เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ระบบรวบรวมสรรพสิ่ง

บทที่ 6 - ระบบรวบรวมสรรพสิ่ง

บทที่ 6 - ระบบรวบรวมสรรพสิ่ง


บทที่ 6 - ระบบรวบรวมสรรพสิ่ง

ในบ้านผู้ใหญ่บ้าน หลังจากกินมื้อเช้าอันเงียบงันเสร็จ ลู่อันก็บอกลาพวกเขาและกลับมาที่บ้านของตัวเอง

ตลอดทางเขาเอาแต่คิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ถึงทำให้ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าที่เมื่อวานยังมีรอยยิ้มพูดคุยสนุกสนาน กลายเป็นคนซึมเศร้าไปได้

"แกร๊ก~"

จุดไม้ขีดไฟใหม่อีกครั้ง เตาไฟดินเหนียวก็สว่างวาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ตอนเที่ยงยังไงเขาก็จะไม่ไปกินข้าวที่บ้านผู้ใหญ่บ้านอีกแล้ว มันอึดอัดเกินไป

ห้องครัวถูกสร้างไว้ทางด้านขวาของบ้านชั้นเดียว ลักษณะคล้ายๆ กับห้องด้านข้างของสถาปัตยกรรมโบราณ ซึ่งเป็นสไตล์การสร้างบ้านของมณฑลเจียงโย่ว

บ้านหลักไม่มีห้องครัว แต่มีประตูหลัง ตอนฤดูร้อนลมพัดโกรกจนแทบจะบินได้

แต่สองอย่างนี้ในทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นข้อห้าม...

ยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว สายตาของลู่อันมองทอดไปที่แปลงผักที่รกร้างและเต็มไปด้วยวัชพืชอย่างเป็นธรรมชาติ

คิดว่าข้าวยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะสุก เลยกะว่าจะไปถอนหญ้าสักรอบ

ด้วยความเร็วและพละกำลังของเขาในตอนนี้ ที่ดินรกร้างไม่ถึงครึ่งหมู่ สามารถถางให้โล่งเตียนได้ในเวลาไม่นาน

เดินกลับเข้ามาในครัวแล้วกวาดตามองไปรอบๆ ก็เห็นจอบสามเล่มวางอยู่ตรงมุมห้อง

ลู่อันเดินไปที่มุมนั้น ยื่นมือไปหยิบจอบเล่มที่เหมาะกับการดายหญ้า

"?!!"

วินาทีที่สัมผัสจอบ เขาก็ชะงักไปเลย

[ติ๊งต่อง ตรวจพบเป้าหมายที่สามารถผูกมัดได้ ระบบรวบรวมสรรพสิ่งกำลังสแกน...]

[ติ๊ง สแกนเสร็จสิ้น... ตรงตามเงื่อนไขการผูกมัด!]

[ติ๊ง ผูกมัดสำเร็จ!]

[ติ๊ง กำลังส่งมอบแพ็กเกจของขวัญมือใหม่...]

[ติ๊ง ส่งมอบสำเร็จ ขอแสดงความยินดีด้วยพ่อหนุ่มสุดหล่อ คุณได้รับจอบหนึ่งเล่ม!]

[ติ๊ง ไม่ต้องสงสัย มันคือจอบในมือคุณนั่นแหละ!]

[ติ๊ง คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จบลงเพียงเท่านี้ โปรดดูหน้าต่างสถานะส่วนตัวและหน้าต่างระบบ!]

เสียงติ๊งๆ ดังรัวๆ ในหัวลู่อันไม่หยุด ยังไม่ทันจะได้ตอบสนองอะไร ก็มีหน้าต่างสองบานเด้งขึ้นมาตรงหน้า

[ผู้ผูกมัด: ลู่อัน]

[พละกำลัง: <1]

[พรสวรรค์: กายาขยะ...]

[ศักยภาพ: มีใบหน้าหล่อเหลาที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่, ร่างกายศักดิ์สิทธิ์เหมาะแก่การเกาะผู้หญิงกินตั้งแต่กำเนิด (ระยะเวลาคงเหลือ 15 ปี)]

[คำประเมิน: ไตไม่ค่อยดี หน้าตาพอใช้ได้ เป็นไอ้ขยะตัวน้อย!]

...

[ระบบ: ระบบทำฟาร์มรวบรวมสรรพสิ่ง]

[พละกำลัง: อินฟินิตี้]

[ความเร็ว: อินฟินิตี้]

[พลังชีวิต: อินฟินิตี้]

[พลังป้องกัน: อินฟินิตี้]

[จิตวิญญาณ: อินฟินิตี้]

[พรสวรรค์: อินฟินิตี้]

[ความสามารถ: อินฟินิตี้]

[ศักยภาพ: อินฟินิตี้]

[คำประเมิน: อินฟินิตี้]

"..."

ขำตายล่ะ!

ลู่อันคิดว่าตัวเองคงสติฟั่นเฟือนไปแล้ว ถึงได้หูแว่วแถมยังตาฝาดอีก ชาติก่อนเขาก็เคยอ่านนิยายมาบ้าง

แต่ในโลกนี้มันมีระบบเฮงซวยแบบนี้ด้วยเหรอ?

หลับตาสะบัดหัวแรงๆ พอลืมตาขึ้นมามองอากาศข้างหน้าก็ไม่เห็นหน้าต่างสองบานนั่นแล้ว พอลองตั้งสมาธิเพ่งเข้าไปในหัวก็ไม่เห็นระบบอะไรเลย

มีแต่จอบในมือเท่านั้นที่ยังสัมผัสได้จริง

"นี่แกรึ... รางวัลแพ็กเกจมือใหม่?"

"หึ..."

ลู่อันแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน

เคยเห็นแต่ของขวัญมือใหม่ที่ขายฝัน แต่เพิ่งเคยเห็นการเอาของของโฮสต์มาเป็นรางวัลนี่แหละ

ย้อนนึกไปถึงอดีต

จอบสืบทอดจากบรรพบุรุษเล่มนี้ เขาเป็นคนเปลี่ยนด้ามจับเองกับมือด้วยซ้ำ ของขวัญมือใหม่บ้าบออะไรกัน

ถือจอบเดินมาที่หน้าเตา เอาตะหลิวเหล็กอันใหญ่คนข้าวในหม้อสองสามที เพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อตอนสุก

ปิดฝาหม้อไม้กลับเข้าไปเหมือนเดิม แล้วลู่อันก็หิ้วจอบเดินไปที่ที่ดินรกร้าง

เช้าตรู่ที่ลมหนาวพัดโชย ชาวบ้านหลายคนพกตะกร้าผิงไฟไว้กับตัว ยืนคุยกันอยู่ริมถนน พวกที่ไม่กลัวหนาวก็มีแต่พวกเด็กน้อยใส่กางเกงเปิดเป้าที่กำลังเล่นจุดประทัดใส่ขี้วัวเท่านั้น

ตอนนี้เพิ่มลู่อันมาอีกคน

ในฐานะนักเรียนหลิงอู่ เขามีเลือดลมพลุ่งพล่าน ไม่กลัวความหนาวเย็นระดับติดลบ 3-4 องศาเลยสักนิด

เดินไม่กี่ก้าวก็มาถึงแปลงรกร้าง ยังพอมองเห็นร่องรอยของคันนาอยู่ลางๆ

"แบบนี้ไม่ถูกสิ ที่ดินรกร้างมันสูงกว่าแปลงนาตั้งฟุตกว่า แล้วมันจะทำนาได้ยังไงถ้าไม่ปรับให้เสมอกัน?"

ลู่อันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแปลงผักมันสูงกว่าแปลงนามาก ถ้าจะปลูกข้าวก็ต้องขุดปรับหน้าดินให้เรียบซะก่อน

"โชคดีนะที่ตอนนี้ฉันแรงเยอะ ไม่งั้นคงปรับสภาพดินไม่ได้แน่ๆ"

ลู่อันยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะกระโดดลงไปในแปลงนาเพื่อสัมผัสสภาพของดินอย่างละเอียด

นาวิญญาณไม่เหมือนนาทั่วไป มันแผ่กลิ่นอายที่นักสู้หลิงอู่สามารถสัมผัสได้

ต่อให้ลู่อันจะมีกายวิญญาณขยะ เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนั้นอยู่ดี

เดินวนดูแปลงนาอยู่หลายรอบ แล้วก็ใช้จอบขีดเส้นแบ่งอาณาเขตของนาวิญญาณคร่าวๆ

ไม่ใหญ่มาก รวมกับแปลงผักแล้วก็ตกประมาณหนึ่งหมู่เท่านั้น

"ถุยๆ..."

ถ่มน้ำลายใส่มือสองที แล้วก็เหวี่ยงจอบสับลงไปที่ขอบแปลงผัก

"ฉึก~"

ด้วยแรงสับเกือบ 300 กิโลกรัม จอบก็จมมิดลงไปในดินอย่างง่ายดาย พอออกแรงดึงเบาๆ ดินสีดำก้อนใหญ่ก็ถูกพลิกขึ้นมา กลิ่นอายของไอดินในฤดูใบไม้ผลิก็ลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ

[ติ๊ง สับจอบเทพจิ่วโจวครั้งแรก เติมเต็มพละกำลัง 1,000 กิโลกรัม!]

[กำลังพัฒนาพละกำลัง...]

"???"

ลู่อันแข็งทื่อ อาการประสาทหลอนบ้าๆ นี่โผล่มาอีกแล้วเหรอ?

"ไม่สิ แรงของฉัน..."

ระหว่างที่กำลังเหม่อลอย ลู่อันก็พบว่ามีความอบอุ่นไหลเวียนอยู่ในร่างกาย จากนั้นร่างกายก็ไม่ทำตามคำสั่ง มือทั้งสองข้างจับจอบแน่นแล้วสับลงดินอย่างรวดเร็ว

เพียงแค่สิบวินาที เขาก็พลิกหน้าดินที่สูงกว่าหนึ่งฟุตขนาดหนึ่งตารางเมตรได้สำเร็จ

และในขณะที่เขากำลังเหวี่ยงจอบ ขีดจำกัดบางอย่างในร่างกายก็ถูกพังทลายลง พละกำลังก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย

เริ่มจาก 1 กิโลกรัม เป็น 2 กิโลกรัม แล้วก็กลายเป็น 3 กิโลกรัมอย่างรวดเร็ว...

"ฮี่ฮี่... นักเรียนหลิงอู่นี่มันไม่เหมือนคนธรรมดาจริงๆ แฮะ ไถนาเร็วกว่าเจ้าเหลืองที่บ้านฉันตั้งเยอะ!"

"นั่นสิ ดินหนาตั้งฟุตกว่า พลิกได้สบายๆ แถมยังดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด"

"พวกนายว่า เขาคนเดียวจะทำงานได้เท่ากับกี่คน?"

"เท่าไหร่เหรอ? ก็คงประมาณวัวสิบตัวละมั้ง"

"จึ๊ๆ... ไม่ธรรมดาเลยนะขอบอก ถ้าไถเร็วขนาดนี้ ไม่เกินสามปีคงเบิกที่นาได้หลายสิบหมู่ ถึงตอนนั้นชีวิตต้องเจริญรุ่งเรืองแน่ สาวบ้านไหนได้แต่งด้วยคงสบายไปทั้งชาติ"

"คิกคิก... ไถนาเก่งขนาดนี้ เรื่องบนเตียงก็คงไม่เบา..."

"จะเบาหรือไม่เบา... ฮี่ฮี่... เธอก็ลองไปทดสอบดูสิจะได้รู้"

"ฮึ~ ฉันเสนอตัวไปให้ถึงที่... ลู่อันก็คงไม่มองหรอก"

"ไม่หรอกน่า อายุเพิ่งจะสามสิบกว่า กำลังน่าเด็ดเลยแหละ..."

"คิกคิก... จริงเหรอ งั้นคืนนี้ฉันจะเปิดประตูทิ้งไว้นะ..."

ชาวบ้านที่อยู่ไกลออกไปเห็นลู่อันใช้เวลาแค่สิบวินาทีในการพลิกหน้าดิน ก็พากันตกตะลึง แต่คุยไปคุยมาหัวข้อสนทนาก็ดันออกทะเลไปไกลซะงั้น

ทำไมถึงใช้คำว่าดันอีกล่ะ?

ก็คง... อาจจะ... เป็นไปได้ว่า...

ลู่อันที่ได้สติกลับคืนมาก็ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่

เขามั่นใจแล้วว่า ตัวเองไม่ได้สติฟั่นเฟือน และก็ไม่ได้หูแว่วตาฝาดด้วย

เขามีระบบจริงๆ

แต่... วิธีการแจกรางวัลมันจะพิลึกเกินไปไหม

โชคดีนะที่มันแค่เพิ่มแรงมาไม่กี่สิบกิโลกรัม ขืนเพิ่มพลังระดับกระบองวิเศษซุนหงอคงมาให้ เขาไม่ต้องไถนาทั้งหมู่บ้านเลยรึไง?

"ระบบ?"

ลองเรียกดูในใจอย่างคุ้นเคย พระเอกนิยายก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้น

แต่... พอเรียกแล้วกลับไม่มีอะไรตอบสนองเลย

ไม่มีทั้งเสียงตอบรับ และไม่มีหน้าต่างอะไรเด้งขึ้นมาให้เห็น

มีแค่ลมหนาวช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ กับเสียงหัวเราะของชาวบ้านที่ลอยเข้าหูมาเท่านั้น

"ระบบขยะ..."

หลังจากตื่นเต้นก็กลายเป็นงงงวย ทำไมระบบของเขาถึงเรียกไม่ยอมออกมา

ก้มลงมองจอบเก่าๆ ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในมือ

ตัวจอบดูเก่ากึก แต่ด้ามจับยังดูใหม่ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เหมือนเครื่องมือทำนาธรรมดาๆ ไม่เห็นจะคู่ควรกับชื่อสุดอลังการอย่าง จอบเทพจิ่วโจว เลยสักนิด!

ขณะที่เขากำลังสงสัย จู่ๆ ก็มีข้อความโผล่ขึ้นมาตรงหน้า

[เลิกกวนใจได้แล้ว ยังไม่พ้นเทศกาลหยวนเซียว ฉันยังไม่เปิดทำการ!]

"..."

"ฟวยเอ๊ย (凸(艹皿艹 ))!"

ลู่อันเริ่มจะทนไม่ไหว อยากจะสบถด่าออกมาดังๆ

เป็นระบบแท้ๆ ดันมีวันหยุดประจำปีด้วย!

แถมวันนี้ก็วันที่ห้าแล้วยังไม่ยอมมาทำงานอีก ไม่รู้รึไงว่ามีทาสบริษัทตั้งกี่คนที่ต้องกลับไปทำงานแล้ว?

(ชาติก่อน เขาตายคาโต๊ะทำงานในวันขึ้นปีใหม่...)

จบบทที่ บทที่ 6 - ระบบรวบรวมสรรพสิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว