- หน้าแรก
- ปลุกพลังล้มเหลว งั้นผมขอมาปลูกมอนสเตอร์ที่หมู่บ้านเริ่มต้น
- บทที่ 1 - ทำฟาร์มก็มีบรรจุข้าราชการด้วยเหรอ?
บทที่ 1 - ทำฟาร์มก็มีบรรจุข้าราชการด้วยเหรอ?
บทที่ 1 - ทำฟาร์มก็มีบรรจุข้าราชการด้วยเหรอ?
บทที่ 1 - ทำฟาร์มก็มีบรรจุข้าราชการด้วยเหรอ?
ปีหลิงอู่ที่ 2025 วันปลุกพลังช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ
"ผู้ปลุกพลัง ลู่อัน พละกำลัง 954 กิโลกรัม สัมผัสวิญญาณ 95 แต้ม การปลุกพลังล้มเหลว (แนะนำให้ไปแบกปูนที่ไซต์ก่อสร้าง) คนต่อไป!"
ในพิธีปลุกพลังของโรงเรียนมัธยมหลิงอู่หนานอันแห่งที่เก้า เจ้าหน้าที่อ่านผลการทดสอบที่ปรากฏบนศิลาวิญญาณด้วยสีหน้าเสียดาย
"เฮ้อ~"
ลู่อันเองก็รู้สึกเสียดายมาก ขาดอีกแค่ 5 แต้มสัมผัสวิญญาณ เขาก็จะปลุกพรสวรรค์ระดับฟานได้สำเร็จ และกลายเป็นนักสู้หลิงอู่ที่ทุกคนใฝ่ฝันแล้ว
แต่เดี๋ยวนะ... ไอ้คำแนะนำในวงเล็บนั่นมันหมายความว่าไงฟะ?
รอบด้านไม่มีเสียงเยาะเย้ยหรือถากถางใดๆ แต่กลับมีเสียงใสๆ ดังเข้าหูมาแทน
"อย่าถอนหายใจไปเลยน่า!"
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของส้มเขียวหวานลอยมาเตะจมูก ดาวโรงเรียนอย่าง หลินเสี่ยวลู่ กระโดดเหยงๆ มาตรงหน้าเขาพร้อมกับแกว่งมือถือไปมา "ดูนี่สิ แฮชแท็กฮิตอันดับเจ็ด [อายุขัยเฉลี่ยของคนที่ปลุกพลังล้มเหลวยืนยาวกว่านักสู้ถึงสิบปี] เชียวนะ!"
"ขอบใจมากนะ"
มุมปากของลู่อันกระตุกยิกๆ... ปลอบใจคนได้เก่งจริงๆ ให้ตายเถอะ
"ฮี่ฮี่... รีบไปหาครูประจำชั้นเถอะ พวกหน่วยงานรัฐที่รับบรรจุคนมากันแล้ว หวังว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกนะ พ่อ-หนุ่ม-หล่อ-ลู่-อัน!"
หลินเสี่ยวลู่ยิ้มอย่างซุกซน ก่อนจะกระโดดโลดเต้นเดินขึ้นเวทีปลุกพลังกายวิญญาณไป
"..."
ลู่อันเบ้ปาก หวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีกมากกว่า ไม่รู้ตัวรึไงว่าเธอน่ะมันตัวปัญหาชัดๆ
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ จนเจอจุดที่ห้องของตัวเองยืนอยู่ ครูประจำชั้นกำลังกวักมือเรียกเขาหยอยๆ
เมื่อเดินจ้ำอ้าวไปถึงบริเวณที่ห้องของตัวเองรวมตัวกันอยู่ ก็ได้ยินเสียงครูประจำชั้นพูดอย่างร้อนรนว่า "ลู่อัน ฝ่ายพลาธิการของกองทัพถูกใจนาย รีบตามครูมาเร็วเข้า"
"หา?"
ลู่อันทำหน้าเหวอสุดขีด คนที่ปลุกพลังล้มเหลวอย่างเขาเนี่ยนะไปเข้าตากองทัพได้ยังไง?
"มัวยืนอึ้งอะไรอยู่เล่า นายแค่ปลุกพลังล้มเหลว ไม่ใช่เด็กม.ปลายธรรมดาสักหน่อย เรียนจบก็เท่ากับได้งานทำเลยไง"
ครูประจำชั้นคว้าแขนลู่อัน แล้วกึ่งลากกึ่งจูงเดินไปทางบูธรับสมัครงานอย่างเร่งรีบ
ลู่อันเดินตามไปแบบงงๆ จนมาถึงจุดหมาย เขาก็เห็นนายทหารวัยกลางคนยศร้อยโทสวมเครื่องแบบทหารยืนอยู่
ระหว่างที่กำลังเหม่อลอย จู่ๆ มือหนาหยาบกร้านของอีกฝ่ายก็คว้าหมับเข้าที่มือเขาทั้งสองข้าง พร้อมกับเสียงหัวเราะของนายทหารที่ดังขึ้นข้างหู
"นักเรียนลู่อันใช่ไหม สนใจมาอยู่ฝ่ายพลาธิการของเราหรือเปล่า? มีตำแหน่งบรรจุให้ มีสวัสดิการประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินเดือนพื้นฐาน 1,800 หยวน รายได้สูงปรี๊ดเลยนะ!"
ลู่อันกะพริบตาปริบๆ รู้สึกเหลือเชื่อ เขาหันไปมองครูประจำชั้นโดยสัญชาตญาณ
สายตาเหมือนจะถามว่า เรื่องจริงดิ? กองทัพถูกใจผมเนี่ยนะ?
"อืม!"
ครูประจำชั้นพยักหน้าหงึกๆ เป็นการยืนยันคำตอบอย่างหนักแน่น
เมื่อได้รับคำยืนยัน ลู่อันก็จับมือนายทหารตอบด้วยความตื่นเต้น เขย่าขึ้นลงแล้วตอบกลับไปว่า "ผมยินดีครับ!"
"ดีมาก เซ็นสัญญาเลย!"
นายทหารวัยกลางคนยิ้มกว้างอย่างกระตือรือร้น ดูพอใจกับการตัดสินใจของลู่อันมาก ก่อนจะหยิบสัญญาจ้างงานออกมาจากความว่างเปล่า
"ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ..."
ลู่อันเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างไม่ลังเล กลายเป็นสมาชิกของฝ่ายพลาธิการกองทัพอย่างเป็นทางการ
"ยินดีต้อนรับ สหายลู่อัน"
นายทหารวัยกลางคนเก็บสัญญาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปพูดกับครูประจำชั้น "เหล่าเฉิน ขอบใจนายมากนะที่แนะนำคนเก่งๆ มาให้"
"มิได้ครับ โรงเรียนมัธยมหลิงอู่ก็มีหน้าที่บ่มเพาะบุคลากรเพื่อชาติอยู่แล้ว"
ครูประจำชั้นถ่อมตัว ก่อนจะหันมาบอกลู่อันว่า "ไอ้หนู ตั้งใจทำงานให้ดีล่ะ เงินเดือนตั้ง 1,800 หยวน เท่ากับครูเลยนะ พอให้นายแต่งเมีย มีลูก สร้างบ้านได้สบายๆ"
"ห๊ะ?"
ลู่อันงงเป็นไก่ตาแตกอีกรอบ แต่งเมียสร้างบ้านอะไรกัน ทำไมเขาฟังไม่ค่อยเข้าใจเลย
"เฮ้อ ในฐานะศิษย์อาจารย์ ครูช่วยนายได้เท่านี้แหละ"
"เอาล่ะ นายตามเขาไปเถอะ ทางสำนักอนามัยพลังวิญญาณยังรอให้ครูไปจัดการธุระให้อยู่"
ครูประจำชั้นตบไหล่ลู่อันเบาๆ สองสามที แล้วหันหลังเดินกลับไปยังพื้นที่จัดงานปลุกพลัง
ลู่อันมองตามหลังครูจนกลืนหายไปในฝูงชน ก่อนจะหันกลับไปมองสถานการณ์บนเวทีปลุกพลัง ซึ่งผลการปลุกพลังของหลินเสี่ยวลู่ก็ออกมาพอดี
[ผู้ปลุกพลัง หลินเสี่ยวลู่ พละกำลัง 3,298 กิโลกรัม สัมผัสวิญญาณ 327 แต้ม พรสวรรค์ธาตุไม้ ระดับหมิง!]
"ฮือฮา~"
ทันทีที่ผลประกาศออกมา เสียงฮือฮาก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ
แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพิธีก็ยังเผยสีหน้าตกตะลึง จากนั้นไม่นานก็มีเงาร่างหลายสายพุ่งไปบนเวที และเข้าไปพูดคุยกับหลินเสี่ยวลู่อย่างตื่นเต้น
"จึ๊ๆ... พรสวรรค์ระดับหมิง อนาคตไกลแน่นอน"
เสียงของนายทหารวัยกลางคนดังขึ้นข้างหู ลู่อันหันไปมองเขา "คุณไม่ไปลองแย่งตัวมาหน่อยเหรอ?"
พรสวรรค์ทางกายวิญญาณแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่: ฟาน, เจิน, หมิง, หลิง, และเสวียน
แม้พรสวรรค์ระดับหมิงจะอยู่ในระดับที่สาม แต่ในหมู่เยาวชนนับล้านคนก็แทบจะหาไม่ได้สักคน จะใช้คำว่าอัจฉริยะก็ไม่เกินจริงเลย
"ผมไม่คู่ควรหรอก"
นายทหารวัยกลางคนชี้ไปที่อินทรธนูบนบ่าพลางหัวเราะเยาะตัวเอง ก่อนจะถามต่อ "นายมีอะไรต้องเตรียมตัวอีกไหม ถ้าไม่มี พวกเราก็ควรออกเดินทางกันได้แล้ว"
"ไม่มีครับ"
ลู่อันมองดูสถานการณ์รอบๆ หน่วยงานอื่นๆ ยังคงเปิดรับสมัครคนกันอยู่ เขาจึงถามด้วยความสงสัย "หน่วยของคุณต้องการผมแค่คนเดียวเหรอครับ?"
โรงเรียนมัธยมหลิงอู่ไม่เหมือนโรงเรียนทั่วไป อย่างที่ครูประจำชั้นบอก: เรียนจบก็เท่ากับได้งานทำ สามารถเข้าไปทำงานในหน่วยงานของรัฐได้เลย
เช่น กรมสมุนไพรวิญญาณ, กรมอนามัย, สถานีโทรทัศน์, กรมพลศึกษา ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นหน่วยงานที่คนธรรมดาแทบจะแย่งกันหัวร้างข้างแตกเพื่อให้ได้เข้าไป
เหตุผลก็ง่ายมาก
นักเรียนหลิงอู่ที่ปลุกพลังล้มเหลวนั้นมีร่างกายที่ไม่ธรรมดา ไม่แรงเยอะก็วิ่งเร็ว แถมยังไม่ค่อยเจ็บป่วย และมีทักษะการต่อสู้อยู่บ้าง จึงเป็นที่ต้องการตัวของหน่วยงานรัฐต่างๆ
จางเปียวมองไปที่หน่วยงานอื่นๆ ที่มีคนมุงกันแน่นขนัด ก่อนจะยิ้มแล้วตอบว่า "ตอนนี้หน่วยของเรามีตำแหน่งว่างแค่ที่เดียวเท่านั้นแหละ"
"อ้อ"
ลู่อันพยักหน้า แล้วเดินตามอีกฝ่ายขึ้นรถจี๊ปทหารเปิดประทุนสีเขียว ก่อนจะขับฉิวตรงดิ่งไปยังประตูโรงเรียน
"ชิ ลู่อันบ้า ลู่อันนิสัยไม่ดี ไม่รอให้ฉันปลุกพลังเสร็จก็หนีไปซะแล้ว!"
เมื่อมองดูรถยนต์ที่ขับออกไป หลินเสี่ยวลู่ก็ทำแก้มป่องปรี๊ดแตก ระดับความงอนพุ่งทะลุหลอด
บริเวณหน้าประตูโรงเรียนเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ล้วนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองที่มารอคอยผลการปลุกพลังของลูกหลาน
เมื่อเห็นรถของกองทัพ ฝูงชนก็เริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่
"โอ้โห ไม่ธรรมดาเลยนะ ลูกเต้าเหล่าใครกันเนี่ย ถึงขั้นมีรถทหารมารับเลยเชียว"
"ไม่ต้องเดาเลย คงจะปลุกพรสวรรค์ระดับเทพๆ ได้ กองทัพก็เลยถูกใจน่ะสิ"
"พรสวรรค์ที่ทำให้กองทัพมารับตัวได้ อย่างต่ำๆ ก็ต้องระดับเจินแหละ ไม่รู้ว่าบ้านไหนโชคดีขนาดนี้นะ"
"ถ้าเป็นลูกชายฉันก็คงจะดีสินะ"
ฝูงชนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ มองลู่อันที่นั่งอยู่ในรถด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน
จากประสบการณ์ของพวกเขา นักเรียนที่ทำให้กองทัพเคลื่อนไหวได้ล้วนเป็นอัจฉริยะ และมีอนาคตที่สดใสรออยู่
แต่ตอนนั้นเองก็มีคนพูดแทรกขึ้นมา "อะไรกัน นั่นมันรถของฝ่ายพลาธิการต่างหาก ฉันรู้จักคนที่ขับรถคันนั้นด้วย เขาเป็นหัวหน้าแผนกเกษตรวิญญาณของหน่วยทหารอำเภออัน รับผิดชอบเรื่องการปลูกพืชวิญญาณ ชอบจ้างชาวบ้านไปดายหญ้าในนาวิญญาณอยู่บ่อยๆ"
พอได้ยินแบบนั้น เสียงโห่ร้องผิดหวังก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ ความกระตือรือร้นก่อนหน้านี้มลายหายไปจนสิ้น
"ปัดโธ่... อุตส่าห์ตื่นเต้นฟรี แล้วเขามาทำอะไรที่โรงเรียนมัธยมหลิงอู่ล่ะเนี่ย?"
"จะมาทำอะไรได้ล่ะ ก็มารับนักเรียนไปทำฟาร์มน่ะสิ ทุกคนก็น่าจะรู้ นาพลังวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะปลูกได้ แต่จะให้นักสู้หลิงอู่ไปปลูกก็เสียดายของอีก
เพราะงั้นแผนกเกษตรทหารก็เลยเล็งไปที่นักเรียนที่ปลุกพลังล้มเหลวไงล่ะ พวกนี้แรงเยอะแถมยังทำนาไหวด้วย"
"อ้อ~"
ฝูงชนส่งเสียงโห่ร้องอีกระลอก ในที่สุดก็เข้าใจกระจ่างว่าเกิดอะไรขึ้น
รถจี๊ปเปิดประทุนขับแหวกฝูงชนออกมา ลู่อันมองจางเปียวที่กำลังขับรถด้วยสายตาตื่นตระหนก
"ฮี่ฮี่... อย่ากลัวไปเลย ก็แค่ทำฟาร์มเอง"
จางเปียวขับรถต่อไปเรื่อยๆ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่จางหาย
การได้รับสมัครนักเรียนที่เกือบจะปลุกพลังสำเร็จมาได้แบบนี้ อารมณ์ของเขาค่อนข้างจะเบิกบานทีเดียว
"เอ่อ... ขอถามหน่อยได้ไหมครับ ทำฟาร์มเนี่ยมันมีบรรจุเป็นพนักงานรัฐตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ลู่อันไม่มีความคิดอยากจะทำฟาร์มเลยสักนิด มีหน่วยงานรัฐตั้งเยอะแยะให้เลือก ไปทำที่ไหนก็ดีกว่าที่นี่ทั้งนั้นแหละ
"มีมาตั้งนานแล้ว แค่นายไม่รู้เองต่างหาก"
"ตอนนี้นายจะมาเสียใจก็สายไปแล้ว เซ็นสัญญาแล้วก็ถือว่าเป็นทหาร"
"ไม่ทำเหรอ? แบบนั้นถือว่าหนีทหาร โทษถึงประหารชีวิตเลยนะ!"
"เฮ้ยๆๆ... ทำหน้างั้นหมายความว่าไง?"
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ แผนกเกษตรวิญญาณของกองทัพน่ะเป็นหน่วยงานที่ดีมากนะเว้ย เงินเดือนก็สูง แถมงานก็สบาย มีคนตั้งเท่าไหร่ที่อยากเข้าแต่ก็เข้าไม่ได้..."
ลู่อันเงียบกริบ ปล่อยให้อีกฝ่ายพล่ามต่อไป
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ถ้าไม่ใช่เพราะดันเซ็นสัญญาไปแล้ว และถ้าไม่ใช่เพราะเขาสู้หมอนี่ไม่ได้ล่ะก็... พ่อจะคว่ำโต๊ะให้ดู!
"แปะ~"
ซองอั่งเปาสีแดงหล่นตุบลงมาบนตัก พร้อมกับเสียงของจางเปียวที่ดังเข้าหู
"เอ้า อั่งเปาปีใหม่จากองค์กร"
ลู่อันแกะซองดู รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า
800 หยวน...