไปยังเรือรบคุนเผิงที่ใหญ่ที่สุดในท่าอากาศยานด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

"เรื่องนี้จะไปบังคับเขาก็ไม่ได้หรอก พวกเราก็รู้ดีว่าทำไมลู่ฉางเหอถึงเอาแต่หมกตัวอยู่ที่กำแพงเมือง ก็เพราะเรื่องเมื่อ 18 ปีก่อนนั่นแหละ..."

เซี่ยหมิงเจิ้งพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไป คนอื่นๆ ที่ได้ยินต่างก็มีสีหน้าหม่นหมองลง

ถ้าเรื่องนั้นไม่เกิดขึ้น หัวเซี่ยคงจะเจิดจรัสดุจดวงดาวไปนานแล้ว ด้วยบารมีของ 'สองวีรชนแห่งอาณาจักร'

"ครืดดด~"

ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน ประตูยานหลักของคุนเผิงก็เปิดออก ทุกคนต่างชะเง้อคอมองไปที่นั่น รอคอยการปรากฏตัวของยอดขุนพลไร้พ่าย ลู่ฉางเหอ

"ตึง~"

เสียงทึบๆ ดังขึ้นพร้อมกับที่ประตูยานเปิดลงมาแตะพื้น

แต่ทว่า เมื่อประตูยานเปิดออกจนสุด เจียงอู่และคนอื่นๆ กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของลู่ฉางเหอ

เจียงอู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา "หึ ไอ้หมอนี่ พอชนะศึกกลับมาก็เล่นตัวเลยนะ"

"ฮ่าๆ คงงั้นแหละมั้ง"

เซี่ยหมิงเจิ้งก็หัวเราะออกมาเช่นกัน และเฝ้ารอการปรากฏตัวของลู่ฉางเหอต่อไป

ในเวลานี้ ทหารทั้งสามหมื่นนายจากเรือรบทั้งแปดลำได้ลงมารวมตัวกันจนครบแล้ว พวกเขาถือธงกองทัพและเดินมาหยุดอยู่ห่างจากจุดที่พวกเซี่ยหมิงเจิ้งยืนอยู่ประมาณ 500 เมตร

จู่ๆ ก็มีเสียงทรงพลังดังมาจากในแถวทหาร

"จัดแถว!!!"

สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารทั้งสามหมื่นนายก็ขยับแยกออกซ้ายขวา เว้นช่องว่างตรงกลางกว้างประมาณ 10 เมตร

ภาพตรงหน้าทำเอาพวกเซี่ยหมิงเจิ้งถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

กองทัพกลับมาพร้อมชัยชนะ ทำไมไม่เดินขบวนต่อ แต่กลับจัดแถวรอแบบนี้ล่ะ?

"ตึก! ตึก! ตึก!"

ระหว่างที่พวกเขากำลังสงสัย ก็มีเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและพร้อมเพรียงดังมาจากทางเรือรบคุนเผิง จากนั้นกองทหารในชุดเต็มยศก็เดินแถวออกมา ยืนขนาบข้างประตูยาน

และในตอนนั้นเอง ก็มีคำสั่งดังก้องมาจากกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองอีกครั้ง

"ลดธง!!!"

สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารทั้งสามหมื่นนายก็เคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง ธงทัพที่โบกสะบัดรับลมเมื่อครู่ถูกเก็บลงมาอย่างรวดเร็ว และหายวับไปจากมือของพวกเขาในพริบตา

"เกิดอะไรขึ้น?"

เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของพวกเจียงอู่ก็เปลี่ยนไปทันที

กองทัพกลับมาพร้อมชัยชนะ ไม่ควรลดธงทัพลง หากลดธงลงแสดงว่าต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ...

วินาทีต่อมา คำสั่งจากกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองก็เป็นตัวเฉลยว่าเกิดอะไรขึ้น

"อัญเชิญธงวิญญาณ!!!"

สิ้นเสียง ธงวิญญาณสีขาวก็ปรากฏขึ้นในมือของทหารทั้งสามหมื่นนายพร้อมกัน

ธงวิญญาณสีขาวปลิวไสวไปตามสายลมหนาว บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นยินดีเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บในพริบตา หนาวยะเยือกยิ่งกว่าลมพายุติดลบเสียอีก...

จบบทที่ บทที่ 33 - กองทัพคืนถิ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว